Sujate Wanchat 2562/05/14 20:02
Thumb lg 9f428365 e832 4e32 960f c57307ea0b3a

รวมข้อควรระวังคิดดีๆ ก่อนที่จะกู้เงิน !

68 Pepper

กู้เงินไม่ยากสำหรับคนที่มีเงินเดือนประจำ เเต่ใช้หนี้สิยาก หลายคนเลื่อนเเล้วเลื่อนอีก ให้เค้าตามเเล้วตามอีก หากไม่อยากปวดหัว ก่อนกู้ต้องพิจารณาให้รอบคอบ !!

การเงิน ไลฟ์สไตล์ หนี้ กู้เงิน หนี้สิน

วันนี้เราจะขอชวนเพื่อนๆ ชวน Pepper มาพูดคุยกันถึงเรืองเงินๆทองๆ กันหน่อย โดยประเด็นที่เราจะมาพูดกันในวันนี้คือเรื่อง "การกู้เงิน" เพราะหลายคนตอนนี้อยากกู้เงินเพื่อนำมาทำอะไรก็เเล้วเเต่ตามความต้องการของคุณ เเต่ก่อนที่คุณจะกู้เราอยากให้คุณคิดดีก่อนว่ากู้เเล้วคุ้มมั้ยกับหนี้สินเเละดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นที่คุณจะต้องรับผิดชอบต่อไป เราอยากให้คุณจำไว้เลยว่าเมื่อกู้เเล้วก็เท่ากับคุณได้ก่อ "หนี้" เเละหนี้ตัวนี้เเหล่ะคือโซ่คล้องพันธนาการคุณไม่ได้รับอิสรภาพในชีวิต กว่าจะใช้หนี้เเละดอกเบี้ยครบจนเป็นอิสระคุณจะต้องใช้เวลาเท่าไหร่ ดังนั้นก่อนจะกู้เงินครั้งใด เราอยากให้คุณพิจารณาถึงสิ่งเหล่านี้...จะมีอะไรบ้างเราไปดูกันเลย

#1. พิจารณาจากวัตถุประสงค์ของการกู้

การกู้เงินคือการนำเงินในอนาคตมาใช้ ซึ่งนอกจากจะทำให้ความมั่งคงของเงินต้นในอนาคตของคุณลดลงเเล้วคุณยังจะต้องเริ่มต้นรับผิดชอบดอกเบี้ยตั้งเเต่วันที่คุณไปรับเงินเค้ามาเเล้ว ดังนั้นก่อนจะกู้ให้คิดให้ดีว่ากุ้เงินก้อนนี้มาทำอะไร หากเป็นการกู้มาเพื่อการลงทุนที่พิจารณารอบคอบเเล้ว หรือต้องใช้เพราะเหตุฉุกเฉินจำเป็นจริงๆ ก็ถือเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ เเต่หากกู้มาเพื่อใช้จ่ายเพื่อให้ครอบครองทรัพย์สินที่ไม่เพิ่มมูลค่า เช่น สิ่งของฟุ่มเฟือยเพื่ออวดเพื่อนๆ ถือว่าเป็นสิ่งที่รับไม่ได้ครับ

#2. ความจำเป็น (Need) หรือความต้องการ (Want)

สำหรับข้อเเรกอาจจะยังไม่ชัด เเละเพื่อขยายความในคำเเนะนำข้อเเรกให้ชัดเจนขึ้นเราอยากจะเเนะนำให้คุณได้รู้จักคำสองคำคือ ความจำเป็น (need) เเละความต้องการ (want) หากการกู้เงินครั้งนี้ที่ทำให้คุณต้องเป็นหนี้เพราะความจำเป็น เช่น ต้องการมีรถยนต์เพื่อวิ่งทำงานติดต่อการต่างจังหวัด หรือออกรถซักคันเพื่อใช้ในครอบครัวเพราะตอนนี้เรามีครอบครัวที่ต้องดูเเลเเล้วก็ถือว่าเป็นเรื่องสมเหตุสมผล เเต่หากเป็นการกู้เงินมาเพื่อซื้อของเพื่อสนองกิเลสความต้องการของตัวเอง โดยเฉพาะของประเภทที่เรียกติดปากว่า "ของมันต้องมี" เช่น รองเท้า นาฬิกา สินค้าเเฟชั่น อันนี้ห้ามเด็ดขาดครับ เพราะหากคุณต้องการซื้อของเหล่านี้เงินที่จะใช้ควรเป็นเงินที่หาได้จากน้ำพักน้ำเเรง เป็นเงินเหลือเก็บต่างหากล่ะ

#3. พิจารณาลำดับความสำคัญ

อีกสิ่งหนึ่งที่จะต้องพิจารณาก่อนการเป็นหนี้ก็คือ การลำดับความสำคัญก่อนหลังของสิ่งที่เราจะต้องมี หากเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นต้องใช้ในชีวิต เช่น ปัจจัยสี่ หรือรถยนต์ที่ต้องใช้เป็นพาหนะสำหรับทำงาน ก็ถือเป็นสิ่งที่เราควรกู้เงินมาใช้จ่ายในจุดนี้ก่อนเพื่อให้เรามีชีวิตที่ดีขึ้นจะได้ทำงานหาเงินมาต่อเงินเเละใช้หนี้ หากมีเงินเหลือเก็บจึงค่อยซื้อข้าวของที่เป็นการสนองกิเลสความต้องการของตัวเอง เเต่การกู้เงินมาซื้อสิ่งของสนองกิเลสก่อนนั้นเป็นพฤติกรรมทางการเงินที่เเย่ เเละอาจเป็นจุดเริ่มต้นของหายนะในชีวิตคุณได้

#4. หลักคิดก่อนการเป็นหนี้

ในเชิงเทคนิคเเล้ว เรามีหลักคิดง่ายๆก่อนที่คุณจะเริ่มก่อหนี้ ดังนี้

1) ถามใจตัวเองว่าพร้อมรึยังกับการเป็น 'หนี้' เพราะ หนี้ = ขาดอิสรภาพ หากคุณถามหัวใจตัวเองซ้ำก็จะได้คำตอบบางทีคุณอาจจะพับโครงการกู้หนี้ในครั้งนี้ไปเลยก็เป็นได้

2) ควรกู้เงินในระบบ จากสถาบันการเงินของรัฐเพราะจะได้อัตราดอกเบี้ยที่เป็นธรรมกว่า เเละควรเลือกใช้บริการจากสถาบันการเงินที่ให้ข้อเสนอที่ดีที่สุด เช่น ความยืดหยุด เเละอัตราดอกเบี้ย เป็นต้น

3) ต้องมั่นใจว่ารับไหวทั้งเงินต้นเเละดอกเบี้ย เพราะโดยหลักการเเล้วรายจ่ายสำหรับการใช้หนี้ของคุณในเเต่ละเดือนไม่ควรเกิน 30% ของรายรับ

4) อัตราดอกเบี้ยต้องอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ ไม่แพงจนเกินไป

5) ต้องศึกษาเงื่อนไขการผ่อนชำระให้ละเอียด ทำความเข้าใจให้ถ่องแท้ ที่สำคัญต้องดูด้วยว่าหากชำระเงินคืนล่าช้าจะต้องเสียเบี้ยปรับเท่าไร

6) พิจารณาข้อเสนออื่นที่น่าสนใจ เช่น ระยะเวลาปลอดดอกเบี้ย หรืออัตราดอกเบี้ยที่อาจปรับลดลงในอนาคต

#5. กับดักเงินกู้

ปัจจุบันมีสถาบันการเงินมีผลิตภัณฑืการเงินมากมายชักชวนเเละล่อให้คนที่มีรายได้ที่เเน่นอนทั้งหลาย จะมากหรือน้อยเค้าไม่ได้สนใจ ขอเเค่มีรายได้ที่มั่นคงก็พอมากู้เงิน โดยมีเหยือล่อมากมายไว้ยั่วน้ำลายให้เราติดกับดัก เช่น เงินสดอนุมัติไว ดอกเบี้ยต่ำ, อนุมัติง่าย เงื่อนไขน้อย, วงเงินกู้เต็มก็กู้ได้ หรือ ให้กู้ได้ไม่ยึดบัตรเอทีเอ็ม เป็นต้น ในเรื่องดอกเบี้ยก็เช่นกัน อย่าได้ตกหลุมพรางในเรื่องดอกเบี้ยต่ำง่ายๆ เพราะอัตราดอกเบี้ยที่โฆษณากับดอกเบี้ยคิดจริงมันไม่เหมือนกันนะครับ เช่น

=> อัตราดอกเบี้ยที่โฆษณา ร้อยละ 1 ต่อเดือน เราคิดว่าน่าจะเป็นร้อยละ 12 ต่อปี แต่ในความเป็นจริงคือ ร้อยละ 21.46 ต่อปี

=> อัตราดอกเบี้ยที่โฆษณา ร้อยละ 1.25 ต่อเดือน เราคิดว่าน่าจะเป็นร้อยละ 15 ต่อปี แต่ในความเป็นจริงคือ ร้อยละ 26.62 ต่อปี
อัตราดอกเบี้ยที่โฆษณา ร้อยละ 1.50 ต่อเดือน เราคิดว่าน่าจะเป็นร้อยละ 18 ต่อปี แต่ในความเป็นจริงคือ ร้อยละ 31.72 ต่อปี

=> อัตราดอกเบี้ยที่โฆษณา ร้อยละ 2 ต่อเดือน เราคิดว่าน่าจะเป็นร้อยละ 24 ต่อปี แต่ในความเป็นจริงคือ ร้อยละ 41.70 ต่อปี

=> อัตราดอกเบี้ยที่โฆษณา ร้อยละ 3 ต่อเดือน เราคิดว่าน่าจะเป็นร้อยละ 36 ต่อปี แต่ในความเป็นจริงคือ ร้อยละ 60.92 ต่อปี

ซึ่งสาเหตุที่เป็นแบบนี้เพราะอัตราดอกเบี้ยที่โฆษณาเป็นอัตราแบบคงที่ ซึ่งคิดยอดจากต้นมาแล้ว แม้จะจ่ายเงินชำระไปบ้างแล้วก็ยังคิดดอกเท่าเดิม ซึ่งความจริงจะต้องเป็นแบบลดต้นลดดอก ที่จ่ายไปแค่ไหนดอกเบี้ยก็ลดตามเงินต้น จึงจะถูกต้อง

หลังจากที่ได้อ่านจบไปเพื่อนๆ คงมีความรู้ด้านการเงินเพิ่มมากขึ้นไม่มากก็น้อย เเละถือเป็นการเตือนสติไปในตัวด้วยว่าก่อนที่จะก่อหนี้ควรคิดให้ดีก่อน เพราะ หนี้ = ขาดอิสรภาพ หากคุณไม่อยากให้ใครเอาคุกทางการเงินมามอบให้คุณก่อนจะกู้ควรพิจารณาก่อนว่าเงินใช้หนี้ในเเต่ละเดือนเกิน 30% ของรายรับหรือไม่ หากใช่เเล้วไม่ควรกู้ ถ้าดึงดัน รับรองได้เลยว่าอนาคตอันใกล้คุณได้นอนเอามือก่ายหน้าฝากทุกคืนเเน่ครับ

คุณคิดว่าสามารถทำตามคำเเนะนำเหล่านี้ได้หรือไม่?

Preload

Author

Thumb lg 89e7a0ba 6595 4012 b477 c984552a42b2

Sujate Wanchat

เบ้ง พรีเมี่ยม คอนเทนด์

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!