S.R dan อัพเดทเมื่อ 11:01 29/11/2559
Thumb lg southampton

10 สุดยอดผู้เล่นที่ Southampton เคยขายออกจากทีม!

5866 Pepper

เซาแธมป์ตันได้ผลิตนักเตะชั้นเยี่ยมออกมาสู่วงการฟุตบอลอังกฤษมากมาย แต่ใครกันจะเป็น 10 สุดยอดผู้เล่นที่เซาแธมป์ตันเคยขายออกจากทีม

Southampton F.C. premier league transfer football

เซาแธมป์ตันแม้จะไม่ได้เป็นทีมยักษ์ใหญ่ ที่คว้าแชมป์มาแล้วมากมายอย่างเช่นแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด หรือแชมป์พรีเมียร์ลีกอย่างเชลซี แต่ถือเป็นสโมสรฟุตบอลเก่าแก่ของวงการฟุตบอลอังกฤษ ก่อตั้งสโมสรมาแล้วกว่า 131 ปี โลดแล่นในวงการฟุตบอลมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะในระดับลีกรองอย่างเดอะแชมป์ เปี้ยนชิพ หรือลีกวัน หรือจะเป็นระดับลีกสูงสุดอย่างพรีเมียร์ลีก ซึ่งปัจจุบันเซาแธมป์ตันก็ยังคงโลดแล่นอยู่ในพรีเมียร์ลีกและสามารถทำดับดับจนเป็นทีมในกลุ่มหัวตารางของพรีเมียร์ลีกอีกด้วย ทั้งที่สโมสรไม่ได้มีงบประมาณมากมายที่จะใช้ซื้อนักเตะชั้นดีมาเสริมทีม แต่เซาแธมป์ตันกลับเป็นสโมสรที่พัฒนานักฟุตบอลธรรมดาๆ คนหนึ่งจนกลายมาเป็นนักเตะชั้นเยี่ยมออกสู่วงการฟุตบอลอังกฤษมากมาย และปัจจุบันนักเตะทีมชาติอังกฤษหลายรายเคยผ่านการค้าแข้งกับเซาแธมป์ตันมาแล้วทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นธีโอ วัลคอตต์ นาธาเนียล ไคลน์ หรืออดัม ลัลลานา และวันนี้เราจะดูว่า 10 สุดยอดนักเตะที่เซาแธมป์ตันเคยขายออกจากทีมจะมีใครกันบ้าง

10. Alan Shearer

ปีที่ลงเล่น : 1988–1992 (ย้ายไปแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ค่าตัว 3.6 ล้านปอนด์)

อดีตศูนย์หน้าทีมชาติอังกฤษ อลัน เชียร์เรอร์ เป็นนักเตะที่มีทั้งความเร็ว ความเเข็งเเกร่ง เล่นลูกกลางอากาศได้ดี หาโอกาสเข้าทำและจบสกอร์ได้อย่างยอดเยี่ยม จนกลายมาเป็นตำนานนักเตะทีมชาติอังกฤษ เชียร์เรอร์ถือเป็นนักเตะลูกหม้อของสโมสรนักบุญเซาแธมป์ตัน เพราะเริ่มเล่นให้ทีมตั้งแต่ในระดับเยาวชนจนก้าวขึ้นมาเล่นฟุตบอลอาชีพ โดยในฤดูกาลแรกที่ลงเล่นก็สามารถทำแฮตทริกใส่อาร์เซนอลได้ และกลายเป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุดด้วยวัยเพียง 17 ปี 240 วัน ที่ทำแฮตทริคในลีกสูงสุด แม้จะทำแฮตทริคได้แต่เชียร์เรอร์ยังคงเป็นแค่นักเตะสำรองของทีมและยังโชว์ผลงานได้ไม่น่าประทับในเท่าใดนักโดยเฉพาะฤดูกาล 1988–89 ได้ลงสนามไป 10 เกม ไม่สามารถยิงประตูได้เลย จนกระทั่งฤดูกาล 1989–90 สามารถก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักของทีมได้ แต่ฤดูกาลที่สร้างชื่อให้เขาและถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเป็นตำนานศูนย์หน้าทีมชาติอังกฤษก็คือฤดูกาล 1991–92 เขาสามารถ โชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจนก้าวขึ้นไปเล่นให้ทีมชาติอังกฤษ และจบฤดูกาลยิงประตูให้เซาแธมป์ตันได้ถึง 21 ประตู ช่วยให้เซาแธมป์ตันอยู่รอดปลอดภัยในลีกสูงสุดอังกฤษได้สำเร็จ จนแบล็คเบิร์นยอมควักกระเป๋ากว่า 3.6 ล้านปอนด์ คว้าตัวไปร่วมทีม โดยค่าตัวถือเป็นสถิติสูงสุดของการย้ายตัวของนักเตะอังกฤษในขณะนั้น

9. Rickie Lambert

ปีที่ลงเล่น : 2009–2014 (ย้ายไปลิเวอร์พูล ค่าตัว 4 ล้านปอนด์)

อดีตศูนย์หน้าทีมชาติอังกฤษ ริคกี้ แลมเบิร์ต ถูกเซาแธมป์ตันซื้อตัวเข้ามาร่วมทีมในปี 2009 ในขณะที่ทีมเล่นอยู่ในลีกวัน ในฤดูกาลแรกที่ลงเล่นก็โชว์ผลงานการเป็นเพชฌฆาตดาวยิงได้อย่างยอดเยี่ยมถล่มประตูคู่แข่งได้ถึง 36 ประตูจากการลงสนาม 58 เกม แต่น่าเสียดายที่ทีมไม่สามารถเลื่อนชั้นขึ้นมาได้ จนมาถึงฤดูกาล 2010-11 แลมเบิร์ตช่วยยิงประตูให้ทีมได้ถึง 21 ประตู แม้จะยิงได้ไม่มากเท่าฤดูกาลแรกแต่ก็เพียงพอจะทำให้เซาแธมป์ตันเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นในลีกเดอะแชมป์เปี้ยนชิพ และการขึ้นมาเล่นในลีกที่ใหญ่ขึ้นอย่างเดอะแชมป์เปี้ยนชิพก็ไม่ได้เป็นปัญหาต่อการยิงประตูของเขา โดยแลมเบิร์ตสามารถยิงประตูในลีกได้ถึง 27 ประตูคว้าตำแหน่งดาวซัลโวของลีกเดอะแชมป์เปี้ยนชิพไปครอง และยังช่วยให้ทีมเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นในพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ แม้จะขึ้นมาเล่นในระดับลีกสูงสุดแต่เขายังคงรักษามาตรฐานการยิงประตูของตนเองได้อย่างสม่ำเสมอโดย 2 ฤดูกาลที่เล่นในพรีเมียร์ลีกกับเซาแธมป์ตันเขายิงประตูในลีกรวมกันถึง 28 ประตู โชว์ฟอร์มดีจนลิเวอร์พูลคว้าตัวมาร่วมทีมในปี 2014

8. Gareth Bale

ปีที่ลงเล่น : 2006–2007 (ย้ายไปท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ค่าตัว 5 ล้านปอนด์)

ปีกตัวเก่งของสโมสรราชันชุดขาวเรอัล มาดริด แกเร็ธ เบลเป็นนักเตะลูกหม้อของสโมสรเซาแธมป์ตัน เพราะเริ่มเล่นฟุตบอลให้ทีมตั้งแต่ระดับเยาวชนจนก้าวขึ้นมาเล่นให้กับทีมชุดใหญ่ได้ในปี 2006 ด้วยวัยเพียง 16 ปี 275 วัน ถือเป็นนักเตะที่มีอายุน้อยที่สุดอันดับ 2 รองจากธีโอ วัลคอตต์ ที่ลงเล่นให้เซาแธมป์ตัน ซึ่งในขณะนั้นทีมยังเล่นอยู่ในลีกเดอะแชมป์เปี้ยนชิพอยู่ หลังจากนั้นอีกไม่นานเบลก็ถูกเรียกขึ้นไปเล่นให้ทีมชาติเวลล์ และกลายเป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุดที่ลงเล่นให้ทีมชาติเวลล์ด้วยวัยเพียง 16 ปี 315 วัน แม้ในฤดูกาลแรกจะได้รับโอกาสลงสนามให้เซาแธมป์ตันไปเพียง 2 เกม แต่ในฤดูกาลถัดมาเบลสามารถพัฒนาฝีเท้าจนขึ้นมาเป็นกำลังหลักของทีมโดยลงสนามไปถึง 43 เกม ยิงไป 5 ประตู แม้จะไม่สามารถช่วยให้ทีมเพลย์ออฟเลื่อนชั้นมาเล่นในพรีเมียร์ลีกได้ แต่ก็สามารถโชว์การลากเลื้อยในการทำเกมรุกจนสเปอร์คว้าตัวมาร่วมทีมในปี 2007

7. Peter Crouch

ปีที่ลงเล่น : 2004–2005 (ย้ายไปลิเวอร์พูล ค่าตัว 7 ล้านปอนด์)

ปีเตอร์ เคร้าช์ เป็นศูนย์หน้าที่มีความสูงถึง 2.01 เมตร เล่นลูกกลางอากาศได้ดี นอกจากจุดเด่นที่ลูกกลางอากาศ เคร้าช์ยังมีความคล่องตัวในระดับหนึ่งทำให้เล่นลูกกับพื้นได้ดีเช่นกัน ย้ายมาร่วมทีมเซาแธมป์ตันในปี 2004 แม้จะเล่นให้เซาแธมป์ตันได้เพียงฤดูกาลเดียวแต่สามารถสร้างความประทับใจให้แฟนบอลเป็นอย่างมาก เพราะเป็นหนึ่งในนักเตะไม่กี่รายในทีมที่โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมจนถูกเรียกไปเล่นให้ทีมชาติอังกฤษ จบฤดูกาลสามารถยิงประตูให้เซาแธมป์ตันได้ถึง 16 ประตู เป็นดาวยิงสูงสุดของทีมในฤดูกาลดังกล่าว แม้จะยิงประตูสำคัญๆ ให้ทีมหลายต่อหลายครั้ง แต่น่าเสียดายที่องค์ประกอบโดยรวมของทีมไม่ดีพอทำให้เซาแธมป์ตันจบฤดูกาลด้วยอันดับสุดท้ายในพรีเมียร์ลีกต้องตกชั้นไปในที่สุด และ เคร้าช์ก็ถูกขายให้กับลิเวอร์พูลในปี 2005

6. Wayne Bridge

ปีที่ลงเล่น : 1998–2003 (ย้ายไปเชลซี ค่าตัว 7 ล้านปอนด์)

อดีตแบ็คซ้ายทีมชาติอังกฤษ เวย์น บริดจ์จัดเป็นนักเตะลูกหม้อของสโมสรเซาแธมป์ตันเริ่มเล่นฟุตบอลให้ทีมตั้งแต่ระดับเยาวชนจนก้าวขึ้นมาเล่นให้กับทีมชุดใหญ่ได้ในปี 1998 เป็นแบ็คซ้ายที่เติมเกมได้ดี เปิดบอลแม่น ขณะเดียวกันก็เล่นเกมรับได้ดี โชว์ฟอร์มดีจนได้เป็นกำลังหลักของทีม และช่วยทีมสามารถอยู่รอดปลอดภัยในพรีเมียร์ลีกได้ตลอดช่วงเวลาที่เขาเล่นอยู่กับทีม โดยเฉพาะในฤดูกาล 2002-03 ถือเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยให้ทีมจบฤดูกาลด้วยอันดับแปด ในขณะเดียวกันยังช่วยให้ทีมเข้าชิงเอฟเอคัพได้อีกด้วย อีกทั้งในฤดูกาลดังกล่าวยังเป็นฤดูกาลที่ทำให้บริดจ์ก้าวขึ้นไปเป็นผู้เล่นตัวหลักของทีมชาติอังกฤษ โชว์ฟอร์มได้ดีจนกระทั่งเชลซีคว้าตัวไปร่วมทีมในปี 2003

5. Theo Walcott

ปีที่ลงเล่น : 2005–2006 (ย้ายไปอาร์เซนอล ค่าตัว 9.1 ล้านปอนด์)

ปีกตัวเก่งของสโมสรอาร์เซนอล ธีโอ วัลคอตต์ ย้ายมาร่วมทีมเยาวชนเซาแธมป์ตันในปี 2000 จนก้าวขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่ของทีมได้ในปี 2005 ด้วยวัยเพียง 16 ปี 143 วัน ถือเป็นนักเตะที่มีอายุน้อยที่สุดที่ลงเล่นให้เซาแธมป์ตัน ซึ่งในขณะนั้นทีมยังเล่นอยู่ในลีกเดอะแชมป์เปี้ยนชิพอยู่ และด้วยวัลคอตต์ เป็นนักเตะที่มีความเร็วสูง ลากเลื้อยเข้าไปยิงประตูได้ดี ในฤดูกาลแรกที่เล่นให้กับเซาแธมป์ตันก็กลายเป็นนักเตะคนสำคัญของทีมเล่นให้ทีมได้เพียงครึ่งฤดูกาลได้รับโอกาสลงสนาม 23 เกมยิงไป 5 ประตู ก็ถูกอาร์เซนอลซื้อตัวไปร่วมทีมด้วยค่าตัวสูงถึง 9.1 ล้านปอนด์ ถือเป็นค่าตัวที่สูงมากสำหรับนักเตะวัยเพียง 16 ปีเศษ

4. Nathaniel Clyne

ปีที่ลงเล่น : 2012–2015 (ย้ายไปลิเวอร์พูล ค่าตัว 12.5 ล้านปอนด์)

แบ็คขวาทีมชาติอังกฤษ นาธาเนียล ไคลน์ จัดเป็นแบ็คขวาที่มีความเร็ว เติมเกมรุกด้านริมเส้นได้ดี ในขณะเดียวกันยังสามารถเล่นเกมรับได้ดีอีกด้วย ย้ายจากคริสตัล พาเลซมาร่วมทีมเซาแธมป์ตันในปี 2012 ถือเป็นนักเตะตัวหลักของทีม ลงเล่นให้เซาแธมป์ตัน 3 ฤดูกาลได้รับโอกาสลงสนามไปถึง 104 เกมยิงไป 5 ประตู ช่วยให้ทีมอยู่รอดปลอดภัยในพรีเมียร์ลีกได้ตลอดระยะเวลาที่ลงเล่น โดยเฉพาะในฤดูกาล 2014–15 ไคลน์มีส่วนสำคัญที่ช่วยให้เซาแธมป์ตัน จบฤดูกาลด้วยอันดับ 7 ในลีก สามารถทำอันดับได้ไปเล่นในยูโรป้า ลีกได้สำเร็จ ดซว์ฟอร์มดีจนลิเวอร์พูลก็ยอมทุ่มเงินกว่า 12.5 ล้านปอนด์ เพื่อคว้าตัวเขามาร่วมทีม และปัจจุบันไคลน์ยังคงเป็นกำลังสำคัญของทีมหงส์แดง

3. Morgan Schneiderlin

ปีที่ลงเล่น : 2008–2015 (ย้ายไปแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ค่าตัว 24 ล้านปอนด์)

มิดฟิลด์ตัวรับของทีมปีศาจแดงแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ย้ายมาร่วมทีมเซาแธมป์ตันในปี 2008 มอร์แกน ชไนเดอร์แลง จัดเป็นนักเตะที่เล่นเกมรับได้ดี ในขณะเดียวกันก็มีบอลยาวที่แม่นยำสามารถเปลี่ยนเกมจากรับเป็นรุกได้อย่างรวดเร็ว ลงเล่นให้เซาแธมป์ตันไปทั้งสิ้น 60 เกม ยิงไป 15 ประตู ชไนเดอร์แลงมีส่วนสำคัญอย่างมากกับเกมรับของเซาแธมป์ตันจนช่วยให้ทีมเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นในพรีเมียร์ลีกได้ในฤดูกาล 2012–13 และยังคงเป็นกำลังสำคัญของทีมในการเล่นพรีเมียร์ลีกโดยเฉพาะในฤดูกาล 2014–15 เขามีส่วนสำคัญที่ช่วยให้เซาแธมป์ตัน จบฤดูกาลด้วยอันดับ 7 ในลีก สามารถทำอันดับได้ไปเล่นในยูโรป้า ลีกรอบคัดเลือกในฤดูกาลถัดมา โชว์ฟอร์มได้ดีจนกระทั่งแมนยูฯยอมทุ่มเงินกว่า 24 ล้านปอนด์คว้าตัวมาร่วมทีมในปี 2015

2. Adam Lallana

ปีที่ลงเล่น : 2006–2014 (ย้ายไปลิเวอร์พูล ค่าตัว 25 ล้านปอนด์)

มิดฟิลด์ตัวริมเส้นสารพัดประโยชน์ของสโมสรลิเวอร์พูล อดัม ลัลลานาเริ่มเล่นฟุตบอลกับเซาแธมป์ตันตั้งแต่ระดับเยาวชนจนก้าวขึ้นมาเล่นชุดใหญ่ในปี 2006 ซึ่งในขณะนั้นเซาแธมป์ตันยังคงเล่นอยู่ในลีกเดอะ แชมป์เปี้ยนชิพ โดยใน 2 ฤดูกาลแรกยังคงเป็นแค่ตัวสำรองของทีมได้รับโอกาสลงสนามเพียง 5 เกม ยิงไป 1 ประตู มาถึงฤดูกาล 2008–09 สามารถก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักของทีมได้ ด้วยลีลาการพาบอลทะลุทะลวงเคลื่อนที่ไปได้ดี และหาจังหวะในการทำประตูได้เก่ง แต่น่าเสียดายที่จบฤดูกาลเซาแธมป์ตันกลับต้องตกชั้นไปเล่นในลีกวัน แม้ทีมจะตกชั้นแต่ลัลลานายังคงอยู่ช่วยทีมต่อไป จนสามารถช่วยให้เซาแธมป์ตันเลื่อนชั้นกลับขึ้นมาเล่นในลีกเดอะ แชมป์เปี้ยนชิพอีกครั้งในฤดูกาล 2011-12 และในฤดูกาล 2012–13 ลัลลานาโชว์ฟอร์มได้ดีช่วยยิงประตูให้ทีมไปถึง 13 ประตู ช่วยให้เซาแธมป์ตันกลับขึ้นมาเล่นในพรีเมียร์ชิพได้สำเร็จ และเขายังคงเป็นตัวหลักของทีมเรื่อยมาจนมาถึงฤดูกาล 2013-14 เป็นฤดูกาลที่ลัลลานาโชว์ฟอร์มให้กับเซาแธมป์ตันได้อย่างยอดเยี่ยม จนตัวเขาถูกเรียกขึ้นไปเล่นให้กับทีมชาติอังกฤษ และจบฤดูกาลยิงให้เซาแธมป์ตันไปถึง 10 ประตู ช่วยให้ทีมจบด้วยอันดับ 8 ในลีก จนลิเวอร์พูลยอมควักกระเป๋ากว่า 25 ล้านปอนด์คว้าตัวมาร่วมทีม และปัจจุบันลัลลานายังคงเป็นนักเตะตัวหลักของลิเวอร์พูลและทีมชาติอังกฤษ

1. Sadio Mané

ปีที่ลงเล่น : 2014–2016 (ย้ายไปลิเวอร์พูล ค่าตัว 34 ล้านปอนด์)

ปีกตัวเก่งของสโมสรหงส์แดงลิเวอร์พูล ซาดิโอ มาเน ถูกเซาแธมป์ตันคว้าตัวมาร่วมทีมในปี 2014 ด้วยค่าตัว 11.8 ล้านปอนด์ จัดเป็นปีกที่มีทั้งความเร็วและความแข็งแกร่ง ลากเลื้อยเลี้ยงหลบกองหลังทีมคู่แข่งได้ดี ในขณะเดียวกันก็สามารถหาโอกาสในการทำประตูได้ดีเช่นกัน ย้ายมาเล่นกับเซาแธมป์ตันได้ 2 ฤดูกาล และมีส่วนสำคัญกับทีมอย่างมากที่ช่วยให้เซาแธมป์ตันเป็นทีมในกลุ่มหัวตารางของพรีเมียร์ลีกและสามารถทำอันดับได้ไปเล่นในรายการยูโรป้าลีกทั้ง 2 ฤดูกาล จนกระทั่งลิเวอร์พูลยอมทุ่มเงินกว่า 34 ล้านปอนด์คว้าตัวมาร่วมทีมในปี 2016 จนมาเนกลายเป็นนักเตะที่มีค่าตัวแพงที่สุดของเซาแธมป์ตันในขณะนี้ และปัจจุบันเขาถือเป็นกำลังสำคัญของลิเวอร์พูลและมีส่วนอย่างมากที่ช่วยให้ลิเวอร์พูลรั้งรองจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกในขณะนี้

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg 6a337113 1584 4f41 a8dd c05f36f90cd6

S.R dan