Samascha Cunwongdee อัพเดทเมื่อ 12:24 21/11/2559
Thumb lg sporting cp

โหดกว่านี้มีอีกไหม! 10 เด็กปั้นสุดเทพจากอคาเดมี่ สปอร์ตติ้ง ลิสบอน

3078 Pepper

สปอร์ตติ้ง ลิสบอน คืออีกหนึ่งสโมสรที่ประสบความสำเร็จทั้งในการแข่งขันและการปั้นนักเตะ โดยในวันนี้เราจะมาบอกใครคืออดีตเด็กเทพของสปอร์ตติ้ง ลิสบอนกันมั้ง

sporting CP academy football

สปอร์ติง ลิสบอนอีกหนึ่งสโมสรใหญ่และเก่าแก่ของทางทีมฝอยทองแห่งโปรตุเกส แม้ชื่อชั้นและฟอร์มการเล่นจะเบียดสูสีกับอีกสองทีมดังอย่างเบนฟิก้าและปอร์โต้มาโดยตลอด แต่ทำเนียบแชมป์กลับไม่ได้มีมากมายตาม 2 ทีมข้างต้น แต่สิ่งหนึ่งที่ปฎิเสธไม่ได้เลยก็คืออคาเดมี่อันโด่งดังของพวกเขา ที่ปั้นนักเตะชาวโปรตุกีสจนโด่งดังไปทั่วโลกมากมายตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งดูๆไปแล้วผู้เล่นพรสวรรค์สูงทั้งหลายล้วนเกิดจากที่นี่ทั้งนั้น ก่อนที่จะขายไปให้คู่แข่งอย่างปอร์โต้บ้างหรือบางทีก็ทีมใหญ่ๆทั่วยุโรปเป็นเงินมหาศาล วันนี้เราพามาย้อนรอยดูเด็กเทพจากเยาวชนของสปอร์ติง ลิสบอนที่ประสบความสำเร็จและกลายเป็นยอดแข้งกันดีกว่า

10. Eric Dier

ปีที่ลงเล่น : 2012-2014 (ย้ายไปท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ 3.5 ล้านยูโร)

เขาคือนักเตะอังกฤษเพียงไม่กี่คนที่เริ่มต้น การค้าแข้งที่ต่างประเทศ ไดเออร์คือย้ายตามครอบครัวมาอยู่ที่ประเทศโปรตุเกสตั้งแต่เด็กและเป็นเด็กปั้นของสปอร์ตติ้ง ลิสบอน ตั้งแต่อายุ13ปี ก่อนจะค่อยๆไต่เต้าตั้งแต่ทีมเยาวชน จนถึงทีมสำรอง โดยไดเออร์ได้สัมผัสเกมใหญ่ในปี2012 โดยเข้าสลับไปเล่นให้กับทีมหลักกับทีมสำรอง ก่อนที่จะโชว์ฟอร์มได้ดีจนในทีสุด ท็อตแฮมฮ็อตสเปอร์ ทีมดังจากลอนดอน จะคว้าตัวเข้าไปร่วมทีมในปี 2014 ในตอนนั้นแรก ไดเออร์ได้ลงเล่นในแบ็คขวาและกองหลังตัวกลาง แม้ผลงานในปีแรกจะค่อนข้างปกติ ก่อนในปี2015 ไดเออร์และทีมจะพกฟอร์มเก่ง ไล่บี้แย่งแชมป์กับจิ้งจอกสยามกันอย่างสนุก ก่อนจะฟอร์มหลุดเองคว้าได้เพียงอันดับ3 ในทีมชาตินั้นไดเออร์คือกำลังสำคัญของทีมชาติอังกฤษยุคใหม่ที่ ช่วยให้ทีมผ่านไปเล่นยูโรรอบสุดท้าย แม้จะตกรอบการแข่งขันเร็วกว่าที่เป็น แต่นี้คือสัญญาณที่ดีที่จะเห็นทีมชาติอังกฤษ ยุคใหม่อาจจะเกรี้ยงไกรจนได้แชมป์โลกก็เป็นได้

9. Miguel Veloso

ปีที่ลงเล่น : 2005-2010 (ย้ายไปเจนัว 9 ล้านยูโร)

กองกลางรูปหล่อรายนี้คือผลผลิดที่สโมสรปลุกปั้นตั้งแต่ ชุดเยาวชนจนก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ได้ มิเกลเริ่มต้นเล่นให้กับทีมชุดใหญ่ในปี 2005 โดยในปีแรกนั้น มิเกลอาจจะโชว์ฟอร์มไม่โดดเด่นอะไรมากนัก แต่เมื่อเขาปรับตัวได้ ก็เรียกได้ว่าฟอร์มของเขานั้นแรงจนฉุดไม่อยู่ ทำให้มิเกล ติดทีมชาติโปรตุเกสและเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้โปรตุเกสคว้าอันดับ2ในศึกยูโรปี2010 ที่พ่ายให้แก่ประเทศกรีซ มิเกลได้เลือกย้ายไปเล่นให้กับทีม เจนัวในลีค กัลโซ่ ซีรีอาร์ในปี 2010 การเข้ามาของมิเกลช่วยให้เจนัวจบอันดับท็อป10 และในปี2012 มิเกลได้ย้ายไปร่วมทีม ดินาโม เคียฟ ทีมยักษ์ใหญ่และแชมป์มากที่สุดของประเทศยูเครน ตลอด4ปีกับดินาโม เคียฟ มิเกลคว้าแชมป์ร่วมกับ เคียฟไป2 สมัย และปัจจุบัน มิเกลได้ย้ายกลับไปเล่นให้ เจนัวอีกครั้ง

8. José Fonte

ปีที่ลงเล่น : ไม่เคยติดทีมชุดใหญ่

เขาคือนักเตะที่ถูกปลุกปั้นโดยสโมสร สปอร์ตติ้งโดยเขาเริ่มเล่นให้ทีมเยาวชนในปี 2002 แม้เจ้าตัวจะไม่มีโอกาสได้เล่นให้กับทีมใหญ่ของสปอร์ตติ้ง และพเนจรเล่นให้กับทีมในประเทศโปรตุเกสอยู่หลายทีม โดยในปี 2006ฟอลเต้ ได้ย้ายไปร่วมทีมเบนฟิก้า แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้เขาได้รับโอกาสมากขึ้น ก่อนจะโดนปล่อยให้หลายสโมสรยืมตัว และในปี2008 คือจุดเริ่มต้นให้กับฟอลเต้ เมื่อได้ย้ายร่วมทีม คริสตัล พาเรส ในรูปแบบยืมตัวก่อนในฤดูกาลถัดมาจะถูกซื้อขาดเมื่อจบฤดูกาล ตลอด2ปีระหว่างที่อยู่กับ คริสตัล พาเรซ ฟอลเต้คือกำลังสำคัญในเกมรับให้กับ ทีมปราสาทเรือนแก้ว ก่อนฟอร์มของเขาจะไปเตะตาทีมนักบุญแดนใต้ เซาแถมทันต์ในปี 2010 และที่นี้คือ สถานที่ ที่ให้ฟอลเต้โชว์ได้อย่างสุดยอด จนทำให้เจ้าตัวได้ติดทัพฝอยทองไปลุยศึกยูโร 2016 และได้คว้าแชมป์ยูโร พร้อมกับ ริคาโด้ คาวัญโญ่ คริสติโน โรนัลโด้

7. Simao

ปีที่ลงเล่น : 1997-1999 (ย้ายไปบาร์เซโลน่า 3 ล้านยูโร )

เขาคืออดีตดาวรุ่งที่มีอนาคตมากที่สุดคนหนึ่งของโปรตุเกสและสปอร์ตติ้ง ลิสบอน ซิเมาเริ่มเล่นให้กับทีมยาวชน สปอร์ตติ้ง ลิสบอนในปี1997 และถูกผลักดันให้ขึ้นทีมชุดใหญ่ในปีเดียวกัน และฟอร์มกับลิสบอน ถือได้ว่าเขาขั้นดีเยี่ยมเพราะตลอด 3ปีที่ค้าแข้งอยู่กับลิสบอน ซิเมาลงเล่น 53นัด ยิงไป12 ประตู ด้วยฟอร์มการเล่นระดับนี้ ไม่แปลกที่จะมีทีมยักษ์ใหญ่ในยุโรป จ้องที่อยากจะได้ตัวเขาไป แและในปี1999 เป็นทีมบาเซโลน่า ที่จัดการดึงตัว ซิเมาเข้ามาร่วมทีมและทีนี้เองที่ซิเมาเหมือนเอาชื่อเสียงของเขามาทิ้งไว้ที่นี้ ตลอด2ปีที่ค้าแข้งอยู่กับบาซ่า ลงเล่น46นัด ทำได้เพียง3ประตู ในปี 2001 ซิเมาได้กลับบ้านอีกครั้งโดยได้ย้ายมาร่วมสโมสรเบนฟิก้า สำหรับการกลับบ้านรอบนี้ของซิเมาเหมือนพาเขากลับมาเกิดใหม่ ตลอด6ปีที่อยู่กับเบนฟิก้าซิเมาลงเล่น 172นัดยิงได้ถึง 76 ประตู ด้วยฟอร์มการเล่นระดับนี้ ทำให้ทีมตราหมีดึงตัวเข้ามาร่วมทีมในปี2007 ในทีมตราหมี ซิเมาถูกลดบทบาทปีกที่ทำเกมบุกได้อันตรายเป็น ปีกที่ค่อยเชื่อมเกมให้กับกองหน้า ก่อนจะย้ายลีคไปเล่นให้กับทีมดังในประเทศตุรกีกับเบซิสตัสในปี 2011 และอีกหนึ่งปีก็ย้ายไปร่วมทีม ในส่วนทีมชาติซิเมาคือกำลังหลักในช่วงปี2000-2006 ก่อนจะค่อยๆลดบทบาทลงและหลุดออกจากทีมชาติในที่สุด ซิเมาลงเล่นให้ทีมชาติทั้งหมด 85นัด ทำได้22ประตู

6. Joao Moutinho

ปีที่ลงเล่น : 2005-2010 (ย้ายไปปอร์โต้ 11 ล้านยูโร)

เขาคือผลผลิตที่สปอร์ตติ้งลิสบอนภูมิใจมากที่สุดคนหนึ่งของสโมสร เจา เริ่มลงเล่นให้ทีมเยาวชนของลิสบอนในปี 2005 และถูกดันให้ขึ้นทีมชุดใหญ่และ เจาก็ไม่ทำให้ผิดหวังเมื่อเป็นกำลังหลักให้กับสโมสรมาโดยตลอด ด้วยความที่กองกลางตัวเชื่อมเกมที่จ่ายบอลได้แม่นยำและเล่นไม่ยากจนเกินไป ตลอด5ปีที่ค้าแข้งอยู่กับลิสบอน เจา พาลิสบอนคว้าแชมป์ลีคมาได้1สมัย ก่อนที่จะถูกปอโต้ สโมสรยักใหญ่ร่วมลีกกับลิสบอนคว้าตัวเขาไปในปี 2010 และที่นี้ยิ่งทำให้เขาเก่งกาจขึ้นกว่าเดิมพาต้นสังกัดคว้าแชมป์ลีค บอลถ้วย และถ้วยยูฟ่า ยูโรป้าลีคมาได้ ก่อนที่จะย้ายไปร่วมทีมโมนาโกในปี2013 และเป็นกำลังหลักจนถึงปัจจุบัน ในด้านทีมชาติ เจา ได้สัมผัสกับความสำเร็จในนามทีมชาติสดๆร้อนๆ เมื่อพาโปรตุเกสคว่ำ ฝรั่งเศสในศึกยูโร 2016 และเป็นแชมป์แรกในนามทีมชาติของเจ้าตัวอีกด้วย

5. João Mário

ปีที่ลงเล่น : 2011-2016 (ย้ายไปอินเตอร์ มิลาน 45 ล้านยูโร)

เขาคือนักเตะที่อายุน้อยที่สุดที่ติดในลิสนี้ มาริโอ คือนักเตะที่เป็นลูกหม้อของสโมสร และพาต้นสังกัดคว้าอันดับสูงที่สุดในรอบ3ปีและเกือบพาทีมคว้าแชมป์ได้ ก่อนที่จะถูกเบนฟิก้าเบียดแย่งแชมป์ไปในฤดูกาลล่าสุดนี้ หลายคนอาจจะเกิดข้อสงสัยว่าทำไมถึงให้ เจา มาริโอ ติดอันดับสูงถึงอันดับ5 ด้วยความที่กองกลางตัวทำเกมที่ค่อยเชื่อมเกมให้กับผู้เล่นแนวรุก และด้วยอายุที่ยังน้อยแต่แบกทีมในแดนกลางได้เป็นอย่างนี้เอง ที่ถือว่าเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้เจ้าตัวถูกจับตาโดยทีมยักษ์ใหญ่มากกว่า ตลอด5ปีกับสปอร์ตติ้ง เจา มาริโอลงเล่น 65นัด ยิงไป11 ประตู ก่อนในปี 2016 จะย้ายไปร่วมทีม อินเตอร์มิลาน ในด้านทีมชาติถือว่าเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของเจ้าตัว เมื่อเป็นกำลังหลักให้ทีมชาติพร้อมกับผู้เล่นดาวรุ่งอีกคนคือ คาลอส ซานเซส พาทีมชาติโปรตุเกสคว้าแชมป์ยูโร 2016 ที่ฝรั่งเศส นี้เองคือส่วนสำคัญที่ให้ เจา มาริโอ โด่งดังมากขึ้น

4. Nani

ปีที่ลงเล่น : 2005-2007 (ย้ายไปแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 25.5 ล้านยูโร)

เขาคือนักเตะที่ได้รับการขนานนามว่าจะเป็น นิว โรนัลโด้ คนใหม่ของ ลิสบอน เขาเริ่มเล่นให้กับลิสบอนในปี 2005 และขึ้นเป็นกำลังหลักให้กับทีมแบบทันที ด้วยอายุที่ยังน้อยและความสามารถเกินวัยนี้เอง นานีใช้เวลาเพียง2ปีเท่านั้น เขาก็ได้ย้ายไปร่วมสโมสรที่เรียกได้ว่ายิ่งใหญ่และคนติดตามเชียร์มากที่สุดทีมหนึ่งของโลกอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในปี 2007 ด้วยฝีมือของเซออเล็ก เฟอกูสัน ที่ช่วยปลุกปั้นให้นานี่แข็งแกร่งขึ้น เขาเคยร่วมมือกับอดีตรุ่นพี่ในสโมสรอย่าง คริสติโน่ โรนัลโดได้สองฤดูกาล โรนัลโดก็ได้ย้ายไปร่วมทีม เรอัล มาดริล ส่วนนานี่ยังช่วยให้สโมสรคว้าแชมป์แบบต่อเนื่อง ก่อนที่จะถึงยุคเปลี่ยนถ่ายเมื่อ เซออเล็ก วางมือจากการคุมทีมแมนยู และเป็นเดวิด มอยเข้ารับงานต่อ ในยุคของเดวิด มอยส์ นานี่ยังได้รับโอกาสในการลงเล่น แม้ฟอร์มของทีมจะตกต่ำลง เมื่อเดวิด มอยได้ถูกไล่ออก อนาคตของเขากับแมนยูก็ต้องหมดลง เมื่อ หลุย ฟานกัล เข้ามารับงานต่อ และเป็นนานี่และเพื่อนๆของเขาอีกหลายคนที่ถูกโล๊ะ ออกจากทีม ในตอนแรก นานี่ได้ย้ายไปร่วมทีม ลิสบอนอีกครั้ง และเป็นที่ที่เขาโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่น ในปี 2015 ก่อนในปี2016 เขาจะย้ายไปร่วมทีม เฟเนบาเช่ ในลีคตุรกี ในส่วนของทีมชาตินั้น นานี่เป็นกำลังหลักให้กับทีมชาติมาโดยตลอด และเป็นอีกหนึ่งคนที่พาโปรตุเกสคว้าแชมป์ยูโร2016ได้

3. Ricardo Quaresma

ปีที่ลงเล่น : 2001-2003 (ย้ายไปบาร์เซโลน่า 6 ล้านยูโร)

กวาเรสม่า คือนักเตะอีกหนึ่งคนที่มีอนาคตสดใสรออยู่ในช่วงที่เขายังเป็นดาวรุ่ง ว่ากันว่าตอนนั้นเจ้าตัวโด่งดังกว่าโรนัลโด้มากๆและมีแววจะเป็นระดับโลกตั้งแต่ดาวรุ่ง กวาเรสม่า เริ่มเล่นให้กับ สปอร์ตติง ลิสบอนในปี2001 และเป็นกำลังหลักให้กับทีมทันที โดยกวาเรสม่าเล่นให้กับลิสบอน2ฤดูกาล และในปี2003 กวาเรสม่าได้ย้ายไปร่วมทีม บาเซโลน่า และเป็นที่ที่เขาต้องเอาชื่อเสียงของเขามาทิ้งเหมือนกับแข้งโปรตุเกสหลายๆคน ก่อนจะย้ายกลับมาเลียแผลใจกับปอโต้ในปี2004 และเป็นที่นี้เองที่ช่วยให้เขาเอาความมั่นใจของเขากลับมาและเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมและเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยให้ปอโต้ คว้าแชมป์ลีคสูงสุดมาโดยตลอด ก่อนจะย้ายไปร่วมทีม อินเตอร์มิลาน ในปี2008 และต้องพบกับความช้ำใจอีกครั้งเมื่อลงเล่นได้เพียงฤดูกาลเดียว และมีช่วงเวลาที่ถูกปล่อยยืมตัวและเป็นสโมสรเชลซีรับแข้งเลือดฝอยทองคนนี้ไปดูแลแต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ จนต้องระหกระเหินย้ายทีมไปอยู่กับเบซิตัสในปี 2010 แม้ผลงานจะไม่ได้สูงสุดเหมือนตอนที่เขาอยู่กับทีมในโปรตุเกสแต่ก็ทำผลงานแบบสอบผ่าน ก่อนจะย้ายไปร่วม อัล-อาลี่ในปี2013 ก่อนจะย้ายกลับมาปอโต้ในปี2014 และย้ายกลับไปเล่นให้เบซิตัสจนถึงปัจจุบัน ในทีมชาตินั้นกวาเรสม่าเป็นกำลังหลักในช่วงแรกก่อนที่จะถูกจับเป็นตัวสำรองและก็มีส่วนช่วยให้โปรตุเกสได้แชมป์ยูโร 2016 จากการลงไปป่วนเกมในช่วงท้ายเกมเสมอๆ ลงให้ทีมชาติไป 62 นัด ยิงได้8ประตู

2. Luis Figo

ปีที่ลงเล่น : 1989-1995 (ย้ายไปบาร์เซโลน่า 2.5 ล้านยูโร)

เขาคือเจ้าของรางวัล ฟีฟ่าบัลลงดอปี2001 และบัลลงดอในปี2000 และเป็นนักเตะที่ติดทีมชาติโปรตุเกสมากที่สุดคนหนึ่งของชาติ ฟีโก้นั้นเริ่มเล่นให้กับสโมสรลิสบอนในปี1989 และเป็นกำลังหลักให้กับสโมสรมาโดยตลอดและคว้าความสำเร็จในระดับสโมสรมาอย่างมากมาย และในปี1995 ฟีโก้ได้ย้ายไปหาความท้าทายใหม่กับ บาเซโลน่าและเป็นที่นี้เอง ที่ทำให้แฟนบอลบาซ่าและแฟนบอลทั่วโลกรู้จักเขามากขึ้น ฟีโก้เป็นกำลังหลักให้บาซ่าพร้อมกับ ริวัลโด้หรือ นักเตะระดับตำนานของบาซ่าหลายคน และคว้าความสำเร็จมากมายกับบาซ่าก่อนที่จะสร้างความช็อคให้กับแฟนบอลบาซ่าและแฟนบอลทั่วโลกเมื่อในปี2000 เขาจะย้ายข้ามฝากไปอยู่กับทีมคู่รักคู่แค้นของบาซ่าอย่าง เรอัล มาดริล ในที่นี้เขาได้ประสานงานกับแข้งระดับตำนานหลายคนอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็น ราอูล โรนัลโด้ เดวิด แบ็คแฮม หรือโรเบโค้ คาลอส ตลอด5ปีกับราชันชุดขาว ฟีโก้คือกำลังหลักให้กับทีมมาโดยตลอดและเรียกได้ว่าเป็นช่วงที่ดีที่สุดในการเป็นพ่อค้าแข้งของเขาเลยที่เดียว ก่อนในปี2005 ฟีโก้จะย้ายไปร่วมทีมอินเตอร์ มิลานในศึกกัลโซ่ ซีรีอาร์และช่วยต้นสังกัดคว้า5สมัยติดก่อนจะแขวนสตั๊คในปี2009 ในระดับทีมชาตินั้น ฟีโก้ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งตำนานของทีมชาติเมื่อได้ลงในนามทีมชาติถึง 127นัด ยิงไป34ประตู

1. Cristiano Ronaldo

ปีที่ลงเล่น : 2002-2003 (ย้ายไปแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 17.5 ล้านยูโร)


เขาคือนักเตะหมายเลขหนึ่งและเป็นนักเตะที่ดีที่สุดคนหนึ่งของโลก โรนัลโด้เริ่มการค้าแข้งกับลิสบอนในปี2002 ก่อนจะโชว์ได้อย่างโดดเด่นเพียงฤดูกาล ก็ถูกเซออเล็กซ์ ดึงตัวไปร่วมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และที่นี้เองที่ช่วยปลุกปั้นให้อดีตนักเตะที่ผอมเพรียวกลายเป็นนักเตะที่บึกบึนและเล่นได้อย่างดุดัน เขาเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยให้แมนยูคว้าแชมป์ลีคหลายสมัย ร่วมถึงถ้วยยูฟ่าแชมเปี้ยนและสโมสรโลก ในปี2009 เขาได้เป็นนักเตะที่ค่าตัวแพงที่สุดในโลกในยุคนั้นเมื่อได้ย้ายไปร่วมทีม เรอัล มาดริล ทีมที่มีสตาร์ดังคับทีม และโรนัลโด้คือกำลังสำคัญให้ราชันชุดขาวมาโดยตลอดจนถึงปัจจุบัน ที่ช่วยคว้าแชมป์ลีค บอลถ้วย และยูฟ่าแชมเปี้ยนลีคและสโมสร รางวัลบัลลังดอ2สมัยที่เขาได้ไม่ใช้เรื่องล้อเล่น เพราะเขาคือนักเตะที่แทบจะไม่ได้รับอากาศบาดเจ็บมารบกวน ในนามที่มชาติโรนัลโด้คือ คีแมนคนสำคัญที่แบกทีมชาติโปรตุเกสคว้าแชมป์ยูโร2016ที่ฝรั่งเศสและเป็นว่าที่เจ้าของรางวัล บัลลังดอร์ในปีนี้นั้นเอง

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg 504913d6 e062 4b2e 87d0 1e2ddd222d16

Samascha Cunwongdee