S.R dan 2559/12/06 10:56
Thumb lg most trophy

11 แข้งดังที่คว้าถ้วยแชมป์ระดับเมเจอร์มากที่สุดตลอดกาล!

2086 Pepper

ต้องเทพขนาดไหนถึงจะได้เป็นทั้งนักเตะฝีเท้าดีที่มีชื่อเสียง ในขณะเดียวกันก็สามารถคว้าแชมป์มาครองได้อีกด้วย และวันนี้เราจะไปดูนักเตะเหล่านั้นกัน

Footballer Trophy football Legends

ไม่ใช่เรื่องง่ายที่นักฟุตบอลคนหนึ่งจะก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะระดับโลกจนเป็นที่ยอมรับจากทั่วโลก แต่ที่ยากยิ่งกว่าคือการเป็นทั้งนักเตะฝีเท้าดีด้วยและพาทีมต้นสังกัดประสบความสำเร็จคว้าถ้วยแชมป์ในระดับเมเจอร์ ซึ่งประกอบด้วยแชมป์ฟุตบอลโลก แชมป์ฟุตบอลระดับทวีปทั้งในระดับชาติและระดับสโมสร แชมป์บอลลีก และบอลถ้วยในประเทศชั้นนำของวงการฟุตบอล มาครองได้อีกด้วย วันนี้จะมาดู 11 แข้งดังที่สามารถคว้าถ้วยแชมป์ระดับเมเจอร์มากที่สุดตลอดกาลกัน ว่าเขาเหล่านั้นเป็นใคร และคว้าแชมป์อะไรกับทีมใดบ้าง

11. Eusébio: 17 ครั้ง

แชมป์ ยูโรเปี้ยนคัพ 1 สมัย (1961–62) ลีกโปรตุเกส 11 สมัย (1960–61, 1962–63, 1963–64, 1964–65, 1966–67, 1967–68, 1968–69, 1970–71, 1971–72, 1972–73, 1974–75) และบอลถ้วยโปรตุเกส 5 สมัย (1961–62, 1963–64, 1968–69, 1969–70, 1971–72)

เจ้าของฉายาเสือดำแห่งโมซัมบิก อดีตศูนย์หน้าทีมชาติโปรตุเกส เป็นหนึ่งในนักเตะที่ได้รับการยอมรับว่าดีที่สุดในโลก ยูเซบิโอเกิดและเติบโตที่โมซัมบิกซึ่งในตอนนั้นเป็นดินแดนที่อยู่ในอาณานิคมของโปรตุเกส แต่ได้มีโอกาสย้ายมาค้าแข้งกับสโมสรเหยี่ยวลิสบอล เบนฟิกาในโปรตุเกสเมื่ออายุได้ 18 ปี และเขาได้โชว์ให้ใครหลายคนเห็นถึงศักยภาพของจอมถล่มประตู จนถูกเรียกไปเล่นให้ทีมชาติโปรตุเกส และประสบความสำเร็จอย่างสูงในการเล่นฟุตบอลจนคว้าแชมป์มาแล้วมากมาย โดยความสำเร็จในการคว้าแชมป์ระดับเมเจอร์ทั้ง 17 ครั้งเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เล่นให้กับเบนฟิกา (1960–1975) ทั้งหมด ลงเล่นให้เบนฟิกาไปทั้งสิ้น 440 เกม ยิงไปถึง 473 ประตู ในขณะเดียวกันก็ลงเล่นให้ทีมชาติโปรตุเกสไป 64 เกม ยิงไปถึง 41 ประตู จะเห็นได้ว่าสถิติการทำประตูของยูเซบิโอถือว่ายอดเยี่ยมมากๆ จึงไม่น่าแปลกใจว่าเหตุเขาถึงได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดของโลกตลอดกาล นอกจากนี้ยังช่วยยิงประตูให้ทีมชาติโปรตุเกสคว้าอันดับ 3 ฟุตบอลโลกปี 1966 และตัวเขาก็เป็นนักเตะที่ยิงประตูได้สูงสุดในฟุตบอลโลกครั้งนั้นด้วย โดยยิงไปถึง 9 ประตู

10. Bastian Schweinsteiger: 17 ครั้ง

แชมป์ ฟุตบอลโลก 1 สมัย (2014) ยูฟ่า แชมป์เปี้ยน ลีก 1 สมัย (2012–13) บุนเดสลีกา 8 สมัย (2002–03, 2004–05, 2005–06, 2007–08, 2009–10, 2012–13, 2013–14, 2014–15) เด เอฟ เบ โพคา 7 สมัย (2002–03, 2004–05, 2005–06, 2007–08, 2009–10, 2012–13, 2013–14)

มิดฟิลด์ของสโมสรปีศาจแดงแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดและอดีตกัปตันทีมชาติเยอรมัน บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์กำลังจะถูกพิจารณาให้เป็นหนึ่งในตำนานนักเตะเยอรมัน จากผลงานการพาเยอรมันคว้าแชมป์โลกในปี 2014 บวกกับความสำเร็จมากมายในระดับสโมสร ชไวน์สไตเกอร์เริ่มเล่นฟุตบอลให้กับเสือใต้บาเยิร์น มิวนิคตั้งแต่ระดับเยาวชนก่อนจะก้าวขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่ในปี 2002 แม้ช่วงแรกจะไม่ใช่ตัวหลัก แต่หลังจากนั้นก็สามารถพัฒนาฝีเท้าก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นตัวหลักของทีมได้ อยู่ค้าแข้งกับบาเยิร์นเป็นเวลากว่า 13 ปี (2002-15) ลงสนามไป 500 เกม ยิงได้ 68 ประตู ช่วยพาบาเยิร์นคว้าแชมป์มาแล้วมากมาย โดยแชมป์ระดับเมเจอร์ 16 ครั้งจากทั้งหมด 17 ครั้งที่ ที่ทำได้ เป็นการคว้าแชมป์ในสมัยที่ค้าแข้งกับบาเยิร์นทั้งสิ้น หลังจากค้าแข้งกับบาเยิร์นมาอย่างยาวนานก็ถูกแมนยูฯ คว้าตัวมาร่วมทีมในปี 2015 ด้วยค่าตัว 6.5 ล้านปอนด์

9. Kenny Dalglish: 18 ครั้ง

แชมป์ ยูโรเปี้ยนคัพ 3 สมัย (1977–78, 1980–81, 1983–84) ลีกสก็อตแลนด์ 4 สมัย (1971–72, 1972–73, 1973–74, 1976–77) สก็อตติช คัพ 4 สมัย (1971–72, 1973–74, 1974–75, 1976–77) ฟุตบอลลีกสูงสุดอังกฤษ 6 สมัย (1978–79, 1979–80, 1981–82, 1982–83, 1983–84, 1985–86) เอฟเอคัพ 1 สมัย (1985–86)

อดีตกองหน้าตำนานนักเตะสโมสรหงส์แดงลิเวอร์พูล เคนนี่ ดัลกลิชเริ่มต้นค้าแข้งกับสโมสรกลาสโกว์ เซลติก ในลีกบ้านเกิดในปี 1969 แต่ช่วงแรกยังเป็นเพียงนักเตะดาวรุ่งไม่ค่อยโอกาสได้ลงสนามมากนัก จนกระทั้งปี 1971 ก็สามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นตัวหลักของทีมและอยู่ค้าแข้งกับเซลติกจนถึงปี 1977 ยิงประตูให้ทีมไปกว่า 167 ประตู พาทีมคว้าแชมป์ลีกสก็อตแลนด์ 4 สมัย และแชมป์สก็อตติช คัพอีก 4 สมัย หลังจากนั้นก็ย้ายมาร่วมทีมลิเวอร์พูล และอยู่ค้าแข้งในถิ่นแอนฟิลด์เป็นระเวลากว่า 13 ปี จนกระทั่งเลิกเล่นฟุตบอลไปในปี 1990 โดยในช่วงที่ค้าแข้งให้กับลิเวอร์พูลโชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมไม่ว่าจะการยิงประตู หรือการจ่ายบอล ช่วยถล่มประตูให้ลิเวอร์พูลถึง 179 ประตู พาลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ยูโรเปี้ยนคัพ 3 สมัย ฟุตบอลลีกสูงสุดอังกฤษ 6 สมัย และเอฟเอคัพ 1 สมัย จนได้รับฉายาเดอะ คิงส์จากแฟนหงส์แดง และกลายเป็นหนึ่งในตำนานนักเตะลิเวอร์พูลไปในที่สุด

8. Xavi: 18 ครั้ง

แชมป์ ฟุตบอลโลก 1 สมัย (2010) ฟุตบอลยูโร 2 สมัย (2008, 2012) ยูฟ่า แชมป์เปี้ยน ลีก 4 สมัย (2005–06, 2008–09, 2010–11, 2014–15) ลาลีกา 8 สมัย (1998–99, 2004–05, 2005–06, 2008–09, 2009–10, 2010–11, 2012–13, 2014–15) โคปา เดล เรย์ 3 สมัย (2008–09, 2011–12, 2014–15)

ตำนานนักเตะทีมชาติสเปนและสโมสรบาร์เซโลนา ซาบี้เล่นฟุตบอลให้กับบาร์ซ่าตั้งแต่ระดับเยาวชนจนสามารถก้าวขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ได้ และกลายเป็นหนึ่งในมิดฟิลด์ที่ดีที่สุดตลอดกาลของทีม เป็นนักเตะที่มีความโดดเด่นทั้งในการเลี้ยงบอลการครอบครองบอล และการยิงประตูจากแถวสองโดยเฉพาะจากลูกฟรีคิก นอกจากนี้ยังมีความโดดเด่นในการจ่ายบอลโดยเฉพาะการจ่ายทะลุช่องอย่างเฉียบคมให้เพื่อนเข้าไปยิงประตู ลงเล่นให้กับบาร์ซ่าในช่วงปี 1998-2015 ลงสนามไปถึง 767 เกมยิงไป 85 ประตู เป็นนักเตะที่ลงสนามให้บาร์ซ่ามากที่สุดตลอดกาล ช่วยสร้างความสำเร็จให้บาร์ซ่าอย่างมากมายคว้าแชมป์มาแล้วทุกรายการ แชมป์ระดับเมเจอร์ทั้งหมดที่ได้มาเป็นการคว้าแชมป์สมัยค้าแข้งอยู่กับบาร์ซ่าทั้งหมดยกเว้นแชมป์ฟุตบอลโลก 1 สมัยกับฟุตบอลยูโร 2 สมัย ที่เขามีส่วนสำคัญอย่างมากในการพาทีมชาติสเปนคว้าแชมป์

7. Mário Coluna: 19 ครั้ง

แชมป์ ยูโรเปี้ยนคัพ 2 สมัย (1960–61, 1961–62) ลีกโปรตุเกส 10 สมัย (1954–55, 1956–57, 1959–60, 1960–61, 1962–63, 1963–64, 1964–65, 1966–67, 1967–68, 1968–69) และบอลถ้วยโปรตุเกสอีก 7 สมัย (1954–55, 1956–57, 1958–59, 1961–62, 1963–64, 1968–69, 1969–70)

อดีตตำนานมิดฟิลด์สโมสรเหยี่ยวลิสบอลเบนฟิกา มาริโอ คอลูนาเป็นนักเตะที่เกิดและเติบโตที่โมซัมบิกซึ่งในตอนนั้นเป็นดินแดนที่อยู่ในอาณานิคมของโปรตุเกส และเขาได้มีโอกาสมาค้าแข้งให้เบนฟิกา และได้ลงเล่นให้ทีมชาติโปรตุเกสเช่นเดียวกับยูเซบิโอ เรียกได้ว่าช่วงเวลาหนึ่งทั้งคู่ได้เล่นร่วมกันทั้งในสโมสรและทีมชาติ คอลูนาย้ายมาเล่นกับเบนฟิกาในปี 1954 ลงเล่นไป 364 เกม ยิงไป 89 ประตู โดยแชมป์ระดับเมเจอร์ที่เขาทำได้ทั้ง 19 ครั้งเป็นการคว้าแชมป์สมัยที่ค้าแข้งกับเบนฟิกาทั้งหมด คอลูนาอยู่ค้าแข้งกับเบนฟิกาเป็นเวลากว่า 16 ปีจนถึงปี 1970 ก็ย้ายไปเล่นให้กับสโมสรลียง นอกจากนี้คอลูนายังเป็นกัปตันทีมที่พาทีมชาติโปรตุเกสจนคว้าอันดับ 3 ฟุตบอลโลกปี 1966 ซึ่งฟุตบอลโลกครั้งนั้นเขายังได้ลงเล่นร่วมกับยูเซบิโออีกด้วย

6. Vitor Baia: 19 ครั้ง

ยูฟ่า แชมป์เปี้ยน ลีก 1 สมัย (2003–04) ลีกโปรตุเกส 10 สมัย (1989–90, 1991–92, 1992–93, 1994–95, 1995–96, 1998–99, 2002–03, 2003–04, 2005–06, 2006–07) บอลถ้วยโปรตุเกสอีก 5 สมัย (1990–91, 1993–94, 1999–2000, 2002–03, 2005–06) ลาลีกา 1 สมัย (1997–98) โคปา เดล เรย์ 2 สมัย (1996–97, 1997–98)

อดีตผู้รักษาประตูทีมชาติโปรตุเกส วิคเตอร์ บายาเริ่มเฝ้าเสาให้กับปอร์โตตั้งแต่ปี 1988 เรียกได้ว่าเป็นผู้รักษาประตูลูกหม้อของปอร์โต เนื่องจากเฝ้าเสาให้ปอร์โตตั้งแต่ระดับทีมเยาวชน บายาอาจเป็นผู้รักษาประตูที่ไม่ค่อยสูงใหญ่มากนักแต่มีผลงานการเซฟที่ยอดเยี่ยมจนก้าวขึ้นมาเป็นผู้รักษาประตูมือหนึ่งของทีมในปี 1989 ลงเล่นให้ปอร์โตได้ 9 ปี ก็ย้ายไปร่วมทีมบาร์เซโลน่าในปี 1996 แต่เป็นผู้รักษาประตูมือหนึ่งให้บาร์ซ่าได้เพียงฤดูกาลเดียว ก็ถูกลดบทบาทมาเป็นผู้รักษาประตูมือ 2 เขาจึงตัดสินใจย้ายมาเล่นให้ปอร์โตอีกครั้งในปี 1998 และเฝ้าเสาให้ปอร์โตจนกระทั่งเลิกเล่นฟุตบอลไปในปี 2007 ตลอด 2 ช่วงเวลาที่เฝ้าเสาให้ปอร์โตลงสนามไปถึง 525 เกม ช่วยพาปอร์โตคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมป์เปี้ยน ลีก 1 สมัย แชมป์ลีกโปรตุเกส 10 สมัย แชมป์บอลถ้วยโปรตุเกสอีก 5 สมัย นอกจากนี้ยังพาบาร์ซ่าคว้าแชมป์ลาลีกา 1 สมัย และ โคปา เดล เรย์ อีก 2 สมัย

5. Ryan Giggs: 19 ครั้ง

แชมป์ ยูฟ่า แชมป์เปี้ยน ลีก 2 สมัย (1998–99, 2007–08) พรีเมียร์ลีก 13 สมัย (1992–93, 1993–94, 1995–96, 1996–97, 1998–99, 1999–2000, 2000–01, 2002–03, 2006–07, 2007–08, 2008–09, 2010–11, 2012–13) เอฟเอคัพ 4 สมัย (1993–94, 1995–96, 1998–99, 2003–04)

อดีตตำนานปีกซ้ายพ่อมดสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไรอัน กิกส์นอกจากจะมีหน้าตาที่หล่อเหลาคมคายแล้ว ยังถือเป็นนักเตะที่ทรงประสิทธิภาพคนหนึ่ง มีความเร็วสูง ทักษะการเลี้ยงบอลที่ยอดเยี่ยม และหลายครั้งที่สามารถลากเลื้อยจากครึ่งสนาม เลี้ยงหลบนักเตะฝั่งตรงข้ามเข้าไปทำประตู อีกทั้งกิกส์ถือเป็นนักเตะที่มีระเบียบวินัย สามารถรักษาสภาพร่างกายให้เล่นฟุตบอลในระดับลีกสูงสุดได้จนกระทั่งเลิกเล่นฟุตบอล นอกจากนี้ยังเป็นนักเตะที่มีความจงรักภักดีต่อแมนยูฯอย่างมาก โดยตลอดระยะเวลา 24 ฤดูกาล (1990-2014) ที่เล่นฟุตบอลอาชีพลงเล่นรับใช้แมนยูฯ เพียงสโมสรเดียว ลงเล่นให้แมนยูฯ ไปทั้งสิ้น 963 เกม ยิงไปถึง 168 ประตู ถือเป็นนักเตะที่ลงสนามให้แมนยูฯ มากที่สุดตลอดกาล พาแมนยูฯ คว้าแชมป์มากมาย โดยแชมป์เมเจอร์ทั้ง 19 ครั้ง ที่คว้ามาได้เป็นการคว้าแชมป์กับแมนยูฯ ทั้งหมด จนกลายเป็นตำนานนักเตะของทีมปีศาจแดงไปในที่สุด

4. Iniesta: 19 ครั้ง

แชมป์ ฟุตบอลโลก 1 สมัย (2010) ฟุตบอลยูโร 2 สมัย (2008, 2012) ยูฟ่า แชมป์เปี้ยน ลีก 4 สมัย (2005–06, 2008–09, 2010–11, 2014–15) ลาลีกา 8 สมัย (1 2004–05, 2005–06, 2008–09, 2009–10, 2010–11, 2012–13, 2014–15, 2015–16) โคปา เดล เรย์ 4 สมัย (2008–09, 2011–12, 2014–15, 2015–16)

มิดฟิลด์ทีมชาติสเปนและสโมสรบาร์เซโลนา เริ่มเล่นฟุตบอลให้บาร์ซ่าตั้งแต่ระดับเยาวชน และทีมชุดบี จนสามารถก้าวขึ้นมาเล่นทีมชุดใหญ่ในปี 2002 ในช่วงแรกยังไม่ค่อยได้รับโอกาสลงสนามมากนัก จนกระทั่งปี 2004 กลายเป็นตัวหลักของบาร์ซ่า อีเนียสตาเป็นนักเตะที่มีสไตล์การเล่นคล้ายๆ ซาบี้ แต่ที่น่าจะดูเหนือกว่าคือความคล่องตัว ทำให้เขามีส่วนสำคัญอย่างมากกับเกมรุกของบาร์ซ่า ลงสนามให้ทีมไปแล้วกว่า 602 เกม ยิงไป 55 ประตู ช่วยสร้างความสำเร็จให้บาร์ซ่าอย่างมากมายคว้าแชมป์มาแล้วทุกรายการ แชมป์ระดับเมเจอร์ทั้งหมด 19 ครั้งที่ได้มาเป็นการคว้าแชมป์กับบาร์ซ่าทั้งหมดยกเว้นแชมป์ฟุตบอลโลก 1 สมัยกับฟุตบอลยูโร 2 สมัย ที่เป็นการคว้าแชมป์ในระดับชาติ นอกจากนี้ปัจจุบันอินเนสตายังคงเล่นให้กับบาร์ซ่าอยู่ เชื่อว่าตัวเขาคงมีโอกาสที่จะคว้าแชมป์ในระดับเมเจอร์เพิ่มอีกได้อย่างไม่ยาก

3. Francisco Gento: 20 ครั้ง

ยูโรเปี้ยนคัพ 6 สมัย (1955–56, 1956–57, 1957–58, 1958–59, 1959–60, 1965–66) ลาลีกา 12 สมัย (1953–54, 1954–55, 1956–57, 1957–58, 1960–61, 1961–62, 1962–63, 1963–64, 1964–65, 1966–67, 1967–68, 1968–69) โคปา เดล เรย์ 2 สมัย (1961–62, 1969–70)

อดีพตำนานปีกซ้ายของสโมสรเรอัลมาดริด Francisco Gento ย้ายมาค้าแข้งกับมาดริดในปี 1953 และอยู่ค้าแข้งกับมาดริดเป็นเวลาถึง 18 ปี จนกระทั่งเลิกเล่นฟุตบอลไปในปี 1971 ลงสนามให้มาดริดไป 606 เกม ยิงไป 178 ประตู ช่วยพามาดริดคว้าแชมป์มากมายจนกลายเป็นนักเตะที่พามาดริดคว้าแชมป์ในระดับเมเจอร์มากที่สุดตลอดกาล โดยแชมป์ทั้ง 20 ครั้งเป็นการคว้าแชมป์กับมาดริดทั้งหมด นอกจากนี้การคว้าแชมป์ของเขายังคงเป็นสถิติที่ยังไม่มีใครสามารถทำลายได้โดยเป็นนักเตะคนแรกและคนเดียวที่คว้าแชมป์ยูโรเปี้ยนคัพ 6 สมัย และแชมป์ลาลีกา 12 สมัย

2. Johan Cruyff: 20 ครั้ง

แชมป์ ยูโรเปี้ยนคัพ 3 สมัย (1970–71, 1971–72, 1972–73) เอเรอดีวีซี เนเธอร์แลนด์ 9 สมัย (1965–66, 1966–67, 1967–68, 1969–70, 1971–72, 1972–73, 1981–82, 1982–83, 1983–84) เคเอ็นวีบี ดัตช์ คัพ 6 สมัย (1966–67, 1969–70, 1970–71, 1971–72, 1982–83, 1983–84) ลาลีกา 1 สมัย (1983–84) โคปา เดล เรย์ 1 สมัย (1983–84)

อดีตตำนานกองหน้าตัวทำเกมของสโมสรอาแจ็กซ์ และบาร์เซโลนา โยฮัน ครัฟฟ์ เป็นกองหน้าตัวทำเกม มีทักษะการเล่นที่ยอดเยี่ยมมีความสามารถทั้งการลากเลื้อยพาบอล และการยิงประตู เรียกได้ว่าสามารถเล่นได้ทุกตำแหน่งในแนวรุก และเป็นนักเตะคนแรกที่คว้าบัลลง ดอร์ถึง 3 สมัย จนได้รับฉายาว่านักเตะเทวดา ครัฟฟ์เล่นบอลให้อาแจ็กซ์ตั้งแต่ระดับเยาวชน จนสามารถก้าวขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่ในปี 1964 แม้ใน 2 ฤดูกาลแรกจะไม่ใช่ผู้เล่นตัวหลักของทีมแต่ก็สามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอดยิงได้ถึง 29 ประตู หลังจากนั้นก็กลายเป็นตัวหลักของทีม อยู่ค้าแข้งกับอาแจ็กซ์ถึงปี 1974 ลงสนามไป 318 เกม ยิงไปถึง 250 ประตู หลังจากนั้นได้ย้ายมาร่วมทีมบาร์เซโลน่าด้วยค่าตัวถึง 2 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งค่าตัวเป็นสถิติโลกในขณะนั้น ค้าแข้งให้บาร์ซ่าจนถึงปี 1978 ลงสนามไป 184 เกม ยิงไป 61 ประตู หลังจากนั้นก็ย้ายไปเล่นกับอีกหลายทีมรวมถึงอาแจ็กซ์ทีมเก่า และ เฟเยนูร์ด ครัฟฟ์คว้าแชมป์มาแล้วมากมายกับหลายสโมสรโดยกับอาร์แจ็กเคยพาทีมแชมป์ ยูโรเปี้ยนคัพ 3 สมัย แชมป์เอเรอดีวีซี เนเธอร์แลนด์ 8 สมัย แชมป์เคเอ็นวีบี ดัตช์ คัพ 5 สมัย สำหรับบาร์ซ่าแล้วเคยพาทีมคว้าแชมป์ลาลีกา และโคปา เดล เรย์ อย่างละ 1 สมัย ในส่วนของเฟเยนูร์ดเคยพาทีมคว้าแชมป์ เอเรอดีวีซี เนเธอร์แลนด์ และเคเอ็นวีบี ดัตช์ คัพ อย่างละ 1 สมัยเช่นกัน แม้จะคว้าแชมป์มากมายแต่น่าเสียดายที่เทวดาลูกหนังอย่างคัฟฟ์ไม่สามารถพาทีมชาติเนเธอร์แลนด์คว้าแชมป์ได้เลยโดยทำได้ดีที่สุดคือพาทีมคว้ารองแชมป์ฟุตบอลโลกปี 1974

1. Alfredo Di Stéfano: 21 ครั้ง

แชมป์ โคปา อเมริกา 1 สมัย (1947) แชมป์ ยูโรเปี้ยนคัพ 5 สมัย (1955–56, 1956–57, 1957–58, 1958–59, 1959–60) ฟุตบอลลีกอาร์เจนตินา 2 สมัย (1945, 1947) ฟุตบอลลีกโคลอมเบีย 3 สมัย (1949, 1951, 1952) ฟุตบอลถ้วยโคลอมเบีย 1 สมัย (1953) ) ลาลีกา 8 สมัย (1954, 1955, 1957, 1958, 1961, 1962, 1963, 1964) โคปา เดล เรย์ 1 สมัย (1962)

อดีตตำนานกองหน้าสโมสรเรอัล มาดริด อัลเฟรโด ดิ สเตฟาโน่ เป็นนักเตะสเปนเชื้อสายอาร์เจนตินา เคยผ่านการเล่นกับทีมชั้นนำอย่างริเวอร์เพลท ในลีกประเทศอาร์เจนตินา มิโยนาริออส ในลีกประเทศโคลอมเบีย รวมถึงเรอัล มาดริด และเอสปันญ่อลจากสเปน แต่สเตฟาโน่ประสบความสำเร็จอย่างสูงสุดกับมาดริด โดยเขาย้ายมาเล่นให้มาดริดในปี 1953 ใช้ชีวิตค้าแข้งกับมาดริดเป็นเวลากว่า 11 ปี สร้างความสำเร็จมากมายให้มาดริด โดยเฉพาะการถล่มประตูคู่แข่ง จนได้รับการยอมรับว่าเป็นนักเตะที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของมาดริด และกลายสัญลักษณ์ของทีม โดยสเตฟาโน่ลงสนามให้มาดริดไปถึง 396 เกม ยิงไป 307 ประตู พามาดริดคว้าแชมป์ ยูโรเปี้ยนคัพ 5 สมัย ลาลีกา 8 สมัย และโคปา เดล เรย์ 1 สมัย นอกจากนี้ยังคว้าแชมป์ลีกอาร์เจนตินากับริเวอร์เพลทอีก 2 สมัย แชมป์ฟุตบอลลีกโคลอมเบีย 3 สมัย และฟุตบอลถ้วยโคลอมเบีย 1 สมัยกับมิโยนาริออส สเตฟาโน่จึงเป็นนักเตะที่สามารถคว้าแชมป์ระดับเมเจอร์สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของวงการฟุตบอล

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg 6a337113 1584 4f41 a8dd c05f36f90cd6

S.R dan