RahXephon อัพเดทเมื่อ 15:08 16/05/2559
Thumb lg maxresdefault

ลิเวอร์พูล vs เซบีย่า ศึกชิงตั๋ว UCL ปี 2016-17..ทีมไหนจะคว้าแชมป์ไปครอง?

558 Pepper

ในที่สุดรายการ ยูฟ่า ยูโรปา ลีก ก็เดินทางมาจนถึงรอบชิงชนะเลิศ งานนี้ ลิเวอร์พูล จะกลายเป็นกระดูกชิ้นโตที่ขัดขวางการคว้าแชมป์ 3 สมัยซ้อนของ เซบีย่า ได้หรือไม่?

UEFA Europa League Liverpool Sevilla ยูโรปา ลีก

คุณคิดว่าใครจะเป็นผู้ชนะในรอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า ยูโรปา ลีก?

Preload

ในคืนวันพุธที่ 18 พฤษภาคมนี้ จะเป็นศึกนัดชี้ชะตาของรายการ ยูฟ่า ยูโรปา ลีก ระหว่าง ลิเวอร์พูล ของ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือเฮฟวี่เมทัลชาวเยอรมัน ที่จะต้องห่ำหั่นกันเพื่อแย่งชิงถ้วยรางวัลเกียรติยศพร้อมกับโควต้าการลงเล่นใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลหน้า กับ เซบีย่า ของ อูไน เอเมรี่ ผจก.ทีมมือฉมังชาวสเปน

เจอร์เก้น คล็อปป์ & เดอะ ค็อป

นี่เป็นโอกาสแก้มือของ กุนซือขาร็อค กับการพาทีมคว้าถ้วยรางวัลใบแรกภายใต้การคุมทีมของเขา หลังจากที่เคยทำพลาดมาแล้วหนึ่งครั้งกับรายการ แคปิตอล วัน คัพ และคงจะช่วยทำให้บรรดาแฟนๆลืมความผิดหวังจากการที่ต้องเห็นทีมรักตะกายไปไม่ถึงตำแหน่งพื้นที่ท็อปโฟร์ถึง 2 ฤดูกาลติดต่อกัน

ยิ่งไปกว่านั้นหาก ลิเวอร์พูล สามารถเอาชนะคู่แข่งในเกมส์สำคัญนี้ได้ พวกเขาจะได้รางวัลโบนัสเป็นตั๋วเข้าร่วมแข่งขันรายการ ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบคัดเลือกในฤดูกาลหน้าอีกด้วย หากมองย้อนไปถึงเส้นทางที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการเอาชนะคู่แข่งตัวฉกาจอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด, โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ รวมถึง บียาร์เรอัล ในรอบตัดเชือก ก็ถือว่าเป็นผลงานที่น่าภาคภูมิใจไม่น้อยแล้ว

หลังจากที่ คล็อปป์ เดินเข้ามารับไม้ต่อจาก เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนตุลาคมปีที่แล้ว เขาได้เข้ามาเติมสีสันและความมีชีวิตชีวาให้กับนักเตะทุกคนในรั้ว แอนฟิลด์ ไม่เว้นแม้แต่กระทั่งบรรดากองเชียร์ โดยเฉพาะการปลุกฟอร์มผู้เล่นที่เคยทำผลงานได้อย่างย่ำแย่ในยุคของ อดีตกุนซือชาวไอร์แลนด์เหนือ อย่าง อดัม ลัลลาน่า, เดยัน ลอฟเรน และ โจ อัลเลน จนเปลี่ยนไปแทบจะกลายเป็นคนละคน

ในขณะที่แนวรุกของทีมเริ่มมีรูปแบบและการสร้างโอกาสได้ดีขึ้น ในส่วนของแนวรับก็มีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่น่าสนใจ ถึงแม้การรับมือกับลูกตั้งเตะของคู่ต่อสู้ยังคงเป็นปัญหาที่แก้ไม่หาย แต่หากมองไปถึงสถิติต่างๆให้ดีแล้ว ทีมมีจำนวนของการเสียประตูที่ลดลงรวมถึงสามารถเก็บคลีนชีตได้เพิ่มมากขึ้น จะยกเว้นก็แต่ ซิมง มิโญเล่ต์ ที่บทจะดีก็ดีใจหาย บทจะรั่วก็รั่วเกือบตาย

ทุกอย่างยิ่งดูลงตัวมากขึ้นเมื่อ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ กลับมาฟิตสมบูรณ์ได้ต่อเนื่องยาวนานที่สุดในรอบปี ดิว็อค โอริกี เริ่มฉายแววดาวยิงแห่งอนาคตเมื่อสามารถเรียกฟอร์มแจ้งเกิดใน เวิลด์คัพ 2014 กลับมาได้ โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ ก็เริ่มปรับตัวได้และสามารถโชว์ฟอร์มได้ร้อนแรงสุดๆนับตั้งแต่ก้าวเข้าสู่ปี 2016 พร้อมกับประสานงานกับ คูตินโญ่ ได้อย่างเนียนกริบ

ในขณะที่ เอ็มเร่ ชาน และ เจมส์ มิลเนอร์ ก็ควบตะบึงไปทุกพื้นที่ในแดนกลางอย่างไม่มีเหน็ดเหนื่อย ขนาบข้างด้วย อัลเบร์โต้ โมเรโน่ และ นาธาเนี่ยล ไคลน์ แบ็คทั้งสองฝั่งที่พร้อมวิ่งขึ้น-ลงตลอดทั้งเกมส์

ซึ่งหาก คล็อปป์ สามารถพาลูกทีมชูถ้วยรางวัลที่ บาเซิ่ล ได้สำเร็จในวันที่ 18 พฤษภาคมนี้ ก็จะกลับกลายเป็นฤดูกาลที่ประสบความสำเร็จของ ลิเวอร์พูล ได้ทันที ทั้งยังเป็นการเพิ่มสถิติในรายการนี้หลังจากที่เคยคว้าแชมป์มาแล้ว 3 ครั้งในฤดูกาล 1972-73, 1975-76 และ 2000-01

เส้นทางสู่แชมป์ 3 สมัยซ้อน

ใครบางคนได้เคยกล่าวไว้ว่า "การเป็นแชมป์ว่ายากแล้ว แต่การรักษาแชมป์ยิ่งยากกว่า" แต่นั่นคือสิ่งที่ อูไน เอเมรี่ กุนซือวัย 44 ปี ได้เคยทำสำเร็จมาแล้วเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา เมื่อเขาสามารถพา เซบีย่า คว้าแชมป์ ยูโรปา ลีก ได้ 2 ปีซ้อน และยิ่งหากว่าพวกเขาสามารถปราบ ลิเวอร์พูล ลงได้ในเกมส์ที่ บาเซิ่ล ก็จะทำให้ ทีมแกร่งจากสเปน สร้างประวัติศาสตร์เป็นทีมแรกที่สามารถคว้าแชมป์ในรายการนี้มาครองได้ 3 สมัยติดต่อกัน

ในขณะที่คู่แข่งของพวกเขากำลังอยู่ในโมเมนตัมที่ดี จากการเอาชนะคู่ต่อสู้ในรอบที่ผ่านมาได้แบบน่าทึ่ง ตั้งแต่การไล่ยิง ดอร์ทมุนด์ 3 ประตูรวดภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ก่อนจะแซงเอาชนะได้ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ หรือการพลิกฟอร์มกลับมาไล่ถล่ม บียาร์เรอัล ในการแข่งขันรอบตัดเชือกเลกสองที่บ้านตนเอง แต่สิ่งที่ เซบีย่า เหนือกว่าก็คือประสบการณ์จากการเข้าชิงในถ้วยใบนี้ และหากนับตั้งแต่ปี 2006 พวกเขาคว้าแชมป์ ยูโรปา ลีก มาครองแล้วถึง 4 ครั้ง

รวมถึงขุมกำลังนักเตะที่มีคุณภาพเพียงพอจะเบียดแย่งตำแหน่งภายในทีมระดับท็อปส่วนใหญ่ทั่วทั้งทวีป อย่าง เควิน กาเมโร่ เป็นต้น ดาวเตะชาวฝรั่งเศส จัดเป็นหัวหอกที่กำลังฟอร์มฮ็อตมากที่สุดคนหนึ่งในเวทียุโรปขณะนี้

ดาวยิงร่างเล็ก สอยตาข่ายคู่แข่งในถ้วยยุโรปใบเล็กซีซั่นนี้ไปแล้ว 7 ประตู รวมไปถึงผลงาน 16 ประตูจาก 31 เกมส์ใน ลา ลีกา ซึ่งนอกจากจะเป็นตัวความหวังของทีมในเกมส์ที่จะพบกับ หงส์แดง เขาก็ยังพอมีโอกาสที่จะได้ร่วมทัพ เลอ เบลอส์ ในการไล่ล่าแชมป์ ยูโร 2016 ในบ้านเกิด

นอกจากนี้ในแนวรุกของทีมก็ยังมี เยฟเฮน โคโนปลีอันก้า ปีกจอมเทคนิคชาวยูเครน ที่ครั้งหนึ่งเกือบจะได้ย้ายมาสวมชุดแดงที่ แอนฟิลด์ มาแล้ว รวมไปถึง เฟร์นานโด ยอเรนเต้ อดีตหัวหอกร่างโย่งทีมชาติสเปน ที่มีจุดเด่นในลูกกลางอากาศและเป็นของแสลงของ ลิเวอร์พูล อีกด้วย

ในส่วนของแดนกลางก็นำทีมโดย เอแวร์ บาเนก้า จอมทัพเลือดฟ้า-ขาว ที่กำลังตกเป็นเป้าหมายของทีมยักษ์ใหญ่ทั่วทั้งยุโรป รวมไปถึง เกอร์เซกอร์ซ ครีโชเวียค มิดฟิลด์ห้องเครื่องชาวโปแลนด์ ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นตลอดทั้งฤดูกาลที่ผ่านมา

แต่หากจะพูดถึงจุดอ่อนของ ทีมแชมป์เก่า ก็คงหนีไม่พ้นในส่วนของแนวรับ จากการที่ ยอดทีมจากสเปน เสียประตูไปแล้วถึง 47 ลูกในลีก ซึ่งจะว่าไปก็ไม่ได้แตกต่างกันมากนักกับทางฝั่งของ ลิเวอร์พูล เนื่องจากพวกเขาก็เสียไปแล้วถึง 49 ประตูจากการลงเล่นในลีก 37 เกมส์เท่ากัน บางทีงานนี้อาจจะได้ตัดสินกันที่ความเหนียวแน่นของทั้งสองทีมก็เป็นได้

Road to Basel

เราไม่ได้มีเจตนาจะส่งเสริมเรื่องของการพนันใดๆทั้งสิ้น แต่จากการสำรวจข้อมูลจากบริษัทรับพนันอย่างถูกกฏหมายในประเทศอังกฤษ ก็ต่างพร้อมใจกันถือหางให้ ลิเวอร์พูล เป็นต่อ เซบีย่า ในงานนี้ ซึ่งในส่วนของผู้เขียนที่มีความลำเอียงอยู่เต็มขั้น ก็ขอสรุปส่งท้ายแค่ว่า "แชมป์แรกของ เจอร์เก้น คล็อปป์ น่าจะมาได้ไวสมดั่งที่สาวกเดอะค็อปทั่วโลกวาดหวังเอาไว้"

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg 030c6fd7 bbf5 4570 b6dc d8ef319b25dc

RahXephon