Samascha Cunwongdee อัพเดทเมื่อ 12:05 16/11/2559
Thumb lg real madrid good left

หัวหมาดีกว่าหางสิง! กับ 10 ดาวเตะที่ได้ดีหลังย้ายออกจาก Real Madird

569 Pepper

เรอัล มาดริลคืออีกหนึ่งทีมที่มีการเสริมสตาร์ดังอยู่ทุกๆปีและมีนักเตะหลายๆคนที่อยากจะร่วมทีมนี้ ทำให้แข้งดังแย่งตำแหน่งกันจนไม่มีโอกาสและต้องย้ายหนี!

Best Player Real Madrid football transfer

แม้ทีมใหญ่อย่างราชันย์ชุดขาว เรอัล มาดริด จะเป็นทีมที่นักเตะทั่วโลกหลายต่อหลายคนใฝ่ฝันไปร่วมทีม แต่ก็มีแข้งดังหลายคนที่ไปแล้วไม่ได้รับโอกาส หรือบางทีเล่นดีแค่ไหนแต่สตาร์ล้นทีมจนสุดท้ายก็ต้องตกเป็นตัวสำรอง ทำให้พวกเขาต้องย้ายหนีและไปหาหนทางที่ดีกว่ากับยักษ์ใหญ่ทีมอื่นในยุโรป วันนี้เราพามาดูแข้งดังที่ย้ายออกจากเรอัล มาดริดแล้วได้ดีทุกคนกัน

10. Gonzalo Higuaín

เขาคือนักเตะที่แจ้งเกิดได้อย่างเต็มตัวในศึกฟุตบอลโลก ในแอฟรืกาใต้ ปี2010 เมื่อยิงกระจุยกระจายถึง 7ลูก เป็นรองเพียงโทมัส มุลเลอร์และ ซัวเรสเท่าไรนั้น ขอย้อยกลับไปว่า อิกวาอินนั้นเซ็นสัญญามาเป็นกองหน้าตัวอันตรายของ เรอัล มาดริล ตั้งแต่ปี 2007 โดยย้ายมาจาก ริเวอร์เพลท โดยตอนแรกนั้นไม่สามารถเบียดแย่งตัวจริงจาก รุ่นพี่ระดับตำนานตั้งแต่ ราอูลหรือโรนัลโด้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปได้3ฤดูกาลคือ ปีที่แจ้งเกิดเขาได้เป็นอย่างดีทั้งระดับสโมสรและทีมชาติ แต่ผลงานการทำประตูจะเยอะเพียงใด เขาก็ถูกโล๊ะออกจากทีมในปี 2013 โดยย้ายไปกับนาโปลี ที่นี้เองคือจุดแสดงตัวตนของอิกวาอินได้ดีกว่าตอนที่อยู่กับมาดริล โดย3ปีที่อยู่กับนาโปลี เจ้าตัวลงเล่น 104นัด ซัดไป71 ประตู และฤดูกาลล่าสุดอิกกวาอินได้กลายเป็นผู้เล่นค่าตัวแพงถึง 74 ล้านปอนด์ เมื่อได้ย้ายไปร่วมสโมสร ยูเวสตุน ทีมแชมป์จากลีค ซีเรีย อาร์นั้นเอง

9. Álvaro Morata

นี้คือนักเตะที่ถูกปลุกปั้นมาจากอคาเดมี่ของเรอัล มาดริลและเป็นเลือดเนื้อเชื้อไข้แท้ๆของราชันชุดขาว โมราต้าทำผลงานได้ดีในชุดสำรองเหนือกว่าเพื่อนรุ่นเดียวกัน จนทำให้กุนซือในยุคนั้น คาโล่ ชาล็อตติ จะดันเขาขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ แม้ผลงานจะไม่เปรี้ยงปร้างมาก แต่เทียบกับอายุในตอนนั้นเพียง18ปี กับการรับใช้สโมสร 37 นัด ยิงไป10 ก็เป็นตัวการรันตีว่า โมราต้านั้นมีของเก็บไว้อยู่และเป็นยูเวสตุนที่จะเลือกใช้บริการ หัวหอกดาวรุ่งรายนี้ไปร่วมทีมในปี 2014 แม้ในตอนแรกโมราต้าจะโชว์ฟอร์มได้ไม่เปรี้ยงปร้างมากเหมือนกับตอนที่พึ่งขึ้นชุดใหญ่กับทีมมาดริล แต่เมื่อเจ้าตัวสามารถปรับตัวเข้ากับทีมได้ หายนะของทีมฝ่ายตรงข้ามจึงได้บังเกิดเมื่อ โมราต้าเป็นกำลังสำคัญที่พา ยูเวสตุสมาไกลในบอลถ้วยยูฟ่า ถึงรอบชิงชนะเลิศแม้จะพ่ายให้กับบาเซโลน่า แต่การที่ยิงทีมเก่าได้นั้น เป็นตัวการันตีว่า มาดริลนั้นคิดผิดที่ปล่อยเขาออกมาและเป็น ราชันชุดขาวนั้นเอง ที่จะดึงตัวดาวเตะรายนี้กลับมายังบ้านเกิดอีกครั้งในปี 2017

8. Rafael van der Vaart

เขาคือนักเตะดาวโรจน์ที่หลายสโมสรจับตาเป็นอย่างในตอนนั้น เขาสามารถแจ้งเกิดกับทีมชุดใหญ่ ในสโมสรอาแจ็กได้ในอายุเพียง17ปี และด้วยฟอร์มโดดเด่นนี้เอง ทำให้ยอดทีมจากลีค บุสเดสลีก้า อย่าง สิงห์เหนือ ฮัมบูกจะคว้าดาวโรจน์ชาวฮอลแลนด์นี้ไป และเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องตลอด3ปีที่อยู่กับฮัมบูก ลงเล่นไป74นัด ยิงไป29ประตู ทำให้ราชันชุดขาว เรอัล มาดริลไม่รอช้าที่คว้าตัวเขามาพร้อมกับเพื่อนร่วมทีมชาติในตอนนั้นอย่าง เวสลี่ สไนเดอร์และ อาเยน รอบเบน ตลอด2ปีที่อยู่ในถิ่นเมืองหลวง ฟาร์เดอฟาร์ทลงเล่น 58นัด ยิงไป11ประตู และส่วนใหญ่ลงเล่นเป็นตัวสำรองทำให้เจ้าตัวไม่มีความสุขกับการเล่นฟุตบอลที่ประเทศสเปนนี้ และได้แยกทางกับมาดริล ในปี2010 โดยได้ย้ายไปร่วมทีมสเปอร์ยอดทีมจากเมืองลอนดอน และเป็นที่นี้เองที่ความสุขในการเล่นฟุตบอลของเขากลับมาอีกครั้ง เมื่อเจ้าตัวเป็นกำลังหลักที่ทำให้ สเปอร์เข้ารอบในถ้วย ยูฟ่าแชมเปี้ยนได้ลึกถึงรอบ8ทีมสุดท้าย ก่อนที่จะตกรอบด้วยฝีมือของทีมเก่าของเขาอย่าง เรอัล มาดริล อย่างไรก็ตามตลอด2ปี ที่ค้าแข้งในถิ่นลอนดอน ลงเล่น63นัดและยิงไป24ประตู ก่อนที่ย้ายกลับไปเล่นให้ฮัมบูกและเรอัล เบติสในสเปนจนถึงปัจจุบัน

7. Clarence Seedorf

เขาคือกองกลางที่ดีที่สุดเท่าที่มีทีมชาติฮอลแลนด์และเอซี มิลาน ที่เคยมีมา เซดอร์ฟเริ่มเปิดตัวพรสวรรค์ของเขากับยอดทีมจากลีคดัตช์ อย่างอาแจ็ก และดูเหมือนทีมยักษ์ใหย่ในบ้านเกิดของเขานั้นเล็กไปสำคัญความสามารถของเขาก่อนจะย้ายไปอยู่กับ ซามโดเรียซ์ในปี1995 และนี้เองเป็นตัวการันตีความสามารถของเซดอร์ฟ เมื่อเป็นกำลังหลักให้กับราซามไป35 นัดยิงไป3ประตูพาต้นสังกัดจบระดับท็อป10ได้ ก่อนจะเป็นเรอัล มาดริลคว้าตัวไปร่วมทีมในปี1996 และอยากจะว่านี้คือยุคที่โหดที่สุดของเรอัล มาดริล เมื่อตอนนั้นสโมสรมีนักเตะอย่าง ราอูล เดวิด แบ็คแฮ่ม และกูตี้ ในตอนแรกนั้นเขามีความสุขดีกับต้นสังกัด แต่3ฤดูกาลหลังถัดมาฟอร์มของเซดอร์ฟตกอย่างหน้าใจหายก่อนที่จะติดสินใจย้ายไปร่วมทีม เอซีมิลาน จากอิตาลีในปี 2002 และที่นี้เองที่ทำให้เซดอร์ฟกลายเป็นตำนานนักเตะระดับโลก เมื่อเซดอร์ฟพาต้นสังกัดเอซีมิลาน คว้าแชมป์ ลีค 5 สมัย แชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนลีก 2 สมัย และสโมสรโลก 2 สมัย

6. Claude Makélelé

เขาคือกองกลางตัวตัดเกมที่ดีที่สุดในโลกในเวลานั้น โดยมาเกเลเล่นั้นเริ่มค้าแข้งกับน้องในปี1992 รับใช้สโมสรมา5ปี ลงเล่น 169นัด ยิงไป9ประตู ก่อนที่จะย้ายไปอยู่กับ โอลิมปิก มาร์กเซย ในปี1997 โดยอยู่กับมาร์กเซยได้1ฤดูกาล ก็ได้ย้ายไปอยู่กับ เซลต้า บีโก้ ทีมจากสเปนในปี1998 และเป็นทีมที่ให้กับเจ้าตัวแจ้งเกิด ตลอด2ปีที่ลงเล่นให้เซลต้า ลงเล่น70นัด ยิงได้3ประตูและเป็นเรอัล มาดริลคว้าตัวมาร่วมทีมในปี2000 ในตอนแรก มาเกเลเล่คือกำลังหลักให้กับแผงกลางของราชัน ชุดขาว ก่อน2ฤดูกาลหลังสุด เจ้าตัวกลายเป็นส่วนเกินของทีมและเป็น เซลซีในตอนนั้นทีม มูนิญโญ่ พึ่งมาคุมทีมในปีแรกก็ได้คว้าตัว กองกลางพันดุรายนี้มาร่วมทัพในปี2003 และที่นี้เอง ที่มาเกเลเล่ได้สัมผัสแชมปืในการที่ลงเป็นตัวจริงทุกนัด เมื่อเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เซลซีคว้าแชมป์ลีคติดต่อกัน2ปีและถ้วยเอฟเอคัพและรางวัลส่วนตัวอีกมากมาย เรียกได้ว่าเป็นกำลังสำคัญให้ทั้งมาดริดและเชลซีเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการจากมาที่ทำให้มาดริดฟอร์มดร็อปลงไปอย่างเห็นได้ชัด

5. Arjen Robben

ปีกเลื้อยสยองรายนี้ก็โดนพิษจากการย้ายไปร่วมทีมราชันชุดขาวอีกหนึ่งคน แต่เพชรก็คือเพชร เมื่อเจ้าตัวย้ายออกมาจาก มาดริล ก็ประสบความสำเร็จมากมายกับ เสื้อใต้ บาเยิร์ค มิวนิค ยอดทีมจากประเทศเยอรมัน รอบเบ็นนั้นลงเล่นกับสโมสรฟุตบอลโครนิงเงิน (FC Groningen) เขาเล่นในฤดูกาล 2000–01 ต่อจากนั้นเซ็นสัญญากับพีเอสวี ไอนด์โฮเฟิน (PSV Eindhoven) ที่นี่เขาได้รับรางวัลผู้เล่นดาวรุ่งแห่งปีของเนเธอร์แลนด์ และยังได้แชมป์ลีกเอเรอดีวีซีในฤดูกาลต่อมาสโมสรอังกฤษ มีความสนใจที่จะเซ็นสัญญากับเขา และหลังจากการเจรจาอันยืดเยื้อ เขาร่วมกับสโมสรฟุตบอลเชลซีหลังปิดฤดูกาล 2004 รอบเบ็นเปิดตัวเล่นกับเชลซีได้ช้าเนื่องจากเขาบาดเจ็บ เมื่อสมบูรณ์เขาช่วยให้เชลซีชนะเลิศในพรีเมียร์ลีกได้ 2 ฤดูกาลติดต่อกัน และยังติดอยู่ในชื่อผู้เล่นพรีเมียร์ลีกแห่งเดือน ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2005 หลังจากฤดูกาลที่ 3 ในอังกฤษ ซึ่งเขามีอาการบาดเจ็บ โรบเบินย้ายมาอยู่กับสโมสรฟุตบอลเรอัลมาดริดในลาลีกา ด้วยค่าตัว 35 ล้านยูโร ในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2009
ด้วยอาการบาดเจ็บและไม่สามารถเบียดแย่งตัวจริงได้ จึงได้ย้ายไปร่วมทีมเสื้อใต้ บาเยิร์ค มิวนิค และที่นี้เองที่ทำให้เขากลายเป็นอีกหนึ่งนักเตะ ที่ประสบความสำเร็จทั้งถาดแชมป์บุสเดสลีก้า ถ้วยโพคาลเยอรมัน และถ้วยยูฟ่าแชมเปี้ยนลีค

4. Esteban Cambiasso

นี้คืออีกหนึ่งนักเตะระดับโลกที่ต้องเอาชื่อมาทิ้งไว้ในเรอัลมาดริล สำหรับคามิอัสโซ่นั้น เริ่มค้าแข้งกับลีคในประเทศของเขาในปี1998 โดยลงเล่นให้กับอินเดเพนเดียนเต้ ก่อนจะย้ายไปร่วมทีมลิเวอเพลทในปี2001 ก่อนจะแจ้งเกิดอย่างเต็มตัว จนในปี2002 เรอัล มาดริลคว้าตัวกองกลางฮาร์คแมนรายนี้ไป ตลอด2ปีกับยูนิฟอร์มชุดขาว คามิอัสโซ่ไม่สามารถแจ้งเกิดกับทีมได้ จนในปี2004 ได้ย้ายไปร่วมทีม อินเตอร์ มิลาน และเป็นสโมสรนี้เอง ที่เจ้าตัวและเพื่อนๆคนอื่นๆที่ย้ายมาจากมาดริล อย่าง เวสลี่ สไนเดอร์ วอเทอร์ ซามูเอล เป็นกำลังหลักให้สโมสรจากเมืองมิลาน คว้าแชมป์ทั้งบอลลีค บอลถ้วย และถ้วยบิ๊กเอียร์ ยูฟ่าแชมเปี้ยนลีคได้อย่างยิ่งใหญ่ ก่อนจะย้ายสโมสรแบบไร้ค่าตัวไปอยู่กับเลสเตอร์ในปี2014 และเป็นเขาเองที่เป็นกำลังหลักให้เลสเตอร์สามารถรอดพ้นจากการหนีตกชั้นในปีนั้น

3. Wesley Sneijder

เขาคือหนึ่งขุนพลคนสำคัญของทีมชาติฮอลแลนด์และทีมสโมสรอินเตอร์มิลาน สำหรับเวสลี่ สไนเดอร์นั้น เริ่มค้าแข้งกับอาแจ็ก ในปี2002 ก่อนที่ย้ายไปร่วมทีม เรอัล มาดริลในปี2007 พร้อมกับ อาเย็น รอบเบ็นและฟาเดอร์ฟาร์ท ตลอด2ปีที่อยู่กับเรอัล มาดริล ลงเล่น52นัด ยิงได้11ประตู แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะให้ต้นสังกัดมีที่ให้เขาอยู่ในทีมต่อไป ก่อนจะถูกขายให้กับอินเตอร์มิลานในปี2009 และเป็นสโมสรอินเตอร์นี้เอง ที่ช่วยเพิ่มเกิยรติ์ประวัติมากมายให้กับ กองกลางตัวรุกชาวดัตช์คนนี้ เมื่อเป็นกำลังหลักให้อินเตอร์คว้าแชมป์ลีต บอลถ้วย และยูฟ่าแชมเปี้ยนลีค ก่อนจะฟอร์มตก ย้ายไปร่วมทีม กาลาตาซาลายในประเทศตุรกีในปี2013 จนถึงปัจจุบัน

2. Walter Samuel

เขาคือกองหลังที่ดีที่สุดในโลกคนหนึ่งเมื่ออยู่ในช่วงพีค สำหรับซามูเอล โดยเจ้าตัวเริ่มต้นค่าแข้งในปี1996 กับทีมนีเวล โอลบอย ก่อนจะย้ายไปอยู่โบคา จูเนียในปี1997 และเป็นช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมของเขาเมื่อได้เป็นกำลังหลักให้กับทีมแชมป์จากลีคอาเจนติน่าก่อนจะถูก โรม่าซื่้อตัวในปี2000 ตลอด4ปีที่อยู่กับหมาป่ากรุงโรมเขาคือปราการหลักตัวสำคัญที่ทำให้โรม่า เสียประตูน้อยที่สุดทีมหนึ่งของลีค ก่อนในปี2004 ราชัน ชุดขาวจะคว้าตัวเขามาแต่โชคชะตาต้องเล่นตลก หนึ่งปีที่อยู่กับราชัน ชุดขาวเจ้าตัวได้ลงเป็นตัวสำรองซะส่วนใหญ่จนต้องระหกระเหินย้ายหาต้นสังกัดใหม่ในปี2005 กับอินเตอร์ มิลาน และเป็นสโมสรอินเตอร์มิลานนี้เอง ที่ซามูเอล มีฟอร์มการเล่นที่สม่ำเสมอและพาต้นสังกัดคว้าแชมป์มากมายทั้งในถ้วยลีค บอลถ้วยและยูฟ่าแชมเปี้ยนลีค ก่อนที่จะย้ายไปร่วมทีมบาเซิ่ลแบบไม่มีค่าตัวในปี2014 จนถึงปัจจุบัน

1. Samuel Eto’o

สำหรับเอโต้นั้นคือ ผลผลิตมาจากอะคาเดมี่ของราชันชุดขาว แต่ไม่ได้อยู่ในแผนทำทีมโดยในปี1997ได้เปิดตัวกับทีมราชันชุดขาวในเกมแรก และตลอด3ปี เจ้าตัวได้ลงเล่นเพียง3นัด ก่อนที่จะย้ายไปหาความท้าทายใหม่กับ มอยอร์ก้าในปี2000 และตำนานยอดดาวยิงจากแอฟริกาก็ได้ถือกำเนิดเมื่อเจ้าตัวผลิตสกอร์ให้กับต้นสังกัดไปได้48ประตูตลอด4ปีที่อยู่กับ มอยอร์ก้า และในปี2004 เอโต้ได้ย้ายไปอยู่กับทีมอริของเรอัลมาดริล อย่างบาเซโลน่า และที่นี้เองที่ทำให้เอโต้ มีความอันตรายแบบครบเครื่องที่สุดเท่าทีกองหน้าคนหนึ่งจะมี เมื่อเป็นกำลังหลักให้กับบาซ่าตลอด5ปี คว้าแชมป์ในประเทศและระดับทวีปมามากมาย ก่อนจะย้ายไปร่วมทีมอินเตอร์มิลานในปี2009 โดยเป็นส่วนหนึ่งในการซื้อขายนักเตะของต้นสังกัดในการแลกเอา ซราตัน อิบราฮิบโมวิชมานั้นเอง แม้ย้ายต้นสังกัดใหม่ แต่ความอันตรายของเขาไม่ได้ถูกทิ้งไว้ที่สเปนเมื่อเอโต้เป็นกำลังหลักให้ อินเตอร์ มิลานเป็นแชมลีค บอลถ้วย และยูฟ่าแชมเปี้ยนลีค และบอลสโมสรโลก และในปี2011-2013 เอโต้กลายเป็นนักเตะที่ค่าเหนื่อยแพงที่สุดในโลก เมื่อย้ายไปร่่วมทีม อินจิในลีครัสเซีย ก่อนที่จะย้ายไปเล่นในพรีเมียลีคกับ เซลซีในปี2013 และยังย้ายสโมสรอื่นอีกเช่น เอฟเวอตัน ซามโดเรีย อันทาย่าสปอร์คือสโมสรปัจจุบันของเจ้าตัว

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg 504913d6 e062 4b2e 87d0 1e2ddd222d16

Samascha Cunwongdee