Gap อัพเดทเมื่อ 14:39 11/11/2559
Thumb lg pages

รวม 6 รถยนต์ที่ดีที่สุดในรอบปี 2016 ที่ทุกคนใฝ่ฝันอยากเป็นเจ้าของ

304 Pepper

ดูสิว่าจะน่าขับขนาดไหน

Car vehicle

รถยนต์เป็นปัจจัยที่ห้าของชีวิต รวมทั้งบ่งบอกถึงฐานะทางสังคมได้ด้วย ยิ่งรถหรูราคาแพงด้วยแล้ว ขับขี่ไปไหนล้วนแต่มีคนมอง ยิ่งถ้าเจ้าของเป็นหนุ่มหน้าตาดี นิสัยดี ไม่ไปบังคับให้ใครมากราบรถตัวเองแล้ว ย่อมมีแต่คนชืนชมแน่ ๆ

ปี 2016 นี้มีรถหรูหลายรุ่นหลายค่ายที่เปิดตัว ยั่วกิเลสผู้มีรสนิยม Pepper ไม่รอช้ารีบนำมาให้ทุกท่านได้ยลโฉม ดูสิว่าจะน่าขับ หรือน่ากราบขนาดไหนไปดูกัน

1. Aston Martin DB11

เปิดตัว อย่างเป็นทางการและได้กระแสตอบรับอย่างมหาศาล Aston Martin DB11 เป็นรถสปอร์ตทรง GT (Grand Tourer) มีการออกแบบภายนอกสะดุดตาด้วยเส้นสายที่ตอบรับกับหลักอากาศพลศาสตร์ หลังคาที่ถูกปรับลาดต่ำมากกว่าปกติเพื่อลดแรงต้านของลม ลายเส้นบนฝากระโปรงหน้าคล้ายเปลือกหอย ไฟหน้า LED ทรงใหม่และกระจังหน้าที่เป็นสัญลักษณ์บ่งบอกความเป็น Aston Martin ภายในห้องโดยสารเน้นความหรูหรา อบอุ่น กว้างขวางตั้งแต่บานประตู พื้นที่เหนือศีรษะและพื้นที่วางขาสำหรับผู้โดยสารด้านหลังรวมไปถึงพื้นที่เก็บของท้ายรถที่เพียงพอสำหรับกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ 2 ใบ เพื่อให้เป็นรถสปอร์ตสำหรับการเดินทางอย่างแท้จริง ส่วนเบาะนั่งและที่เท้าแขนหุ้มด้วยหนังแท้ฉลุลวดลายไว้อย่างหรูหรา

Aston Martin DB11 มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 5.2 ลิตรแบบเทอร์โบชาร์จ (twin-turbo V12 engine) ให้กำลังทั้งสิ้น 600 แรงม้า (608PS) และแรงบิดสูงสุด 516lb ft (700Nm) ภายใต้ความเร่งสูงสุดจาก 0-100 กม./ชม.ภายในระยะเวลาทั้งสิ้น 3.9 วินาที ระบบเกียร์แบบอัตโนมัติในรุ่นแบบ ZF automatic transmission ขนาด 8 สปีดพร้อมกับออฟชั่นเครื่องยนต์โหมดแบบสปอร์ต GT เต็มพิกัด

2. Fiat 124 Spider

Fiat 124 Spider เปิดตัวเป็นครั้งแรกที่งานลอสแองเจลิสมอเตอร์โชว์ รุ่นนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่าง เฟียต และ มาสด้า โดยใช้โครงสร้างพื้นฐาน ห้องโดยสารภายในถูกถอดแบบมาจาก Mazda MX-5 ที่เปิดตัวไปก่อนหน้าเกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นพวงมาลัยแบบ 3 ก้าน, ดีไซน์แผงคอนโซล เป็นต้น รวมถึงหน้าจอระบบอินโฟเทนเม้นท์แบบสัมผัส ที่ใช้ Interface เดียวกับมาสด้าอีกด้วย มีการเปลี่ยนรูปลักษณ์เล็กน้อยกับอุปกรณ์บางอย่างให้ดูต่างกันออกไป เช่น ไฟหน้าทรงกลม, กระจังหน้าแบบ 2 ชั้น, ไฟท้ายทรงเหลี่ยม เป็นต้น

แต่ที่แตกต่างจาก Mazda MX-5 อย่างชัดเจนก็คือขุมพลังที่เต็มเปี่ยมด้วยเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.4 ลิตร ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยเฟียตเอง ให้กำลังสูงสุด 140 แรงม้า (HP) แรงบิดสูงสุด 13.5 กก.ม. ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด

3. Mercedes C-Class Convertible

เป็นครั้งแรกที่เราได้เห็น C-Class รุ่นเปิดประทุน เพราะในรุ่นก่อนนั้นมี 4 ประตูเท่านั้น มาในปีนี้ เบนซ์ได้เพิ่มรุ่น 2 ประตู (C-Class Coupe 2016) และรุ่นเปิดประทุน (C-Class 2016 Convertible) โดยมีการปรับเปลี่ยนดีไซน์ให้มีความหรูหรา โฉบเฉี่ยว ทันสมัย และล้ำหน้าด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ มากยิ่งขึ้น

จุดเด่นของ C-Class เปิดประทุนตัวนี้คือ ตัวถังรุ่น W205 ออกแบบมาให้รองรับตัวเปิดประทุนใช้วัสดุอลูมินั่มอัลลอย เพื่อให้น้ำหนักเบาและสามารถลู่ลมได้ดี กระจังหน้าเป็นทรง Diamond หลังคาสามารถเปิด-ปิด ได้ภายในเวลา 20 วินาที ในขณะที่รถเคลื่อนที่ความเร็วไม่เกิน 50 กิโลเมตร/ชม. มีระบบส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ
C-Class เปิดประทุน มีทั้งหมด 6 รุ่น มีทั้งรุ่นที่เป็นเครื่องยนต์ดีเซล และเครื่องยนต์เบนซิน ขนาดเครื่องมีตั้งแต่ 1.6 ลิตร ไปจนถึง 3.0 ลิตร 172 แรงม้าถึง 372 แรงม้า ความเร็วสูงสุด 222 กม./ชม. จนถึง 250 กม./ชม.

4. Maserati Levante

Maserati Levante สุดยอดยนตกรรมของ อิตาลี เป็นรถ SUV เปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน Geneva Motor Show ออกแบบมาเพื่อตอบสนองกลุ่มลูกค้าระดับบนที่ต้องการรถยนต์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหรูหราในทุกด้าน Levante Maserati ร่วมมือกับ Ermenegildo Zegna แบรนด์เสื้อผ้าระดับโลกในการร่วมออกแบบตกแต่งภายใน ทำให้ได้รูปแบบภายในที่ผสมผสานหนังชั้นดีและผ้าไหมระดับโลกไว้ด้วยกัน พร้อมความสุนทรีย์จากเครื่องเสียง Bowers & Wilkins ที่ดังกระหึ่มปลุกใจให้คึกตลอดการขับขี่

Maserati Levante เป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ 4WD ฟูลไทม์ (Full Time) มีเครื่องยนต์ เบนซิน และดีเซล ขนาด 3.0 ลิตร สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ด้วยเวลาเพียง 5.2-6.9 วินาทีเท่านั้น พอฟัดพอเหวี่ยงกับรถสปอร์ต Super Car เลยทีเดียว

5. Bugatti Chiron

Bugatti Chiron ไฮเปอร์คาร์มาพร้อมเครื่องยนต์แรงขึ้นกว่าเดิม โครงสร้างรถทำด้วยคาร์บอนไฟเบอร์ที่มีน้ำหนักเบาทั้งคัน รุ่นนี้ถูกพัฒนาให้มีขนาดตัวถังเพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อน โดยมีความยาวเพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อน 82 มิลลิเมตร กว้างขึ้น 40 มิลลิเมตร สูงขึ้น 53 มิลลิเมตร รวมถึงหนักขึ้นกว่าเดิมอีก 155 กิโลกรัม ทำให้ Chiron มีน้ำหนักรวมอยู่ที่ 1,995 กิโลกรัม

เครื่องยนต์ของ Chiron เป็นเครื่องยนต์เบนซิน W16 ขนาด 8.0 ลิตร พ่วงเทอร์โบชาร์จเจอร์จำนวน 4 ลูก ให้กำลังสูงสุด 1,500 แรงม้า (PS) ที่ 6,700 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 1,600 นิวตัน-เมตรที่ 2,000 - 6,000 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติแบบคลัทช์คู่ 7 สปีด สามารถเร่งความเร็วจากจุดหยุดนิ่งถึง 100 กม./ชม. ได้ในเวลาไม่ถึง 2.5 วินาที 0-200 กม./ชม. ได้ในเวลาไม่ถึง 6.5 วินาที และ 0-300 กม./ชม. ได้ในเวลาไม่ถึง 13.6 วินาที และหากใจกล้าพอก็จะสามารถขึ้นไปแตะความเร็วสูงสุดได้ถึง 420 กม./ชม. เลยทีเดียว

ใครอยากได้ก็รีบจองซะ เพราะ Bugatti จำกัดการผลิตเอาไว้ที่ 500 คันเท่านั้นนะจ๊ะ

6. Tesla Model X

สุดยอดนวัตกรรมรักษ์โลก เทสลา โมเดล เอ็กซ์ เป็นรถเอสยูวีไฟฟ้าเต็มรูปแบบคันแรกของโลก มีความโดดเด่นคือประตูเปิดแบบ “Falcon Wings” ทำให้ผู้โดยสารสามารถเข้าไปนั่งบนเบาะแถวสองและแถวสามได้อย่างสะดวกสบาย ขณะที่กระจกบังลมก็ถือว่ามีขนาดใหญ่ให้ทัศนวิสัยกว้างไกลทั้งแก่ผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ตัวถังถูกออกแบบอย่างพิถีพิถันทำให้มีค่าแรงเสียดทานอากาศเพียง 0.24 เท่านั้น มีสปอยเลอร์หลังแอคทีฟที่ปรับระดับได้ ระบบช่วงล่างเป็นแบบถุงลม ระบบความปลอดภัยแบบแอคทีฟทำงานร่วมกับกล้อง เรดาร์และระบบโซนาร์ พร้อมกับมีระบบเบรกอัตโนมัติที่ความเร็วสูง

เทสล่า โมเดล เอ็กซ์มีสองรุ่น คือ รุ่น 90 ดี 259 แรงม้า อัตราเร่ง 0-96 กม./ชม. ภายใน 4.8 วินาที และรุ่นท็อป พี 90 ดี มีมอเตอร์สองตัวที่ผลิตพละกำลัง 259 แรงม้าและ 503 แรงม้า อัตราเร่ง 0-96 กม./ชม. ใน 3.8 วินาที พร้อมฟังก์ชั่น Ludicrous Speed ที่เร่งจากหยุดนิ่งถึง 96 กม./ชม. ใน 3.2 วินาทีเท่านั้น

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg 6132a7f9 642b 44f4 a498 95a7f72fa40f

Gap