|||||||||||| อัพเดทเมื่อ 14:42 03/11/2559
Thumb lg 6797

วิธีเลือกซื้อแว่นตา Aviator แบบที่ได้ทั้งความเท่และประโยชน์สูงสุด!

557 Pepper

เพราะเจ้าแว่นกันแดดทรงนี้ไม่ได้มีดีแค่ที่หน้าตา … การจะเลือกซื้อมันก็ต้องละเอียดนิดนึงครับ

sunglasses aviator sunglasses

ถ้าพูดถึงแว่นตาทรงที่มีความ Classic และสไตล์ที่ Masculine สุด ๆ แล้ว แว่นตาทรง Aviator นี่คือว่ามาแรงเป็นอันดับแรกเลยก็ว่าได้ครับ – แว่นทรง Aviator ผลิตขึ้นครั้งแรกในปี 1937 เพื่อให้เหล่านักขับเครื่องบินรบของสหรัฐอเมริกาใช้ในสงคราม ทรงหยดน้ำของแว่นตาประเภทนี้ไม่ได้ทำออกมาสวยงามอย่างเดียว แต่ความโค้งของมันทำให้นักบินสามารถมองลงมาที่แผงวงจรในขณะควบคุมเครื่องไปด้วยและก็ปกปิดแสงแดดไปพร้อม ๆ กันได้ และนอกจากนี้รูปร่างของมันยังกันไม่ให้เหงื่อไหลเข้าตารบกวนการเข้าด้ายเข้าเข็มระหว่างการรบอีกด้วย
.
ทุกวันนี้แว่นตาทรง Aviator ไม่ได้เป็นแค่อุปกรณ์สำหรับเหล่าทหารอีกต่อไป แต่กลายเป็นสินค้าแฟชั่นที่ได้รับความนิยมในผู้คนหลากวัยหลายสไตล์ และก็มีการพัฒนาต่อยอดออกมาอีกหลายรูปแบบแตกต่างกันไปทั้งทรงของกรอบแว่น สีเลนส์ วัสดุ ฯลฯ วันนี้ Pepper จะมาแนะนำการเลือกซื้อให้แบบชิ้นต่อชิ้นข้อต่อข้อกันไปเลยครับ!

สไตล์ของแว่น Aviator

Classic Teardrop

แว่นทรงนี้เป็นทรงคลาสสิกต้นตำรับที่ได้รับความนิยมสูงสุด ถ้ากำลังมองหาแว่นตาที่ใช่แบบที่โฉบเฉี่ยวแต่ไม่ได้แปลกตาไปมาก ทรงนี้ถือว่าดีที่สุดครับ ด้วยรูปทรงหยดน้ำของมันก็ทำให้สามารถปกป้องดวงตาจากแสงแดดภายนอกได้มากกว่าแว่นทรงที่คนทั่วไปใส่กัน แต่ไม่เหมาะกับคนหน้ายาวเพราะจะทำให้หน้ายาวยิ่งกว่าเดิม

Navigator

ทรงนี้จะเหลี่ยมกว่าแบบ Classic Teardrop ซึ่งมองดูก็จะเห็นความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด เป็นรุ่นที่เหมาะกับคนใบหน้ามีรูปร่างยาวครับ

Sporty

ทรงนี้เหมาะกับคนที่มีไลฟ์สไตล์แบบลุย ๆ และต้องการแว่นสำหรับสวมใส่เวลาปั่นจักรยานหรือวิ่งออกกำลังกาย ทรง Sporty ตัวนี้ถือว่าเหมาะที่สุดครับ ตัวนี้เลนส์จะมีความเหลี่ยมมากกว่าทั้งสองแบบที่ผ่านมา และตัวเลนส์ก็กว้างกว่าด้วย สามารถปกปิดแสงแดดได้มากกว่าสองแบบที่กล่าวมาข้างต้น (เพราะเราต้องออกลุยมากกว่า) แต่ทรงนี้ไม่ได้รับความนิยมเท่าแบบ Classic Teardrop ครับ

วัสดุของแว่น Aviator

เหล็ก (Metal)

แว่นตา Aviator แบบคลาสสิกมีเฟรมที่ทำขึ้นด้วยวัสดุเป็นเหล็ก ผสมกับทองเหลืองหรือเงิน (ในสมัยสงครามดลกครั้งที่สองใช้วัสดุทำเฟรมเป็นทองคำ 12k) มีความหนักมากกว่าวัสดุแบบอื่น ๆ แต่ก็ดูดีมากด้วยครับ โคตรคูล

พลาสติก (Plastic)

สำหรับแฟชั่นยุคปัจจุบัน พลาสติกก็เข้ามามีบทบาทกับแว่นตาแนวนี้มากเหมือนกันครับ เป็นวัสดุที่โผล่เข้ามาภายหลังจากกรอบแว่นแบบเหล็ก ดูโดยรวมแล้วก็ยังมีความเป็น Aviator อยู่แต่ก็มีความรู้สึกแตกต่งมากเหมือนกันเพราะเฟรมมีความหนามากกว่า ให้ลุคแบบที่แมนกว่า สปอร์ตกว่า

ผสม (Mixed)

นอกจากแบบเหล็กและพลาสติกแล้ว แว่นตาบางรุ่นก็ใช้วัสดุทั้งสองแบบนี้มาผสมกัน โดยเหล็กจะให้ความรู้สึกแบบคลาสสิก ส่วนพลาสสิกก็จะมอบความสปอร์ตให้กับเราแบบผสมผสานกันไป กำลังได้รับความนิยมมากในช่วงหลังครับ

สีของเลนส์

เลนส์สีน้ำตาล (Brown)

เลนส์สีนี้จะให้ความสว่างและสามารถมองเฉดสีได้มากกว่า เลนส์สีน้ำตาลจะทำให้คุณสามารถมองภาพตรงหน้าได้สว่างขึ้นและสามารถใส่ได้ทั้งในเวลาที่แสงเยอะและแสงน้อย เหมาะสำหรับใส่ในการขับรถยนต์หรือขี่มอเตอร์ไซค์เป็นหลักครับ

เลนส์กระจก (Mirrored)

เลนส์แบบนี้จะทั้งดูดซับและสะท้อนแสงด้วย ปกป้องดวงตาจากแสงจ้าแบบเต็มพิกัด สิ่งที่แย่สำหรับเลนส์ประเภทนี้คือลุคมันดูไม่ค่อยเท่ครับ แค่นั้นจริง ๆ

สีเทาเข้ม (Dark grey)

เลนส์ประเภทนี้ตัดแสงจ้าออกได้ดีมาก ๆ และช่วยปกป้องดวงตาเราได้เป็นอย่างดีแม้ในยามที่แดดจ้าที่สุดในรอบวัน แต่ก็มีข้อเสียอยู่เหมือนกันเพราะจะทำให้เรามองเห็นสีต่าง ๆ ได้น้อยลง ไม่เหมือนกับเลนส์สีน้ำตาลแบบที่กล่าวถึงไปข้างต้น

เลนส์แบบไล่สี (Gradated)

เล่นส์นี้เป็นการดึงคุณสมบัติทั้งของเลนส์แบบ Brown และ Dark Grey เข้าไว้ด้วยกัน โดยด้านบนจะเป็นสีเข้ม ช่วยปกป้องแสงแดดระหว่างขับรถ ส่วนด้านล่างจะมีสีที่จางกว่า เสริมประสิทธิภาพในการมองเห็นเวลาต้องก้มอ่านหนังสือหรือเล่นโทรศัพท์ เป็นต้น

เลนส์สีเขียว (Green)

สีนี้เป็นสีที่คลาสสิกที่สุดของแว่นตา Aviator ครับ สีนี้ไม่ได้มีคุณสมบัติในการตัดแสงหรือเพิ่มประสิทธิภาพในการมองเห็นสีต่าง ๆ โดดเด่นขึ้น แต่จะอยู่ในระดับกลาง ๆ ของทั้งสองสิ่ง ถ้ากำลังมองหาแว่นคุณสมบัติกลาง ๆ อะไรก็ดีหมดแต่ไม่สุด สีเขียวก็โอเหมือนกันครับ

แว่นกันแดดควรจะฟิตระดับไหน?

และสุดท้ายแล้วไม่ว่าสไตล์ ทรง เลนส์หรือสีที่คุณเลือกจะเป็นแบบไหน สิ่งสำคัญสุดคือการสวมใส่ว่า bridge นั้นพอดีกับตัวเราแค่ไหนครับ เจ้าส่วนที่เรียกว่า bridge นี้คือระยะระหว่างเลนส์กับจมูกของผู้สวมใส่ ถ้าเล็กเกินไปก็จะทำให้แว่นอยู่บนหน้าในระดับที่สูงเกินไป ทำให้ลุคออกมาดูแปลก ๆ มากอยู่ และก็ทำให้แสงสามารถลอดเข้ามาทางด้านใต้ได้ด้วย และถ้าเกิดว่าช่วง bridge นี้มันกว้างไปล่ะก็ แว่นก็จะตกลงมาอยู่ต่ำเกินระดับที่ควรจะเป็น และแสงก็จะเข้ามาจากทางด้านบนได้นั่นเอง แค่ระดับมิลลิเมตรก็แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างตรงนี้ได้แล้วครับ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมการเลือกซื้อแว่นกันแดดซักชิ้นถึงสำคัญเป็นอย่างมาก อย่างน้อยก็ควรจะลองด้วยตัวเองก่อนจ่ายเงินนะครับ!

แหล่ง: https://www.youtube.com

บทความที่ได้ถูกแนะนำ


ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg a734924b 8998 4a3b 9d1d 993abb38237f

||||||||||||

Full-time loser.