Kodchapan Thawanna อัพเดทเมื่อ 13:47 14/11/2559
Thumb lg money worth prem

คุ้มกับการลงทุน! 11 ผู้เล่นที่คุ้มค่าตัวในการย้ายเข้าพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้

723 Pepper

11 ผู้เล่นที่คุ้มค่าตัวในการย้ายเข้าพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ จะมีใครกันบ้างมาดูกัน

football transfer premier league

เมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมาพรีเมียร์ลีก อังกฤษเป็นลีกที่ใช้เงินในการเสริมทัพมากที่สุดโดยใช้เงินกันไปถึงหลักพันล้านปอนด์และตอนนี้พรีเมียร์ลีกก็ผ่านไปแล้วถึง 11 นัดเริ่มจะเห็นได้ชัดว่ามีทีมไหนและใครที่น่าจะเรียกได้เต็มปากว่า "ฟอร์มฮ็อต" วันนี้เราเลยจะพาเพื่อน ๆ ชาว pepper ใช้โอกาสในช่วงของการพักเบรกทีมชาติไปดูสุดยอดดรีมทีม 11 ผู้เล่นที่คุ้มค่าตัวในการย้ายเข้าพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ออกมาในระบบ 3-5-2 จะมีใครในตำแหน่งไหนบ้าง จะเป็นแข้งจากทีมที่คุณเชียร์หรือเปล่า เราไปดูกันเลย

11. ผู้รักษาประตู : มาร์เทน สเตเคเลนเบิร์ก (34 ปี)

ย้ายจาก : ฟูแล่ม มา เอฟเวอร์ตัน (ค่าตัว 850,000 ปอนด์)

กลับมาแจ้งเกิดใหม่ตอนแก่จริง ๆ สำหรับนายทวารวัย 34 ปีอย่างมาร์เทน สเตเคเลนเบิร์กที่ย้ายจากฟูแล่ม มาเอฟเวอร์ตันด้วยค่าตัวเพียง 850,000 ปอนด์ (ถูกกว่าธนบูรณ์ เกศารัตน์ที่ย้ายไปเชียงราย ยูไนเต็ดซะอีก) และด้วยประสบการณ์ที่มากมายทำให้นายทวารชาวดัตช์ได้รับความไว้วางใจจากโรนัลด์ คูมันให้เป็นมือ 1 ของทีมและเขาก็โชว์ฟอร์มได้ดีเกินขาดโดยเขาเฝ้าเสาไป 10 นัดเก็บได้ 2 คลีนชีตเซฟลูกยิงเข้ากรอบไปแล้ว 18 ครั้งเฉลี่ย 1.80 ครั้งต่อเกมแถมสเตเคเลนเบิร์กยังโชว์เซฟจุดโทษของทั้งเซร์คิโอ อเกวโรและเควิน เดอ บรอยน์ 2 ตัวรุกของแมนฯ ซิตี้ในเกมที่เอฟเวอร์ตันบุกไปแบ่งแต้มมาได้ที่บ้านของซิตี้อีกด้วย ฟอร์มแบบนี้กับค่าตัวเพียงน้อยนิดเรียกได้ว่าคุ้มมาก ๆ สำหรับนายทวารวัย 34 ปี

10. เซ็นเตอร์แบ็ค : เอริค บาญี่ (22 ปี)

ย้ายจาก : บียาร์เรอัล มา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (30 ล้านปอนด์)

ผู้เล่นรายแรกที่ทัพ “ปีศาจแดง” ซื้อมาร่วมทีมในยุคของโฆเซ่ มูรินโญ่ด้วยราคาสูงถึง 30 ล้านปอนด์และก็สามารถโชว์ผลงานได้อย่างดีเยี่ยมจนสามารถยึดตำแหน่งตัวจริงในแผงหลังของยูไนเต็ดแบบที่ไม่ต้องเสียเวลาปรับตัวเลยแม้แต่น้อยและด้วยการที่เขามีความเร็ว ความแข็งแกร่งและการแย่งบอลที่แม่นยำทำให้เขากลายเป็นผู้นำในแนวรับของทีมไปแล้วแต่น่าเสียดายที่ตอนนี้เขาต้องอยู่ในระหว่างการรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บอยู่แต่อีกไม่นานเราคงจะได้เห็นเขากลับมายืนประจำการในแนวรับของทีมแน่นอน

9. เซ็นเตอร์แบ็ค : โจเอล มาติป (25 ปี)

ย้ายจาก : ชาลเก้ 04 มา ลิเวอร์พูล (ฟรี)

ยอดกองหลังรายนี้ได้ย้ายมาร่วมทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูลหลังตัดสินใจที่จะไม่ต่อสัญญาใหม่กับอดีตต้นสังกัดในบุนเดสลีกา เยอรมนีอย่างชาลเก้ 04 ก่อนจะมายึดตำแหน่งในแผงหลังของลิเวอร์พูลได้อย่างต่อเนื่องโดยเขามีโอกาสลงเล่นไปแล้ว 9 นัดแถมทำได้ 1 ประตูอีกด้วยถึงทัพหงส์แดงของเจอร์เกน คล็อปป์จะเสียประตูเกือบทุกนัดแต่มาติปก็สามารถโชว์ฟอร์มได้ดีช่วยยกระดับแนวรับให้ทีมได้อย่างยอดเยี่ยมเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ลิเวอร์พูลเป็นจ่าฝูงอยู่ในตอนนี้

8. เซ็นเตอร์แบ็ค : ชโคดราน มุสตาฟี่ (24 ปี)

ย้ายจาก : บาเลนเซีย มา อาร์เซน่อล (35 ล้านปอนด์)

ปราการหลังชาวเยอรมันถือเป็นดีลในฝันของทั้งอาร์แซน เวนเกอร์และบรรดาสาวกปืนใหญ่ทั่วโลกเลยก็ว่าได้เพราะต้องรอคอยเกือบจะถึงเดดไลน์ในวันปิดตลาดซื้อ-ขายนักเตะเลยทีเดียวแต่การมาของเขาก็คุ้มกับการรอคอยเพราะมุสตาฟี่สามารถยึดตัวจริงคู่กับโลรองต์ กอสเซียลนี่ได้อย่างลงตัวช่วยให้เกมรับของทัพปืนใหญ่แข็งแกร่งอย่างมากและทำให้อาร์เซน่อลมีอันดับในตารางสูงถึงอันดับที่ 4 อีกด้วย

7. วิงแบ็คขวา : ดารีล ยานมัต (27 ปี)

ย้ายจาก : นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด มา วัตฟอร์ด (7.5 ล้านปอนด์)

วิงแบ็คชาวดัตช์ผู้นี้ย้ายมาจากนิวคาสเซิล ยูไนเต็ดมายังวัตฟอร์ดด้วยค่าตัวเพียง 7.5 ล้านปอนด์เนื่องจากฤดูกาลก่อนผู้เล่นนิวคาสเซิลเกือบทั้งทีมพร้อมใจกันฟอร์มตกจนเจ้าสาลิกาต้องร่วงหล่นลงไปอยู่ในลีกแชมเปียนชิพนั่นเองแต่หลังจากย้ายมาทีมใหม่ยานมัตก็เริ่มกลับมาอยู่ในฟอร์มที่ดีอีกครั้งโดยตอนนี้เขามีโอกาสเล่นไปแล้ว 5 นัดทำได้ 1 ประตูกับอีก 1 แอสซิสต์จนตอนนี้เรียกได้ว่าเป็นคนที่มีฟอร์มดีที่สุดของทีมเลยทีเดียว

6. วิงแบ็คซ้าย : มาร์กอส อลอนโซ่ (25 ปี)

ย้ายจาก : ฟิออเรนติน่า มา เชลซี (20 ล้านปอนด์)

การมาของอลอนโซ่ในช่วงแรกมีหลายคนสงสัยว่าเขาจะแจ้งเกิดกับ “สิงโตน้ำเงินคราม” ได้หรือเปล่าเพราะเขาแทบจะไม่มีโอกาสลงสนามเลยแต่หลังจากที่อันโตนิโอ คอนเต้ปรับแผนมาเล่นในระบบ 3-4-3 อลอนโซ่ก็กลายเป็นตัวหลักของทีมโดยเขาเล่นในตำแหน่งวิงแบ็คซ้ายได้อย่างดีเยี่ยมแถมยังทำได้ 1 ประตูกับอีก 1 แอสซิสต์และก็เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้เชลซีไม่เสียประตูถึง 5 เกมติดและยังเป็นกลไกสำคัญที่สนับสนุนให้ เอแดน อาซาร์กลับมาระเบิดฟอร์มแจ่มได้อีกครั้งในปีนี้อีกด้วย

5. มิดฟิลด์ : เอ็นโกโล ก็องเต้ (25 ปี)

ย้ายจาก : เลสเตอร์ ซิตี้ มา เชลซี (32 ล้านปอนด์)

เมื่อฤดูกาลก่อนคงไม่มีใครปฏิเสธว่าก็องเต้คือนักเตะคนสำคัญที่พาเลสเตอร์ ซิตี้คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกก่อนจะย้ายมาร่วมทีมเชลซีด้วยค่าตัวสูงถึง 32 ล้านปอนด์และเขาก็กลายเป็นกำลังหลักในแดนกลางของเชลซีโดยเขาลงเล่นไปทั้งหมด 11 นัดยิงได้ 1 ประตูและหลังจากที่ทีมเปลี่ยนมาเล่นในระบบ 3-4-3 ก็องเต้ก็โดดเด่นมากไม่ว่าจะเป็นเกมรับที่คอยไล่ตัดเกมของคู่แข่งและเกมรุกที่เขามักจะสอดขึ้นไปช่วยอยู่เป็นประจำเรียกได้ว่าเชลซีจะขาดมิดฟิลด์เลือดน้ำหอมไปไม่ได้เลยแม้แต่เกมเดียว

4. มิดฟิลด์ : โจ อัลเลน (26 ปี)

ย้ายจาก : ลิเวอร์พูล มา สโต๊ค ซิตี้ (13 ล้านปอนด์)

มิดฟิลด์เครางามเจ้าของฉายา “ปิร์โลแห่งเวลส์” โดนเจอร์เกน คล็อปป์ขายออกมาช่างปั้นหม้อด้วยราคา 13 ล้านปอนด์ด้วยเหตุผลว่าเขาไม่ได้อยู่ในแผนการทำทีมระยะยาวเขาจึงต้องเก็บข้าวของออกจากถิ่นแอนฟิลด์ถึงอัลเลนจะไม่เป็นที่ต้องการของลิเวอร์พูลแต่การย้ายมาอยู่กับสโต๊คเขาก็ระเบิดฟอร์มสุดยอดออกว่าให้แฟน ๆ เดอะค็อปเสียดายเพราะเขาเล่นไป 11 นัดซัดไป 4 ประตูกับอีก 2 แอสซิสต์แถมเขายังสร้างสรรค์โอกาสให้เพื่อนได้มากที่สุดในทีมอีกด้วยถึงตอนนี้คงปฏิเสธไม่ได้ว่าอัลเลนคือหัวใจของทีมสโต๊ค ซิตี้ไปแล้วเรียบร้อย

3. มิดฟิลด์ : อิลคาย กุนโดกัน (26 ปี)

ย้ายจาก : โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มา แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (20 ล้านปอนด์)

คำถามมากมายตอนที่เป๊ป กวาร์ดิโอล่าเซ็นสัญญาคว้ามิดฟิลด์ชาวเยอรมันคนนี้มาร่วมทีมว่าเขาจะสามารถงัดฟอร์มเก่งออกได้หรือเปล่าเพราะเขานั้นมักจะมีอาการบาดเจ็บอยู่บ่อย ๆ แต่แล้วกุนโดกันก็แสดงให้เห็นว่าสามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นคนสำคัญของทีมได้ยอดเยี่ยมสามารถขับเคลื่อนแดนกลางได้อย่างไร้ที่ติโดยเขาลงเล่นไป 7 นัดซัดไป 3 ประตูกับอีก 1 แอสซิสต์แถมเป็นนักเตะที่จ่ายบอลแม่นยำถึง 92 เปอร์เซ็นต์มากที่สุดของทีมอีกด้วยทำให้แฟน ๆ ซิตี้ลืมยายา ตูเร่ได้แล้วแบบสนิทใจจริง ๆ

2. กองหน้า : นาเซอร์ ชาดลี่ (27 ปี)

ย้ายจาก : ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ส มา เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน (13 ล้านปอนด์)

จากตัวรุกคนสำคัญคนหนึ่งของสเปอร์สที่โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมมาโดยตลอดกลับถูกขายออกมาให้กับเวสต์บรอมวิชด้วยราคา 13 ล้านปอนด์แพงเป็นสถิติสโมสรแบบไม่มีใครคาดคิดแต่หลังจากเขาย้ายมาก็สามารถยึดตัวจริงในแนวรุกของทีมได้อย่างทันทีโดยเขาก็ได้รับบทบาทสำคัญให้เล่นคล้าย ๆ กับเป็นกองหน้าตัวต่ำที่ช่วยสนับสนุนพวกตัวเป้าก่อนซัดไปถึง 4 ประตูกับอีก 2 แอสซิสต์จากการลงเล่นไป 7 นัดเรียกได้ว่าไม่ธรรมดาจริง ๆ

1. กองหน้า : ซาดิโอ มาเน่ (24 ปี)

ย้ายจาก : เซาธ์แฮมป์ตัน มา ลิเวอร์พูล (34 ล้านปอนด์)

สาวกเดอะค็อปคงสงสัยว่าค่าตัว 34 ล้านปอนด์นั้นจะคุ้มหรือเปล่าแต่ผลงานในสนามก็เป็นตัวการบ่งบอกว่า 34 ล้านปอนด์ที่ลิเวอร์พูลจ่ายให้กับเซาธ์แฮมป์ตันนั้นมันเกินคุ้มจริง ๆ โดยมาเน่ซัดไป 6 ประตูเป็นดาวซัลโวของทีม ณ ตอนนี้กับอีก 2 แอสซิสต์แถมเขายังประสานงานกับคูตินโญ่, เฟอร์มิโน่และลัลลาน่าได้อย่างดีเยี่ยมมาก ๆ ทำให้ลิเวอร์พูลเป็นทีมที่มีเกมรุกน่ากลัวที่สุดในลีกและยังพาทัพ “หงส์แดง” เป็นจ่าฝูงอีกด้วย

เป็นยังไงกันบ้างกับ 11 ผู้เล่นที่คุ้มค่าตัวในการย้ายเข้าพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ เรียกได้ว่าแต่ละคนนั้นสามารถปรับตัวเข้ากับทีมได้อย่างรวดเร็วมาก ๆ แถมยังก้าวไปเป็นแกนหลักของทีมนั้น ๆ ได้อย่างยอดเยี่ยมจริง ๆ ถ้าพวกเขายังรักษาฟอร์มแบบนี้กันไว้ได้ตลอดฤดูกาลพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้คงเป็นฤดูกาลที่มันส์ไม่แพ้ ๆ ฤดูกาลก่อน ๆ แน่นอน

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg 674cf507 6ffa 4cb7 b677 97ea8c1018e7

Kodchapan Thawanna