RahXephon อัพเดทเมื่อ 12:20 18/05/2559
Thumb lg star

15 สตาร์ฟอร์ม "แป๊ก" ทั่วลีกดังยุโรปประจำฤดูกาล 2015-16

5888 Pepper

คงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ใครๆจะพากันคลั่งไคล้นักเตะฝีเท้าดีๆหรือซูเปอร์สตาร์ชื่อดัง จากทักษะและความมหัศจรรย์ที่พวกเขาบรรจงสร้างสรรค์ผลงานขึ้นมาบนพื้นสนาม

football ฟุตบอล 2015-16 นักฟุตบอล

แต่ถึงแม้จะเป็นยอดนักเตะที่เคยคว้ารางวัลต่างๆมาประดับไว้จนเต็มบ้าน ก็ล้วนแต่เคยมีช่วงเวลาที่ไม่น่าจดจำทั้งสิ้นเพียงแต่อยู่ที่ใครจะสามารถสลัดฟอร์มอันย่ำแย่และกลับมาอยู่ในระดับการเล่นที่ใครๆคาดหวังไว้ได้ไวกว่ากัน และนี่ก็คือ 15 รายชื่อของแข้งดาวดังที่ทำผลงานโดยรวมได้อย่างน่าผิดหวังตลอดฤดูกาลที่ผ่านมา

15. ยาย่า ตูเร่ (แมนฯ ซิตี้)

ด้วยจำนวน 6 ประตูกับอีก 5 แอสซิสต์จากการลงสนาม 32 เกมส์ อาจจะเป็นผลงานดาดๆสำหรับผู้เล่นตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรุก แต่มันกลับกลายเป็นอะไรที่ดูย่ำแย่ลงทันทีเมื่อนั่นคือสถิติที่ สตาร์ชาวไอวอรี่ โคสต์ ทำไว้ตลอดทั้งฤดูกาล ด้วยวัย 33 ปีเต็มบวกกับอาการบาดเจ็บที่คอยเข้ามารบกวนตลอด บางทีช่วงเวลาที่ดีที่สุดของ ตูเร่ อาจจะผ่านพ้นไปแล้วก็เป็นได้

14. อัลบาโร่ เนเกรโด้ (บาเลนเซีย)

จากพยัคฆ์ร้ายที่กลายเป็นแมวเซื่องๆตัวหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นจังหวะจบสกอร์ที่ยิงทิ้งยิงขวางหรือตรงตัวผู้รักษาประตูแบบไม่ได้ลุ้นอะไร อดีตหัวหอกของเรือใบสีฟ้า เซ็นต์สัญญาถาวรกลับไปเล่นอยู่ใน ลา ลีกา ตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ที่แล้ว โดยไม่สามารถทำอะไรได้เป็นชิ้นเป็นอันจน แกรี่ เนวิลล์ เจ้านายของเขาต้องตกงานไปอย่างรวดเร็ว และ เนเกรโด้ เองก็สูญเสียตำแหน่งภายในทีมนับตั้งแต่นั้นมา

13. เมมฟิส เดปาย (แมนฯ ยูไนเต็ด)

จากสตาร์ดาวรุ่งที่ถูกตั้งความหวังไว้สูงส่งตั้งแต่จบ ศึกเวิลด์คัพ 2014 แต่ดูเหมือนอาถรรพ์หมายเลข 7 ในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด จะยังคงเฮี้ยนหนักจนทำให้ผลงานของ ปีกวัย 22 ปีชาวดัตช์ สวนทางกับสิ่งที่แฟนๆคาดหวังไว้ราวฟ้ากับเหว เมื่อตลอดทั้งซีซั่นที่ผ่านมา เดปาย ยิงไปได้เพียง 2 ประตูกับอีก 1 แอสซิสต์ จากการลงสนาม 28 เกมส์ในลีก

12. ลุยซ์ อาเดรียโน่ (เอซี มิลาน)

ด้วยสถิติอันสวยหรู 128 ประตูจาก 266 เกมส์กับ ชัคเตอร์ โดเนทส์ค จึงทำให้ สาวกปีศาจแดง-ดำ ต่างตั้งความหวังเอาไว้ว่า ศูนย์หน้าชาวบราซิลเลี่ยน จะเข้ามาช่วยประกบคู่กับ คาร์ลอส บัคก้า เดินหน้าถล่มประตูทวงคืนความยิ่งใหญ่กลับมาสู่ รอสโซเนรี่ อีกครั้ง แต่หลังจาก 26 เกมส์ผ่านไป ด้วยผลงาน 4 ประตูกับอีก 3 แอสซิสต์ ก็คงทำให้บรรดาแฟนๆได้แค่เพียงฝันค้าง

11. เนมานย่า มาติช (เชลซี)

มิดฟิลด์ห้องเครื่องชาวเซอร์เบีย ถูกยกย่องเป็นอย่างมากจากการโชว์ฝีเท้าระดับโลก และเป็นฟันเฟืองสำคัญในการพา สิงห์บลู เถลิงบัลลังก์แชมป์ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลที่แล้ว แต่สิ่งต่างๆกลับแปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงในฤดูกาลนี้ ไม่ว่าจะเป็นฟอร์มของ กองกลางวัย 27 ปี หรือผลงานโดยรวมของทั้งทีม และที่หนักสุดก็คือ มาติช ถึงกับสูญเสียตำแหน่งในทีมให้กับ จอห์น โอบี มิเกล เลยทีเดียว

10. มาริโอ เกิตเซ่ (บาเยิร์น มิวนิค)

ฮีโร่จาก เวิลด์คัพ 2014 ผู้ยิงประตูชัยให้กับ ทีมอินทรีเหล็ก คว้าแชมป์โลกมาครองได้สำเร็จ ถูกอาการบาดเจ็บรบกวนเสียเป็นส่วนใหญ่ตลอดซีซั่นที่ผ่านมา และเมื่อมีโอกาสได้ลงสนามเขาก็ยังไม่สามารถควานหาฟอร์มเก่าๆกลับมาได้ ล่าสุดหลังจากที่ เสือใต้ แต่งตั้ง คาร์โล อันเชล็อตติ ให้เข้ามาคุมทีมในซีซั่นหน้า บอสคนใหม่ก็บอกกับ เกิตเซ่ ว่าให้หาต้นสังกัดใหม่ได้ไม่ว่ากัน

9. อาร์ด้า ตูราน (บาร์เซโลน่า)

หลังจากตัดสินใจย้ายเข้ามาระหว่างการถูกลงโทษแบนของ ทีมเจ้าบุญทุ่ม ที่ทำให้ กองกลางตัวรุกเลือดตุรกี ต้องอดทนรอจนถึงช่วงต้นปีที่ผ่านมาถึงจะลงประเดิมสนามให้กับต้นสังกัดใหม่ได้ แต่ด้วยผลงาน 2 ประตูกับอีก 3 แอสซิสต์จากการลงสนามใน ลา ลีกา 18 เกมส์ ก็ดูเหมือนว่าฟอร์มของ ลีโอไนดัส เอ่อ... ตูราน จะหายไปพร้อมกับการย้ายออกจาก แอตเลติโก มาดริด

8. แอร์นาเนส (ยูเวนตุส)

อดีตจอมทัพจากอินเตอร์มิลาน ย้ายเข้ามายังถิ่น ตูริน ด้วยความหวังว่าจะมาสวมบทบาทหมายเลข 10 เพื่อเป็นศูนย์กลางในการขับเคลื่อนเกมส์ภายในทีมของ มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี แต่หลังจากหนึ่งฤดูกาลผ่านไป แอร์นาเนส กลับทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวังโดยมีโอกาสสอดแทรกลงสนามไปเพียงแค่ 16 เกมส์ในลีก และทำผลงานอะไรไม่ได้มากมายนัก

7. วิลเฟร็ด โบนี่ (แมนฯ ซิตี้)

ด้วยการจากไปของทั้ง เอดิน เซโก้ และ อัลบาโร่ เนเกรโด้ เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่แล้ว จึงทำให้ความคาดหวังในตัว หัวหอกชาวไอวอรี่ โคสต์ ที่จะได้ลงเล่นเต็มซีซั่นเป็นครั้งแรกผุดขึ้นมาเต็มๆ แต่แล้วจากผลงานใน เอติฮัด สเตเดี้ยม ที่ผ่านๆมาก็แสดงให้เห็นแล้วว่า โบนี่ คงไม่ดีพอสำหรับที่นี่ รวมถึงการไม่ได้รับความไว้วางใจให้ลงสนามแม้แต่นาทีเดียวในเกมส์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบตัดเชือก

6. เฟลิเป้ อันแดร์สัน (ลาซิโอ)

จากที่เคยโชว์ฟอร์มได้อย่างเปรี้ยงปร้างในฤดูกาล 2014-15 จนมีข่าวพัวพันอย่างหนักกับ แมนฯ ยูไนเต็ด รวมถึงทีมยักษ์ใหญ่อื่นๆทั่วทั้งยุโรป แต่ในฤดูกาลล่าสุด ปีกจอมเทคนิคชาวแซมบ้า เริ่มถูกจับออกสตาร์ทในฐานะตัวสำรองและทำผลงานได้ดร็อปลง โดยถึงแม้ อันแดร์สัน จะยังยิงได้ถึง 7 ประตูกับอีก 4 แอสซิสต์จากการลงเล่น 35 เกมส์ในลีก แต่ข่าวคราวของเขาก็ค่อยๆเงียบหายไป

5. ลูเซียโน่ เวียตโต้ (แอตเลติโก มาดริด)

ถึงแม้จะเป็นผู้ทำประตูสำคัญในการไล่ตามตีเสมอ รีล มาดริด ในบ้านเมื่อต้นเดือนตุลาคมปีที่แล้ว แต่นั่นก็คือประตูเดียวใน ลา ลีกา ที่ทำไว้ตลอดทั้งซีซั่นกับ ทีมตราหมี ภายหลังจากที่ เวียตโต้ เคยสร้างชื่อเสียงอันเกรียงไกรไว้กับ บียาร์เรอัล ในฤดูาลก่อนหน้านั้น ซึ่งดูท่าแล้ว ดาวยิงวัย 22 ปี จะยังคงมีปัญหาในการปรับตัวให้เข้ากับแผนการของ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่

4. ธีโอ วัลค็อตต์ (อาร์เซนอล)

หลังจากที่ ดาวยิงตีนจรวด ได้รับบทบาทศูนย์หน้าตัวกลางสมดั่งที่ตั้งใจ แต่สุดท้ายอะไรๆก็ไม่เป็นไปตามที่หวัง ถึงแม้จะมี เมซุต โอซิล ที่คอยช่วยสร้างสรรค์โอกาสให้มากมายอยู่ภายในทีม มันดูเหมือนว่า ดาวเตะวัย 27 ปี จะไม่ได้พัฒนาอะไรขึ้นเลยหลังจากที่เคยแจ้งเกิดเมื่อ 10 ปีที่แล้ว รวมถึงการหลุดจาก ทีมชาติอังกฤษ ชุด ยูโร 2016 ก็ไม่ใช่เรื่องน่าเซอร์ไพรส์แต่อย่างใด

3. แจ็คสัน มาร์ติเนซ (แอตเลติโก มาดริด)

แฟนๆ ทีมตราหมี ส่วนใหญ่คงจะรู้สึกข้องใจว่าสตาร์ตัวใหม่ของทีม ที่ย้ายเข้ามาเมื่อซัมเมอร์ปีที่แล้วใช่คนเดียวกันกับ ศูนย์หน้าฟอร์มร้อนระอุ ผู้เคยยิงประตูถล่มทลายได้ที่ ปอร์โต้ หรือเปล่า เพราะหลังจากที่โชว์ฟอร์มได้อย่างน่าผิดหวังด้วยการทำไปได้เพียง 2 ประตูจากการลงสนาม 15 เกมส์ มาร์ติเนซ ก็ถูกจับใส่ตะกร้าล้างน้ำ ส่งต่อให้กับ กว่างโจว เอเวอร์แกรนด์ สโมสรยักษ์ใหญ่จากจีนไปเมื่อช่วงมกราคมที่ผ่านมา

2. ฮาเมส โรดริเกซ (รีล มาดริด)

จากการออกสตาร์ทฤดูกาลแบบตุปัดตุเป๋ของ ราชันชุดขาว ได้ส่งผลกระทบถึง สตาร์ชาวโคลอมเบีย ที่โชว์ฟอร์มได้ลุ่มๆดอนๆตามไปด้วย เหตุการณ์เลวร้ายลงเรื่อยๆเมื่อเขาเริ่มสูญเสียตำแหน่งตัวจริงภายในทีม และถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงเรื่องน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น รวมถึงความเร็วของฝีเท้าที่ลดลง จนมีข่าวลือหนาหูว่า โรดริเกซ เตรียมจะย้ายออกจาก ซานติอาโก้ เบอร์นาบิว ในช่วงซัมเมอร์ที่จะถึงนี้

1. เอแด็น อาซาร์ (เชลซี)

จากที่เคยถูกอวยหนักมากว่า "ดีกว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้" หลังจากพาต้นสังกัดคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก มาครองเมื่อซีซั่นที่แล้ว แต่ นักเตะยอดเยี่ยมของพีเอฟเอประจำฤดูกาล 2014-15 กลับไม่สามารถทำประตูแรกในลีกให้กับตนเองได้เลย หรือแม้แต่จะโชว์ฟอร์มได้ใกล้เคียงกับที่เคยจวบจนกระทั่งเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งในเวลานั้นก็เป็นตอนที่ เชลซี ไม่มีอะไรให้ได้ลุ้นกับฤดูกาลที่เหลืออยู่แล้ว

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg 030c6fd7 bbf5 4570 b6dc d8ef319b25dc

RahXephon