RahXephon อัพเดทเมื่อ 17:14 17/05/2559
Thumb lg score euro2016

10 ดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลในทัวร์นาเม้นต์ EURO!

5917 Pepper

จบลงไปแล้วสำหรับยูโร 2016 ในปีนี้ มาอัพเดทดาวซัลโวตลอดกาลของทัวร์นาเม้นต์นี้กัน!!

football Euro 2016 UEFA ยูโร 2016 ฟุตบอล

ยูโร 2016 ที่จะจัดขึ้นที่ประเทศฝรั่งเศสในช่วงซัมเมอร์นี้ นับเป็นครั้งที่ 15 ของรายการแข่งขันฟุตบอลทัวร์นาเมนต์ระดับเมเจอร์ที่มีผู้ชมตั้งตารอคอยมากที่สุด ซึ่งจากอดีตที่ผ่านมามีนักเตะหลายคนที่เข้าร่วมการแข่งขันนี้สามารถแจ้งเกิดและสร้างชื่อเสียงจนเป็นที่รู้จักในวงกว้าง เราจะมาย้อนอดีตกันซักนิดว่าเคยมีสุดยอดดาวยิงคนใดที่เคยฝากผลงานถล่มประตูในทัวร์นาเมนต์นี้ไว้มากที่สุด และรวมถึงการอัพเดทของศึกยูโร2016 ที่จบลงไปแล้วด้วย

10. นูโน่ โกเมส: 6 ประตู จาก 14 เกมส์

ปีเข้าร่วมแข่งขัน: 2000 - 2008

ดาวยิงรูปหล่อชาวโปรตุเกส เป็นนักเตะคนที่สี่ในประวัติศาสตร์ที่สามารถยิงประตูใน ศึกยูโรรอบสุดท้าย ได้ติดต่อกัน 3 ทัวร์นาเมนต์ โดยเริ่มต้นในปี 2000 ที่ เบลเยี่ยม และ ฮอลแลนด์ จับมือกันเป็นเจ้าภาพร่วม เมื่อ อดีตหัวหอกชื่อดังของเบนฟิก้า ประเดิมทำประตูแรกได้ในนัดเปิดสนามของทีมที่พบกับ อังกฤษ ก่อนจะมายิงได้อีก 3 ลูกจาก 2 เกมส์ในรอบน็อคเอาท์

ภายหลังจากจบศึกยูโร 2000 ด้วยสถิติ 4 ประตูจาก 3 เกมส์ โกเมส ก็มาทำเพิ่มได้อีก 2 ลูก จาก ยูโร 2004 และ 2008 รายการละประตู

9. ซลาตัน อิบราฮิโมวิช: 6 ประตู จาก 13 เกมส์

ปีเข้าร่วมแข่งขัน: 2004 - 2016

ดาวยิงเจ้าพ่อท่ายาก ไม่เพียงเป็นสุดยอดหัวหอกของทีมชาติสวีเดน แต่เขายังเป็นหนึ่งในศูนย์หน้าระดับท็อปคลาสของวงการลูกหนังโลกตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา จากลีลาการจบสกอร์แบบหวือหวาสุดพิสดาร และความเฉียบคมที่สามารถถล่มประตูคู่แข่งได้อย่างถล่มทลายในทุกๆสโมสรที่เขาเคยร่วมสังกัดด้วย

ดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของทีมไวกิ้ง เข้าร่วมศึกยูโรครั้งแรกในปี 2004 โดยตลอด 3 ครั้งที่ผ่านมา เขายิงได้ทัวร์นาเมนต์ละ 2 ประตูเท่ากันมาโดยตลอด แต่ถึงกระนั้น ซลาตัน ก็ยังเป็นหนึ่งในสามรายจากบรรดานักเตะในลิสต์นี้ที่ยังมีโอกาสบวกประตูเพิ่มในยูโร 2016 นอกเหนือไปจาก รูนี่ย์ และ โรนัลโด้ แต่ก็ตกรอบโดยทำประตูไม่ได้เลย

8. เธียร์รี่ อองรี: 6 ประตู จาก 11 เกมส์

ปีเข้าร่วมแข่งขัน: 2000 - 2008

สุดยอดดาวยิงในตำนานของ อาร์เซนอล ผู้เคยประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่กับทีมชาติฝรั่งเศสด้วยการเป็นหนึ่งในทีมชุดที่ได้ชูถ้วย เวิลด์คัพ 1998 และคว้าแชมป์ ยูโร 2000 มาแล้ว โดยเฉพาะในรายการหลังนั้น อองรี ยิงได้รวมกัน 3 ประตู ซึ่งหนึ่งในนั้นคือประตูตีเสมอ 1-1 ในรอบรองชนะเลิศกับ โปรตุเกส ที่มีส่วนสำคัญให้พวกเขาผ่านเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศกับ อิตาลี จนสามารถคว้าถ้วยรางวัลมาครอง

อดีตดาวเตะที่ปัจจุบันผันตัวเองมาเป็นนักวิเคราะห์ให้กับ สกาย สปอร์ตส์ มาทำเพิ่มได้อีก 2 ลูกใน ยูโร 2004 ก่อนจะมาบวกเพิ่มได้อีกเพียงประตูเดียวในยูโร 2008

7. เวย์น รูนี่ย์: 6 ประตู จาก 10 เกมส์

ปีเข้าร่วมแข่งขัน: 2004 - ปัจจุบัน

คงปฏิเสธไม่ได้ว่า กัปตันทีมสิงโตคำราม คนปัจจุบันคือหนึ่งในนักฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดทั้งในระดับสโมสรและในนามทีมชาติ จากการเปิดตัวเป็นครั้งแรกอย่างสวยหรูใน ยูโร 2004 ที่ โปรตุเกส ด้วยสถิติการเป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดที่ทำประตูได้ในทัวร์นาเมนต์นี้ จากการเหมาคนเดียว 2 ประตูในเกมส์ที่พบกับ สวิตเซอร์แลนด์ ก่อนจะถูก โยฮัน ฟอนลันเตน ทำลายสถิติลงในอีก 4 วันถัดมา

รูนี่ย์ จบศึก ยูโร 2004 โดยยิงได้ 4 ประตู จาก 4 เกมส์ รวมถึงติดอยู่ในทีมยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์นี้ด้วย ซึ่งเขาก็ยังมีโอกาสบวกสกอร์เพิ่มให้กับตนเองที่ ฝรั่งเศส ในช่วงกลางปีนี้ หลังจากมายิงเพิ่มได้อีกเพียง 1 ประตูในยูโร 2012 และอีก 1 ประตูจากการพบกันในศึกยูโร 2016 ของทีมชาติอังกฤษกับไอซ์แลนด์

6. แพทริค ไคลเวิร์ต: 6 ประตู จาก 9 เกมส์

ปีเข้าร่วมแข่งขัน: 1996 - 2000

ยอดดาวยิงเชื้อสายดัตช์ ที่เคยใช้ชีวิตค้าแข้งในช่วงพีคอยู่กับยอดทีมอย่าง อาแจ็กซ์, เอซี มิลาน และ บาร์เซโลน่า เคยถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งในศูนย์หน้าที่ดีที่สุดของโลกในยุคนั้น แต่น่าเสียดายที่อาการบาดเจ็บเรื้อรังทำให้เขารักษาฟอร์มการเล่นในระดับสูงไว้ได้สั้นกว่าที่ควร

ไคลเวิร์ต เปิดตัวในศึกยูโร 1996 เป็นครั้งแรกด้วยวัยเพียง 19 ปี โดยไม่ได้ลงสนามในสองเกมส์แรกของรอบแบ่งกลุ่ม ก่อนจะได้รับโอกาสในแมตช์สุดท้ายและทำประตูแรกให้กับตนเองได้ทันที แต่ฟอร์มอันร้อนแรงสุดๆของเขาอยู่ในอีก 4 ปีถัดมาที่ ยูโร 2000 เมื่อเขาประกาศศักดาให้คนทั้งโลกรับรู้ด้วยการเหมาไปคนเดียว 5 ประตูจาก 5 เกมส์

5. รุด ฟาน นิสเตลรอย: 6 ประตู จาก 8 เกมส์

ปีเข้าร่วมแข่งขัน: 2004 - 2008

อีกหนึ่งกองหน้าระดับ 5 ดาวจากแดนกังหันลม ซึ่งภายหลังจากที่ ไคลเวิร์ต เลยจุดพีคไปอย่างรวดเร็วด้วยอาการบาดเจ็บ เขาก็คือคนที่เข้ามาสวมรอยแทนที่ในนามทีมชาติแบบชนิดไร้รอยต่อ ที่น่าสนใจมากๆก็คือสองคนนี้อายุเท่ากัน โดยเกิดวันเดียวและปีเดียวกันเป๊ะๆ แต่ถึงแม้ นิสเตลรอย จะมีชีวิตค้าแข้งในระดับสูงที่ยาวนานกว่า แต่เขาก็ต้องต่อสู้กับปัญหาอาการบาดเจ็บที่คอยรบกวนมาโดยตลอด

อดีตดาวยิงสุดฮ็อตของปีศาจแดง ประเดิมสร้างชื่อใน ยูโร 2004 ด้วยการยิงประตูใน 3 เกมส์แรกได้นัดละลูก ก่อนจะจบทัวร์นาเมนต์นี้ด้วยผลรวม 4 ประตู และจึงมาบวกเพิ่มได้อีก 2 ประตูในอีก 4 ปีถัดมา

4. อองตวน กรีซมันน์: 6 ประตู จาก 7 เกมส์

ปีเข้าร่วมแข่งขัน: 2016

ดาวยิงสุดฮอตจากทีมตราหมี แอตเลติโก้ มาดริด ที่พาทีมเข้าชิงรายหลายการและก็ฟอร์มกำลังเข้าฝักอยู่ในขณะนี้ ส่งผลให้ติดทีมชาติและลงเล่นเป็นกำลังหลักของทีมชาติฝรั่งเศสที่เป็นเจ้าภาพในศึกยูโร 2016 นี้ ถือเป็นสถิติการทำประตูที่สุดยอดที่สุดในทศวรรษนี้เลยก็ว่าได้ แน่การกดไปถึง 6 ประตูในทัวร์นาเม้นต์เดียว และพาทีมลิ่วเข้าสู่รอบชิง แต่ก็พลาดท่าไปแพ้ให้กับโปรตุเกสอย่างน่าช้ำใจ

3. อลัน เชียร์เรอร์: 7 ประตู จาก 9 เกมส์

ปีเข้าร่วมแข่งขัน: 1992 - 2000

คงเป็นเรื่องลำบากไม่น้อยหากจะหาใครซักคนมาเทียบเคียง อดีตดาวยิงกัปตันทีมชาติอังกฤษ ในช่วงเวลาที่พีคที่สุดของเขา และคงเป็นเรื่องยากไม่แพ้กันที่จะหาใครมาทำลายสถิติดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลใน พรีเมียร์ลีก ที่เขาทำไว้ 260 ประตู ในขณะที่อันดับสองในเวลานี้อย่าง รูนี่ย์ ยังไต่ไปไม่ถึง 200 ประตูเลย

เชียร์เรอร์ ได้เข้าร่วมวง ศึกยูโร เป็นครั้งแรกในปี 1992 แต่ไม่ได้รับโอกาสลงสนามซักเท่าไร โดยจุดสูงสุดของเขาอยู่ใน ยูโร 1996 เมื่อสามารถถล่มไปถึง 5 ประตูจากใน 5 เกมส์ รวมถึงการยึดตำแหน่งดาวซัลโวประจำทัวร์นาเมนต์นี้ไปครอง 'ฮ็อตช็อต' มายิงเพิ่มได้อีก 2 ประตูใน ยูโร 2000 ก่อนจะตัดสินใจอำลาทีมชาติภายหลังจากจบรายการนี้

2. คริสเตียโน่ โรนัลโด้: 9 ประตู จาก 21 เกมส์

ปีเข้าร่วมแข่งขัน: 2004 - ปัจจุบัน

ซุปตาร์หมายเลขหนึ่งชาวโปรตุเกส คือนักฟุตบอลที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุดในเวลานี้ จากฝีเท้าอันยอดเยี่ยมและถ้วยรางวัลมากมายในระดับสโมสร แต่ก็ยังคงต้องตามหาความสำเร็จแรกร่วมกับทีมชาติต่อไป CR7 เข้าร่วมแข่งขันใน ศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป เป็นครั้งแรกในปี 2004 และสามารถทำได้ 2 ประตู ซึ่งก็น่าเสียดายเหลือเกินที่พวกเขาต้องพลาดโอกาสคว้าแชมป์ในบ้านเกิดเมื่อพ่ายแพ้ให้กับ กรีซ ในรอบชิงชนะเลิศไปแบบช็อคโลก

อีก 4 ปีถัดมา โรนัลโด้ ก็มาบวกสกอร์เพิ่มให้กับตนเองได้อีก 3 ประตู ก่อนจะมายิงเพิ่มได้อีกหนึ่งประตูใน ยูโร 2012 และล่าสุดเขาได้บวกเพิ่มอีก 3 ประตูในศึกยูโร 2016 และพาทีมคว้าแชมป์เป็นประวัติศาสตร์ได้สำเร็จ

1. มิเชล พลาตินี่: 9 ประตู จาก 5 เกมส์

ปีเข้าร่วมแข่งขัน: 1984

ดาวเตะในตำนานเจ้าของฉายา 'นโปเลียนลูกหนัง' คือหนึ่งในมิดฟิลด์ที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์วงการฟุตบอล และยังครองคำแหน่งดาวซัลโวสูงสุดในเกมส์ฟาดแข้งระดับชาติของยุโรปทั้งๆที่เขาลงเล่นอยู่ในตำแหน่งกองกลาง และเรื่องที่สุดยอดยิ่งกว่าก็คือสถิติขึ้นหิ้งของเขาเกิดขึ้นภายใน ยูโร 1984 ทัวร์นาเมนต์เดียวเท่านั้น

จากการแข่งขันที่จัดขึ้นที่ฝรั่งเศส พลาตินี่ ก็ไม่ทำให้แฟนๆทั่วทั้งประเทศต้องผิดหวัง ด้วยการงัดฟอร์มอันสุดยอดและทำประตูได้ในทุกเกมส์ที่ลงสนาม ยังรวมไปถึงการทำแฮตทริกได้อีก 2 ครั้ง ซึ่งไม่มีนักเตะคนใดสามารถทำผลงานได้ใกล้เคียงกับเขาในปีนั้น และหากมองมาถึงในปัจจุบันนี้ ก็ยังคงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะหาใครมาลบล้างสถิตินี้ลงได้

บทความที่ได้ถูกแนะนำ


ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg 030c6fd7 bbf5 4570 b6dc d8ef319b25dc

RahXephon