CarsioPea อัพเดทเมื่อ 14:17 05/10/2559
Thumb lg best eleven bundes

11 ผู้เล่นตลอดกาลตามตำแหน่งของบุนเดสลีก้า!

455 Pepper

บุนเดสลีกาของเยอรมันเป็นลีกระดับคุณภาพสูงไม่แพ้ลีกใดในยุโรป และก็มีผู้เล่นระดับโลกมากมายที่นี่ มาดูกันครับมีใครเป็นตำนานกันบ้าง

Germany Bundesliga Best Eleven

บุนเดสลีกาของเยอรมันเป็นลีกระดับที่มีการแข่งขันสูงมากๆลีกหนึ่ง โดยบรรดายอดทีมก็พากันผลิตผู้เล่นคุณภาพดีออกมาไม่ขาดสาย และต่อไปนี้คือ 11 นักเตะตามระบบ 4-3-3 ที่ลงเล่นในบุนเดสลีกาจนได้ชื่อว่าเป็นตำนาน

Goalkeeper: Oliver Kahn

ผู้รักษาประตูจอมโหดทีมชาติเยอรมันดีกรีแชมป์ยูโรปี96คนนี้ สร้างผลงานยอดเยี่ยมไว้มากมายสมัยเฝ้าเสาอยู่ที่บาเยินมิวนิก ก่อนหน้านี้คาร์นเคยเป็นผู้รักษาประตูดาวรุ่งพุ่งแรงสมัยอยู่ทีม คาร์ลสรูห์ เอสซี ลงสนามไปทั้งหมด 128 เกม พอติดทีมชาติในปี 1995 ก็ย้ายมาที่อารีอานซ์อารีนาและลงเล่นให้เสือใต้ไป 429 เกม ตลอด14ปี ได้แชมป์ร่วมกับทีมมากมาย อาทิ แชมป์บุนเดส 8สมัย เดเอฟเบ 6 สมัย ยูซีแอลและยูฟ่าคัพอย่างละ 1สมัย และที่สำคัญคือ คาร์นไม่เคยย้ายไปเล่นในลีกอื่นเลยนอกจากลีกในบ้านเกิดตัวเอง

Right-back: Hans-Hubert Vogts

อาจจะเก่าไปสักหน่อย แต่เขาคือผู้เล่นแบ๊คขวาจากเยอรมันตะวันตกที่ลงเล่นในบุนเดสลีกามาแล้วทั้งหมด 419 นัด โดยทั้งหมดเป็นการลงเล่นให้กับดอร์ทมูนเพียงสโมสรเดียว โดยเจ้าตัวพาเสือเหลืองคว้าแชมป์ลีกไปถึง 5 สมัยในปี 1969–70, 1970–71, 1974–75, 1975–76, 1976–77 เดเอฟเบอีก 1 สมัย ปี 1972–73 และยูฟ่าคัพอีก 2 สมัยในปี 1974–75, 1978–79 และยังเคยพาเยอรมันตะวันตกคว้าแชมป์ยูโรปี 72 และแชมป์โลกปี74 รางวัลส่วนตัวเคยได้รางวัลผู้เล่นเยอรมันแห่งปี 2 สมัย ในปี 1971, 1979

Centre-back: Franz Beckenbauer

แม้ว่าเรื่องราวจะผ่านมาหลาย10ปีแล้ว แต่แฟนบอลก็ยังคงได้ยินชื่อของ เบคเคนเบาเออร์ อย่างต่อเนื่อง เพราะเขาคือผู้มีอิทธิพลในวงการลูกหนังโลกอย่างแท้จริง สวีปเปอร์ชาวเยอรมันตะวันตกเคยโด่งดังพลุแตกสมัยเล่นให้บาเยินมิวนิกในปี 64-77 ลงไป 439 นัดพาทีมคว้าแชมป์ลีก 4สมัย เดเอฟเบ 4 สมัย ยูโรเปียนคัพ(ยูซีแอล)3สมัย ก่อนจะย้ายไปนิวยอร์กคอสมอส และกลับมาบุนเดสอีกทีในปี 80 โดยคำรบที่2ลงเล่นให้ฮัมบูร์กไป 28 นัด ปราการหลังรายนี้เคยได้บัลลังดอร์ถึง2สมัยในปี 72และ96

Centre-back: Matthias Sammer

ปราการหลังรายนี้เปิดฉากการค้าแข้งกับ ดินาโม เดรสเดน ในปี 1985 ลงเล่นมากถึง 102 นัด ก่อนที่จะย้ายไปสตุ๊กการ์ด ลงไป 63 นัด และก็ย้ายไปหาความท้าทายใหม่กับอินเตอร์มิลานในกัลโช่ สุดท้ายเจ้าตัวกลับมาลีกเมืองเบียร์อีกครั้งในปี 1993 และลงหลักปักฐานอยู่กับทีมเสือเหลืองดอร์ทมูนนานถึง 6 ฤดูกาล ลงไป 115 เกม จนกระทั่งปิดฉากการค้าแข้ง ตลอดการค้าแข้งเคยชูโล่บุนเดส 3 สมัย เดเอฟเบ 1 สมัย และยูซีแอล 1 สมัย

Left-back: Paul Breitner

หนึ่งในแบ๊คซ้ายที่มีรูปร่างหน้าตาน่าจดจำคนหนึ่งของโลก ไบรท์เนอร์เริ่มดังกับบาเยินมิวนิกตั้งแต่ปี 1970ลงไป 109นัด ก่อนจะย้ายไปที่รีล มาดริด ในปี1974 แบ๊คหัวฟูเล่นที่สเปนอยู่2ฤดูกาลเต็มๆแล้วจึงย้ายกลับมาเล่นในเยอรมันกับทีมไอน์ทรัคท์เบราน์ชไวก์ แล้วบาเยินก็ดึงตัวเขากลับไปเล่นเป็นรอบสอง คราวนี้อยู่กับทีมตั้งแต่ปี 1978 ยันแขวนสตั๊ดในปี1983 ลงไป 146 เกม ได้แชมป์บุนเดส 5 ครั้ง เดเอฟเบ 2 และยูโรเปียนคัพอีก 1

Defensive midfielder: Lothar Matthaus

กัปตันจอมโหดทีมเยอรมันคนนี้เป็นอีกหนึ่งในผลผลิตของกลัดบัค โดยมัทธิอุสเริ่มต้นกับกลัดบัคในฤดูกาล 1979-84 เล่นไป 162เกม ก่อนจะย้ายไปอยู่บาเยินมิวนิกในปี 1984 -88 เล่นไป113 เกม หลังจากนั้นก็ย้ายไปเล่นอยู่กับอินเตอร์มิลานพักใหญ่ๆ สุดท้ายก็ย้ายกลับมาเมืองเบียร์อีกครั้งในปี 1992 โดยปลายทางคือบาเยินมิวนิก ต้นสังกัดเก่า และคราวนี้อยู่นานถึง 8 ปี ลงสนามไป 189 นัด มิดดฟิลล์รายนี้เคยได้แชมป์มากมาย ประกอบด้วยแชมป์ลีก 7 สมัย เดเอฟเบ 3 สมัย ยูฟาคัพ 1 สมัย เคยได้แชมป์ยูโรกับเยอรมันปี 80 และบัลลงดอว์ปี 90

Midfielder: Rainer Bonhof

อีกหนึ่งผู้เล่นของกลัดบัคที่อยู่กับทีมยาวนานถึง 8 ปี ลงเล่นไป 231 นัด โดยเขาคือผู้ยกระดับแดนกลางของฟุตบอลเยอรมันในช่วง70-80 ได้แชมป์ถึงบุนเดส 4 ครั้ง เดเอฟเบ 1 ครั้ง ก่อนที่จะย้ายไปเล่นในแดนกระทิงดุกับบาเลนเซียในปี 1978-80 หลังจากนั้นก็กลับมาที่โคโลญอย่างเงียบๆและได้แชมป์เดเอฟเบบวกไปอีก1สมัย ในทีมชาติบอนฮอปลงเล่นให้เยอรมันฝั่งตะวันตกไปถึง 53 เกม ได้ชูถ้วยบอลโลกในปี 1974 ถ้วยยูโรปี 72และ 80

Midfielder: Michael Ballack

บัลลัคอาจไม่ใช่กองกลางที่ยิ่งใหญ่นัก แต่เขาคือคนหนึ่งที่มีอิทธิพลกับฟุตบอลเยอรมันมาโดยตลอด แม้ว่าเจ้าตัวจะมาเล่นให้เชลซีนานถึง 4 ปี แต่ก่อนหน้านั้น บัลลัคก็วนเวียนอยู่ในเยอรมันอยู่พักใหญ่ๆ โดยเริ่มแจ้งเกิดกับ เชมนิตเซอร์ ซึ่งตอนนั้นเขาเป็นเพียงดาวรุ่งที่ยังไม่มีชื่อเสียง จนกระทั่งย้ายมาอยู่ ไคเซอร์สเลาเทิร์น ในปี 1997 ชื่อของเขาก็เริ่มปรากฎมากขึ้น จนในปี 1999 ย้ายไปเล่นให้เลเวอร์คูเซน นั้นทำให้เจ้าตัวติดทีมชาติเยอรมันเป็นครั้งแรก และโชว์ฟอร์มดีเรื่อยมา จนได้ย้ายซบบาเยินมิวนิกในที่สุด โดยลงเล่นในลีกเยอรมันไปทั้งหมดมากกว่า 300 นัด ได้แชมป์ลีก 4 ครั้ง เดเอฟเบ 3 ครั้ง

Right-winger: Karl-Heinze Rummenigge

จากนักเตะกลายเป็นระดับผู้บริหารไปแล้วในปัจจุบัน รุมเมนิกเก้คือสุดยอดปีกขวาตลอดกาลของทีมบาเยินมิวนิกและทีมชาติเยอรมันตะวันตก เขาเริ่มเล่นอาชีพในปี1974กับบาเยินมิวนิก และโด่งดังด้วยการพาทีมคว้าแชมป์ลีก 2 สมัย แชมป์ยูโรปเปี้ยนคัพ 2 สมัย เดเอฟเบ 2 สมัย และได้รางวัลบัลลงดอว์ถึง 2 ครั้งในปี 1980 และ1981 ทำสถิติลงสนามไว้310นัด ยิง 162 ประตู ก่อนทีจะย้ายข้ามฟากไปเล่นให้กับอินเตอร์มิลาน

Left-winger: Josef Heynckes

แฟนบอลรุ่นหลังจะรู้จักป๋าจุ๊บ ไฮเกสในฐานะโค้ชยอดฝีมือมากกว่า แต่ถ้าย้อนไปราวปี 1963 ผู้ชายคนนี้เคยบรรเลงเพลงแข้งไว้อย่างยอดเยี่ยมกับกลัดบัค กอ่นจะย้ายไปฮันโนเวอร์และกลับมาที่กลัดบัคอีกรอบ รวมสถิติการลงเล่นในลีกเมืองเบียร์ทั้งหมด 394นัด ยิงไปถึง 243 ประตู เคยได้แชมป์สำคัญๆอย่าง บุนเดสลีกา 4สมัย เดเอฟเบและยูฟ่าคัพอย่างละหนึ่งสมัย นอกจากนี้ยังเคยเป็นถึงแชมป์โลกปี1974และแชมป์ยูโรปี1972อีกด้วย

Centre-forward: Gerd Muller

คนสุดท้ายนามสกุลอาจจะคุ้นหูกันอยู่บ้าง เพราะในวงการฟุตบอลเยอรมันมีมูลเลอร์อยู่เยอะแยะมากมาย แต่สำหรับเขาคนนี้ คงไม่มีใครมาแทนที่ได้ เพราะแกรด คือสุดยอดดาวยิงตัวจริงที่โลกต้องจารึก ด้วยผลงานยิงไปถึง398ประตูจาก 453 เกมในนามทีมบาเยินมิวนิก นอกจากนี้ในนามทีมชาติก็ยิงไปถึง68ประตูจาก62เกม ใช่ครับ อ่านไม่ผิด แกยิงไปเยอะกว่าลงสนามเสียอีก เคยเป็นแชมป์โลกปี74 แชมป์ยูโรปี 72 แชมป์บุนเดส4สมัย เดเอฟเบ 4 สมัย ยูโรเปี้ยนคัพ 3 สมัย และส่วนตัวยังเคยได้บัลลังดอว์ในปี 70 อีกด้วย

บทความที่ได้ถูกแนะนำ


ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg 7cd629f4 68f7 4174 b35b 80777d6dc289

CarsioPea