Markkaphol Chumlaor อัพเดทเมื่อ 15:21 07/11/2559
Thumb lg best brazil in eu

ขั้นเทพ! 10 สตาร์บราซิลเลี่ยนที่ประสบความสําเร็จที่สุดบนเวทีลูกหนังยุโรป

2221 Pepper

ถ้าพูดถึงฟุตบอลแล้วชาติที่มีพรสวรรค์ทางด้านฟุตบอลที่สุดคงเป็นชาติไหนไปไม่ได้นอกจากบราซิล บ่อยครั้งที่นักบอลจากประเทศบราซิลได้สร้างชื่อเสียงโด่งดังบนเวทียุโรปเรามาดูสตาร์บราซิลที่ประสบความสําเร็จในยุโรปกัน

Brazil football player Legend

10.Gilberto silva

"กิลแบร์โต้ ซิลวา" ประสบความสําเร็จอย่างมากกับ อาเซนอล ในยุคไร้พ่ายฤดูกาลปี 2003-2004 เป็นยุคที่พลพรรค The Gunner จดจําไม่มีวันลืมเลือน ซึ่งอาเซนอลในยุคนั้นครบเครื่องทั้งเกมรุกและเกมส์รับ กิลแบร์โต้ มีส่วนกับทีมเป็นอย่างมากในตําแหน่งกองกลางตัวรับในแบบฉบับ คลาสสิค ซึ่งถือว่าเนียนตาสุดๆในยุคนั้น ทั้งสกัดบอลดี จ่ายบอลดี เติมดี ไม่เสียฟาวล์ง่าย จุดเด่นของกิลแบร์โต้ คือ ความนิ่งและมีความชัวร์ทักษะในการจ่ายบอลให้เพื่อนๆรวมไปถึงเกมรับก็ด้วยเช่นกัน กิลแบร์โต้เล่นเกมส์รับคู่กับ วิเอร่า ซึ่งถือว่าเป็น คู่หูกองกลางแห่งยุคเลยก็ว่าได้ วิเอร่าทําเกมส์ กิลแบร์โต้เก็บกวาดศัตรูทุกคนก่อนจะมาถึงแผงหลัง ซึ่ง กิลแบร์โต้ นั้นมีส่วนที่ทําให้อาเซนอลพีคสุดๆในยุคนั้น แต่ทว่าช่วงหลังๆ กิลแบร์โต้ จากยุคนั้นมาก็ร่วงโรยไปตามกาลเวลาและอายุขัย

9.Thiago silva

"ติอาโก้ ซิลวา" ปัจจุบันค้าแข้งอยู่กับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ในฝรั่งเศส ย้ายมาจาก เอซีมิลานค่าตัว 35 ล้านยูโรในปี 2012-2013 ในปีนั้น ติอาโก้ ปัดข้อเสนอจากเจ้าบุญทุ่มบาร์เซโลน่าเพื่อเลือกซบปารีส แซงต์ แชร์กแมง จนกลายเป็นกำลังสำคัญพาทีมคว้าแชมป์ลีกเอิงมา 3 ฤดูกาลติดต่อกันรวมถึงแชมป์ถ้วยอื่นๆอีกด้วย ติอาโก้ซึ่งถือว่าเป็นผู้เล่นแนวรับที่มาตรฐานสูงคนนึงของโลก จุดเด่นของ ติอาโก้นั้นเป็นกองหลังที่มีความสามารถเฉพาะตัวสูง และยังมีความเด่น ลูกกลางอากาศ สไตล์การเล่นของ ติอาโก้นั้นดุดันเอาชัวร์เข้าว่า หลายๆครั้งมักจะเห็นแกเติมเกมส์รุกสร้างความอันตรายให้กับศัตรูบ่อยครั้งในแดนหน้า ติอาโก้ ซึ่งถือว่าเป็นกองหลังที่ประสบความสําเร็จบนเวทียุโรปคนนึงในบรรดาชาวบราซิลเลี่ยน แต่ในช่วงหลังๆนั้นมักจะเห็นแกฟอร์มเป๋บ่อยๆ แต่ยังไงก็ยังเป็นคีย์แมนสําคัญของ เปเอสเช ในปัจจุบัน

8.Ricardo Kaka

"ริคาโด้ กาก้า" เทพบุตรลูกหนังแห่ง บราซิลเลี่ยน กาก้า เป็นนักเตะที่แทบจะเพอเฟ็คไปแทบจะซะทุกอย่างรวมถึงใบหน้าอันหล่อเหลาเอาการของเค้านั้นเป็นจุดเด่นนึงของกาก้า แต่ถึงอย่างไรนั้น ฝีเท้าของกาก้านั้น ขึ้นชั้นเป็นนักเตะ พรสวรรค์ คนนึงของโลกที่เคยมีมาในแดนกลาง กาก้านั้นอยู่กับ เซาเปาโล ในลีคบ้านเกิด ก่อนที่ปี 2003 หลังที่บราซิลคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกปี 2002 เอซี มิลาน ทีมยักษ์ใหญ่ในอิตาลี่ ที่เพิ่งคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มาหมาดๆ ซื้อตัว กาก้า มาด้วยค่าตัวแค่ 8.5 ล้านเหรียญสหรัฐ กาก้าซึ่งถือว่าเป็นผู้เล่นที่สร้างปรากฎการณ์ใหม่ให้กับวงการฟุตบอลของอิตาลี ด้วยลีลาการเล่นที่มหัศจรรย์ ซึ่งถือว่าเป็นช่วงพีคสุดๆของ กาก้า ในปีแรก พาทีมคว้าแชมป์ สคูเด็ดโต้ หรือ แชมป์กัลโซ่ ซีเรี่ย อา และ ถ้วยยูฟ่า ซุปเปอร์ คัพ กาก้าถือว่าเป็นผู้ควบคุมชะตาเกมส์ในทีมในหลายๆเกมส์ ทั้งทักษะต่างๆของเค้านั้น ถือว่าครบเครื่อง ในภายหลังนั้น ย้ายไปอยู่กับ ราชันชุดขาว แต่ก็ไม่ประสบความสําเร็จเนื่องจากอาการบาดเจ็บเรื้อรัง จนท้ายที่สุด ย้ายกลับมา เอซี มิลาน แต่ก็ไม่สามารถเรียกฟอร์มเก่งได้ เนื่องจากในตอนนั้น เอซี มิลาน ไม่ได้มีผลงานที่ดีเด่นอะไร แต่ถึงอย่างไร กาก้า นั้น ก็ยังเป็นตํานานของ เอซี มิลาน และเป็น เทพบุตรลูกหนังตัวจริง ในยุคนั้น

7.Roberto Carlos

"โรแบร์โต้ คารอส" ผู้เล่นความเร็วสปีด 9 ชู้ตพาวเว่อ 9 ช่วงเวลาที่เค้าประสบความสําเร็จมากที่สุด คือตอนที่อยู่กับทีม ราชันชุดขาว รีลมาดริด ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่สุดยอดของ คารอส ซึ่งอยู่ในช่วงระหว่างปี 1997-2003 คารอส นั้นถือว่าเป็นขีปนาวุธชั้นเยี่ยม ของราชันชุดขาวในแนวรับทางกราบซ้าย ด้วยลีลาการวิ่งสอดแทรกทะลุทะลวงดั่งจรวด และเท้าซ้ายที่หนักแน่นดั่งปืนใหญ่ ซึ่งเป็นใครไปไม่ได้ในยุคนั้นนอกจาก คารอส ซึ่งเป็นจุดเด่นของเขาที่มาทดแทน เรื่องสรีระรูปร่างเล็กที่แตกต่างจากคนอื่น คารอสถือว่าเป็นนักเตะที่ทรงพลังอย่างมาก ในเรื่องของเกมรุกที่ดุดันแต่อาจจะมีปัญหาในด้านเกมส์รับอยู่บ้างแต่ยังมีการเข้าสกัดบอลที่หนักหน่วงชนิดที่ว่าถึงลูกถึงคนมาทดแทน ถึงอย่างไรนั้นบารมีการเล่นเกมส์บุกของแกกลบเกมส์รับซะมิด และเขายังมีทีเด็ดในลูกยิงไกล การยิงฟรีคิกของเขานั้นมีเอกลักษณ์ที่ต้องซอยเท้าก่อนยิงชนิดที่ว่าถอยไปช๊าตพลังไกลซะเหลือเกิน ในความรุนแรงประสิทธิภาพของการยิงของเขานั้นถือว่าอยู่ในระดับขั้นเทพ นั่นซึ่งทําให้เขาโดดเด่นที่สุดในตําแหน่งแนวรับทางกราบซ้ายของโลก คารอสนั้นพาทีม ราชันชุดขาวคว้าแชมป์ มาได้ในทุกรายการในลีค สเปน รวมถึงสามารถพาทีมผงาดคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วยการเฉือนเอาชนะ ยูเวนตุส 1-0 ในรอบชิงชนะเลิศ ที่กรุงอัมสเตอร์ดัม รวมถึงยังประสบความสําเร็จกับทีมชาติในการพาทีมคว้าแชมป์โลกในปี 2002 ด้วยการชนะ เยอรมันไปอย่างเบาะๆ 2-0 อย่างยิ่งใหญ่ หลังจากนั้น คารอส ยังได้รับเลือกให้เป็นรองนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของโลก ซึ่งถือว่าเป็นจุดสูงสุดของชีวิตในการค้าแข้งของเขา

6.Rivaldo

"ริวัลโด้" ซ้ายมหัศจรรย์ ริวัลโด้ถือว่าเป็นนักเตะซ้ายธรรมชาติที่หาตัวจับยากมากๆ ทั้งทักษะการครอบครองบอล จ่ายบอล ยิงบอล หลบหลีกคู่ต่อสู้ ถือว่าเนียนตาแบบสุดๆ เรียกได้ว่าครบเครื่อง ทั้งลีลาการเล่นที่สวยงาม ถือว่าเก่งมากๆ เลี้ยง ล็อค หลบ ยิง ได้ทุกรูปแบบ ริวัลโด้เรียกได้ว่าเป็น มิราเคิลเพลย์เมกเกอร์ตัวจริง โด่งดังสุดขีดในช่วงที่อยู่กับ บาร์เซโลน่า ในปี 1997-2002 โดยย้ายมาจาก เดปอร์ติโบ ลา คอรุนญ่า ด้วยค่าตัว 16.5 ล้านยูโร ซึ่งเขาก็ตอบแทนสโมสรได้อย่างเกินคาด เขากลายเป็นสตาร์ดังในยุคนั้น รีวัลโด้พาทัพเจ้าบุญทุ่มบาร์เซโลนาคว้าแชมป์ลาลีกาสเปนในปี 1998 และ 1999 ซึ่งในปี 1999 นั้นเองเขาได้รับรางวัล บัลลังดอร์ ซึ่งถือว่าเป็นผู้เล่นที่เก่งที่สุดในโลก และเขาก็อยู่ในชุดทีมชาติบราซิลที่คว้าแชมป์โลกในปี 2002 ต่อมาเขาได้ย้ายทัพไปอยู่ เอซี มิลานในฤดูกาล 2002-2003 เขาได้แชมป์อิตาเลียนคัพและยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกร่วมกับเอซีมิลาน แต่ภายหลังจากนั้นประสบกับปัญหาฟอร์มตกซึ่งร่วงโรยไปตามอายุขัย ถึงกระนั้นเขายังพเนจรย้ายสโมสรเล่นในลีคประเทศกรีซอยู่ช่วงนึง ก่อนจะย้ายกลับไปเล่นกับสโมสรที่บ้านเกิด ก่อนที่จะจบเส้นทางการค้าแข้งของเขา

5.Neymar

"เนย์มา" Wonder kid บราซิลเลี่ยน ไอ้หนูมหัศจรรย์พรสวรรค์สูงผู้นี้ ถือว่าเป็นเพชรเม็ดงามในเวทียุโรปซะเหลือเกินในเวลานี้ คงไม่มีใครไม่รู้จักเขาผู้นี้ เนย์มาร์ ยอดกองหน้า บาร์เซโลน่า ที่มีลีลาที่โดดเด่น ทั้งความเร็ว เทคนิค และความสามารถเฉพาะตัวนั้นถือว่าสุดติ่งกระดิ่งแมวเอามากๆ ด้วยลีลาการเล่นที่กระชากลากเลี้อยด้วยลักษณะการเล่นที่มีเอกลักษณ์ หาใครเปรียบเหมือน เนย์มา ย้ายมาจาก ซานโต๊ส ทีมในลีคบ้านเกิด ที่ช่วงนั้นฟอร์มการเล่นสะเด่าเอามากๆ เลี้ยงหลบคู่ต่อสู้ชนิดที่ว่าหัวทิ่มหัวตํา ยิงประตูไป 42 ประตูจาก 60 เกมส์ ในสองฤดูกาลแรก ทั้งๆที่เขามีอายุเพียง 17 ปี ซึ่งในตอนนั้นเนย์มาเป็นที่หมายปองของสโมสรใหญ่ๆในยุโรป จนเจ้าบุญทุ่มบาร์เซโลน่าคว้าตัวเขามาในปี 2556 ในราคาเบร็ดเสร็จ 86.2 ล้านยูโร ราคาโหดสุดๆ ซึ่งเขาก็กลายมาเป็นกําลังหลักของทีมในการพาทีมกวาดแชมป์ต่างๆในลีค และยูฟ่าแชป์เปี้ยนลีคด้วย อีกทั้งเขายังนําทัพทีมชาติบราซิลเลี่ยน คว้าเหรียญทอง ฟุตบอลชาย กีฬาโอลิมปิก ริโอ 2016 หลังเอาชนะ เยอรมัน ในการดวลจุดโทษ 5-4 เมื่อวันเสาร์ที่ 20 สิงหาคม 2559 อีกด้วย "เนย์มาไอ้หนูมหัศจรรย์"

4.Romario

"โรมาริโอ้" มีความเร็วอีกทั้งยังมีความสามารถสูงเป็นอย่างมาก ยิงประตูได้ทุกโอกาสโคตรคมมาก แถมแต่ละลูกยิงนิ่มๆ ให้ผู้รักษาประตูเจ็บใจทั้งนั้น โรมาริโอ้ ถือได้ว่าเป็นศูนย์หน้าที่น่ากลัวสําหรับทุกทีมที่มาเผชิญหน้า โรมาริโอ้ฉายแววเป็นศูนย์หน้าระดับโลกเมื่อครั้งยังเด็ก จนทีมดังในลีคบ้านเกิด วาสโก เดอ กาม่า เซ็นสัญญามาร่วมทีม จนในฤดูกาล 1988 พีเอสวี ไฮโอเฟ่น ดึงมาร่วมทีมซึ่งก็เป็นกําลังสําคัญของทีม ลงไป 107 นัด ยิง 96 ประตู และย้ายมาร่วมทีม กับบาร์เซโลน่า ในปี 1993 และยังพาทีมชาติบราซิลคว้าแชมป์โลกอย่างยิ่งใหญ่ในปี 1994 ที่สหรัฐอเมริกา ภายหลังกลับไปเล่นในลีคบ้านเกิดปี 1995 เนื่องจากมีปัญหาทางด้านวินัยและความเกเรของแก กองหน้าสุดติสต์รายนี้ บางครั้งแกคิดว่า โดดไปเที่ยว จะทำให้เล่นได้ดีกว่า นั่งซ้อม จนทําให้มีปัญหากับผู้จัดการทีมบ่อยครั้ง จนต้องจําใจกลับบ้านเกิด ในปี 2006 เขาออกไปหาความท้าทายใหม่อีกครั้งใน เมเจอร์ลีคของสหรัฐอเมริกา กับเอดิเลด ยูไนเต็ด ก่อนจะกลับมายุติการค้าแข้งของเขากับ สโมสรแรกในชีวิตของเขากับสโมสร วาสโก เดอ กาม่า ในลีคบ้านเกิด

3.Cafu

"กาฟู" แบ๊คขวาจอมบุกระดับโลกวิ่งชนิดที่ว่าไม่มีวันหมดอีกทั้งยังมีความสมดุลในเกมส์รับอีกด้วย เรียกได้ว่าแกเก๋าสุดๆในช่วงที่อยู่กับ โรม่า และ เอซี มิลาน กาฟูย้ายมาจาก โรม่า แบบไร้ค่าตัว ซึ่งถือว่าเป็นดีลที่คุ้มค่าสุดๆแบบไม่มีอะไรจะเสีย กาฟู มีทั้งทักษะการไปกับบอลที่ยอดเยี่ยม ครองบอลเก็บบอล การบุกชนิดที่ว่ามันส์ทั้งเกมส์ และที่สําคัญฟอร์มการเล่นของเขาไม่มีลดหายลงไปเลยรักษาระดับได้คงเส้นคงวามากตั้งแต่หนุ่มยันแก่ ซึ่งช่วงปลายการค้าแข้งของเค้านั้นทว่าฟอร์มการเล่นของเขานั้นก็ยังคงสุดยอดอยู่ ซึ่งเป็นส่วนสําคัญมากในชีวิตการค้าแข้งของอาชีพนักฟุตบอล กาฟูนั้นยังอยู่ในทีมชุดคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกในปี 1994 อีกด้วย และต่อมายังเป็นกําลังหลักที่สําคัญ พาทีมชาติบราซิลคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกในปี 2002 เป็นสมัยที่ 5 ซึ่งถือว่าประสบความสําเร็จสูงสุดในชีวิตการค้าแข้งของเขา

2.Ronaldinho

"โรนัลดิญโญ่" ยอดนักเตะบราซิลเลี่ยน ที่มีลีลาการเล่นอันสุดยอด ล็อคหลบจนคู่ต่อสู้หัวทิ่มหัวตัม โรนัลดิญโญ่นั้นถือว่าเป็นนักฟุตบอลที่มีพรสวรรค์สูงคนนึง บ่อยครั้งเราจะเห็นการไปกับบอลของเขาผ่านคู่ต่อสู้ ยังกับแตะบอลผ่านไปเฉยๆ การล็อคหลบศัตรูซักคนสองคนสําหรับเขานั้นเรียกได้ว่ายังกับปอกกล้วยเข้าปาก โรนัลดิญญโญ่ ยังมีการผ่านบอลที่คมกริบ การนําทางบอลที่ยอดเยี่ยมและการจ่ายบอลของเพลย์เมกเกอร์ผู้นี้มันช่างเหนือจินตนาการซะเหลือเกิน โรนัลดินโญ่ ถูกเรียกติดทีมชาติบราซิลชุดใหญ่ด้วยวัยเพียง 19 ปี เท่านั้นนับว่าเป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุดในตอนนั้นและประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว ปี 2001 เขาเดินทางมาสู่ยุโรปเซ็นสัญญาค้าแข้ง 5 ปี กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ในวัย 20 ปี ภายหลังในปี 2002 ที่บราซิลได้แชมป์โลก ทีมยักษ์ใหญ่ในยุโรปหลายทีมต้องการได้ตัวเขาไปร่วมทีม จนเป็นเจ้าบุญทุ่มบาร์เซโลน่าที่ได้ตัวเขาไปร่วมทีมในฤดูกาล 2003-2004 ซึ่งเขาระเบิดฟอร์มได้อย่างสุดยอด ด้วยการพาทีมคว้าแชมป์ ลา ลีกา 2 สมัย แชมป์ซูเปอร์โคปา เดอ เอสปานา รวมไปถึงการคว้าแชมป์ ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก และเขายังได้ รางวัลบัลลงดอร์ในปี 2005 อีกด้วย ซึ่งนั่นทําให้เขาได้กลายเป็นตํานานของบาร์เซโลน่าตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ภายหลังได้ย้ายไปอยู่กับ เอซี มิลาน แต่ก็ไม่เปรี้ยงปร้างเท่าเก่า จนต้องกลับไปค้าแข้งในลีคบ้านเกิดถึงปัจจุบันนี้เขาได้บอกว่าจะเล่นต่ออีก 6 ปีแม้อายุจะล่วงเลยมาถึง 36 ปีแล้ว สําหรับเขาแล้วฟุตบอลคือชีวิตของเขาโดยแท้

1.Ronaldo

"โรนัลโด้" มาถึงอันดับ 1 ไม่มีใครไม่รู้จักนักเตะผู้นี้ ดาวยิงระดับพระกาฬกองหน้าอันดับหนึ่งทีมชาติบราซิลในใจใครหลายๆคน จากฝีเท้าอันสุดฉกาจที่เขาได้สำแดงต่อสายตาชาวโลก มาเป็นเวลานานร่วม 10 ปี ลีลาการสับขาหลอกของโรนัลโด้ผู้นี้ ถือว่าเข้าขั้นคลาสสิค โรนัลโด้มีลีลาการเล่นที่สวยงาม การยิง เลี้ยง ครองบอล สรีระ ดั่งกับฟ้าประทานมาให้คนๆนี้คนเดียวในโลกใบนี้ ซึ่งนั่นทําให้เขาประสบความสําเร็จอย่างสุดๆในชีวิตการค้าแข้งของเขา ด้วยความสามารถที่เก่งเกินวัย พีเอสวีไอโฮเฟ่น สโมสรยักใหญ่ของฮอลแลนด์ คว้าตัวเขามาร่วมทีมในขณะนั้นเขามีอายุเพียง 18 ปี ในฤดูกาล 1994-1995 โรนัลโด้ได้สร้างความฮือฮาด้วยการเป็นดาวซัลโวของลีคดัตช์ ทําให้บาเซโลน่าคว้าตัวเขามาร่วมทีมใน ฤดูกาล 1996-1997 และดาวยิงเวิลคลาสผู้นี้ก็ซัดไปกระจุย 47 ลูก จากการลงสนาม 49 นัด พาทีมคว้าแชมป์ วินเนอร์ส คัพ มาครองได้ ในปี 1997 นี้ โรนัลโด้ยังได้รับรางวัลบัลลงดอร์อีกด้วย ก่อนจะย้ายมาร่วมทีม อินเตอร์ มิลาน ในช่วงนี้โรนัลโด้ประสบปัญหากับอาการบาดเจ็บ แต่ถึงอย่างไรนั้นความซ่าของโล้นทองคําผู้นี้ก็ยังซัดไป 49 ประตู จาก 68 นัด ถือว่าแสบสุดๆ จนกระทั่งมาพีคสุดขีดกับ ราชันชุดขาว รีลมาริดซื้อตัวเขามาในปี 2002 ด้วยค่าตัว 27 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นปีที่เขาได้แชมป์โลกกับทีมชาติบราซิลและได้รางวัลดาวซัลโวของทีม และในปีเดียวกันนี้เขาก็ยังได้รับรางวัล บังลงดอร์เป็นรอบที่สอง และเขาก็ยังพาทีม ราชันชุดขาวคว้าแชมป์ลีคในปี 2003 ซึ่งเป็นแชมป์ลีคครั้งแรกในชีวิตการค้าแข้งของเขา อะไรมันจะรุ่งพุ่งสุดขีดขนาดนั้น แต่ภายหลัง โรนัลโด้มีปัญหาเรื่องความฟิต เป็นนักเตะพุงโล จึงเป็น เอซี มิลาน มาเซ้งต่อเพราะเชื่อว่าโล้นท้องคําผู้นี้จะเรียกฟอร์มเก่งกลับมาได้ ในราคา 7.5 ล้าน ยูโร ซึ่งสภาพร่างกายของเค้านั้นส่งผลทําให้ผลงานแย่ลงเรื่อยๆ จนเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเขาไม่สามารถที่จะเล่นในลีคชั้นนําได้อีกต่อไป ซึ่งเขายุติการค้าแข้งในลีคบ้านเกิดของเขากับทีม โครินเธียนส์ แต่ถึงอย่างไรโรนัลโด้ก็คือตํานานหนึ่งในดวงใจใครหลายๆคน ในเวทีลูกหนังโลกที่ต้องจารึกเขาไว้ในประวัติศาสตร์

บทความที่ได้ถูกแนะนำ


ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg 4c807397 4bd9 4c3f b778 92eef0044263

Markkaphol Chumlaor