Samascha Cunwongdee อัพเดทเมื่อ 16:05 09/11/2559
Thumb lg thai non league

จากดินสู่ดาว 10 นักเตะไทยที่แจ้งเกิดกับลีกภูมิภาค!

172 Pepper

สำหรับนักเตะบางคนนั้นแม้ต่อให้เล่นในลีกที่ไม่มีคนรู้จักมากนัก แต่ด้วยฝีมือที่เกินมาตรฐานของลีกภูมิภาค จนเป็นที่ต้องการของทีมยักษ์ใหญ่ในไทยลีค

TPL Debut football Non-League

คอบอลคงจำกันได้กับการที่บอลลีกอังกฤษปีที่แล้วมีการพลิกโผตำแหน่งแชมป์ โดยทีมที่ได้กลับกลายเป็นเลสเตอร์ ซิตี้ ทีมที่เพิ่งจะหนีตกชั้นในฤดูกาลก่อนหน้า แต่กลับกลายขึ้นมาเป็นยอดทีมโดยทีมเวิร์คล้วนๆ โดยเฉพาะฟอร์มอันร้อนแรงของเจมี่ วาร์ดี้ ที่ในอดีตเคยเป็นผู้เล่นนอกลีกมาก่อน และไต่เต้ามาเรื่อยๆจนพาเลสเตอร์ขี้นมาในลีกสูงสุดและเป็นแชมป์ วันนี้เราจึงมานำเสนอยอดแข้งของไทยที่เคยเล่นนอกลีกมาก่อนเฉกเช่นเดียวกัน แต่ด้วยความพยายามและฝีเท้าที่มีดีทำให้พวกเขาปลดล็อคตัวเองและก้าวขึ้นมาสู่ลีกสูงสุดได้

1. ศราวุฒิ มาสุข

ปีกทีมชาติไทย อายุ25ปี รายนี้ได้กลายเป็นสมาชิกใหม่ของบางก็อกกล๊าส ในซีซั่นที่ผ่านถ้าหากบอกถึงจุดเด่นของเจ้าตัวคงเป็นความเร็วและความคล่องตัวที่หาจับยากนี้เอง ที่ทำให้โค๊ซซิโก้จำเป็นที่ต้องดึงศราวุฒิเข้ามาเป็นหนึ่งในขุนพลของทีมชาติไทย
หากย้อนกลับไปในความวันที่แจ้งเกิดคงเป็นต้นเดือนตุลาคม ปี พ.ศ.2554 วินนี่ วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือทีมชาติไทยชาวเยอรมันขณะนั้น เรียกปีกหน้าละอ่อนอายุ19ปี จากสโมสร จามจุรี มาร่วมทีมช้างชุดซีเกมส์ ทำให้เกิดความสงสัยขึ้นว่าเขาคือใคร แต่อย่างไรก็ตามด้วยผลงานในทีมชาติกับรายการซีเกมส์นี้เอง ที่เรียกได้ว่าแจ้งเกิดให้ศราวุฒิ หลังจากเจ้าตัวและโค๊ชซิโก้ช่วยกันพาทีมชาติไทยมาเป็นเจ้าแห่งอาเซียนในศึกซีเกมส์ได้อีกครั้ง ก่อนหน้านั้นศราวุฒิได้เซ็นสัญญากับเมืองทองและทำผลงานถือว่าไม่ขี้เหร่มากนัก แต่อย่างไรก็ตามศราวุฒิ ต้องย้ายสโมสรไปอยู่กับ นครราชสีมา เอฟซีแบบยืมตัว ก่อนที่จะย้ายไปอยู่กับ บางก็อกกลาสในปัจจุบัน

2. สหรัฐ กันยะโรจน์

กันยะโรจน์ มิดฟิลด์ดาวรุ่งฟอร์มร้อนแรง และว่าที่อนาคตทีมชาติไทยชุดใหญ่หากย้อนไปเมื่อ 2 ปีก่อนชื่อของเขาเหล่าแฟนบอลไทยพรีเมียร์ลีก คงแทบไม่เคยได้ยินชื่อ คงจะมีเพียงแฟนบอลของ ราชันโคขาว ลำพูน วอริเออร์ ทีมดิวิชั่น 2 โซนภาคเหนือ เท่านั้น ที่สนใจเขาอย่างใกล้ชิด เพราะขณะนั้นเขาเป็นยอดดาวรุ่งกำลังหลักของทีมในวัยแค่ 19 ปีเท่านั้น ก่อนที่สหรัฐนั้นจะย้ายมาซบ เชียงราย ยูไนเต็ดนั้น เขาถูกจับตามองจากทีมใน ลีกภูมิภาคและลีกวัน หรือไทยพรีเมียลีกก็ต่างจ้องตาเป็นมัน ในการคว้าตัวดาวรุ่งรายนี้เข้ามา แต่อย่างไรก็ตามสหรัฐก็เลือกที่จะหาความท้าทายใหม่กับ เชียงราย ยูไนเต็ด ด้วยอายุเพียง 20 ปี แต่กลับขึ้นมาเป็นกำลังหลักให้ กว้างโซ้งมหาภัย ลงเล่น27 นัด ยิงไป 3 ประตู จนติดทีมชาติชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ที่กาต้า แม้ปัจจุบัน สหรัฐจะย้ายไปร่วมทีม พีทีที ระยอง แบบไม่เปิดเผยค่าตัว แต่เชื่อได้ว่าเขาจะกลับมาเล่นในลีกสูงสุดของประเทศได้อย่างแน่นอน

3. วิชาญ นันทะศรี

วิชาญ นันทะศรี วัย 30 ปีในปัจจุบัน เริ่มเล่นให้กับ เลย ซิตี้ ทีมดังในดิวิชั่น 2 โซนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ครั้งแรกตั้งแต่ยังศึกษาอยู่มหาวิทยาลัยปี 4 และแจ้งเกิดกับทีมในยุคที่ได้ลุ้นรอบแชมเปี้ยนส์ลีก เกือบทุกปี เขาพาทีมคว้าแชมป์โซนอีสาน เมื่อปี 2009 แต่ไม่ได้เลื่อนชั้นขึ้นสู่ดิวิชั่น 1 อย่างไรก็ตามความดังในระดับภูมิภาค และฝีเท้าของเขา ทำให้ กระทั่งทีม เจ้าบุญทุ่มยุคใหม่ อย่างเมืองทองฯ ยูไนเต็ด เคยไล่ล่าลายเซ็น แต่กลับเป็น TOT เอฟซีได้รายเซ็นเขาไปพร้อมกับพี่ชายฝาแฝด วิชา นันทะศรี ที่ร่วมพลังเป็นหลักให้สโมสรตลอด5ปี ก่อนที่สโมสรจะประสบปัญหาการเงิน จนต้องปล่อยนักเตะตัวหลักไปหลายราย ร่วมถึง วิชาญ นันทะศรีที่ต้องหาต้นสังกัดใหม่และเป็น บีอีซี เทโร ที่ได้ลายเซ็นไป แต่เมื่อวิชาญได้มาอยู่กับทีมมังกรไฟ ก็ต้องพบกับปัญหาไม่ได้ลงเล่นแบบต่อเนื่อง จนในที่สุดก็ได้ย้ายไปอยู่พัทยาจนถึงปัจจุบัน

4. กิตติพงษ์ วงมา

กิตติพงษ์ วงมา คือ หนึ่งในกองหน้าอนาคตไกลของไทย เขามีความเร็วเป็นจุดเด่น และจบสกอร์ได้เฉียบขาดในระดับหนึ่ง โดยก่อนหน้านี้ไม่นาน กูปรีอันตราย เพิ่งขยายสัญญาให้กับเขาออกไปอีก 2 ปี แน่นอนว่าผลงานของเขาทำให้เป็นกลายเป็นขวัญใจของแฟนบอลศรีสะเกษได้อย่างไม่ยากเย็น
ก่อนหน้านี้ กิตติพงษ์ วงมา เป็นนักเตะที่รู้จักในกลุ่มคนฟุตบอลของจังหวัดศรีสะเกษเท่านั้น เพราะเขาคือนักเตะดาวรุ่งฝีเท้าดีที่ตระเวนเดินสายเตะบอลในหลายพื้นที่ของจังหวัด ก่อนที่จะก้าวสู่การค้าแข้งอาชีพ กับ ศรีสะเกษ ยูไนเต็ด ทีมระดับ ดิวิชั่น 2 แต่ถึงอย่างนั้นตอนแรกมีข่าวหน้าหูกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ดที่จะย้ายไปร่วมทีม กลับเป็นศรีสะเกษ เอฟซีที่คว้าตัวดาวรุ่งรายนี้ไป และในปี2558 กิตติพงษ์ สามารถสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุดที่ สามารถทำประตูได้ในไทยพรีเมียลีก ด้วยผลงานตลอดทั้งฤดูกาล 28นัด ยิงได้4 ประตู จนเป็นถูกใจของโค๊ชซิโก้ ได้ให้ไปร่วมทีมออสตาไทยลีค นัดที่เจอกับ เรดดิ้ง แต่อย่างไรก็ตาม บอร์ดบริหารสโมสรกลับปล่อยตัว ให้กับอุดรธานี ในดิวิชั่น 2 โซนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยืมตัวไปใช้งานไม่มีใครคาดคิด

5. วรุตน์ สัพโส

ชื่อของ วรุตน์ สัพโส เป็นที่คุ้นหูของแฟนบอลไทยมากขึ้น หลังจากที่เจ้าตัวก้าวมาเล่นในลีกสูงสุดของเมืองไทยได้ 2 ฤดูกาล กับการท่าเรือ และ ชลบุรี เอฟซี แต่ไม่น่าเชื่อว่าการเริ่มเล่นในลีกสูงสุดของเขาเริ่มต้นด้วยวัย 28 ปี
ก่อนหน้านี้เขาเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในแวดวงลูกหนังลีกภูมิภาค เขาแจ้งเกิดเต็มตัวในปี 2010 ด้วยการพา พยัคฆ์ล้านนา เชียงใหม่ เอฟซี คว้าแชมป์ ดิวิชั่น 2 โซนภาคเหนือ และคว้าตัวเลื่อนชั้นสู่ดิวิชั่น 1
แต่เส้นทางลูกหนังไม่ง่ายนัก เพราะแม้จะมีส่วนสำคัญพาเชียงใหม่ เอฟซี เลื่อนชั้นจากดิวิชั่น 2 กลับสู่ดิวิชั่น 1 ได้อีกครั้ง แต่ พยัคฆ์ล้านนา กลับไม่ให้โอกาสเขาในการโชว์ผลงานกับลีกรองของไทย แต่ปล่อยตัวให้ ระยอง เอฟซี และ พิษณุโลก เอฟซี ยืมตัวแทนเมื่อปี 2013
แต่เพชรยังไงก็คือเพชร มักเฉิดฉายเสมอไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็ตาม และเป็นการท่าเรือ เอฟซี ผู้เห็นแววและสร้างความฝันให้ วรุตน์ สัพโส เป็นจริงเมื่อการท่าเรือ ดึงตัวเขามาร่วมทีมและทำให้เขาได้ลงเล่นไทยพรีเมียร์ลีก ลีกสูงสุดของไทยเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2014 พร้อมเป็นตัวหลักของทีมทันทีด้วยการลงเล่นถึง 37 นัด ยิง 1 ประตู
ผลงานของเขาเป็นที่ประจักษ์ในไทยพรีเมียร์ลีก จนเมื่อท่าเรือฯ มีการเปลี่ยนแปลง เขาได้ย้ายมาอยู่กับ ชลบุรี เอฟซี ทีมยักษ์ใหญ่ของไทยในวัย 29 ปี ซึ่งปีก่อนลงเล่น 14 นัดในสีเสื้อฉลามชล เรียกได้ว่าชีวิตเขาอาจเป็นนักเตะจากดิวิชั่น 2 ที่ก้าวขึ้นสู่ไทยลีกได้ดีที่สุดคนหนึ่งของประเทศก็เป็นไปได้

6. พิทักษ์พงษ์ กุลสุวรรณ

พิทักษ์พงษ์ กุลสุวรรณ เริ่มต้นค้าแข้งอาชีพครั้งแรกเมื่อปี 2010 กับ มหาสารคาม ในศึกดิวิชั่น 2 โซนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขาอยู่ที่นั่น 3 ปี จึงได้ไปทดสอบฝีเท้ากับขอนแก่น เอฟซี ในดิวิชั่น 1 เมื่อปี 2013 ปรากฏว่าฝีเท้าโดนใจทีมเรียกเซ็นสัญญา แต่ขณะนั้นเขายังติดเรียกอยู่ปีสุดท้ายกับวิทยาลัยพลศึกษา มหาสารคาม จำเป็นต้องนั่งรถไปกลับระหว่างซ้อมและเรียนเป็นประจำเล่น พิทักษ์พงษ์สามารถเล่นได้ทั้งปีกขวา, ตัวกลาง, แบ็คซ้าย-ขวา แถมยังมีทีเด็ดจากลูกฟรีคิก เขาลงเล่นสม่ำเสมอกับ ขอนแก่น เอฟซี แต่สุดท้ายทีมกลับตกชั้นต้องลงมาเล่นดิวิชั่น 2 ชีวิตเขาต้องกลับมาอยู่กับฟุตบอลรากหญ้าอีกครั้ง 2015 ก็เกิดเหตุการณ์สำคัญขึ้นเมื่อมังกรไฟ บีอีซี เทโรศาสน ที่สามารถคว้าแชมป์ลีกคัพ มาหมาดๆ เมื่อปี 2014 เรียกเขาไปทดสอบฝีเท้า และพาไปอุ่นเครื่องที่เวียดนาม ก่อนเซ็นสัญญากันในที่สุด
แข้งโนเนมอย่าง พิทักษ์พงษ์ กุลสุวรรณ ในวัย 26 ปี ตื้นตันและตื่นเต้นเป็นที่สุดที่ได้อยู่ร่วมทีมเดียวกับนักเตะในตำนานอย่าง แม้ช่วง 10 นัดแรกจะไม่ค่อยได้รับโอกาสลงสนามมากนัก แต่ช่วงเวลาที่มีผู้เล่นบาดเจ็บหลายคน ทำให้เขาได้รับโอกาสมากขึ้น ลงเล่นไป 17 เกมในลีก และทำผลงานส่วนตัวได้อย่างน่าประทับใจ แต่ยังงั้นก็ไม่สามารถที่ช่วยให้ต้นสังกัดรอดพ้นการต้นชั้นไปได้

7. จิตปัญญา ทิสุด

จิตปัญญา ทิสุด สมัยที่ยังอยู่กับ เกร็กคู ลูกทัฟฟ้า ในดิวิชั่น 2 กรุงเทพ และปริมณฑล คือ นักเตะขวัญใจของกองเชียร์ เขาซัดไปถึง 9 ประตู พาทีมเข้าไปเล่น รอบแชมเปี้ยนส์ลีก รวมถึงเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย โตโยต้าลีก คัพ เมื่อปี 2013 และเป็นชัยนาท เอฟซี จึงไม่รอช้ากระชากตัวเขาจากลีกล่างโดดขึ้นสู่ไทยพรีเมียร์ลีกทันทีเมื่อปี 2014
ปี 2015 การเข้ามาของ ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล ทำให้จิตปัญญา ก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักได้มากขึ้น แต่กับระบบ และรูปแบบการเล่นของ โค้ชวัง ไม่อาจทำให้เขาเฉิดฉายได้เท่าไหร่นัก โดยยิงได้เพียง 2 ประตู แต่พอหลังจาก โค้ชหระ อิสระ ศรีทะโร ก้าวเข้ามากุมบังเหียน“นกใหญ่พิฆาต ในช่วงท้ายฤดูกาล ก็ทำให้ตัวตนของ จิตปัญญา ถูกแสดงให้เห็นบนเวทีไทยลีก
เขามีอิสระมากขึ้นในเกมรุก และทักษะการวางเท้ายิงประตูที่เฉียบคมของเขา ถูกใช้มากขึ้นด้วยกึ๋นของ โค้ชหระ โดย 6 นัดสุดท้ายของฤดูกาลเขายิงเพิ่มได้อีก 3 ประตู รวมถึง 2 ประตูสุดสวยที่พาทีมชัยนาท เอฟซี บุกไปชนะเมืองทองฯ 3 - 2 จนปิดโอกาสลุ้นแชมป์ของ “กิเลนผยอง” และเป็น 3 คะแนนสำคัญที่ช่วยให้นกใหญ่รอดพ้นการตกชั้น และด้วยการที่เป็นส่วนสำคัญในเกมรุกที่อันตรายนี้เอง จนทำให้บุรีรัมย์ ยักษ์ใหญ่และแชมป์ไทยพรีเมียลีก ก็ไม่รอช้าคว้าตัวมาร่วมทีมในปีต่อมา

8. ธีระพงศ์ ดีหามแห

ธีระพงษ์ ดีหามแห เด็กชาวจังหวัดชัยภูมิ เริ่มฝึกฝีมือลูกหนังที่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนก่อนนำตัวเขามาเล่นให้กับ ร้อยเอ็ด ยูไนเต็ด ทีมในดิวิชั่น 2 โซนภาคอิสาน ด้วยฝีเท้าที่โดดเด่นเกินวัย ทำให้ ธีระพงษ์ ยึดตัวจริงได้ทันทีตั้งแต่ฤดูกาลแรก ขณะที่เขาอายุเพียง 19 ปีเท่านั้น
นอกจากนี้ยังข้ามรุ่นไปติดทีมชาติชุดอายุไม่เกิน 21 และ 23 ปีตามลำดับ จุดเด่นของเจ้าตัวในการเปิดบอล วางบอลที่แม่นยำ บวกกับ พรสวรรค์ ทักษะลูกหนังที่เหนือกว่านักเตะดิวิชั่น 2 ทั่วไป ทำให้หลายๆสโมสรในลีกทั้งดิวิชั่น 1 และไทยลีก ต่างให้ความสนใจในมิดฟิลด์ดาวรุ่งรายนี้เพื่อนตำรวจ ทีมเจ้าบุญทุ่ม ที่มี สัมฤทธิ์ บัณฑิตกฤษดา บริหารสโมสรอยู่ ทุ่มเม็ดเงินกระชากเขาขึ้นจากลีคล่างมาเล่นบนเวทีไทยลีกเป็นครั้งแรก หลังจากต้นสังกัดพยายามยื้ออยู่นานเขาได้มาอยู่กับทีมซึ่งเขาสามารถแจ้งเกิดด้วยฟอร์มส่วนตัวที่ไม่เลวนัก สามารถเล่นบนลีกสูงสุดได้อย่างด้วยความมั่นใจ แต่น่าเสียดายที่สุดท้าย เพื่อนตำรวจ พลาดท่าจบอันดับ 16 ของตาราง ร่วงสู่ลีกพระรอง
แต่ฝีเท้าของเขายังช่วยให้เจ้าตัวได้ขึ้นสู่ลีกสูงสุดของประเทศ เมื่อ สระบุรี เอฟซี จัดการยืมตัว ธีระพงษ์ ดีหามแห มาเป็นกำลังหลักในการลุยไทยลีก ซึ่งเขาสามารถช่วยให้รอดพ้นจากการตกชั้นด้วยการพา ขุนศึกสระบุรี รอดพ้นการตกชั้นได้อย่างเหนือความคาดหมาย

9. เอกลักษณ์ ทองกริต

เอกลักษณ์ ทองกริต แบ็กซ้ายตัวเก่ง ราชบุรี มิตรผล เอฟซี แม้จะอายุอานามเข้าสู่หลัก 33 ปีแล้ว แต่เรื่องฝีเท้าเหมือน เขากำลังอยู่ในช่วงพีคของอาชีพการค้าแข้ง เพราะคืออีกหนึ่งนักเตะที่ใช้ชีวิตช่วงวัยหนุ่ม หมดไปกับการค้าแข้งลีกระดับล่าง ก่อนจะมาแจ้งเกิดเปรี้ยงปร้างบนลีกสูงสุดในช่วงท้ายของการค้าแข้ง เอกลักษณ์ กว่าจะมาเริ่มต้นเล่นฟุตบอลอาชีพกับ ราชประชา ในดิวิชั่น 2 แต่ด้วยเท้าซ้ายอันฉมัง การอ่านเกมที่ขาด เล่นเกมรับได้มีวินัย ทำให้ ทีทีเอ็ม พิจิตร ทีมในลีกสูงสุด คว้าตัว เอกลักษณ์ ทองกริต ขึ้นไปสัมผัสเวทีไทยลีกครั้งแรกในชีวิต ในวัย 28 ปี ซึ่งอายุขนาดนี้ หากเทียบกับผู้เล่นบางคน ถือว่าเริ่มเข้าสู่ขาลงของอาชีพแล้วแต่อย่างไรก็ตาม กลับเป็นว่าเจ้าตัวนั้นสามารถทำผลงานได้อย่างดีเยี่ยมจนราชบุรี มิตรผล เอฟซี ไม่รอช้าจัดการกระชาก เอกลักษณ์ ไปประจำการในตำแหน่งแบ็กซ้าย เขายึดตัวจริงให้มาตลอด 4 ฤดูกาลที่ผ่านมา
ปัจจุบัน เอกลักษณ์ ทองกริต ในวัย 33 ปี ยังคงเป็นผู้เล่นคนสำคัญที่ทีมขาดไม่ได้ หากไม่เจ็บ ไม่แบน เขาจะต้องมีชื่อเป็น 11 ตัวจริงอย่างแน่นอน โดยฤดูกาลนี้ เขาลงสนามไปแล้ว 28 นัดจาก 30 เกม

10. ณัฐวุฒิ คำรินทร์

หนึ่งในผลผลิตจากรั้ว อัสสัมชัญ ศรีราชา ที่ต้องต่อสู้พิสูจน์ตัวเองในลีกระดับล่าง ก่อนจะมาสามารถก้าวขึ้นมาเป็นผงาดบนเวทีลีกสูงสุดและฝันก้าวแรกของเขาก็มาเมื่อสามารถเป็นผู้เล่นในอะคาเดมี่ของ ชลบุรี เอฟซีการขึ้นสู่ชุดใหญ่ ชลบุรี เอฟซี ในเวลานั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แม้เขาจะมีดีกรีเยาวชนทีมชาติรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปีก็ตาม
ท้ายที่สุด ณัฐวุฒิ คำรินทร์ เลือกเดินตามรอยดาวรุ่งหลายคน ด้วยการย้ายออกไปเล่นในลีกล่าง โดยเลือก ระยอง เอฟซี เป็นสถานีลูกหนังแรก ผลงานของเขาถือว่ายอดเยี่ยม เจ้าตัวได้รับการจับตามองว่าเป็นปีกความเร็วสูง ไปกับบอลได้ดี มีทักษะ เทคนิค ที่ไม่แพ้ใครเลย ที่สำคัญอายุน้อย พละกำลังดี วิ่งไม่มีหมด ต่อมา ณัฐวุฒิ ถูกเรียกเข้าเป็นทหารเกณฑ์ ทำให้ อาร์มี่ ยูไนเต็ด ได้ตัวเขาไปร่วมทีมโดยปริยาย แต่เขากลับไม่สามารถสอดแทรกเป็นตัวจริงได้ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ได้ย้ายทีมร่วมทีมกับ ศรีษะเกษ เอฟซีทีมยักษ์ใหญ่ในภาคอีสานผลงานที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม ทำให้กูปรีอันตราย จัดการซื้อขาดเข้ามาร่วมทีมด้วยสัญญา 2 ปี ซึ่งเขาตอบแทนในซีซั่นต่อมา ด้วยการพาทีมศรีสะเกษ ทะลุเข้าชิง โตโยต้า ลีก คัพ 2015 ก่อนพ่าย บุรีรัมย์ ยูไนเต็ดนวัย 25 ปี ณัฐวุฒิ คำรินทร์ ยังคงเป็นตัวเลือกแรกในตำแหน่ง วิงแบ็กขวา ของกูปรีอันตรายเสมอ ฤดูกาล 2016 “เจ้าบูม” ลงสนามไปทั้งสิ้น 28 จาก 30 นัด ตอนนี้คงพูดได้เต็มปากแล้วว่า เขาสามารถก้าวขึ้นมาจากลีกระดับล่าง ขึ้นมาเป็นผู้เล่นระดับไทยลีกเต็มตัว

บทความที่ได้ถูกแนะนำ


ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg 504913d6 e062 4b2e 87d0 1e2ddd222d16

Samascha Cunwongdee