RahXephon อัพเดทเมื่อ 10:05 01/06/2559
Thumb lg england

10 นักเตะที่เคยติดทีมสิงโตคำรามกับเขาตั้งหนึ่งครั้ง

4358 Pepper

โอกาสเล่นทีมชาติไม่ได้มีมาบ่อยๆ ถ้าไม่ได้เล่นได้สุดยอดจริงๆ เรามาดูนักเตะที่พีคจนได้รับโอกาสใช้ชาติกันดีกว่า!

football Euro 2016 England ฟุตบอล

เชื่อว่าในเวลานี้แฟนบอลทีมชาติอังกฤษคงได้เห็นโฉมหน้ารายชื่อ 23 ขุนพลที่จะไปตะลุยใน ศึกยูโร 2016 ที่หลายๆคนในทีมก็คู่ควรจากการทำผลงานได้อย่างดีเยี่ยมตลอดทั้งซีซั่นที่ผ่านมา ในขณะที่บางคนก็อาจถูกมองว่าเป็นเด็กเส้นอะไรทำนองนั้น

แต่ทราบไหมว่าในอดีตมีนักเตะจำนวนไม่น้อยที่เคยสร้างผลงานดังเปรี้ยงขึ้นมาจนถูกเรียกตัวไปประเดิมสนามในนามทีมชาติ ก่อนที่ผลงานของพวกเขาเหล่านั้นจะค่อยๆถอยหลังลงคลอง จนถึงขั้นมีบางคนที่แทบจะหายไปจากสารบบกันเลยทีเดียว

10. คริส เคิร์กแลนด์

ครั้งหนึ่งพ่อของ อดีตผู้รักษาประตูลิเวอร์พูล เคยไปวางเดิมพันไว้ว่าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนวัย 11 ปีของเขาจะได้ลงสนามในนามทีมชาติอังกฤษก่อนอายุ 30 ปี ซึ่งต่อมาเขาก็มักจะถูกเรียกตัวไปเข้าแคมป์ทีมชาติอยู่เป็นระยะๆนับตั้งแต่ปี 2003 แต่ไม่เคยได้รับโอกาสลงเฝ้าเสาเลยจนกระทั่ง นายทวารของวีแกน ถูกเปลี่ยนลงมาเป็นตัวสำรองในแมตช์กระชับมิตรกับ กรีซ ในปี 2006

ถึงแม้มันอาจจะเป็นโอกาสติดธงเพียงครั้งเดียวในชีวิตหน้าปากประตูของเขา แต่อย่างน้อยๆมันก็ช่วยทำให้พ่อของเขาที่มีความศรัทธาในตัวลูกชายอย่างเต็มเปี่ยมรับทรัพย์ไปอื้อซ่าราวๆ 10,000 ปอนด์ แต่ก็ไม่รู้ว่าพ่อของ เคิร์กแลนด์ จะรู้สึกยังไงบ้างที่ลูกชายของเขาได้รับโอกาสสำคัญนั้นเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้าย

9. โจอี้ บาร์ตัน

หลังจากทำผลงานภายในฤดูกาล 2006-07 กับ ทีมเรือใบสีฟ้า ได้อย่างน่าประทับใจ จึงทำให้ สตีฟ แม็คคลาเรน ตัดสินใจเรียกตัว มิดฟิลด์แบดบอย เข้ามาร่วมทีมที่กำลังจะมีแมตช์อุ่นเครื่องกับ สเปน จนทำให้เขาได้รับโอกาสประเดิมเกมส์ทีมชาติเป็นครั้งแรกจากการถูกเปลี่ยนลงมาเป็นตัวสำรองของ แฟรงค์ แลมพาร์ด ในเกมส์ที่พ่ายให้กับ ทีมกระทิงดุ ที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ไปเมื่อต้นกุมภาพันธ์ 2007

ซึ่งในฤดูกาลถัดมาเขาก็ย้ายไปอยู่กับ นิวคาสเซิล และเป็นหนึ่งในทีมชุดที่ตกชั้นไปเมื่อฤดูกาล 2008-09 พร้อมกับความหวังในการกลับมาติดทีมชาติอีกครั้งที่มลายหายไป ปัจจุบัน บาร์ตัน ยังเล่นอยู่กับ เบิร์นลี่ย์ หลังจากที่เคยไปค้าแข้งอยู่กับ ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส และ โอลิมปิก มาร์กเซย

8. ไมเคิล ริคเก็ตส์

หลังจากโชว์ฟอร์มสอยตาข่ายคู่แข่งให้กับ โบลตัน ไปร่วมๆ 30 ประตูในลีกจาก 2 ฤดูกาลติดต่อกัน สเวน-โกรัน อีริคส์สัน ก็ทนเสียงเรียกร้องของแฟนๆไม่ไหว จึงตัดสินใจเรียกตัวเขาเป็นครั้งแรกพร้อมกับมอบโอกาสลงสนามเป็นตัวสำรองในครึ่งหลังจากเกมส์นัดอุ่นเครื่องที่พบกับ ฮอลแลนด์ ในช่วงต้นปี 2002 แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ไม่ได้ติดเป็นหนึ่งในขุนพลที่ไปตะลุย เวิลด์ คัพ ที่ ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้

จริงๆแล้วก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจเท่าไรนัก เพราะหลังจากที่ได้ประเดิมสนามในเกมส์ทีมชาติ จู่ๆฟอร์มของ ริคเก็ตส์ ก็กลับสาละวันเตี้ยลงๆทุกวัน โดยยิงประตูในลีกรวมกันได้เพียงแค่ 8 ลูกจากในอีก 3 ฤดูกาลถัดมา

7. ลี เฮนดรี้

หนึ่งในผลิตผลอันยอดเยี่ยมจากทีมเยาวชนของ แอสตัน วิลล่า ซึ่งภายหลังจากที่สามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรง พร้อมกับก้าวขึ้นไปรับรางวัล นักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมประจำฤดูกาล 1997-98 ซึ่งถัดมาในเดือนพฤศจิกายนปีนั้น เขาก็ได้รับโอกาสจาก เกล็น ฮ็อดเดิ้ล ลงประเดิมสนามในเกมส์ทีมชาติกับ สาธารณรัฐเช็ก ในช่วง 13 นาทีสุดท้าย

ในวัย 21 ปีที่อนาคตน่าจะดูสดใส แต่ เฮนดรี้ คือตัวอย่างที่ดีสำหรับนักเตะรุ่นหลังที่ไม่ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่าง ภายหลังจากที่ชื่อเสียงและเงินทองเริ่มไหลมาเทมา เขาก็เริ่มเสียคน ทั้งติดปาร์ตี้ และใช้ชีวิตฟุ่มเฟือย จนฟอร์มการเล่นค่อยๆหดหายและสูญเสียตำแหน่งใน ทีมสิงห์ผงาด จนถูกปล่อยตัวออกมาในปี 2007 และกลายเป็นนักเตะพเนจรที่ลงเล่นอยู่กับทีมระดับล่างในท้ายที่สุด

6. สตีฟ กั๊ปปี้

อดีตแบ็คซ้ายจอมบุกของเลสเตอร์ ซิตี้ เคยถูกเรียกตัวเข้าทีมในการเตรียมพร้อมสำหรับ ศึกยูโร 2000 ซึ่ง เควิน คีแกน ก็ได้กล่าวถึงเขาไว้ว่า "มีความละม้ายคล้ายคลึงที่จะกลายเป็น เดวิด เบ็คแฮม เท้าซ้าย" แต่จากโอกาสที่ได้ลงเล่นเพียงครั้งเดียวในเกมส์อุ่นเครื่องกับ เบลเยี่ยม ก็แสดงให้เห็นว่าเขาไม่ได้มีอะไรที่ดูจะเฉียดเข้าใกล้ อดีตเทพบุตรลูกหนังชาวอังกฤษ เลยแม้แต่น้อย และไม่เคยได้ติดทีมชาติอีกเลยนับจากนั้น

ซึ่งก็คงไม่ต่างอะไรกับ คีแกน เช่นกันที่ อดีตกุนซือนิวคาสเซิล ก็อยู่คุมทีมชาติอังกฤษได้เพียงแค่ปีเดียว อย่างไรก็ตาม กั๊ปปี้ ก็เป็นนักเตะเพียงคนเดียวที่เคยติดทีมชาติทั้งชุด U-21, ชุดสมัครเล่น, ชุด B ก่อนจะมาติดทีมชุดใหญ่ในท้ายที่สุด

5. เกวิน แม็คคานน์

ภายหลังจากที่ สเวน-โกรัน อีริคส์สัน เข้ามากุมบังเหียน ทีมสิงโตคำรามแทนที่ เควิน คีแกน ในปี 2001 เขาเริ่มต้นมองหานักเตะหน้าใหม่ที่จะมาช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งในแดนกลาง ซึ่งหวยก็ตกไปอยู่ที่ มิดฟิลด์พันธุ์ดุของซันเดอร์แลนด์ ที่ถึงแม้จะกำลังโชว์ฟอร์มได้ไม่เลวนักในเวลานั้น แต่ก็ทำให้หลายๆฝ่ายรู้สึกประหลาดใจอยู่พอสมควร

เกมส์อุ่นเครื่องกับ สเปน ที่ วิลล่า พาร์ค เมื่อปี 2001 ถือเป็นแมตช์เปิดตัวอย่างเป็นทางการของ กุนซือชาวสวีเดน ได้อย่างยิ่งใหญ่ เมื่อลูกทีมของเขาไล่โขยกผู้มาเยือนก่อนจะจบ 90 นาทีไปด้วยสกอร์ 3-0 แต่ถึงแม้ แม็คคานน์ จะได้โอกาสลงเล่นเต็ม 45 นาทีในครึ่งหลัง แต่นั่นก็คือการสวมชุดฟอร์มทรีไลอ้อนเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายของเขา

4. ลี โบว์เยอร์

อดีตนักเตะที่แจ้งเกิดเต็มตัวกับ ลีดส์ ยูไนเต็ด เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่น่าจะมีโอกาสสร้างชื่อเสียงในนามทีมชาติได้มากกว่านี้ จากฟอร์มอันเปล่งประกายในถิ่น เอลแลนด์ โร้ด ช่วงยุคปี 2000-01 ทำให้เกิดเสียงเรียกร้องเป็นจำนวนมากในการเรียกตัวเขาเข้าสู่แคมป์สิงโตคำราม และสุดท้ายฝันก็เป็นจริงเมื่อ สเวน-โกรัน อีริคส์สัน ตัดสินใจให้โอกาสเขาในปี 2002

มิดฟิลด์จุดเดือดต่ำ ทำผลงานได้ค่อนข้างน่าประทับใจจากการออกสตาร์ทเป็น 11 คนแรกและยังเป็นผู้เปิดลูกครอสให้กับ อลัน สมิธ เพื่อนร่วมทีมโหม่งประตูขึ้นนำ 1-0 ก่อนหมดครึ่งเวลาแรกไปเพียง 5 นาที แต่น่าเสียดายที่การเปิดตัวได้ดีไม่อาจช่วยมอบโอกาสครั้งต่อๆไปให้กับ โบว์เยอร์ จากการที่ในทีมมีนักเตะแดนกลางฝีเท้าคุณภาพทับเส้นเขาอยู่มากมายในยุคนั้น

3. นีล รัดด็อก

อดีตปราการหลังขาโหดของลิเวอร์พูล และหนึ่งในสมาชิกแก็งค์ 'สไปซ์บอย' จากรั้ว แอนฟิลด์ เป็นกองหลังเท้าซ้ายที่ขึ้นชื่อลือชาเรื่องความแข็งแกร่งจากรูปร่างที่หนาปึ้ก โดดเด่นในลูกกลางอากาศ และการเข้าบอลที่หนักหน่วง แต่ก็แฝงไปด้วยพลังด้านมืดจากการที่เป็นคนอารมณ์ร้อน รวมถึงพฤติกรรมอื้อฉาวทั้งในและนอกสนาม แต่ก็ยังเคยได้รับโอกาสลงเล่นให้กับทีมชาติชุดใหญ่ครั้งนึงในปี 1994

เทอร์รี่ เวนาเบิลส์ กุนซือทีมชาติอังกฤษในเวลานั้นตัดสินใจเรียกตัว 'เดอะ เรเซอร์' เข้าทีมในเกมส์อุ่นเครื่องที่พบกับ ไนจีเรีย ซึ่ง รัดด็อก ก็ได้มีโอกาสลงสนามเป็นตัวจริงและอยู่จนครบ 90 นาทีในเกมส์ที่พวกเขาเฉือนเอาชนะคู่แข่งจากกาฬทวีปไปได้ 1-0

2. คริส ซัตตัน

เส้นทางในรั้วทีมชาติอังกฤษของคู่หัวหอกพระกาฬที่เคยพา แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส เถลิงบัลลังก์แชมป์ พรีเมียร์ลีก มาแล้วช่างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ในขณะที่ อลัน เชียร์เรอร์ ทำผลงานจนก้าวขึ้นไปติดอยู่ในทำเนียบท็อป 10 ของดาวยิงสูงสุดตลอดกาล และยังเคยทำหน้าที่สวมปลอกแขนกัปตันทีม แต่สำหรับ คริส ซัตตัน แล้วกลับเป็นอะไรที่ตรงกันข้าม

อดีตกองหน้าที่เคยไปค้าแข้งอยู่กับเซลติก ได้รับโอกาสลงเล่นให้ทีมชาติชุดใหญ่เป็นครั้งแรกในเกมส์อุ่นเครื่องที่พบกับ แคเมอรูน จากการถูกเปลี่ยนลงมาแทนที่ พอล สโคลส์ ในช่วงประมาณ 10 นาทีสุดท้าย แต่หลังจากนั้นเขาก็ถูก เกล็น ฮ็อดเดิ้ล การายชื่อทิ้งออกไปจากการที่ไปงัดข้อกับเจ้านายด้วยการปฏิเสธที่จะลงเล่นให้กับทีมชาติชุด B

1. เควิน เดวี่ส์

ครั้งหนึ่งในช่วงท้ายฤดูกาล 2009-10 หัวหอกกัปตันทีมของโบลตัน เคยถูกตั้งคำถามถึงโอกาสที่เขาจะสามารถเลือกเล่นให้กับ สก็อตแลนด์ แต่เจ้าตัวก็ปฏิเสธโอกาสในเรื่องนั้นไป จนกระทั่งถึงเดือนตุลาคม 2010 ฟาบิโอ คาเปลโล่ ก็ได้สร้างเซอร์ไพรส์เล็กๆด้วยการเรียกตัวเขาเข้าแคมป์ในเกมส์ ยูโร 2012 รอบคัดเลือกที่จะพบกับ มอนเตเนโกร

และในแมตช์นั้นเองที่ ศูนย์หน้าจอมโขก ได้มีโอกาสลงสนามให้กับทีมชาติอังกฤษเป็นครั้งแรก โดยถูกเปลี่ยนลงไปแทนที่ ปีเตอร์ เคร้าช์ ในนาทีที่ 69 พร้อมกับรับใบเหลืองเป็นของแถมไป 1 ใบในเกมส์ที่จบด้วยผลโนสกอร์ และจากวัย 33 ปีกับอีก 200 วันที่ เดวี่ส์ ได้ลงสนามเปิดตัวในเกมส์นี้ จึงทำให้เขาเป็นผู้เล่นชาวอังกฤษที่อายุมากที่สุดเป็นอันดับสองที่ลงเล่นทีมชาติเป็นครั้งแรก

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg 030c6fd7 bbf5 4570 b6dc d8ef319b25dc

RahXephon