AkiNe_Noxx 2561/12/20 18:04
Thumb lg a19de68f 9069 45b1 9874 d74ea42b7dae

สารพัดประโยชน์จาก ' น้ำผึ้ง' ความหวานจากธรรมชาติที่ดีต่อสุขภาพ

28 Pepper

เป็นยาอายุวัฒนะที่มีดีทั้งด้านความงามและช่วยรักษาโรคได้สารพัด

น้ำผึ้ง

น้ำผึ้งคือสารให้ความหวานที่มาจากธรรมชาติ เป็นอาหารที่มีมาตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์ นอกเหนือจากความอร่อยในการใช้รับประทานแล้ว น้ำผึ้งก็ยังมีคุณสมบัติที่ดีต่างๆ กับร่างกายอีกด้วย สามารถใช้ได้แทบกับทุกส่วนของร่างกายเลยทีเดียว เราจะมาลองดูคุณประโยชน์ของน้ำผึ้งที่ดีต่อสุขภาพร่างกายกัน

#10 เป็นน้ำตาลที่ดีกับกระแสเลือด

ในช่วงเวลาที่ร่างกายอ่อนเพลีย รู้สึกไม่สบาย การเติมน้ำตาลให้กับเลือดถือเป็นสิ่งที่ควรกระทำ น้ำผึ้งคือน้ำตาลบริสุทธิ์ เป็นน้ำตาลกลูโคสและฟรุกโตสจากธรรมชาติซึ่งร่างกายสามารถดูดซึมนำไปใช้ได้ทันที ทั้งนี้ยังมีงานวิจัยบางชิ้นชี้ว่าการรับประทานน้ำผึ้งทุกวัน ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือด ระดับคอเลสเตอรอล และน้ำหนักตัวของผู้ป่วยเบาหวานลดลงได้ด้วย ซึ่งได้ผลดีกว่าการไม่บริโภคน้ำผึ้งเลย

#9 ช่วยเพิ่มเม็ดเลือดแดง

การดื่มน้ำอุ่นผสมน้ำผึ้งช่วยในการผลิตเม็ดเลือดแดงให้กับร่างกาย ซึ่งจะทำให้เพิ่มปริมาณของออกซิเจนในกระแสเลือด เพิ่มระดับพลังงานเหมาะ สำหรับคนที่ร่างกายอ่อนเพลียต้องการความสดชื่น ทำให้รู้สึกปลอดโปร่งได้ เมื่อเม็ดเลือดแดงเยอะ ก็จะช่วยลำเลียงออกซิเจนไปสู่กระแสเลือด นำพาสารอาหารต่างๆ ให้ไปบำรุงร่างกายส่วนต่างๆ ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

#8 มีพรีไบโอโพรติค

พรีไบโอติกนี้เป็นมิตรกับแบคทีเรียประเภทแลคโตบาซิลัส ช่วยเพิ่มแบคทีเรียที่ดีในร่างกายได้ ดังนั้นหากท้องผูก ถ่ายไม่ออก ก็ลองจิบน้ำผึ้งผสมน้ำอุ่นก่อนเข้านอน เชื่อได้ว่าพอตื่นเช้ามาแล้ว จะต้องขับถ่ายได้อย่างโล่งท้องแน่นอนเลย นอกจากนี้ยังสามารถฆ่าเชื้อโรคในกระเพาะอาหาร และลำไส้ได้ คนท้องเสียก็สามารถกินเพื่อทำให้อาการดีขึ้นได้ด้วยค่ะ

#7 ช่วยเพิ่มพลังงาน

น้ำผึ้งแค่เพียง 1 ช้อนโต๊ะก็มีคาร์โบไฮเดรตราว 17 กรัม ซึ่งเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ที่มีกลูโคสและฟรุกโตสจากธรรมชาติ ซึ่งสามารถดูดซึมพลังงานเหล่านี้เข้าเส้นเลือดได้อย่างรวดเร็ว สามารถฟื้นฟูร่างกายให้หายจากอาการเพลีย หรือเหนื่อยล้าหลังจากออกกำลังกายหนักๆ หรือฟื้นไข้ได้อย่างรวดเร็ว รู้แบบนี้แล้วก็ลองแนะนำให้คนป่วยกินน้ำผึ้งกันดูนะคะ

#6 ลดอาการภูมิแพ้

ในน้ำผึ้งมีฤทธิ์ที่เป็นสารที่ต้านการอักเสบ มีการเปิดเผยว่าน้ำผึ้งมีอนุมูลละอองเกสรอยู่เยอะ เมื่อร่างกายเจอสิ่งนี้ ก็จะกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานมากยิ่งขึ้น ทำให้ร่างกายหลั่งสารฮีสตามีนน้อยลง ทำให้อาการของโรคภูมิแพ้อากาศสามารถบรรเทาลงได้ แล้วยังจะสร้างภูมิคุ้มกันทางเคมีที่ทำให้เกิดอาการแพ้รุนแรงน้อยลงด้วย

#5 แก้ไอ

น้ำผึ้งมีสรรพคุณเทียบเท่ายาปฏิชีวนะเบาๆ สามารถกำจัดเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดอาการไอได้ ในคนที่ไอเรื้อรังไม่ยอมหาย ให้ลองกินน้ำผึ้ง 2 ช้อนชาแล้วดื่มน้ำอุ่นตาม อาการไอจะค่อยๆ ทุเลาลง เมื่ออาการไวรัสลงคอทำให้รู้สึกเจ็บคอ ก็สามารถหายได้ด้วยน้ำผึ้งเช่นเดียวกัน ลองผสมน้ำผึ้งกับน้ำอุ่นและบีบมะนาวลงไปสักนิด จิบแล้วจะรู้สึกชุ่มคอ ทำให้ลดอาการระคายเคืองในบริเวณลำคอรวมถึงป้องกันการติดเชื้อไม่ให้ลุกลามต่อไป จะได้ผลบรรเทาอาการการเจ็บคอได้ดีในขณะที่นอนหลับ

#4 ช่วยปรับสภาพผิว

เรามักจะเห็นน้ำผึ้งเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอาง หรือเวชสำอางต่างๆ เพราะน้ำผึ้งมีคุณสมบัติบรรเทาโรคผิวหนังต่างๆ เช่น อาการตกสะเก็ด อาการคันผิวหนังอักเสบ และแก้รังแค รวมถึงแก้อาการผมหลุดร่วงได้ด้วย อีกทั้งยังช่วยสมานในส่วนของแผลต่างๆ รักษาสิว ริ้วรอย บำรุงผิวบำรุงความงามได้เป็นอย่างดี สามารถงามได้อย่างเป็นธรรมชาติโดยที่ไม่ได้รับผลกระทบจากสารเคมีเลย

#3 เป็นแหล่งวิตามิน และแร่ธาตุ

น้ำผึ้งเต็มไปด้วยวิตามิน และแร่ธาตุ เป็นแหล่งวิตามินซีซึ่งมีประโยชน์กับร่างกายหลายอย่าง อีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน อุดมไปด้วยแคลเซียมที่เสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง และยังมีธาตุเหล็กซึ่งมีประโยชน์ต่อการไหลเวียนโลหิตอีกด้วย เรียกว่าประโยชน์มากล้นจริงๆ

#2 ลดความเสี่ยงการเป็นมะเร็ง

นอกจากน้ำผึ้งจะเต็มไปด้วยสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ที่ยับยั้งการเกิดเซลล์ของมะเร็งแล้ว น้ำผึ้งก็ยังประกอบไปด้วยสารฟลาโวนอยด์ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งบางชนิดได้อีก ยังไม่มีข้อพิสูจน์ทางการแพทย์ว่า น้ำผึ้งสามารถลดความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งได้หมด แต่ว่าก็ยังแสดงให้เห็นว่ายังได้ผลกับผู้ที่สูบบุหรี่และผู้หญิงได้

#1 มีประโยชน์ด้านการแพทย์มากมาย

เนื่องจากในน้ำผึ้งมีสรรพคุณที่ฆ่าเชื้อแบคทีเรียฆ่าเชื้อโรคต่างๆ ได้ มีคุณสมบัติคล้ายไฮโดรเปอร์ออกไซด์อ่อนๆ จึงมีการทดสอบด้วยการนำน้ำผึ้งไปใช้รักษาแผลเปื่อย บาดแผลต่างๆปรากฏว่าประสบความสำเร็จถึง 99 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติในการกำจัดเชื้ออีโคไล และเชื้อซาโมเนล่าที่สามารถพบได้ในเนื้อสัตว์ที่ปรุงไม่สุกได้อย่างหมดสิ้น ใช้รักษาโรคปอด เช่น ลดน้ำมูก หอบหืดได้ด้วย

แต่อย่างไรก็ดี ไม่ควรกินน้ำผึ้งเกินวันละ 10 ช้อนชา เพราะว่าน้ำผึ้งก็ยังเป็นน้ำตาลชนิดหนึ่งอยู่ดี ซึ่งอาจจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินไปได้เป็นอันตราย โดยเฉพาะกับผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานอยู่แล้ว

ชอบกินน้ำผึ้งไหม?

Preload

Author

Thumb lg a34d1c71 df22 4978 bf84 20ceff9d41aa

AkiNe_Noxx

มือใหม่หัดเขียน ตัวใหญ่ ใจมุ้งมิ้ง มีความฮาร์ดคอร์มากพอๆ กับความฮา คนโลกส่วนตัวสูงที่ชอบมองโลกกว้างผ่านมุมที่เงียบๆ

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!