Sujate Wanchat 2561/12/04 17:03
Thumb lg 6d8f0d0b bb52 435f 9846 d5e059a9829e

"แสงสีฟ้า" ภัยร้ายใกล้ตัวของคนยุคดิจิทัล !!

73 Pepper

หากไม่อยากสูญเสียความสามารถในการมองเห็นก่อนวัยอันควร ก็อยากจะนำเรียนทุกท่านให้เห็นความอันตรายของเเสงสีฟ้า หากไม่เชื่อโปรดเข้ามาอ่่านในนี้ !

ดวงตา เเสงสีฟ้า สุขภาพ เรตินอล

สวัสดีเพื่อนๆชาว Pepper ทุกคน กลับมาพบกันเป็นประจำทุกวันเช่นเคยกับเรื่องราวสาระดีๆ สำหรับวันนี้เราจะพาเพื่อนๆมาเติมความรู้เรื่องสุขภาพกันหน่อย เพื่อนๆทราบมั้ยครับว่าในชีวิตประจำวันของเราในแต่ละวันนั้นดวงตาของเราได้รับความเสี่ยงต่อการเสื่อมสภาพเพิ่มมากขึ้นโดยที่หลายคนไม่เคยได้รู้ตัวมาก่อน ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะตาของคนที่ทำงานปกติทั่วไปที่ต้องทำงานอยู่กับอุปกรณ์ไอทีไม่ว่าจะเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนทั้งวันนั้นทำให้ดวงตาของคุณมีโอกาสได้รับแสงสีฟ้าจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพิ่มมากขึ้น ซึ่งแสงสีฟ้านี่แหละครับคือตัวการที่ทำให้จอประสาทตาเราเสื่อม แม้หลายคนอาจจะเคยได้ยินเรื่องนี้มานานแต่ก็ไม่เคยได้ใส่ใจ ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะหลายคนเข้าใจว่าเป็นการปั้นแต่งเรื่องขึ้นมาเพื่อหาเรื่องขายของ เช่นอุปกรณ์หรือแว่นกรองแสงสีฟ้า แล้วก็เข้าใจว่าแสงสีไหนๆก็เหมือนกันนั่นแหล่ะทำไม่ถึงต้องจำเพาะว่าสีฟ้าด้วยที่เป็นอันตราย ยิ่งคนที่รักสีฟ้านี่ไปคุยเรื่องนี้กับเค้าไม่ได้เลยนะ เดี๋ยวเค้าจะเคืองเอา ซึ่งจริงๆแล้วมันมีหลักการทางวิทยาศาสตร์และผลการศึกษาวิจัยรองรับมากมายว่าแสงสีฟ้านั้นอันตรายจริงๆครับ โดยเฉพาะกับดวงตาซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญของร่างกายเราด้วย ซึ่งมันเป็นเช่นนั้นได้อย่างไรเราก็อยากให้เพื่อนลองเปิดใจอ่านข้อมูลในนี้ดูครับ

#1. ทำไมเเสงสีฟ้าถึงอันตราย ?

หากคุณยังจำได้แค่ลองไปพลิกตำราวิชาฟิสิกส์สมัยเรียน ม. ปลายเรื่องแสงดู เอาแค่เรื่องสเปกตรัมคุณก็จะทราบแล้วว่าแสงแต่ละสีนั้นมีคลื่นความถี่ที่แตกต่างกัน โดยแสงสีฟ้านั้นเป็นแสงที่มีช่วงความถี่สั้นจึงเป็นแสงที่มีพลังงานสูง และด้วยความที่มันมีพลังงานสูงที่แหละครับทำให้มันสามารถทำลายประสาทของดวงตาเราได้ ซึ่งนี่ก็คือเหตุผลทางด้านฟิสิกส์เท่านั้น ทีนี้เราลองมาดูในทางการแพทย์กันบ้างนะครับ ซึ่งผมของหยิบยกผลจากงานวิจัยที่ทำโดยทีมวิจัยจาก ม. โทเลโด ในสหรัฐอเมริกาที่พวกเค้าเคยตีพิมพ์ไว้ในวารสาร Science Report ซึ่งพวกเค้าได้พบว่าดวงตาที่จ้องมองแสงสีฟ้าเป็นเวลานานติดต่อกันแสงสีฟ้าจะเข้าไปทำปฏิกิริยาภายในดวงตาทำจนก่อให้เกิดสารพิษในเซลล์รับแสงซึ่งเป็นสาเหตุของโรคจอประสาทตาเสื่อม

#2. วีธีการทำลายดวงตาของเเสงสีฟ้า

โดยทีมวิจัยยังได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่าแสงสีฟ้าเป็นคลื่นสั้นที่ดวงตาของคนเราได้รับแล้วไม่สามารถสะท้อนหรือป้องกันออกไปได้มันจึงเข้าไปจัดการทำปฏิกิริยากับ “เรตินอล” (Retinal) ซึ่งเป็นสารเคมีที่ช่วยในการมองเห็นของจอตาจนเกิดเป็นโมเลกุลพิษไปทำลายเยื่อหุ้มเซลล์รับแสงให้ตายลงในที่สุด จนเป็นเห็นให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบนี้มีโอกาสสูญเสียการมองเห็นแบบ 100% เพราะจอตาไม่สามารถส่งสัญญาณสื่อประสาทไปยังสมองได้ซึ่งเป็นสิ่งที่น่ากลัวมากเลยเลยนะครับ

#3. เเสงสีฟ้าอันตรายอย่างเเท้จริงต่อเซลล์ที่มีเรตินอล

แหล่ะเพื่อเป็นการขยายผลการศึกษาวิจัยเพื่อดูว่าแสงสีฟ้านี้ร้ายกาจแค่ไหน ทีมวิจัยยังได้ทำการทดลองยิงลำแสงสีฟ้าไปยังเซลล์ชนิดอื่นๆนอกจากเซลล์ตาที่มีสารเรตินอลบรรจุอยู่ภายในเซลล์ เช่น เซลล์ประสาท เซลล์หัวใจ หรือเซลล์มะเร็ง ซึ่งผลก็เป็นไปตามคาดเลยครับ แสงสีฟ้าสามารถก่อเกิดปฏิกิริยาสร้างโมเลกุลพิษจนเป็นเหตุให้เซลล์เหล่านั้นตายลงได้ทั้งหมด

เมื่อเพื่อนๆได้อ่านมาถึงตรงนี้คงทราบแล้วนะครับว่าแสงสีฟ้านั้นมีอันตรายจริงๆ ไม่ใช่เป็นเพียงการปั้นแต่งเรื่องขึ้นมาให้คนกลัวแล้วนำเสนอขายสินค้าอย่างที่ใครหลายๆคนเข้าใจ และเราก็เชื่อว่าคงไม่มีใครอยากสูญเสียความสามารถในการมองเห็นหรือแม้กระทั่ง “ตาบอด” ทุกคนจึงควรใส่ใจในเรื่องนี้ เพราะปัจจุบันโรคจอประสาทตาเสื่อมยังไม่มีหนทางรักษานะครับ เป็นแล้วเป็นเลย บอดแล้วบอดเลยนะ โดยโรคจอประสาทตาเสื่อมนี้เป็นสาเหตุหลักเลยที่ทำให้ผู้สูงวัยที่มีอายุในช่วง 50-70 สูญเสียการมองเห็น บางคนแม้จะไม่ได้บอดสนิทแต่ก็เป็นอุปสรรคในการดำรงชีวิตไม่น้อย ดังนั้นเรารีบมาใส่ใจเรื่องนี้กันตั้งแต่วันนี้ หาซื้ออุปกรณ์ที่จัดการกับแสงสีฟ้า และต้องไม่เล่นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในที่มืดกันจะดีกว่า ที่สำคัญคนที่งานอยู่หน้าจอคอมพ์ฯหนักๆในแต่ละวันควรพักสายตาบ้างนะครับ ดวงตาของคุณจะได้อยู่กับคุณไปนานๆ

คุณเคยเชื่อเรื่องเเสงสีฟ้าเป็นอันตรายต่อดวงตามาก่อนมั้ย?

Preload

Author

Thumb lg 89e7a0ba 6595 4012 b477 c984552a42b2

Sujate Wanchat

เบ้ง พรีเมี่ยม คอนเทนด์

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!