Kodchapan Thawanna อัพเดทเมื่อ 16:19 12/10/2559
Thumb lg bench

ม้านั่งพันล้าน 10 แข้งค่าตัวแพงที่นั่งก้นด้านมากกว่าได้ลงสนาม!

1752 Pepper

10 แข้งค่าตัวแพงที่นั่งก้นด้านมากกว่าได้ลงสนาม จะมีใครกันบ้างมาดูกัน

football Substitute Super Sub Footballer

หลาย ๆ ครั้งที่สโมสรต้องการความสำเร็จก็ต้องทุ่มเงินซื้อนักเตะเก่ง ๆ มาร่วมทีมเพื่อยกระดับทีมให้เก่งขึ้น
บางคนก็ปรับตัวเข้ากับทีมจนได้ดีแต่ก็มีอีกกลุ่มที่ไม่สามารถปรับตัวเข้ากับทีมได้ วันนี้เราเลยจะพาเพื่อน ๆ ชาว pepper ไปดู 10 แข้งค่าตัวแพงที่นั่งก้นด้านมากกว่าได้ลงสนาม เราไปชมกันเลยดีกว่าว่าจะมีนักเตะในดวงใจของคุณหรือเปล่า ไปดูกัน !

10. ลาซาร์ มาร์โควิช (ลิเวอร์พูล 22 ล้านปอนด์)

ดาวเตะสารพัดประโยชน์ชาวเซิร์บโชว์ฟอร์มได้ดีเยี่ยมกับเบนฟิก้าก่อนจะโดนเบรนเเดน ร็อดเจอร์สกุนซือของหงส์เเดงในเวลานั้นซื้อมาร่วมทีมด้วยราคา 22 ล้านปอนด์แต่ด้วยความเร็วและความหนักหน่วงของฟุตบอลอังกฤษทำให้มาร์โควิชโชว์ฟอร์มไม่ออกโดยลงเล่นไปในฤดูกาลแรกเป็นตัวจริง 11 นัดทำได้เพียง 2 ประตูจนฤดูกาลต่อมาเขาก็ไม่ได้อยู่ในแผนการทำทีมของร็อดเจอร์ทำให้เขาได้ย้ายไปเล่นในตุรกีกับเฟเนบาห์เช่แต่ก็ยังโชว์ผลงานได้ไม่ดีเท่าไหร่ก่อนจะมาที่ลิเวอร์พูลภายใต้การนำทัพของเจอร์เก้น คล็อปป์แต่ด้วยสไตล์การเล่นของมาร์โควิชที่ไม่เข้าระบบของคล็อปป์ทำให้เขาได้ย้ายแบบยืมตัวเป็นครั้งที่ 2 โดยไปอยู่กับสปอร์ติ้ง ลิสบอนเรียกได้ว่าโอกาสที่กลับมาเล่นให้กับลิเวอร์พูลของมาร์โควิชนั้นแทบจะไม่เหลือแล้ว

9. เมมฟิส เดปาย (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 25 ล้านปอนด์)

อตีดสุดยอดดาวรุ่งพุ่งแรงสมัยค้าแข้งอยู่กับพีเอสวีโดยสามารถช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ลีกดัตช์แถมยังคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมและดาวซัลโวลีกดัตช์อีกด้วยจนหลุยส์ ฟาน กัล ที่เป็นกุนซือทีมชาติฮอลแลนด์เรียกตัวไปเล่นในฟุตบอลโลก 2014 และสามารถทำประตูได้ถึง 2 ประตูและในฤดูกาล 2015-16 หลุยส์ ฟาน กัลป์กุนซือของปีศาจแดงด้วยราคา 25 ล้านปอนด์แถมเดปายยังได้รับเบอร์ตำนานของยูไนเต็ดอย่างเบอร์ 7 แต่เขากลับโชว์ฟอร์มแบบสมัยอยู่กับพีเอสวีไม่ออกเลยสักนิดจนหลุยส์ ฟาน กัล ต้องจับเขานั่งสำรองและก็ไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งได้เลยจนตอนนี้โชเซ่ มูรินโญ่กุนซือคนใหม่เข้ามาทำทีมแต่เขามีเวลาลงสนามทั้งหมดเพียง 39 นาทีเท่านั้นเรียกได้ว่าอนาคตของเดปายมืดมนมาก ๆ บนม้านั่งสำรองถ้ายังไม่สามารถรีดฟอร์มเก่งกลับมา

8. อาเซียร์ อิยาร์ราเมนดี้ (เรอัล มาดริด 27 ล้านปอนด์)

มิดฟิลด์ตัวตัดเกมชาวสเปนมีสไตล์การเล่นที่คล้ายกับชาบี อลอนโซ่ช่วงเวลาที่อลอนโซ่กำลังโรยราลงตามสังขารทำให้เรอัล มาดริดยอมทุ่มเงินสูงถึง 27 ล้านปอนด์คว้าเขามาจากเรอัล โซเซียดัดและเขาก็สามารถโชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการลงเล่นไป 20 นัดซัดไป 2 ประตูในปีแรกและในฤดูกาลต่อมาการจากไปของอลอนโซ่ทำให้เขามีความหวังในการลงสนามมากขึ้นแต่เขากลับไม่สามารถโชว์ฟอร์มเบียดนักเตะอย่างลูก้า โมดริช, โทนี่ โครส, ซามี่ เคดิร่า ได้ทำให้เขาต้องนั่งเป็นสำรองซะส่วนใหญ่จนฤดูกาลล่าสุดเขาเลยต้องเก็บกระเป๋ากลับถิ่นเก่าอย่างเรอัล โซเซียดัดด้วยค่าตัวเพียง 12 ล้านปอนด์

7. วิลเฟร็ด โบนี่ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 27 ล้านปอนด์)

อตีดดาวยิงของวิเทสส์ย้ายมาร่วมทัพหงส์ขาวด้วยราคา 14 ล้านปอนด์ก่อนจะระเบิดฟอร์มยิงประตูถล่มทลายให้สวอนซีก่อนจะโดนสอยมาร่วมทัพเรือใบสีฟ้าด้วยราคา 27 ล้านปอนด์แต่โบนี่กลับหาฟอร์มถล่มประตูแบบสมัยสวอนซีไม่เจอแถมบวกกับมียอดกองหน้าอย่างเซร์คิโอ อเกวโร่เป็นคู่แข่งอีกทำให้โบนี่ต้องตกเป็นเพียงตัวสำรองโดยเขามีโอกาสลงเล่นไปเพียง 13 เกมทำได้ 6 ประตูเรียกได้ว่าล้มเหลวมากจนในฤดูกาลนี้ทนสำรองไม่ไหวย้ายไปร่วมทัพสโต๊ค ซิตี้ด้วยสัญญายืมตัว

6. ฮวน กวาดราโด้ (เชลซี 27 ล้านปอนด์)

ปีกตัวจี๊ดชาวโคลอมเบียแจ้งเกิดเต็มตัวสมัยอยู่กับฟิออเรนติน่าในกัลโช่ เซเรีย อาก่อนที่สิงโตน้ำเงินครามจะยกเงินไปสู่ขอด้วยด้วยราคา 27 ล้านปอนด์และได้ค่าเหนื่อยสูงถึง 85,000 ต่อสัปดาห์เพื่อหวังเป็นกำลังเสริมให้กับแนวรุกแต่กวาดราโด้กลับทำไม่ได้ในสิ่งที่คาดหวังไว้เลยแม้แต่น้อยโดยลงเล่นตัวจริงไปเพียง 4 นัดจนเชลซีต้องปล่อยกลับไปอิตาลีให้กับยูเวนตุสยืมตัวจนถึงฤดูกาลนี้เรียกได้ว่าอนาคตในถ้ำสิงบลูของกวาดราโด้อาจจะใกล้หมดลงแล้วก็ได้

5. มาเตโอ โควาซิช (เรอัล มาดริด 28 ล้านปอนด์)

ดาวรุ่งพุ่งแรงชาวโครเอเชียเป็นเด็กฝึกหัดของดินาโม ซาเกร็บก่อนฉายแววจนอินเตอร์ มิลานคว้าตัวมาอยู่ด้วยในปี 2012 ก่อนจะค่อย ๆ พัฒนาขึ้นมาเรื่อย ๆ จนยึดตัวจริงของทีมได้โดยเขามีโอกาสลงเล่นไปกว่า 80 นัดใน 2 ปีภายใต้รังของงูใหญ่ก่อนจะโดนเรอัล มาดริดยักษ์ใหญ่แห่งสเปนคว้าตัวไปร่วมทีมในปี 2015 แต่การย้ายมาของโควาซิชที่มาดริดกลับไม่สามารถเบียดขึ้นเป็นตัวจริงได้เพราะภายในทีมมียอดมิดฟิลด์อยู่มากมายไม่ว่าจะเป็นโทนี่ โครส, กาเซมิโร่และรุ่นพี่ร่วมชาติอย่างลูก้า โมดริชที่ประสานงานกันได้อย่างยอดเยี่ยมจนทำให้โควาซิชต้องนั่งสำรองอยู่เป็นประจำโดยในฤดูกาลที่ผ่านมาเขาได้รับโอกาสลงเล่นไปเพียง 11 เกมทำได้ 1 ประตูกับอีก 2 แอสซิสต์และตอนนี้เราอายุเพียงแค่ 22 ปีเรียกได้ว่าเขายังมีเวลาในการแสดงให้ทุกคนเห็นเขามีฝีเท้าที่ดีเกินจะนั่งอยู่ข้างสนามแค่ไหน

4. คริสเตียน เบนเตเก้ (ลิเวอร์พูล 30 ล้านปอนด์)

กองหน้าร่างยักษ์ชาวเบลเยียมแจ้งเกิดได้อย่างยอดเยี่ยมกับแอสตัน วิลล่าจนเบรนเเดน ร็อดเจอร์สต้องของบสูงถึง 30 ล้านปอนด์สู่ขอเขามาร่วมทีมพร้อมทั้งหมายมั่นปั้นมือให้มาเป็นกองหน้าเบอร์ 1 ของทีมแล้วเขาก็ออกสตาร์ทได้อย่างดีเยี่ยมด้วยการยิงไป 5 ประตูจาก 10 เกมแรกแต่ทว่าหลังจากนั้นฟอร์มของเขากลับตกลงอย่างหน้าใจหายและด้วยการมาของเจอร์เก้น คล็อปป์ที่มาพร้อมสไตล์ที่เน้นเรื่องความฟิต, พละกำลังและความขยันซึ่งไม่ใช่สไตล์ของเขาทำให้เขาต้องนั่งสำรองอยู่เป็นประจำทำให้เขาตัดสินใจย้ายออกจากลิเวอร์พูลไปซบทีมที่เล็กกว่าอย่างคริสตัล พาเลซด้วยค่าตัว 27 ล้านปอนด์ก่อนจะกำลังไปได้สวยกับปราสาทเรือนเเก้วในเวลานี้

3. ปาโก้ อัลกาเซร์ (บาร์เซโลน่า 30 ล้านปอนด์)

อตีดดาวยิงตัวเก่งของ “ไอ้ค้างคาว” บาเลนเซียโดยอัลกาเซร์เริ่มต้นด้วยการเป็นเด็กฝึกหัดของบาเลนเซียก่อนจะพัฒนาฝีเท้าจนสามารถขึ้นมาเป็นตัวหลักของทีมโดยในฤดูกาลที่ผ่านมาเขาลงเล่นไปกว่า 40 นัดยิงได้ 15 ประตูกับอีก 6 แอสซิสต์แถมยังเคยติดทีมชาติสเปนไปแล้วอีกด้วยและด้วยความร้อนแรงของเขาบาร์เซโลน่าจึงยอมทุ่มเงินสูงถึง 30 ล้านปอนด์เพื่อลากเขาไปร่วมทีมแต่ด้วยความที่ทีมมียอดกองหน้าของโลกอย่างเมสซี่, ซัวเรซ, เนย์มาร์ยืนขวางอยู่ทำให้ตั้งแต่ย้ายมาเขามีโอกาสลงเล่นเพียง 4 นัดแถมเป็นตัวสำรองถึง 3 เกมแถมยังยิงไม่ได้เลยแม้แต่ประตูเดียว การย้ายมาร่วมทีมบาร์เซโลน่าของอัลกาเซร์อาจจะเป็นการย้ายที่ผิดพลาดไปเลยก็ได้

2. ฮาเวียร์ ปาสตอเร่ (ปารีส แซงต์ แชร์กแม็ง 35 ล้านปอนด์)

ดาวเตะตัวเก่งชาวอาร์เจนไตน์ย้ายจากปาแลร์โม่มายังปารีสด้วยราคาสูงถึง 35 ล้านปอนด์ในช่วงแรกก็สามารถปล่อยของในฤดูกาลแรกด้วยการซัดไปถึง 13 ประตูจาก 33 นัดและในปีต่อมาเขาก็ยังรักษาฟอร์มดีต่อเนื่องจนสามารถลงเล่นไปมากกว่า 44 เกมแต่หลังจากที่ปารีสเสริมทัพนักเตะชื่อดังและฝีเท้าดีมากมายทำให้โอกาสลงเล่นของปาสตอเร่ก็ลดน้อยโดยเขามีโอกาสออกสตาร์ทเป็น 11 ตัวจริงเพียงแค่ 11 เกมเท่านั้นและยังยิงได้เพียง 2 ประตูถึงแม้ตอนนี้เปแอสเชจะเปลี่ยนกุนซือมาเป็นอูไน เอเมอรี่แต่สถานการณ์ของเขายังไม่ดีขึ้นเพราะเขายังต้องตกเป็นสำรองของลูคัส มูร่าและเพื่อนร่วมชาติของเขาอย่างอังเคล ดิ มาเรีย จนตอนนี้เขามีโอกาสลงเล่นไปเพียง 3 นัดเท่านั้นในฤดูกาลนี้แต่นี่แค่เพียงเริ่มต้นถ้าปาสตอเร่เรียกฟอร์มเก่งกลับมาได้เขาอาจจะได้กลับไปเป็นตัวจริงก็ได้

1. มาริโอ เกิตเซ่ (บาเยิร์น มิวนิค 37 ล้านปอนด์)

ยอดนักเตะชาวเยอรมันยอมหักหาญน้ำใจแฟนบอลของโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์เพื่อย้ายไปร่วมทีมบาเยิร์น มิวนิคตามความฝันแต่นี้กลับเป็นจุดถอยหลังของมาริโอ เกิตเซ่อย่างแท้จริง สมัยอยู่กับดอร์ทมุนด์พัฒนาฝีเท้าขึ้นมาจนเป็นดาวเตะระดับเวิร์ลคลาสของทั้งสโมสรและทีมชาติเยอรมันจนบาเยิร์นยอมจ่ายถึง 37 ล้านปอนด์เพื่อคว้าเขามาร่วมทีมแต่เกิตเซ่กลับไม่สามารถโชว์ฟอร์มได้แบบสมัยดอร์ทมุนด์อย่างเช่นการการสร้างสรรค์เกมและการทำประตูที่ตกลงอย่างเห็นได้ชัดและในฤดูกาลที่ผ่านมาเขาถูกเลือกเป็นตัวจริงแค่ 11 เกมและยิงไปได้ 1 ประตูเท่านั้นก่อนจะตัดสินใจย้ายกลับรังเก่าอย่างโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ก็ดูเหมือนเขาจะกลับมาโชว์ฟอร์มเก่งได้อีกครั้ง

เป็นยังไงกันบ้างกับ 10 แข้งค่าตัวแพงที่นั่งก้นด้านมากกว่าได้ลงสนามเรียกได้ว่าแต่ละคนฝีเท้าสุดยอดมาก ๆ ถ้าสามารถเรียกความมั่นใจและฟอร์มการเล่นที่ดีกลับมาอีกครั้งผู้เล่นทั้ง 10 คนอาจจะกลับมาสุดยอดก็เป็นได้

บทความที่ได้ถูกแนะนำ


ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg 674cf507 6ffa 4cb7 b677 97ea8c1018e7

Kodchapan Thawanna