RahXephon อัพเดทเมื่อ 11:12 12/05/2559
Thumb lg 20160601 salvo

10 อันดับดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลพรีเมียร์ลีก

6979 Pepper

แฮรี่ร์ เคน, เจมี่ วาร์ดี้ และ กุน อเกวโร่ ต่างกำลังขับเคี่ยวตำแหน่งดาวซัลโวพรีเมียร์ลีกกันอย่างเข้มข้นอยู่ในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาลนี้

พรีเมียร์ลีก EPL premier league ดาวซัลโว football

แต่ดาวยิงทั้ง 3 คนที่ถูกกล่าวถึงข้างต้นนั้น จะมีใครซักคนไหมที่จะสามารถก้าวขึ้นไปทาบรัศมีดาวซัลโวรุ่นพี่ที่เคยทำผลงานถล่มประตูใน ลีกสูงสุดแดนผู้ดี ตลอดชีวิตค้าแข้งมาแล้วรายละกว่า 100 ประตู

10. โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ - 144 ประตู

อดีตกองหน้ากัปตันทีมของอาร์เซนอล ภายหลังจากที่ย้ายเข้ามาค้าแข้งอยู่ในอังกฤษกับ ทีมแกร่งจากลอนดอน ถึง 8 ปี แต่กลับทำได้เพียงแค่ครองถ้วย เอฟเอ คัพ ร่วมกับทีมได้เพียงหนึ่งสมัย จึงทำให้เขาตัดสินใจย้ายไปร่วม ทีมปีศาจแดง ในช่วงซัมเมอร์ปี 2012 และคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาครองได้สำเร็จตั้งแต่ปีแรกที่เข้ามา ก่อนที่จะอำลาลีกอังกฤษไปอยู่กับ เฟเนร์บาห์เช่ เมื่อช่วงซัมเมอร์ 2015

ดาวยิงชาวดัตช์เริ่มต้นอาชีพด้วยตำแหน่งปีกซ้าย ก่อนจะขยับเข้ามายืนตรงกลางพร้อมกับทักษะในการครองบอลและเทคนิคที่เนียนตา โดยมีเท้าซ้ายเป็นอาวุธสำคัญที่ทั้งแม่นยำและทรงพลัง

9. เท็ดดี้ เชอริงแฮม - 146 ประตู

อดีตหัวหอกของ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ที่ถูก แมนฯ ยูไนเต็ด ซื้อตัวเข้ามาในปี 1997 ก่อนจะประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ด้วยการช่วยทีมคว้าทริปเปิ้ลแชมป์ในอีกฤดูกาลถัดมา หลังจากนั้น 'น้าหมี' ก็ย้ายกลับไปอยู่กับ ไก่เดือยทอง อีกครั้งในปี 2001 ก่อนจะพเนจรไปร่วมทีมอยู่กับ พอร์ทสมัธ และ เวสต์แฮม

ดาวยิงทีมชาติอังกฤษ ยังเป็นเจ้าของสถิติผู้เล่นเอาต์ฟิลด์ที่อายุมากที่สุดในวัย 40 ปีกับ 272 วัน ที่ได้ลงสนามในเกมส์พรีเมียร์ลีก เชอริ่งแฮม ขึ้นชื่อการเป็นศูนย์หน้าตัวซัพพอร์ตที่เล่นบอลได้อย่างเฉลียวฉลาดและสามารถจบสกอร์ได้อย่างดีเยี่ยมด้วย

8. เลส เฟอร์ดินานด์ - 149 ประตู

อดีตดาวยิงขวัญใจแฟนๆทีมตราไก่ เริ่มต้นสร้างชื่อเสียงกับ ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส ก่อนจะถูก นิวคาสเซิล ซื้อตัวไปยืนประจำการในแดนหน้า จนกระทั่งได้ย้ายมาอยู่กับ สเปอร์ส ทีมขวัญใจในวัยเด็กของเขาเมื่อปี 1997 อดีตกองหน้าทีมชาติอังกฤษ ใช้ชีวิตอยู่ใน ไวท์ ฮาร์ทเลน 6 ฤดูกาล ก่อนจะออกเดินทางไปอยู่กับ เวสต์แฮม, เลสเตอร์ และ โบลตัน

ประตูสุดท้ายในพรีเมียร์ลีกของเขาทำได้ในการพบกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในวัยย่าง 38 ปีจากการลงทำหน้าที่ตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็คให้กับ โบลตัน 'เฟอร์ดี้' เป็นศูนย์หน้าร่างยักษ์ทรงพลังที่มีจุดเด่นในการเก็บบอลและลูกกลางอากาศที่เป็นทีเด็ด

7. ไมเคิล โอเว่น - 150 ประตู

หนึ่งในยอดดาวยิงของ ลิเวอร์พูล ที่สาวกเดอะค็อปทั้งรักทั้งชัง หลังจากฉลองวันเกิดอายุครบรอบ 17 ปีด้วยการก้าวขึ้นมาจากทีมเยาวชนและได้เซ็นต์สัญญาเป็นนักเตะอาชีพกับ หงส์แดง ตลอดระยะเวลา 8 ฤดูกาล 'เบบี้โกล' ถล่มประตูให้ทีมไปกว่า 100 ลูกในลีก ก่อนจะแยกทางกันแบบไม่สวยนักด้วยการเดินทางไปเล่นอยู่กับ รีล มาดริด และย้ายกลับมาอยู่กับ นิวคาสเซิล ก่อนจะมาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกกับ แมนฯ ยูไนเต็ด และแขวนสตั๊ดกับ สโต๊ค ซิตี้ ในท้ายที่สุด

ด้วยฝีเท้าที่ว่องไวปานติดจรวด และจังหวะจบสกอร์ที่คมกริบ โอเว่น ยังขึ้นทำเนียบดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลอันดับ 5 ของ ทีมสิงโตคำราม ที่ 40 ประตูจากการลงเล่น 89 เกมส์อีกด้วย

6. ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ - 163 ประตู

สุดยอดหัวหอกในตำนานของหงส์แดงที่ก้าวขึ้นมาจากนักเตะทีมเยาวชน โดยมีเส้นทางที่คล้ายๆกับ โอเว่น เมื่อเขาเริ่มต้นเซ็นต์สัญญาอาชีพกับ ลิเวอร์พูล ในวัยเพียง 17 ปี ก่อนจะลงล่าตาข่ายให้กับทีมอยู่ 8 ฤดูกาลโดยยิงไปได้ 100 กว่าลูก ฟาวเลอร์ ย้ายออกไปอยู่กับ ลีดส์ ในปี 2001 และเดินทางต่อไปอยู่กับ แมนฯ ซิตี้ ก่อนจะหวนกลับมาซบรัง แอนฟิลด์ อีกครั้งเป็นเวลาหนึ่งฤดูกาลในปี 2006

'เดอะก็อด' เป็นดาวยิงที่มีวิญญาณเพชฌฆาตอยู่อย่างเต็มตัว เขามักจะอยู่ถูกที่ถูกเวลา นอกจากความเร็วและเทคนิคที่มีอยู่ในตัวแล้ว เท้าซ้ายของเขายังเป็นอาวุธสำคัญที่ทำให้แนวรับฝั่งตรงข้ามต้องหวาดผวา แต่น่าเสียดายที่ อดีตหัวหอกของทีมเมืองทอง ไม่ค่อยได้มีผลงานที่เป็นชิ้นเป็นอันกับทีมชาติอังกฤษซักเท่าไร

5. เธียร์รี่ อองรี - 175 ประตู

ดาวยิงหมายเลข 1 ตลอดกาลของ ไอ้ปืนใหญ่ ผู้เป็นเจ้าของสถิติทำประตูสูงสุดตลอดกาลของทีม ซึ่งทั้ง 175 ประตูที่เขาทำได้ใน พรีเมียร์ลีก ก็มาจากการอยู่กับ อาร์เซนอล เพียงแห่งเดียวด้วย ศูนย์หน้าทีมชาติฝรั่งเศส ถูก อาร์แซน เวนเกอร์ ดึงตัวเข้ามาเมื่อปี 1999 จาก ยูเวนตุส ในขณะที่กำลังประสบปัญหากับการปรับตัวในลีกอิตาลีภายหลังจากที่ย้ายออกมาจาก โมนาโก

ภายใน 8 ฤดูกาลที่ ลอนดอน เขาเปลี่ยนสภาพตัวเองจากผู้เล่นปีกดาวรุ่งจนกลายเป็นยอดกองหน้าระดับโลก ด้วยสปีดที่รวดเร็ว เทคนิคและการลากเลื้อยที่เหนือชั้น รวมถึงการจบสกอร์ที่ยอดเยี่ยมทั้งจากจังหวะสับไกในระยะต่างๆรวมถึงความเยือกเย็นในการเผชิญหน้าเดี่ยวๆกับผู้รักษาประตู

4. แฟรงค์ แลมพาร์ด - 177 ประตู

ถือเป็นรายชื่อที่มีความโดดเด่นที่สุดในลิสต์นี้ เนื่องจากเขาคือนักเตะที่ไม่ได้ลงเล่นอยู่ในตำแหน่งกองหน้า! อดีตมิดฟิลด์ขวัญใจของแฟนๆสิงห์บลู เคยเป็นนักเตะฝึกหัดของ เวสต์แฮม ก่อนจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นชุดใหญ่ในเวลาต่อมา 'แลมพ์' ย้ายเข้ามาสู่รัง สแตมฟอร์ด บริดจ์ ในปี 2001 และกลายเป็นผู้เล่นตัวหลักของทีมนับตั้งแต่นั้น

ภายในระยะเวลา 13 ปีที่นี่ กองกลางทีมชาติอังกฤษ ช่วยบันดาลความสำเร็จด้วยการพา เชลซี กวาดแชมป์ในประเทศมาหมดแล้วทุกรางวัล รวมถึงการได้ชูถ้วยยุโรปทั้ง 2 ใบ ด้วยความสามารถรอบด้านที่สามารถลงเล่นในแผงกองกลางได้ทุกตำแหน่ง เต็มเปี่ยมไปได้พละกำลัง มีความสามารถในการอ่านเกมส์ มีเทคนิคเฉพาะตัวและการผ่านบอลที่ดี รวมถึงการสอดขึ้นไปหาพื้นที่ในกรอบเขตโทษอันยอดเยี่ยม รวมถึงลูกยิงแถวสองที่หนักหน่วงและแม่นยำ

3. แอนดี้ โคล - 187 ประตู

ยอดดาวยิงผิวหมึกชาวอังกฤษ ที่แม้จะยิงประตูได้อย่างถล่มทลายในลีกแต่กลับไม่ค่อยได้รับโอกาสในนามทีมชาติเท่าที่ควร จากอดีตเด็กปั้นของ อาร์เซนอล ที่ย้ายไปสร้างชื่อเสียงกับ นิวคาสเซิล จนกระทั่งถูก เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ซื้อตัวเข้ามายังถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อปี 1995 ถึงแม้จะเริ่มต้นโชว์ฟอร์มในช่วงแรกๆได้ไม่ดีซักเท่าไร แต่หลังจากที่ 'คิงโคล' เริ่มปรับตัวได้ ด้วยฝีเท้าที่ว่องไวบวกกับการหาพื้นที่อันยอดเยี่ยมก็สามารถถล่มประตูรวมในลีกให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ตลอดช่วงระยะเวลา 6 ฤดูกาลไปเกือบ 100 ลูก

ในปี 2001 เขาก็เริ่มออกเดินทางอีกครั้งโดยย้ายไปอยู่กับ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส 3 ฤดูกาล ก่อนจะพเนจรเร่ร่อนไปยัง ฟูแล่ม, แมนฯ ซิตี้, พอร์ทสมัธ, เบอร์มิ่งแฮม และ ซันเดอร์แลนด์ สโมสรสุดท้ายที่เขาได้ลงเตะในลีกสูงสุดของประเทศ

2. เวย์น รูนี่ย์ - 192(?) ประตู

หนึ่งเดียวจากในรายชื่อนี้ที่ยังคงค้าแข้งอยู่ในปัจจุบัน อดีตเด็กปั้นของ เอฟเวอร์ตัน ที่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นชุดใหญ่ในทีมเมื่อปี 2002 โดยประตูแรกในพรีเมียร์ลีกของเขามาจากเกมส์ที่พบกับ อาร์เซนอล ใน กูดิสัน พาร์ค เมื่อ เจ้าหนูวัยยังไม่ครบ 17 ปีเต็ม ถูกเปลี่ยนตัวลงไปเป็นตัวสำรองในช่วง 10 นาทีสุดท้ายก่อนจะกระหน่ำประตูชัยช่วงท้ายเกมส์ให้กับทีม พร้อมกับหยุดสถิติไร้พ่าย 30 นัดของทีมเยือนอีกด้วย

หลังจากวาดลวดลายอยู่กับ ท็อฟฟี่สีน้ำเงิน ได้เพียง 2 ฤดูกาล ก็ถูกทาง แมนฯ ยูไนเต็ด ทุ่มเงินก้อนโตซื้อตัวไปร่วมทีมในปี 2004 และอยู่ร่วมสร้างความสำเร็จกับ ปีศาจแดง มาจนถึงทุกวันนี้ รูนี่ย์ ยังได้รับหน้าที่สวมปลอกแขนกัปตันทีมทั้งในสโมสรและในทีมชาติอังกฤษไล่เลี่ยกันเมื่อปี 2014

1. อลัน เชียร์เรอร์ - 260 ประตู

มาถึงอันดับหนึ่งในลิสต์รายชื่อนี้ ซึ่งเชื่อว่าแฟนบอลรุ่นเก๋าคงจะรู้จักกันดี 'ฮ็อตช็อต' เริ่มต้นอาชีพค้าแข้งกับ เซาแธมป์ตัน ก่อนที่จะย้ายไปอยู่กับทีมเงินถุงเงินถังในยุคนั้นอย่าง แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส เมื่อปี 1992 พร้อมประสบความสำเร็จสูงสุดด้วยการครองแชมป์พรีเมียร์ลีกในอีก 2 ฤดูกาลถัดมา จนกระทั่งปี 1996 เขาก็ได้ย้ายไปอยู่กับ นิวคาสเซิล ทีมในดวงใจด้วยค่าตัวที่เป็นสถิติและอยู่โยงมาจนกระทั่งแขวนสตั๊ดไปเมื่อปี 2006

อดีตดาวยิงกัปตันทีมสิงโตคำราม เป็นศูนย์หน้าในสไตล์ฟุตบอลอังกฤษแบบคลาสสิค ที่มีจุดเด่นทางด้านพละกำลังและสภาพร่างกายที่แข็งแกร่ง เขามีลูกยิงทั้งสองเท้าที่หนักหน่วงและแม่นยำ รวมถึงทีเด็ดในลูกอากาศทั้งๆที่ก็มีส่วนสูงไม่มากเท่าไรนัก แต่ในอีกมุมนึง เชียร์เรอร์ ก็มักจะถูกมองว่าเป็นผู้เล่นจอมตุกติก ที่มีกางศอกขณะเบียดแย่งหรือบังบอลให้เห็นอยู่บ่อยครั้งเช่นกัน

บทความที่ได้ถูกแนะนำ


ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg 030c6fd7 bbf5 4570 b6dc d8ef319b25dc

RahXephon