Aekkung 2561/11/26 16:10
Thumb lg cc08125a 8bc4 4d5c 8435 af5f86f4f400

คนมันโหด! 9 นักเตะระดับโลกที่เคยบาดเจ็บสาหัส แต่ยังกลับมาเล่นได้เทพเหมือนเดิม

147 Pepper

อาการบาดเจ็บ คือความโชคร้ายของนักกีฬา โดยเฉพาะนักฟุตบอล การบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อ หรือกระดูก เป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเป็นปกติในกีฬาฟุตบอล

football injured

ไม่บ่อยครั้งนักที่นักฟุตบอลมีอาการบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อแล้วสามารถกลับมาเล่นได้ภายใน 1สัปดาห์ หรือ1เดือน สำหรับคนที่ไม่โชคดีเช่นนั้นมันคืออาการบาดเจ็บที่ยาวนานเหมือนอยู่ในนรกเลยทีเดียว
และสำหรับอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อที่รุนแรงที่สุดก็คือ การบาดเจ็บที่เส้นเอ็นไขว้หน้าหัวเข่า ซึ่งนั่นส่งผลให้นักเตะคนนั้นไม่สามารถใช้เข่าได้เลยทีเดียว เพราะเส้นที่ว่าอยู่ภายในหัวเข่า ส่งผลต่อความมั่นคงของข้อต่อ คือจุดเชื่อมต่อกล้ามเนื้อระหว่างต้นขากับหน้าแข้งหรือน่อง ซึ่งนักฟุตบอลส่วนใหญ่จะเกิดการบาดเจ็บที่ส่วนนี้ แต่ต้องขอบคุณวิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ทำให้นักฟุตบอลในปัจจุบันสามารถกลับมาเล่นได้อีกครั้ง หากย้อนไปในยุคหลายสิบปีก่อน มันคือการบาดเจ็บที่จบเส้นทางชีวิตนักฟุตบอลเลยทีเดียว

และนี่คือ 9 นักเตะระดับโลก ที่เกิดการบาดเจ็บนี้ แต่กลับมาเล่นได้ดีเหมือนเดิม หรือเล่นได้ดีกว่าเดิมเสียอีก เสมือนว่าอาการบาดเจ็บที่เคยเกิดขึ้นเป็นเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น

1.Radamel Falcao

สำหรับ ราดาเมล ฟัลเกา เคยได้รับบาดเจ็บกับเข่าถึง 2ข้างเลยทีเดียว ครั้งแรกคือ สมัยอยู่ ริเวอร์ เพลท เขาเคยเจ็บที่เข่าด้านขวา จนทำให้ต้องพักไป 2เดือน จนกลับมาเล่นอีก ได้ไม่นาน เจ้าตัวก็เกิดอาการบาดเจ็บที่เดิม แต่อาการหนักกว่าเดิมอีก จนทำให้ต้องพักไป 10 เดือนทีเดียว แต่หลังจากนั้นเขากลับมีฝีมือในการเล่นยิ่งกว่าเดิมเสียอีกหลังจากย้ายมายัง ปอร์โต้ และแอตเลติโก้ มาดริด จนกระทั้งสมัยอยู่โมนาโกก็เกิดอาการบาดเจ็บที่เดิมอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นขาข้างซ้าย ซึ่งหลังจากรักษาเสร็จตัวก็มีทีมใหญ่จากยุโรปอย่าง แมนยูไนเตด และเชลซี มายืมไปเล่น แต่ก็กลับล้มเหลว จนกระทั่งกลับมาโมนาโกอีกครั้ง เขาพาทีมคว้าแชมป์ลีกในปี 2016/17 ได้สำเร็จ ด้วยสถิติการทำประตู 21ประตู จาก 29เกม และยังคงเป็นกองหน้าเบอร์ 1 ของทีมชาติโคลัมเบีย

2.Alan Shearer

ตำนานแห่งพรีเมียร์ลีกรายนี้ ได้รับบาดเจ็บที่เอ็นไขว้หลังเข่าตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่ลงเล่นให้กับ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส แต่หลังจากรักษาตัวหายเสร็จปุ๊บเขาก็ระเบิดประตูให้กับทีมกุหลาบไฟไป 31ประตู จาก 40เกม ทำให้ฤดูกาลนั้นเขาได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของสื่อมวลชลทันที แต่หลังจากนั้นอีกไม่กี่ปี สมัยอยู่นิวคาสเซิล เชียร์เร่อได้รับบาดเจ็บที่เอ็นข้อเท้า และนั่นก็เป็นอีกครั้งที่การบาดเจ็บไม่เคยทำให้เขาฟอร์มตกลงเลย เขาทำประตูได้อย่างต่อเนื่องได้อย่างยาวนาน จนสร้างสถิติกลายเป็นนักเตะที่ยิงเยอะที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกด้วยประตูทั้งหมด 260ประตู

3.Alessandro Del Piero

คล้ายๆกับฟัลเกา เขาได้รับบาดเจ็บที่เอ็นไขว้หลังเข้าขวา ในช่วงพีคของเขา เป็นช่วงเวลาที่เขาคือหนึ่งในยอดกองหน้าที่ดีที่สุดในโลกในเวลานั้น ซึ่งก่อนที่จะบาดเจ็บเขาทำประตูไป 32ประตู จาก 42เกม ช่วยให้ยูเว่เป็นแชมป์ลีก และเป็นรองแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก แต่หลังจากหายเจ็บกลับมาเขาได้ย้ายตำแหน่งลงมาเป็นหน้าต่ำ เป็นครองตำแหน่งตัวหลักของยูเว่มาถึง 13ฤดูกาล และจุดพีคที่สุดของเขาคือการช่วยพาทีมชาติอิตาลีเป็นแชมป์ฟุตบอลโลกในปี 2006 และหลังจากนั้นปิเอโร่ในวัย 40ปี เขายังคงเล่นฟุตบอลในประเทศออสเตรเลีย และอินเดีย

4.Ruud van Nistelrooy

สมัยดาวรุ่งเขาเป็นกองหน้าสุดโหดของ พีเอสวี ไอน์โฮเฟ่น ที่ยิงไปถึง 29ประตู จาก 23เกม ในฤดูกาล 1999-2000 จนทำให้แมนยูไนเต็ดคว้าตัวเขามาด้วยสถิติสโมสร 18.5ล้านปอนด์ ก่อนที่ รุด ฟานนอสเตลรอย จะประสบปัญหาอาการบาดเจ็บในภายหลัง ก่อนที่จะถึงวันเปิดตัวกับแมนยู ฟาน นิสเตลรอยได้บาดเจ็บที่เอ็นไขว้หลังเข่าขวา ซึ่งนั่นอาจหมายความว่า การลงทุนครั้งนี้ของ เซอร์ อเล็ก เฟอร์กูสัน อาจศูนย์เปล่า แต่การบาดเจ็บนั่นไม่ได้ส่งผลต่อการเล่นของเขาสักนิด เมื่อ ฟาน นิสเเตลรอย ซัดประตูให้ปีศาจแดงไปถึง 150ลูก จาก 219เกม ก่อนที่จะไปโลดแล่นอยู่ในลีกสเปน และเยอรมัน

5.Roberto Baggio

หนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดในยุคของเขา ผู้ที่ครั้งหนึ่งเคยได้บัลลงดอร์ในปี 1993 โรเบอร์โต้ บาจโจ้ หรือ เปียทองคำ เคยประสบปัญหาอาการบาดเจ็บเอ็นไขว้หลังหัวเข่าขวา และกล้ามเนื้อตรงจุดนั้นฉีกขาดอย่างรุนแรง ในสมัยยังเป็นดาวรุ่งอายุเพียงแค่ 18ปี เป็นตอนสมัยที่เล่นให้กับ ฟิออเรนติน่า และหลังจากนั้นอีกครั้ง กับ ยูเวนตุส ในฤดูกาล 1994–95 เขาเจ็บนานจนทีมม้าลายต้องขายเขาออกไป แต่นอกเหนือจากช่วงเวลารักษาตัวแล้ว เขาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมกับ ยูเว่ เอซี มิลาน และ อินเตอร์ มิลาน กับอีก 56เกมในทีมชาติอิตาลี

6.Roy Keane

หัวใจของทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเตดรายนี้ เล่นได้อย่างยอดเยี่ยมมาร่วม 10ปี จนกระทั่งได้รับอาการบาดเจ็บเอ็นไขว้หลังหัวเข่าเมื่อฤดูกาล 1997/98 ซึ่งส่งผลให้ทีมปีศาจแดงเสียแชมป์ให้กับ อาร์เซน่อลไปเลยทีเดียว คีนบาดเจ็บจากการกระแทบของ อาล์ฟ อิงเก้ ฮาแลนด์ กองกลาง ลีดส์ ยูไนเตด และ นอร์เวย์ ซึ่งการกองกลางสไตล์ บ็อก-ทู-บ็อก รายนี้ไปส่งผลให้ แมนยูห่างหายจากการคว้าแชมป์ไปหลายปี จนกระทั่งกลับมาคว้าทริปเปิลแชมป์ ในฤดูกาล 1998/99 ต้อนรับการกลับมาของ คีน

7.Xavi

นักเตะผู้ลงเล่นให้กับบาร์เซโลน่ามากที่สุดรายนี้ เคยได้รับบาดเจ็บเอ็นหลังหัวเข่าในปี 2006 และทำให้ส่งผลต่อทีมไม่น้อย ในช่วงฤดูกาล 2005-06 เอ็ดมิลสัน ต้องรับหน้าที่แทนในตำแหน่งของเขาร่วม 4เดือน ซึ่งนั่นทำให้เขาพลาดลงเล่นในฟุตบอลโลก 2006 และเป็นเพียงตัวสำรองเท่านั้นในนัดเกมเจอกับ อาร์เซน่อล ในนัดชิงยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก

8.Francesco Totti

ในฤดูกาล 2007-08 กัปตันของทีมโรม่าอย่าง ฟรานเชสโก้ ต๊อตติ ได้รับบาดเจ็บเอ็นไขว้หลังหัวเข่า หลังเกมที่เจอกับ ลิวอร์โน่ ซึ่งทำให้พลาดการช่วยทีมในศึก โคปปา อิตาเลีย ไปหลายสัปดาห์ ต๊อตติพักรักษาตัวอยู่ 4เดือน กว่าจะกลับมาลงเล่นได้ ซึ่งก็ทันตอนเปิดฤดูกาลใหม่พอดี ในวัย 40ปี ต๊อตติยังคงลงเล่นให้กับโรม่า จนถึงฤดูกาล 2016/17 กลายเป็นนักเตะสโมสรเดียวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

9.Robert Pires

โรแบร์ ปิแรส ในฤดูกาล 2001-02 เขาสร้างชื่อเป็นซุปเปอร์สตาร์ของทีมได้เทียบเท่ากับ เธียร์รี่ อองรี เดนนิส เบิร์กแคมพ์ และ พาทริค วิเอร่า โดนได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมโดยสื่อมวลชล แต่หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ได้รับบาดเจ็บที่เอ็นไขว้หลังหัวเข่า การบาดเจ็บครั้งนั้นทำให้ปิแรส พลาดในการไปเล่นในปุตบอลโลก 2002 (ในปีนั้นฝรั่งเศสตกรอบแ่งกลุ่มอย่างน่าอับอาย) และทีมไอ้ปืนใหญ่ไม่ได้งานเขานานถึง 7ดือน จนทำให้ฤดูกาล 2002-03 แมนเชสเตอร์ ยูไนเตดเป็นฝ่ายคว้าแชมป์ไป

แน่นอนว่า นักเตะที่ยิ่งใหญ่เหล่านี้ไม่มีใครอยากให้เหตุการณ์บาดเจ็บเอ็นไขว้หลังหัวเข่ากับพวกเขา เพราะมันมีผลกระทบต่อทีมอย่างมาก และเจ้าตัวก็อาจกลับมาไม่เหมือนเดิม เพราะต้องใช้เวลารักษาเป็นเวลานาน แต่ถึงอย่างนั้น นักเตะที่เกล่ามาข้างต้นถือว่าเป็นนักเตะที่โชคดีที่สามารถกลับมาเล่นได้อย่างเทพเหมือนเดิม แต่อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาที่ศูนย์เสียพวกเขาไปก็ถือเป็นการศูนย์เสียที่ใหญ่หลวงอยู่ดี

ในนักเตะที่กล่าวถึง การบาดเจ็บของคนไหนส่งผลกระทบต่อทีมมากที่สุด?

Preload

Author

Thumb lg 7fe93d15 0040 4f80 84f5 046140f97d49

Aekkung

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!