Sujate Wanchat 2561/10/16 17:35
Thumb lg 50d04b2f a936 4b78 8dce d506b75f36dc

ปักหมุด! "10ที่เที่ยวสุดฮิตในอเมริกา ที่ไม่ควรพลาด"

110 Pepper

พามาชมเเลนด์มาร์คเด่นๆ ที่คุณอาจไม่เคยรู้จักมาก่อนในอเมริกา !

ไลฟ์สไตล์ ท่องเที่ยว อเมริกา เที่ยวอเมริกา

สวัสดีเพื่อนๆชาว Pepper ที่รักทุกคน กลับมาพบกันเป็นประจำทุกวันเช่นเคยกับเรื่องราวสาระดี สำหรับช่วงนี้ก็ใกล้จะปีใหม่กันแล้ว เป็นปลายฝนต้นหนาวที่อากาศกำลังดีแบบนี้เพื่อนๆมีแผนที่จะไปท่องเที่ยวในช่วงปลายปีนี้แล้วรึยัง หากใครยังไม่มีเราอยากจะแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวดีๆที่เป็นแลนด์มาร์กในอเมริกาให้คุณได้รู้จักกัน เผื่อว่าใครมีแผนจะไปเที่ยวอเมริกาในเร็วๆนี้และมีโอกาสได้ผ่านไปแถวๆนั้น จะได้เก็บภาพมาอวดเพื่อนๆในโซเชียลให้ได้อิจฉากันเล่นๆ แล้วใครว่าแลนด์มาร์คเด่นๆของอเมริกาจะมีแต่ที่เทพีเสรีภาพล่ะ นั่นมันเชยไปแล้วครับ มาอเมริกาทั้งทีเราก็ต้องไปหาแลนด์มาร์คใหม่ๆกันบ้าง ซึ่งแลนด์มาร์กเด่นๆในอเมริกาที่เราจะแนะนำต่อไปนี้จะมีที่ไหนบ้างนั้น หากพร้อมแล้วเราไปชมกันเลยครับ

#1. ทะเลสาบทาโอ

เรามาเริ่มกันที่สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติกันก่อนดีกว่า โดยที่แรกที่เราอยากจะแนะนำให้รู้จักก็คือ ทะเลสาบทาโฮ แห่งนี้ ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างพรมแดนของรัฐเนวาด้าและรัฐแคลิฟอร์เนีย ภายใต้บรรยากาศของที่นี่ที่เงียบสงบ เย็นสบาย ให้ความรู้สึกสดชื่น และจุดเด่นก็คือพื้นน้ำของทะเลสาบที่เป็นสีฟ้าสดใสราวกับกระจกสะท้อนภาพความสวยงามยิ่งใหญ่ตระการตาของแนวเทือกเขา Sierra Navada ที่งดงามเหนือคำบรรยาย จึงทำให้ทะเลสาบแห่งนี้เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ เก็บภาพถ่ายสวยๆ โดยนักท่องเที่ยวที่มาเยือนที่นี่สามารถทำกิจกรรมได้หลายอย่างเลยทีเดียว ไม่ว่าจะล่องเรือในทะเลสาบ ขี่จักรยาน ขึ้นบอลลูน และหน้าหนาวของที่นี่ก็เหมาะกับการเล่นสกีและสโนว์บอร์ดอีกด้วย

#2. Monument Valley รัฐแอริโซนา

Monument Valley เป็นแนวเทือกเขาที่ตั้งอยู่ระหว่างพรมแดนของรัฐแอริโวนาและรัฐยูทาห์ และอยู่ในเขตของอุทยาน Navajo Nation's Monument Valley Park หากคุณมาที่นี่รับรองได้ว่าบรรยากาศจะสร้างสีสันและความตื่นตาตื่นใจให้กับคุณได้เป็นอย่างมาก ราวกับได้หลุดไปอยู่ต่างโลก หรือธรรมชาติของโลกที่แตกต่างจากที่คุณคุ้นเคยเลยก็ว่าได้ เพราะภาพวิวทิวทัศน์ที่ปรากฏอยู่ต่อหน้าคุณนั้นเป็นแนวภูเขาทรายสีแดงที่มีความสูงประมาณ 400-1,000 ฟุต ตั้งตระหง่าน มีรูปร่างที่ดูแปลกตาชวนให้สงสัย ที่เกิดจากการกัดกร่อนที่ยาวนานมากว่า 50 ล้านปี เป็นบรรยากาศที่ดูแห้งแล้ง ไม่มีต้นไม้ใหญ่เขียวขจี ความเขียวที่มีเป็นเพียงสีเขียวๆที่มาจากพุ่มหญ้าเล็กๆ ที่อยู่บนพื้นที่ราบกว้าง

#3. Yosemite National Park รัฐแคลิฟอร์เนีย

Yosemite National Park หรือ อุทยานแห่งชาติโยเซมิตี ตั้งอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากในสหรัฐฯ เหมาะแก่การท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจและเก็บภาพสวยๆทางธรรมชาติ โดยเฉพาะในจุดชมวิวที่มีชื่อว่า Mirror Lake เป็นจุดที่สามารถมองเห็นท้องฟ้าและภูเขาสะท้อนภาพสวยๆลงบนผิวน้ำได้อย่างงดงามตระการตา เหมาะแก่การเก็บภาพถ่ายสวยๆ จุดเด่นที่เป็นสัญลักษณ์ของสถานที่ท่องเที่ยวแลนด์มาร์คนี้คือภูเขารูปโดมครึ่งซีกและน้ำตกขนาดใหญ่ จึงทำให้ที่นี่มีสภาพธรรมชาติที่สวยงามสมบูรณ์ไม่แพ้ที่ใดในโลก กิจกรรมยอดฮิตที่นักท่องเที่ยวมักทำกันหากมาเยือนที่นี่ก็คือการเดินป่า หากคุณโชคดีคุณจะได้เห็นสัตว์ป่ามากมายหลายชนิด และได้เฝ้าดูมันอย่างใกล้ชิดด้วยล่ะ

#4. Big Sur รัฐแคลิฟอร์เนีย

สำหรับคนที่ไม่เคยเสาะหาเรื่องราวใหม่ๆเกี่ยวกับอเมริกา อาจจะยังไม่ทราบว่า บิ๊กเซอร์ คืออะไร เราจึงจะขอบอกให้รู้ว่าหากคุณกำลังมองหาเส้นทางขับรถเที่ยวบรรยากาศดีที่สุดในอเมริกา ก็ต้องยกให้เส้นทางบิ๊กเซอร์นี่แหละครับ เพราะเส้นทางนี้เป็นถนนที่สร้างขึ้นเลียบมหาสมุทรแปซิฟิกในรัฐแคลิฟอร์เนีย ที่จะทำให้คุณได้สัมผัสวิวทิวทัศน์ของท้องทะเล หน้าผาหินริมฝั่งทะเล สลับกับทุ่งหญ้าเขียวขจี โดยระหว่างเส้นทางนี้มีจุดจอดให้คุณได้เก็บภาพสวยๆเยอะมากเลย มาเส้นทางนี้รับรองได้ว่าคนรักการถ่ายภาพจะไม่ผิดหวังครับ

#5. Grand Prismatic Spring รัฐไวโอมิง

Grand Prismatic Spring น้ำพุร้อนนี้ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน ในรัฐไวโอมิง ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก จัดได้ว่าเป็นน้ำพุร้อนที่มีความงดงามและยิ่งใหญ่อลังการมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางที่กว้าวมากถึง 370 เมตร ลึกมากที่สุด 121 เมตร แถมยังมีสีสันที่สวยงามบาดใจอีกด้วย ยิ่งหากมองลงมาจากทางอากาศ หรือเก็บภาพถ่ายด้วยโดรนแล้ว คุณจะเห็นการผสมสีกันของผืนบ่อน้ำพุแห่งนี้ได้อย่างสวยงามลงตัวสุดๆ ซึ่งเป็นการเล่นสีน้ำตาลเข้ม สีเหลืองอ่อนที่บริเวณขอบบ่อ ไปจนถึงสีฟ้าอ่อน และน้ำเงินเข้มที่ใจกลางของบ่อน้ำพุร้อนแห่งนี้

#6. ทะเลสาบ Crater Lake รัฐออริกอน

ทะเลสาบแห่งนี้ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติ Crater Lake รัฐโอเรกอน เป็นทะเลสาบบนปากปล่องภูเขาไฟที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นทะเลสาบที่มีความสวยงามเป็นธรรมชาติอันดับต้นๆของโลกเกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟเมื่อประมาณ 7,700 ปีที่แล้ว และปัจจุบันภูเขาไฟนี้ดับสนิทแล้ว ด้วยทะเลสาบแห่งนี้มีความลึกถึง 1,943 ฟุต ซึ่งถือว่าเป็นทะเลสาบที่มีความลึกมากที่สุดในอเมริกา ด้วยสภาพธรรมชาติของทะเลสาบแห่งนี้เป็นทะเลสาบที่มีผืนน้ำสีฟ้าสดใสสวยงาม ห้อมล้อมด้วยหน้าผาและหินผาจากปากปล่องภูเขาไฟ รอบๆเป็นป่าสนเขียวขจีมีที่ยังคงความสมบูรณ์ของธรรมชาติ 100% นักท่องเที่ยวสามารถมาเที่ยวชมทะเลสาบแห่งนี้ได้ตลอดทั้งปี และจุดเด่นที่สำคัญของทะเลสาบแห่งนี้ก็คือ เกาะ Wizard ที่ตั้งตะหง่านอยู่ในทะเลสาบแห่งนี้

#7. The Palouse รัฐวอชิงตันและรัฐไอดาโฮ

The Palouse แห่งนี้เป็นเนินเกษตรกรรมเล็กๆที่มีความสวยงามอย่างน่าเหลือเชื่อ จนได้ชื่อว่าเป็นเนินแห่งความมหัศจรรย์ โดยเนินแห่งนี้กินพื้นที่กว่า 4,000 ตารางไมล์ จุดเด่นของเนินนี้คือเป็นเนินสลับซับซ้อนสลับกับทุ่งหญ้ากว้างใหญ่เขียวขจีสุดลูกหูลูกตามีโรงนาสีแดงสดสวยๆ ตั้งเด่นอยู่กลางทุ่ง ยิ่งหากเป็นในช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวที่ทุ่งข้าวบาร์เลย์เปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองด้วยแล้ว ก็ต้องบอกเลยว่าช่างงดงามเหนือคำบรรยายจริงๆ

#8. Bryce Canyon รัฐยูทาห์

หากคุณนึกไม่ออกว่า ไบรซ์ แคนยอน นั้นมีความโดดเด่นอย่างไร เราก็อยากให้คุณลองนึกถึงภาพของเสาหินสีแดงที่เกิดจากการกัดกร่อนของลมและฝนที่ใช้เวลายาวนานหลายพันปีตั้งเรียงรายอยู่กลางหุบเขาอันกว้างใหญ่ โดยเสาหินเหล่านี้มีชื่อเรียกว่า Hoodoo โดยหากใครต้องการพบกับภาพที่สวยงามตระการตาของเสาหินลักษณะนี้เราแนะนำให้มาที่นี่เลยครับ เพราะ ไบรซ์ แคนยอน มีแท่งเสาลักษณะนี้มากที่สุดในโลก แถมยังมีหลากหลายสีสัน สวยงามวิจิตรพิสดาร สมกับเป็นความงามที่ธรรมชาติสรรค์สร้างจริงๆ จึงไม่น่าแปลกใจสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้จะกลายเป็นแลนด์มาร์คใหม่ของอเมริกา

#9. สะพานโกลเดนเกต (Golden Gate Bridge) เมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย

เชื่อว่าหลายคนคงรู้จักสะพานแห่งนีดี เพราะไปปรากฏอยู่ในภาพยนตร์ฮอลลีวูดหลายเรื่องเลยทีเดียว สะพานแห่งนี้ถือได้ว่าเป็นแลนด์มาร์คสำคัญของฝั่งตะวันตกด้านมหาสมุทรแปซิฟิกของสหรัฐฯ สะพานโกลเดนเกตเป็นสะพานแขวนยาว 1.7 ไมล์ เชื่อมต่อระหว่างตัวเมืองซานฟรานซิสโก กับ Marin Headland เริ่มเปิดใช้งานครั้งแรกตั้งแต่ปี ค.ศ. 1937 สะพานมีช่องทางเดินรถยนต์ 3 ช่องทาง และช่องทางเดินรถไฟ 2 ช่องทาง ถูกใช้งานมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งสะพานแห่งนี้นอกจากจะเพิ่มความสะดวกในการสัญจรให้กับประชาชนชาวซานฟรานซิสโกแล้ว ยังกลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญนักท่องเที่ยวได้มาเก็บภาพสวยๆกลับไปเป็นที่ระลึก

#10. สะพานบรูคลิน (Brooklyn Bridge) นครนิวยอร์ก

เรามาปิดท้ายกันที่สะพานบรูคลิน แห่งเมืองนิวยอร์ก จัดได้ว่าเป็นสะพานแขวนที่สวยงาม มีความเก่าแก่ และเคยได้รับสถิติการเป็นสะพานแขวนที่ยาวที่สุดในโลกมาแล้วนะครับ โดยสะพานแห่งนี้เปิดใช้งานครั้งแรกในปี ค.ศ. 1883 สำหรับเป็นเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างเมืองนิวยอร์กซิตี้ เมืองแมนฮัตตัน และเมืองบรูคลิน ซึ่งสะพานแห่งนี้ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปเดินเล่น สัมผัสบรรยากาศและเก็บภาพสวยๆที่เป็นวิวของเมืองนิวยอร์กได้ โดยจะมีสำหรับคนเดินที่ถูกสร้างขึ้นอยู่เหนือเส้นทางรถวิ่ง ดังนั้นหากใครมีโอกาสได้มามหานครนิวยอร์ก ต้องห้ามพลาดแลนด์มาร์คแห่งนี้ครับ

นี่ก็คือ 10 แลนด์มาร์ค สำคัญใหม่ๆของอเมริกา ที่เราอยากแนะนำให้เพื่อนๆได้รู้จักกัน ซึ่งคุณคงทราบแล้วใช่มั้ยว่าแลนด์มาร์คของอเมริกาไม่ได้มีเพียงแค่เทพีเสรีภาพ แต่ยังมีสถานที่งดงามทางธรรมชาติ และสิ่งก่อสร้างที่มุษย์สร้างขึ้นที่งดงามตระการตาโดดเด่นเป็นแลนด์มาร์คได้อยู่อีกตั้งหลายแห่ง

คุณได้เจอเเลนด์มาร์คในอเมริกาในฝันที่อยากไปเยือนที่สุดรึยังในลิสต์รายการนี้ ?

Preload

Author

Thumb lg 89e7a0ba 6595 4012 b477 c984552a42b2

Sujate Wanchat

เบ้ง พรีเมี่ยม คอนเทนด์

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!