Gap อัพเดทเมื่อ 13:45 07/11/2559
Thumb lg ed4b84f9a6ecb15885397f839b93a60a

วิวัฒนาการรถมอเตอร์ไซค์ Vespa สกูตเตอร์รุ่นเก๋า ที่ไม่เคยตกยุค

385 Pepper

Vespa ชื่อนี้มีมายาวนาน ปัจจุบันกลายเป็นรถที่หลายคนชอบสะสม และนำมาขับขี่อวดสายตาคนทั่วไป เวสป้ากลายเป็นรถที่เปี่ยมไปด้วนมนต์ขลัง

vespa Motorcycle

"เวสป้า” ตำนานรถคลาสสิคสุดฮิป

เวสป้าเป็นรถมอเตอร์ไซด์สกู้ตเตอร์ เริ่มผลิตที่เมืองปอนเตเดรา ในแคว้นทัสคานี ประเทศ อิตาลี
ในเดือนธันวาคมปี ค.ศ.1945 รถเวสป้ารุ่น MP6 ได้ถูกผลิตออกมาด้วยองค์ประกอบหลายอย่างที่สะดวกสบาย มีล้ออะไหล่ซึ่งขับขี่แบบง่าย ๆ ถ้าในเวลาขับขี่รถติดก็มีที่กำบังกันน้ำกระเด็นใส่จึงทำให้ประชาชนในประเทศอิตาลี เริ่มรู้จักรถจักรยานยนต์แบบ Scooter มากขึ้น เมื่อ Enrico ได้ฟังเสียงรถ MP6 เขาร้องออกมาว่า”มันเหมือนตัวต่อ ร้องเลย”ตั้งแต่นั้นมา Enrico ก็เลยให้ชื่อเสียงเรียงนามเรียกรถนี้ว่า Vespa ซึ่งแปลว่าตัวต่อ

และต่อไปนี้คือเรื่องราวของรถมอเตอร์ไซต์เวสป้า ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

1945 : Vespa MP6 Prototype

นี่คือรถเวสป้าต้นแบบ ผลิตในปี 1945 รุ่น MP6 เป็นรุ่นที่สร้างขึ้นมาเพื่อล่อตาล่อใจชาวอิตาลี ก่อนที่จะมีการผลิตจริงๆ ในปีถัดมา

1946 : Vespa 98

เวสป้า รุ่น Vespa 98 เป็นรุ่นแรกที่ผลิตออกมาจำหน่าย มันขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ขนาด 98 ซีซี มีแรงสูงสุด 3.2 แรงม้า ที่ 4,500 รอบ/นาที ด้วยความเร็วสูงสุด 60 กม./ชม. รุ่นนี้ผลิตอยู่ 2 ปี ปี 1946 รุ่น 464 ตามด้วย 465 จนถึงรุ่น 18 (079) ในปี 1947

1948 : Vespa 125

รุ่นนี้เป็นรุ่นแรกที่มีเครื่องยนต์ขนาด 125 ซีซี ซึ่งไม่ได้แตกต่างจากรุ่น Vespa 98 เฉพาะขนาดของเครื่องยนต์เท่านั้น แต่ยังมีการพัฒนาระบบกันสะเทือนทั้งด้านหน้าและด้านหลังอีกด้วย

1953 : Vespa 125

Vespa 125 รุ่นปี 1953 นี้ มีการเปลี่ยนแปลงกระบอกสูบ สโตรกและไทม์มิ่งเกียร์ ขุมกำลังเพิ่มเป็น 5 แรงม้าที่ 5,000 รอบต่อนาที ทำความเร็วสูงสุด 75 กม./ชม. แฟริ่งด้านหลังก็มีการออกแบบใหม่

1953 : Vespa 125 U

รุ่นสำหรับการใช้งานสารพัดประโยชน์ กับสไตล์สปาร์ตัน ขายราคา 20,000 ลีรา ถูกและทันสมัยกว่า Vespa 125 ไฟหน้าติดสูงใกล้กับแฮนด์เป็นครั้งแรกในอิตาลี เช่นเดียวกับโมเดลรุ่นส่งออก

1955 : Vespa 150 GS

รุ่นนี้สาวกให้ความเห็นว่า เป็นรุ่นยอดนิยม เป็นต้นแบบและน่าจดจำ รุ่นนี้มีนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นหลายจุด เครื่องยนต์ 150 ซีซี เกียร์ 4 จังหวะ เบาะยาวมาตรฐาน มือจับ ปรับทรงไฟหน้าที่สวยงาม และล้อยาง10 นิ้ว รุ่นนี้วิ่งได้เร็ว 100 กม./ชม. และยังออกแบบบอดี้ให้เป็นแอโรไดนามิกด้วย

1962 : Vespa 160 GS

รุ่นนี้ประสบความสำเร็จในตลาด มีการออกแบบใหม่ทั้งหมด หม้อลดเสียงไอเสีย คาร์บูเรเตอร์และระบบกันสะเทือนใหม่ มีกำลังถึง 8.2 แรงม้า ที่ 6,500 รอบ/นาที

1963 : Vespa 150 GL

ดีไซน์ใหม่จนได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในรถเวสป้าที่สวยที่สุดที่ผลิตโดยนักออกแบบของ Piaggio คันบังคับเลี้ยว, ไฟหน้าทรงสี่เหลี่ยมคางหมู, บังโคลนหน้าและฝาครอบท้ายล้วนเป็นของใหม่ที่สวยมาก ๆ

1964 : Vespa 50

เป็นรุ่น 50 ซีซี รุ่นแรก ที่ผลิตขึ้นตามกฎหมายป้ายทะเบียนรถ หรือ Italian Highway Code ปรับผังเครื่องยนต์ใหม่ กระบอกสูบทำมุมเอียง 45° องศา นับเป็นผลงานออกแบบชิ้นสุดท้ายที่ คอร์ราดิโน ดัสคานิโอ ฝากไว้

1965 : Vespa 180 SS

ขยายขนาดของเครื่องยนต์ เป็น 181.14 ซีซี 10 แรงม้า สามารถทำความเร็วสูงสุด 105 กม./ชม. รุ่นนี้เข้ามาทดแทนรุ่น GS 150/ 160 ซีซี ทาง Piaggio ได้ทำการปรับปรุงในส่วนของโครงกระจังหน้าใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพตามหลักแอโรไดนามิก และความสะดวกสบาย ตลอดจนสมรรถนะการขับขี่และการเกาะถนน

1966 : Vespa 125

รุ่นนี้ได้ชื่อว่า “125 รุ่นใหม่” มีการออกแบบใหม่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นโครงรถ, เครื่องยนต์เอียง 45° องศา และระบบกันสะเทือน

1966 : Vespa50cc L VSA1T

รุ่นพิเศษที่พัฒนามาจากรถ Vespa รุ่น 50/90 ซีซี และ 125 “รุ่นใหม่” ปรับตำแหน่งอานเบาะและคันบังคับเลี้ยว เพื่อให้ขับขี่ได้สะดวกขึ้น คันบังคับเลี้ยวคอดต่ำ บังโคลนและกระบังหน้าเพรียวลม ด้วยความจุเครื่องยนต์เพียง 90 ซีซี ทำความเร็วได้ 93 กม/ชม.

1968 : Vespa 125 Primavera

พร้อมกับรุ่น PX ที่เป็นรุ่นต่อมา ถือเป็นรถรุ่นที่ใช้งานได้ทนทานที่สุดของ Vespa พัฒนามาจาก 125 “รุ่นใหม่” แต่สมรรถนะเครื่องยนต์ที่ต่างกัน ทำความเร็วได้สูงกว่ากัน 10 กม./ชม. การออกแบบลงลึกทุกรายละเอียด ไม่เว้นแม้แต่ตัวขอเกี่ยวกระเป๋าสุดคลาสสิค

1968 : Vespa 180 Rally

รุ่นใหม่นี้ ทาง Piaggio ได้นำเอาระบบปรับจังหวะการสูบเชื้อเพลิงแบบโรตารี่มาใช้ เครื่องยนตเป็นรุ่นใหม่ให้กำลังสูงขึ้น เช่นเดียวกับโคมไฟหน้า โครงรถต่อยอดมาจาก Vespa 150 Sprint แต่มีรูปทรงเพรียวและลู่ลมกว่า

1970 : Vespa 50 Elestart

ใช้ระบบจุดระเบิดอัตโนมัติ รูปทรงดูทันสมัยและสวยขึ้นเมื่อเทียบกับรุ่น 50

1972 : Vespa 200 Rally

รุ่นนี้ใช้เครื่องยนต์ใหญ่สุดเท่าที่เคยมีมา ให้กำลังส่ง 12.35 แรงม้า ที่รอบหมุน 5,700 รอบ/นาที ทำความเร็วได้ถึง 116 กม./ชม.

1976 : Vespa 125 Primavera ET3

ET3 มาจากคำว่า “Electronic 3 intake ports” พร้อมการปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์ ให้มีกำลังสูงและมีชีวิตชีวาขึ้น รูปทรงดูทันสมัยกว่า Primavera รุ่นเดิม

1978 : Vespa P 125 X

เดอะ “PX” โดดเด่นในเรื่องการวางรูปทรง โดยปรับดีไซน์งานตัวถังใหม่หมด และสมรรถนะสูง ตามด้วย P 200 E ที่ออกมาในปีเดียวกัน พร้อมระบบหล่อลื่นและอุปกรณ์ตรวจจับทิศทางติดตั้งมากับตัวรถ สามปีถัดมา PX 150 E ก็ได้รับการเปิดตัว ด้วยสมรรถนะที่ผสมผสานระหว่างสองโมเดลแรก

1983 : Vespa PK 125

รุ่นนี้เข้ามาแทนที่ Vespa Primavera (รุ่นมาตรฐานและ ET3) ซึ่งยังคงอยู่ในสายการผลิต มีตัวถังแบบ “คลาสสิค” สำหรับตลาดญี่ปุ่นโดยเฉพาะ ปรับเปลี่ยนสไตล์ใหม่ บวกตัวถังที่แตกต่างจากรถสกู๊ตเตอร์ที่แล้วๆ มา โดยเฉพาะในส่วนของรอยเชื่อมต่อที่ประสานกลมกลืนเป็นเนื้อเดียว

1983 : Vespa PK 50

รุ่นนี้ออกมาพร้อมกันสองรุ่นคือ PK 50 และ PK 50 S ใช้เกียร์ 4 จังหวะ และระบบจุดระเบิดอิเล็คทรอนิก

1984 : Vespa PK 125 Automatic

รุ่นนี้เปลี่ยนมาใช้เกียร์อัตโนมัติเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1946 เป็นต้นมา เช่นเดียวกับก้านเบรกที่ด้านซ้ายของแฮนด์บังคับเลี้ยว ตามมาด้วย Vespa PK 50 Automatic ที่เปิดตัวในปีถัดมา

1985 : Vespa T 5 Pole Position

เดอะ T 5 ถือว่าเป็นเวอร์ชั่น “เอ๊กซตร้า - สปอร์ต” ของซีรี่ส์ PX พร้อมกับเครื่องยนต์ใหม่ กระบอกสูบอลูมิเนียม และมีช่องไอดีถึง 5 ช่อง ปรับทรงท้ายและโคมไฟหน้าใหม่ พร้อมกระจกบังลม Plexiglas ขนาดเล็ก เสริมสปอยเลอร์ตรงกระจังหน้า

1989 : Vespa 50 N

รุ่นนี้ปรับเปลี่ยนตามกฎหมาย Italian Highway Code คือรถจักรยานยนต์ 50 ซีซี ไม่จำเป็นต้องถูกจำกัดกำลังอยู่ที่ 1.5 แรงม้า อีกต่อไป ด้วยเหตุนี้ Piaggio จึงได้เปิดตัวรถ Vespa ขนาดเล็กรุ่นใหม่ พร้อมสมรรถนะที่ดีขึ้น มีพลังเกิน 2 แรงม้า ที่ 5,000 รอบ/นาที และปรับทรงให้ดูโฉบเฉี่ยวยิ่งกว่าเดิม เช่นเดียวกับรุ่น “Speedmatic”

1996 : Vespa ET4 125cc

รุ่นนี้ถือว่าเป็น “Vespa ยุคใหม่” เปิดตัวในช่วงครบรอบ 50 ปี ถือเป็นรถ Vespa รุ่นแรก ที่ใช้เครื่องยนต์ 4 จังหวะ Vespa ET ติดตั้งมาพร้อมกับดิสก์เบรกคู่ และเกียร์ออโต

1997 : Vespa ET2 50cc

เหมือนรุ่น ET4 125 แต่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 50 ซีซี 2 จังหวะ พร้อมตัวกรองไอเสีย

1999 : Vespa ET4 150cc

รุ่นนี้เป็นรุ่นแรก ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ Leader สี่จังหวะรุ่นใหม่ แบบเดียวกับโมเดลรุ่น 125 ซีซี

2000 : Vespa ET4 50cc

รุ่นนี้เป็นรถขนาดเล็กรุ่นแรกที่ใช้เครื่องยนต์ 4 จังหวะ ให้จังหวะการทำงานที่มีชีวิตชีวา เงียบกริบ ลดมลพิษ และประหยัดน้ำมัน: Vespa ET4 50 ถือเป็นรถรุ่นสูงสุดในคลาส 50 ซีซี น้ำมันเต็มถังสามารถทำระยะทางได้ไกลกว่า 500 กิโลเมตร

2001 : Vespa150cc PX

รุ่นคลาสสิคบวกกับคุณสมบัติอันเป็นเอกลักษณ์ เกียร์สี่จังหวะ ทำให้ Vespa PX กลายเป็นรถสกู๊ตเตอร์ที่มีผู้หลงใหลมากมายตามแบบฉบับของงานดีไซน์สไตล์อิตาเลียน รุ่นนี้ใช้เครื่องยนต์สองจังหวะทั้งรุ่น 125, 150 และ 200 ซีซี พร้อมระบบระบายความร้อนด้วยแรงดันอากาศ ระบบจุดระเบิด CDI (Capacitor-Discharge Ignition) และปุ่มสตาร์ทมือและคันสตาร์ท PX รุ่นใหม่ เน้นความเป็นสปอร์ต ใช้ดิสก์เบรกหน้าสเตนเลสสตีล เส้นผ่านศูนย์กลาง 200 มิลลิเมตร ให้ประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูง ดรัมเบรกหลังขนาด 150 มม.

2003 : Vespa Granturismo 200L and 125L

ปี 2003 คือปีที่รถ Granturismo ได้รับการเผยโฉมในฐานะรถ Vespa ที่ทรงพลังที่สุด ทั้งในรุ่น 200L และ 125L ล้วนอัดแน่นไปด้วยวิทยาการล้ำหน้า:และเป็นครั้งแรกที่ เปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์สี่จังหวะ, สี่วาล์ว, ระบายความร้อนด้วยของเหลว สอดรับกับมาตรฐานมลพิษใหม่ Euro2 เช่นเดียวกับล้อขนาด 12 นิ้ว ในรุ่น 200L และระบบดิสก์เบรกคู่ ตัวถังผลิตจากเหล็กกล้า

2005 : Vespa LX

รุ่นนี้เปิดตัวที่ กรุงโรม เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2005, LX คือรถ Vespa ลำดับที่ 139 และถือเป็นตัวแทนของงานสืบทอดตำนานชั้นยอด ด้วยการเป็นรถสกู๊ตเตอร์ที่มีดีไซน์งดงาม ล้ำหน้า กระทัดรัด เหมาะสำหรับขับขี่ภายในเมือง รุ่นนี้ผลิตออกจำหน่ายแทนที่รุ่น Vespa ET ซึ่งขายไปได้กว่า 460,000 คัน นับแต่ปี 1996 มีให้เลือกหลากหลาย ทั้งสี่ รุ่น ขนาดความจุ สองและสี่จังหวะ

2005 : Vespa GTS 250 i.e.

ห้าสิบปีหลังจากกำเนิด Vespa GS (Gran Sport) นี่คือรถสกู๊ตเตอร์สปอร์ตคันแรกในประวัติศาสตร์ ที่บรรดานักสะสมและแฟนๆ ตามหา GTS 250 i.e. เปิดตัวเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2005 ในปอร์โตฟิโน่ การออกแบบได้หลอมรวมเอาสปีดและรูปทรงเป็นหนึ่งเดียว กระทั่งกลายเป็นรถ Vespa ที่เร็ว ทรงพลัง และล้ำยุคที่สุดในประวัติศาสตร์ ด้วยการใช้เครื่องยนต์ 250 ซีซี สี่จังหวะ สี่วาล์ว หัวฉีดอิเล็คทรอนิก และดิสก์เบรกคู่ บวกอ็อพชั่น ABS และเบรกเซอร์โว Vespa GTS 250 i.e. คือหนึ่งในพาหนะสองล้อ และมอเตอร์ไซค์ขนาด 250 ซีซี รุ่นแรก ที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานการควบคุมมลพิษ Euro 3

2006 : Vespa GTV

รุ่นนี้ผลิตขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองตำนานแห่งโลกยนตกรรมสองล้อ Vespa LXV และ Vespa GTV ด้วยดีไซน์และฟังก์ชั่นการทำงานที่ย้อนกลับไปสู่ยุค ทศวรรษที่ 50 และ 60 Vespa GTV มีให้เลือกทั้งรุ่น 125 และ 250 ซีซี และมีจุดเด่นตรงไฟหน้าที่ติดตั้งบนบังโคลนเหมือนตัวต้นแบบปี 1946

2006 : Vespa LXV

Vespa LXV แมีให้เลือกสามรุ่นคือ 50, 125 และ 150 ซีซี ได้รับแรงดลใจจากลายเส้นของรถ Vespa ในยุค 1960 เน้นดีไซน์เรียบง่าย ทันสมัย ด้วยคันบังคับเลี้ยวที่เปิดโล่ง และเบาะนั่งที่แยกเป็นสองตอน

2006 : Vespa GT 60, 250cc,

นี่คือของกำนัลที่ Vespa ตั้งใจจะมอบให้เป็นของขวัญแก่แฟน ๆ เพื่อเป็นการฉลองครบรอบปีที่หกสิบของบริษัท ด้วยการเลือกใช้วัสดุประกอบชั้นเยี่ยม ผลิตในจำนวนจำกัดเพียง 999 คัน ด้วยมุ่งหวังที่จะให้มันกลายเป็นสัญลักษณ์หนึ่งในประวัติศาสตร์อันยาวนานของเวสป้า

2007 : Vespa GTS 125

Vespa GTS 125 รุ่นนี้เป็นการผสานรวมระหว่างสมรรถนะและความงดงามที่ลงตัว ให้มาพร้อมทั้งความหรู มีระดับ และเทคโนโลยีชั้นสูงในแบบฉบับของรถสกู๊ตเตอร์ GT

2007 : Vespa S 50, 125

ทุกคุณลักษณะของ “Vespino” ถูกนำกลับมาอีกครั้งโดยรถ Vespa S รุ่นใหม่ จากการผสมผสานรูปแบบและกลิ่นอายต่าง ๆ เพื่อเก็บรักษาจิตวิญญาณของความเป็นหนุ่มสาวไว้ ส่งให้มันกลายเป็นรถ Vespa ที่เปี่ยมสีสันและชีวิตชีวามากที่สุดในยุคปัจจุบัน Vespa S สืบทอดแนวทางลดทอนจากงานในตำนานยุค 1970 อย่าง 50 Special และ Vespa Primavera

2008 : Vespa GTS 300

รุ่นนี้นำเอาความเลิศหรูก้าวพ้นงานในคลาส 250 ด้วยการนำเอกลักษณ์สไตล์คลาสสิคในแบบ Vespa มาผสานเข้ากับความทันสมัยและเป็นสปอร์ต ลายเส้นที่สะอาดตา Vespa GTS 300 Super คือการหลอมรวมของรูปแบบ ความสะดวกสบาย ปลอดภัย และแข็งแกร่งทนทาน ด้วยการใช้เครื่องยนต์สี่วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ รุ่นใหม่อันทรงพลัง, ระบบหัวฉีดอิเล็คทรอนิก และมาตรฐาน Euro3 สิ่งที่ส่งให้ Vespa GTS 300 Super มีความแตกต่างจากรถจักรยานยนต์คันอื่น ก็คือ เครื่องยนต์ที่มีความยืดหยุ่นและเปี่ยมด้วยพลกำลัง ซึ่งหมายถึงมันสามารถออกตัวได้อย่างรวดเร็ว

2009 : Vespa-LX504Va

รุ่นนี้มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 50 ซีซี สี่วาล์ว สี่จังหวะ รุ่นใหม่ ได้นำเอาความอัศจรรย์ของเครื่องยนต์ในตำนาน Vespa กลับมาอีกครั้ง ด้วยการตั้งจังหวะการปิด-เปิดของลิ้นสี่ระดับ ที่ส่งผลให้มันมีพลกำลังที่โดดเด่น ที่ 4.35 แรงม้า นี่คือเครื่องยนต์สี่จังหวะ 50 ซีซี ที่ทรงพลังที่สุดในตลาด ด้วยตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองและมลพิษที่น่าชื่นชม ตอกย้ำความเป็นหนึ่งในด้านนวัตกรรมด้านเครื่องยนต์ของ Vespa ตลอดระยะเวลาหกทศวรรษ

2009 : Vespa GTS 125 Super

รุ่นนี้ถือเป็นงานสืบทอดความงาม และรูปแบบการขับเคลื่อนของ Vespa 300 Super ตลอดจนความเป็นสปอร์ตร่วมสมัย เครื่องยนต์หัวฉีดอิเล็คทรอนิกรุ่นใหม่ช่วยในเรื่องของความประหยัดน้ำมันและการซ่อมบำรุง พร้อมด้วยระบบ Electric Cooling System สมบูรณ์แบบทั้งในแง่ของรูปแบบและสมรรถนะ แผงสีข้างด้านขวาของตัวถังเหล็กกล้า ถูกเฉือนและติดเป็นแผ่นกระจังบานเกล็ด ให้บรรยากาศแบบรถสกู๊ตเตอร์รุ่นโบราณยามเมื่อดูจากด้านข้าง ล้ออัลลอยสีทูโทนรุ่นใหม่ พร้อมมุมมองด้วยสปริงสีแดงในสไตล์รถแข่ง

2010 : Vespa LX150ie Bella Rosa Limited Edition

รุ่นนี้เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อฉลอง Grand Opening Flagship Store Vespa Thonglor LX150 เป็นโมเดลใหม่ล่าสุดจากเวสป้า พรีเมี่ยมสกู๊ตเตอร์จากประเทศอิตาลี และย้ำความพิเศษของ Bella Rosa ด้วยป้าย Limited Edition บนรถทุกคัน สำหรับสีพิเศษ Bella Rosa ทางบริษัทฯได้รับสิทธิพิเศษนำเข้ามาให้ชาวเวสป้าในประเทศไทยเพียง 50 คัน

2011 : Vespa Limited Edition LX150 2 Tone

รุ่นนี้ออกแบบใหม่ด้วยสีพิเศษ สีสันสไตล์อิตาเลียน สะดุดตาและโดดเด่นด้วยเบาะนั่งที่ตัดเย็บด้วยสีพิเศษเช่นเดียวกัน เป็นการดีไซน์ได้อย่างสวยงามและลงตัวที่สุดสำหรับเวสป้าในรุ่น Vespa LX150 Alloro (สีเขียว) และ Vespa LX150 Bluette (สีฟ้า) สำหรับการดีไซน์ในรุ่นนี้ มีการผลิตออกมาแค่สีละ 45 คันเท่านั้น

2011 : 1946-2011 Vespa 65th Anniversary

Vespa 65th Anniversary Limited Edition เปิดตัวเพื่อการเฉลิมฉลองแบรนด์เวสป้า สกู๊ตเตอร์ยอดนิยมที่มีประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ขวัญใจคนไทยที่มีมากว่า 65 ปีกับโมเดลรุ่นพิเศษ LX150ie และ S150ie สีเขียวคลาสสิค Green Muschio พร้อมยังถือโอกาสสุดพิเศษนี้จัดงานฉลอง “เวสป้าครบรอบ 65 ปี” รวมพลคนรักเวสป้าและพิอาจิโอถึง 2,500 คัน นับว่าเป็นครั้งประวัติศาสตร์ยิ่งใหญ่สุดในเอเชีย

Vespa LX150ie 65th Anniversary Limited Edition

Vespa S150ie 65th Anniversary Limited Edition

2013 : Vespa LX125 i.e. MMFK & Tu’i Edition

Vespa LX125 i.e. MMFK & Tu’i Edition รุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น 2 คันเก๋ ออกแบบโดยคุณพฤษ์พล มุกดาสนิท AKA. MAMAFAKA และคุณทิพนันท์ ไกรฤกษ์ ศรีเฟื่องฟุ้ง ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้งแบรนด์ทูอี้ ด้วยการตีความที่แตกต่างกันออกไปของทั้ง 2 ดีไซเนอร์ จึงเป็นที่มาของคอนเซ็ปต์ “When The Indie Boy Meets The IT Girl” เมื่อหนุ่มเซอร์เจอสาวเปรี้ยว

Vespa LX125ie Limited Edition “MMFK collaboration 2013”

ออกแบบโดยหนุ่มกราฟฟิกดีไซเนอร์สตรีทอาร์ต ตั้ม-พฤษ์พล มุกดาสนิท จากแบรนด์ MAMAFAKA: MMFK เป็นสีดำด้าน ออกแนวสตรีท แมน เท่ ดิบ และมาพร้อมไอเด็นติตี้สำคัญของ ‘คุณตั้ม’ คือ Mr.HellYeah! กระจายลงสู่ชิ้นส่วนต่างๆ บนรถ พร้อมของพรีเมี่ยมเฉพาะรุ่นครบเซ็ทเอาใจสาวกเวสป้า ได้แก่ ถุงมือ, ผ้าพันคอ, หมวกนิรภัย และพวงกุญแจ

Vespa LX125ie Limited Edition “Baciami The new Vespa”

ออกแบบโดย คุณตุ๊ย - ทิพนันท์ ศรีเฟื่องฟุ้ง ดีไซเนอร์เจ้าของแบรนด์เครื่องหนัง “ทูอี้” (Tu’i) ‘คุณตุ๊ย’ โดดเด่นด้วยลวดลายกราฟิกซิกแซกสีขาวคลาสสิกบนตัวรถสีชมพูซิลเวอร์พิงค์ (Silver Pink) เฉดเดียวกับกระเป๋า ‘ทูอี้ แบ็ก’ (Tu’i Bag) รุ่นพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อรถคันนี้โดยเฉพาะ, พร้อมของพิเศษไม่ว่าจะเป็นหมวกนิรภัย และพวงกุญแจสุดพรีเมี่ยมที่ผลิตเป็นพิเศษสำหรับผู้ซื้อรถรุ่นนี้

2014 : Vespa Primavera

เวสป้า พรีมาเวรา ปรากฏโฉมครั้งแรกตั้งแต่ปี 1968 ถือเป็นสกูตเตอร์รุ่นหนึ่งที่ทำตลาดทั่วโลกอย่างยาวนาน โดยในรุ่นปี 2014 พรีมาเวรายังคงแนวทางการออกแบบสุดคลาสสิกแบบเดิมไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้าดวงกลมและติดเป็นชิ้นเดียวกับแฮนด์รถ กระจังหน้าทรงโค้งขนาดใหญ่ ที่พักเท้าขนาดพอเหมาะ ออกแบบทำให้เบาะนั่งและที่วางเท้าตามหลักกายภาพจึงนั่งได้สบาย ส่วนไฟท้ายออกแบบใหม่และใช้หลอดไฟ LED ให้ความสว่างโดดเด่นชัดเจน มิติตัวถังรถยาว 1,852 มิลลิเมตร กว้าง 680 มิลลิเมตร และสูง 1,334 มิลลิเมตร

2014: Vespa Sprint

รุ่นปีนี้มาพร้อมเครื่องยนต์ 2 ขนาด ได้แก่ เครื่องยนต์สูบเดียวขนาด 125 ซีซี 3 วาล์ว 4 จังหวะ ให้กำลัง 9.6 แรงม้า แรงบิด 9.5 นิวตันเมตร และเครื่องยนต์สูบเดียวขนาด 150 ซีซี 3 วาล์ว 4 จังหวะ ให้กำลัง 11.6 แรงม้า แรงบิด 12 นิวตันเมตร ทั้งสองเครื่องยนต์จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ CVT ให้ทั้งกำลังการขับขี่ที่ทันใจและการประหยัดน้ำมันอย่างยอดเยี่ยม

2014 : Vespa GTS 150 3Vie

รุ่นนี้ออกแบบสำหรับผู้ที่หลงใหลรถ Vespa GTS 300 ก่อนหน้านี้ แต่มีการปรับรูปโฉมและเครื่องยนต์ที่เล็กลงเพื่อความคล่องตัวในการขับขี่ในตัวเมืองให้มากยิ่งขึ้น ล้ำกว่าเดิม ด้วยฝาครอบแตรหน้าดีไซน์ใหม่พร้อมด้วยเครื่องยนต์หัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ 4 จังหวะ 3 วาล์ว ขนาด 150 ซีซี (ระบบพัดลมระบายอากาศ)ด้วยน้ำหนักตัวที่น้อยลง เพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่ในเมืองให้มากยิ่งขึ้น ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง โดดเด่นด้วยตัวถังเหล็กกล้าปั๊มขึ้นรูปพร้อมแผงคานรับน้ำหนัก เพิ่มขีดความสามารถในสมรรถนะของการขับขี่ และความทนทาน ใต้เบาะนั่งมีพื้นที่ของกล่องเก็บสัมภาระขนาดใหญ่ ประกอบกับระบบรองรับน้ำหนักด้านหน้าแบบแขนต่อเดี่ยว สุดคลาสสิก คุณสมบัติทางไดนามิคที่เหนือชั้น แยกฟังก์ชั่นของแผงรับน้ำหนัก กับโช้คอัพออกจากกัน พร้อมเสริมด้วยระบบดิสเบรกกระบอกสูบคู่ ทั้งด้านหน้าและหลังเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ มีด้วยกัน 4 สี ประกอบด้วย สีขาว (Montebianco), สีดำ (Nero Vulcano) และสีแดง (Rosso Dragon) และสีเขียว (Green Muschio)

2015 : Vespa S 125 3Vie Raduno Edition

จาก Vespa S รุ่นไฟเหลี่ยมในตำนานที่เคยเป็นที่นิยมมากที่สุดกลับมาครองใจชาวไทยอีกครั้งกับ Vespa S 125 3Vie Raduno Edition จัดทำขึ้นพิเศษเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 5 ปีของบริษัท เวสปิอาริโอ(ประเทศไทย) จำกัด โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากความสนุกสนานของการแข่งเวสป้าแรลลี่
Vespa S 125 3Vie Raduno Edition มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีแดง Rosso Dragon, สีขาว Montebianco ในราคาพิเศษ 86,900 บาท และสีเทาด้าน Grigio Titanio

2015 : Vespa gts-150-special-edition

นวัตกรรมยานยนต์สองล้อรุ่นล่าสุดในตระกูล GTS ปรับรูปโฉมใหม่ด้วยตัวถังสีเทาด้านไทเทเนียมเกรย์ “กริโจ้ ทิตานิโอ้” (Grigio Titanio) มาพร้อมกับเพลทโลหะสีดำรุ่นพิเศษ และเบาะหนังสีแดงสไตล์อิตาลี ทำให้เวสป้า GTS 150 3Vie Special Edition คือความหรูหราที่ผสานสมรรถนะเหนือระดับสำหรับทุกสภาวะการขับขี่ได้อย่างลงตัว ผลิตขึ้นมาเป็นพิเศษโดยจัดจำหน่ายในประเทศไทยที่เดียวเท่านั้น

2015 : Vespa GTS 300 รุ่นปี 2015

รุ่นนี้มีลักษณะภายนอกเฉพาะตัวอันโดดเด่นด้วยตัวถังที่ทำจากเหล็ก เส้นสายสปอร์ตที่ทันสมัยบริเวณเบาะนั่ง และมีขนาดใหญ่พร้อมความคงทนแข็งแรงเช่นเคย มีช่องเก็บของอเนกประสงค์ด้านหลังของแผ่นบังลมหน้าและที่ห้อยกระเป๋า มีระบบเตือนความจำในการจอดรถและเชื่อมข้อมูลไปยังโทรศัพท์มือถือระบบสมาร์ทโฟน ในกรณีลืมที่จอดรถ มีแพลตฟอร์มมัลติมีเดีย (VMP) เพื่อแสดงข้อมูลสภาพรถ เส้นทาง และสภาพการจราจร รวมทั้งมีพอร์ต USB บริเวณช่องด้านหลังของแผ่นบังลม เพื่อความสะดวกในการชาร์จไฟและอุปกรณ์ต่าง ไฟหน้า LED ที่เพิ่มความชัดเจนขณะขับขี่ในเวลากลางวัน
นอกจากนี้ยังโดดเด่นด้วยระบบกันสะเทือนล้อหน้า ESS (Enhanced Sliding System) ที่ใช้แขนโช้คเดี่ยวแบบคลาสสิกบริเวณด้านหน้าพร้อมคลัชหมุดกดตามแบบฉบับดั้งเดิม ตัวโช้คอัพถูกติดตั้งบนตัวรับอลูมิเนียมที่เชื่อมต่อไปยังล้อผ่านขาจุดยึด แบบพับ ที่ยึดแน่นด้วยสกรู 2 ตัว เพื่อเพิ่มการกระจายแรงและทำให้ลดการสะเทือนได้ดียิ่งขึ้น เครื่องยนต์สูบเดียว 300 ซีซี 4 วาล์ว 4 จังหวะ หัวฉีด ให้กำลัง 22 แรงม้าที่ 7,500 รอบต่อนาที และให้แรงบิดสูงสุด 22.3 นิวตันเมตร ที่ 5,000 รอบต่อนาที ระบายความร้อนด้วยน้ำ

2015 : Vespa Monochrome Limited Series 2015

ครั้งแรกกับดีไซน์เรียบหรูบนสกู๊ตเตอร์เวสป้าสีดำด้าน ออกแบบพิเศษเพิ่มความโดดเด่นด้วยลายเส้นสีขาวและสีดำ โฉบเฉี่ยวสไตล์สปอร์ตด้วยชิวด์สั้นสีสโม๊คและพิเศษสุดกับโลโก้เวสป้าสีดำหน้ารถ พร้อมเบาะหนังดีไซน์ใหม่

2016 : “70 Years of Vespa”

เวสปิอาริโอเปิดตัวแคมเปญ “70 Years of Vespa” ภายใต้แนวคิด “Be Iconic, Ride Vespa” เวสป้ารุ่นพิเศษ “Vespa 70th Anniversary Limited Edition” และเวสป้าคอลเลคชั่นใหม่ 2016 ที่ผนวกทั้งดีไซน์และนวัตกรรมใหม่ล่าสุดเข้าด้วยกัน เพื่อที่สุดแห่งทุกประสบการณ์การเดินทางด้วยสกู๊ตเตอร์ระดับตำนานของโลก
Vespa Primavera แบ่งเป็น 2 รุ่นเครื่องยนต์ :
1. Vespa Primavera 125 3Vie มี 3 เฉดสี ประกอบด้วย สีขาว Montebianco, สีดำ Nero Vulcano และสีแดง Rosso Dragon
2. Vespa Primavera 150 3Vie ABS มี 3 เฉดสี ประกอบด้วย สีขาว Montebianco, สีดำ Nero Vulcano และสีใหม่ สีเงิน Grigio Seta
Vespa Sprint แบ่งเป็น 2 รุ่นเครื่องยนต์เช่นกัน :
1. Vespa Sprint 125 3Vie ABS มี 3 เฉดสี ประกอบด้วย สีขาว Montebianco, สีแดง Rosso Dragon และสีส้ม Taormina
2. Vespa Sprint 150 3Vie ABS มีสีขาว Montebianco สีเดียว
3. Vespa Sprint 150 3Vie ABS Matt Series มี 2 เฉดสี ประกอบด้วย สีเทาด้าน Grigio Titanio และสีใหม่ สีแดงด้าน Rosso Matt

คุณชอบ Vespa หรือไม่

Preload

บทความที่ได้ถูกแนะนำ


ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg 6132a7f9 642b 44f4 a498 95a7f72fa40f

Gap