CarsioPea อัพเดทเมื่อ 15:19 02/12/2559
Thumb lg p161126 024 liverpool sunderland

เมื่อไม่มีคูตี้ ! 7 แผนการเล่นที่ลิเวอร์พูลควรจัดเมื่อคูติญโญ่เจ็บ

1463 Pepper

เมื่อเร็วๆนี้ในเกมกับซันเดอร์แลนด์ ลิเวอร์พูลต้องเสียคูตี้ไปด้วยอาการบาดเจ็บและต้องพักอย่างน้อยร่วมเดือน ซึ่งส่งผลกระทบทีม เพราะคูตี้คือตัวรุกคนสำคัญ

Coutinho Formation football Liverpool

เมื่อไม่มีคูตี้ ! 7 แผนการเล่นที่ลิเวอร์พูลควรจัดเมื่อคูติญโญ่เจ็บ

เมื่อเร็วๆนี้ในเกมกับซันเดอร์แลนด์ ลิเวอร์พูลต้องพบเหตุการณ์ไม่คาดฝันระหว่างที่คูตี้เลี้ยงบอลอยุ่แล้วทางฝ่ายดิดิเยร์ เอ็นดองวิ่งเข้ามาหวดบอลแต่ผิดไปโดนเท้าของคูตี้ ส่งผลให้มีอาการบาดเจ็บและถูกหามออกไป หลังจากจบเกม เจอเก้น คล็อปก็ออกมายืนยันว่า ดาวเตะบราซิลเอ็นฉีกขาดทำให้อาจได้ลงเล่นอีกทีหลังปีใหม่ ตามเดิมคูติญโญ่เป็นนักเตะสารพัดประโยชน์ที่ทำเกมในลักษณะหน้าต่ำหรือเพลเมกเกอร์ ทั้งจ่ายบอล จบสกอร์ และยิงฟรีคิ๊ก ซึ่งน่าเสียดายสำหรับแฟนหงษ์เพราะตอนนี้พวกเขาฟอร์มดีมากๆและเก็บแต้มได้ต่อเนื่องโดยมีคูติญโญ่เป็นกำลังสำคัญ และเมื่อไม่มีแข้งอย่างคูตี้แล้ว ลิเวอร์พูลมีโอกาสจะเล่นในระบบไหนได้บ้าง

4-3-3

สำหรับแผนนี้เป็นเหมือนแผนสามัญประจำฟุตบอลเลยก็ว่าได้ เพราะหลายๆทีมมักจะใช้และลิเวอร์พูลก็มีโอกาสไม่น้อยที่จะจัดระบบนี้ โดยมีกองหน้าตัวเป้าเป็นโอริกี้ซึ่งฟอร์มกำลังเข้าฝัก เพิ่งยิงมาในนัดกับซันเดอร์แลนด์ ส่วนซ้ายขวาก็ขนาบด้วยมาเน่และเฟอมิโน่ซึ่งมีความเร็วและไปกับบอลดีทั้งคู่ ส่วนแดนกลางก็ปกติ ใช้ เอ็มเร่ ชาน ไวนัลดุมและเฮนโด้คุมเกม

4-2-3-1

เฟอร์มิโน่คือแข้งคนโปรดของคล็อปและเขามักใช้สตาร์ชาวบราซิลลงเล่นทุกครั้ง สำหรับแผนนี้เรียกได้ว่าปั้นเฟอมิโน่เต็มตัว เพราะดันเขาขึ้นไปเล่นในตำแหน่งกองหน้าตัวเป้า ส่วน ไวนัลดุมก็มาเสริมแทนคูตี้ ขณะที่ มาเน่ และ ลาลาน่า ยืนต่ำลงมาเพื่อสนับสนุนเกมริมเส้นและสามารถหุบเข้าไปข้างในได้ด้วย ถึงแม้เฟอมิโน่จะเล่นได้ดีและมีทักษะยอดเยี่ยมแต่อาจจบสกอร์ไม่คมเท่าที่ควร ทำให้กุญแจสำคัญน่าจะอยู่ที่ 3 มิดฟิลล์ตัวรุกในการสร้างเกมส่วนหนึ่ง

4-2-3-1

แผนนี้ใช้ระบบแบบเดิมแต่เปลี่ยนตำแหน่งผู้เล่นนิดหน่อย โดยใช้กองหน้าตัวเป้าเป็นสเตอร์ริดจ์ซึ่งเป็นตำแหน่งตามธรรมชาติของเขา แล้วจับเฟอร์มิโน่กลับไปอยู่ทางริมเส้นด้านซ้ายตามปกติ ส่วนที่เหลือก็ยังคงไว้เช่นเดิม แม้ว่าระยะหลังๆมานี้สเตอร์จิดจ์จะยังไม่ได้ยิงเลยในลีก และดูจะหมดอนาคตในแอนฟิลล์ แต่สถานการณ์คับขันแบบนี้ความเร็วของเขาอาจจะมีประโยชน์

4-2-3-1

เช่นเดียวกัน แผนนี้ใส่สเตอร์ริดจ์ไว้แดนหน้า ประกบด้วยมาเน่และเฟอมิโน่ แต่ต่างไปตรงแดนกลาง ที่ใช้เฮนโด้จับคู่กับไวนัลดุม แทนที่จะเป็น เอมเร่ ชาน แล้วดันลาลาน่าไปเป็นเพลเมกเกอร์ แผนนี้อาจจะเน้นรุกเต็มตัว เพราะไวนัลดุมคือแข้งตัวรุก และเล่นเกมรับสู่เอ็มเร่ ชานไม่ได้แน่นอน ส่วนตำแหน่งของลาลาน่าก็จะเน้นไปที่การแทงบอลจ่ายบอลมากกว่ากระชากลากเลื้อย

4-2-3-1

ระบบนี้กลับมาไว้ใจโอริกี้อีกครั้ง และเอามิดฟิลล์สารพัดประโยชน์อย่าง ชาน มาปักหลักในแดนกลาง นั้นทำให้บาลานซ์เกมดีกว่าแผนอื่นๆนิดหน่อย ซึ่งลาลาน่าเองก็สามารถถอยลงมายืนต่ำเป็นมิดฟิลล์ตัวกลางก็ได้ หรือจะดันตัวเองขึ้นไปเป็นหน้าต่ำก็ได้ ส่วนริมเส้นซ้ายขวาเป็นหน้าที่ของเฟอมิโน่และมาเน่ ซึ่งแน่นอนว่าใช้การกระชากลากเลื้อยเหมือนเดิม

4-3-3

แผนนี้ถูกทีมดังอย่างบาร์เซโลน่าใช้งานจนประสบความสำเร็จมาแล้วนักต่อนัก สังเกตได้จากวิธีการยืนตำแหน่งที่ไม่มีกองหน้าตัวเป้าซึ่งนั้นหมายความว่าเวลาขึ้นเกม ตัวรุกก็จะขึ้นเป็นแผง (นึกถึงตอนซัวเรส เมสซี่ เนย์มาร์ขึ้นเกม) ทำให้มีความหลากหลายมากกว่าการใช้กองหน้ายืนสูงโดดๆอยู่ตัวเดียว ส่วนในแดนกลางก็ผนึกไว้แน่น ทั้งลาลาน่า เฮนเดอร์สัน และ ชาน ซึ่งจะทำให้ลาลาน่าเล่นสบายขึ้นเพราะไม่ต้องห่วงเกมรับที่มีทั้งชานกับเฮนโด้คอยช่วย และทั้งสองก็อาจถอยต่ำมาเป็น deep lying playmaker ได้อีกด้วย

4-3-3

การจัดตัวอีกแบบที่ไม่ใช่ศูนย์หน้าตัวเป้า แต่ใช้วีธีการขึ้นเกมรุกเป็นแผงเหมือนแผนที่แล้ว ต่างกันตรงแดนกลางแค่ตัวเดียว ที่ใช้ไวนัลดุมยืนแทนลาลาน่า ซึ่งวิธีการเล่นของสองคนนี้ก็จะแตกต่างสไตล์กันไป ในส่วนของลาลาน่าจะเน้นครองบอลเหนียวแน่น จ่ายบอลทะลุช่อง แต่ไวนัลดุมจะเป็นพวกใช้ความเร็วเลี้ยงตะลุยไปเรื่อยๆ แม้ว่าจะเปลี่ยนไม่มาก แต่ก็ก็จะส่งผลไปถึงตัวรุกทั้งสามในแดนหน้าแน่นอน

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg 7cd629f4 68f7 4174 b35b 80777d6dc289

CarsioPea