ปลาต้มเผือก 2559/12/15 15:54
Thumb lg 50 drinks to get drunk

ไม่เมาให้มันรู้ไป! 50 สูตรสุดยอด "เครื่องดื่มแอลกอฮอล์โคตรแมน" ที่ต้องกินให้ได้ก่อนตาย!

8122 Pepper

เครื่องดื่มแมนๆที่ต้องหามาลองให้ครบ บอกเลยว่าไม่ได้กินเสียดายชาติเกิด!

Cocktail Drink Beer

เครื่องดื่มในโลกหล้านี้มีมากมาย แต่วันนี้เราขอแนะนำ 50 สูตร เครื่องดื่มแมนๆ ที่ท่านสุภาพบุรุษทั้งหลายควรกินก่อนตาย มาฝากกัน ไปดูกันซิว่าทั้ง 50 สูตรนี้คุณลองมาครบรึยัง!?

1. IRISH CAR BOMB

สำหรับเครื่องดื่มสุดแมนตัวนี้ ชื่อของมันมีที่มาจากเหตุการณ์ "คาร์บอมบ์" ต่อเนื่องในประเทศไอร์แลนด์ ซึ่งทำให้มีคนเจ็บและตายจำนวนไม่น้อย ด้วยเหตุนี้บาร์เทนเดอร์บางคนก็ไม่อยากจะทำมันนัก (ลางอัปมงคลมาแต่ไกล เขาว่างั้น) แต่หากคุณต้องการลิ้มลองก็จำเป็นจะต้องเอ่ยปากถามออกไปก่อน

:::Recipe:::
Guinness® stout 3/4 ไพนท์
Bailey’s® Irish cream 1/2 ช็อต
Jameson® Irish whiskey 1/2 ช็อต

แหล่ง: https://www.youtube.com

2. WHISKEY SMASH

สาวกคอทองแดงคนไหนที่ชื่นชอบเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีส่วนผสมของ "ใบมิ้นต์" หรือ "สะระแหน่" อยากได้ค็อกเทลแนวซิตรัสหนักๆ แก้วนี้คือคำตอบเลย! ด้วยส่วนผสมของ ใบสะระแหน่, มะนาว, เหล้า, และ น้ำเชื่อมก็สามารถเนรมิตเครื่องดื่มที่ช่วยเพิ่มความสดชื่นเหมาะกับวันอากาศร้อนๆหรือวันที่เหน็ดเหนื่อยจากการโหมงานอย่างหนักหน่วงมาทั้งวันต้องการความสดชื่นผ่อนคลาย ทริคเล็กๆสำหรับเครื่องดื่มชนิดนี้หากเราเติม Maker’s Mark Whisky จะช่วยเพิ่มความหวานเจือความเผ็ดนิดๆ ทำให้เครื่องดื่มมีกลิ่นอายดิบๆเหมือนนั่งจิบเหล้ากลางป่าเขาได้

:::Recipe:::
ใบสะระแหน่สด 7 ใบ
มะนาวครึ่งลูก
เลม่อนครึ่งลูก
น้ำเชื่อม 1 ช้อนโต๊ะ
Bourbon 1/4 ถ้วย
น้ำแข็งบด

แหล่ง: https://www.youtube.com

3. WHISKEY ON THE ROCKS

ถือว่าเป็นเครื่องดื่มอันดับต้นๆที่หนุ่มๆสายแอล(กอฮอล์) ต้องเคยทำความรู้จักมักคุ้นกันมาบ้างแล้วแหละกับเจ้า
"วิสกี้ออนเดอะร็อก" สำหรับ "เหล้า" ถือเป็นเครื่องดื่มที่มีประวัติยาวนานนับตั้งแต่สมัยเมโสโปเตเมีย 2,000ปีก่อนคริสต์ศักราช และในศตวรรษที่ 13 ได้มีบันทึกเอาไว้ในบันทึกของนักบวชถึงการทำเหล้าเพื่อใช้เป็นยาเพื่อใช้รักษาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆมากมาย ตั้งแต่โรคร้ายแรงอย่างไข้ทรพิษยันอาการจุกเสียดเล็กๆน้อยๆ

:::Recipe:::
Bourbon whiskey 1/3 ของแก้ว
น้ำแข็งแบบก้อน

แหล่ง: https://www.youtube.com

4. TRADITIONAL ABSINTHE

Absinthe เคยถูกหลายประเทศในยุโรปและสหรัฐฯถือเป็นเครื่องดื่มผิดกฎหมาย ถือเป็นสารเสพติดที่ออกฤทธิ์ต่อประสาท เนื่องจากเชื่อว่ามีทูโจน (Thujone) ในปริมาณมากก่อให้เกิดอาการประสาทหลอนได้ จวบจนกระทั่งปี 2007 มีการพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่าเครื่องดื่มชนิดนี้ไม่ได้มีทูโจนมากมายดังคำครหา ปริมาณก็พอๆกับเหล้าตัวอื่นๆนั่นแหละ ทางองค์การอาหารและยา หรือ FDA ถึงได้ยอมให้จำหน่ายแอปแซ็งต์ได้อีกครั้ง

:::Recipe:::
Absinthe
น้ำตาลก้อน 1 ก้อน
น้ำเย็นจัด

แหล่ง: https://www.youtube.com

5. TOM COLLINS

Tom Collins เครื่องดื่มเปรี้ยวนิดๆ ซ่าหน่อยๆ หวานน้อยๆนี้กำเนิดขึ้นเมื่อปี 1874 เป็นเครื่องดื่มที่คอแดงสมัยนั้นชอบเอาไปใช้อำชาวบ้านชาวช่องให้ขำเล่น เรื่องของเรื่องคือ พ่อคอทองแดงทั้งหลายจะเอาไปถามชาวบ้านว่า "รู้จักTom Collins ไหม" คนฟังก็ต้องบอกอยู่แล้วว่า "ไม่รู้จัก" ว่าเขาเป็นลูกใครเหล่าเต้า คนดังรึก็ไม่ใช่จะไปรู้จักได้ไง พ่อคอทองแดงก็จะอำต่อว่า "ถ้าอยากรู้จักก็ลองไปหาแถวบาร์ดู เดี๋ยวก็เจอ" พ่อคนฟังเขาก็ซื่อเดินไปหาตามมุมบาร์บ้าง แถวบาร์บ้าง สุดท้ายถามไปถามมาถึงได้รู้ว่า "Tom Collins" อ่ะชื่อเครื่องดื่ม เป็นที่ขำขัน สนุกสนานกันไป!

:::Recipe:::
Gin 2 oz
น้ำมะนาว 1 oz
น้ำตาลป่น 1 ช้อนโต๊ะ
โซดา 3 oz
Maraschino cherry 1 ลูก
ส้มหรือเลม่อนสไลด์ 1 ชิ้น

แหล่ง: https://www.youtube.com

6. GIN GIMLET

เวลาเปลี่ยน รสนิยมในการดื่มก็ปรับเปลี่ยน เครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากมายก็ถูกคิดค้นขึ้นมาตลอดเวลา ส่วนใหญ่มักสูญหายไปจากความทรงจำของนักดื่มเมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป น้อยตัวนักจะรอดมาจนถึงปัจจุบัน แต่ Gin Gimlet ถือเป็นหนึ่งในเครื่องดื่มที่ยังคงรอดชีวิตมาได้ ซึ่งในปี 1953 นิยายเรื่อง The Long Goodbye ก็ได้มีการกล่าวถึงเครื่องดื่มชนิดนี้ไว้ด้วยเช่นกัน

แนะนำทริคเล็กๆสำหรับคนชอบรสชาติซ่าๆ ก็สามารถเติมโซดาลงไปเพื่อทำให้รสชาติเครื่องดื่มแก้วนี้ดีงามยิ่งขึ้น หรือ ในบางคนก็อาจจะใช้เหล้าวอดก้าแทนจินก็ได้

:::Recipe:::
London dry gin 2 oz.
น้ำมะนาว 2/3 oz

แหล่ง: https://www.youtube.com

7. STINGER

เครื่องดื่มนี้โด่งดังมากในปี 1940-1950 ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะว่า Vodka stingers ถูกกล่าวถึงในรายการโชว์สุดฮิตจึงทำให้ Stinger เป็นที่รู้จักมากขึ้น สำหรับเครื่องดื่มชนิดนี้เป็นเครื่องดื่มที่เกิดจากการผสมของเหล้าสองชนิดได้แก่ บรั่นดีและCreme de Menthe ซึ่งในบางครั้งก็อาจจะใช้ Green Creme de Menthe ในการทำให้เครื่องดื่มมีสีเขียวดูสวยงามมากขึ้น

:::Recipe:::
บรั่นดี 1 1/2 oz
White Creme de Menthe 1/2 oz

แหล่ง: https://www.youtube.com

8. STEAMROLLER

ก่อนอื่นเลยต้องขอยกเครดิตให้กับเครื่องดื่ม Boilermaker (Boiler Maker เป็นกลวิธีดื่มโดยการดื่มเบียร์หนึ่งแก้วแล้วกระดกวิสกี้ตามอีก1ช็อต) Steam Roller เกิดจากการผสม Steam beer เข้ากับวิสกี้ข้าวไรย์, Elderflower และ Cherry liqueurs ผลที่ได้คือรสชาติใหม่ที่โดนใจชาวแอลฯเป็นอย่างยิ่ง ด้วยรสชาติของวิสกี้ที่ผสมผสานเข้ากับเบียร์แฝงด้วยรสชาติฟรุ้ตตี้ๆจากเหล้าผลไม้ เกิดเป็นค็อกเทลแมนๆสุดเข้มที่ชาวเราไม่ควรพลาด!

:::Recipe:::
Liqueur (St-Germain elderflower) 1 oz
น้ำมะนาวคั้นสด 1 oz
วิสกี้ข้าวไรย์ 1 oz
Kirschenliqueur (Heering) 1/2 oz
น้ำแข็ง
มะนาวเกลียว 1 ชิ้น
Steam Beer (แนะนำเป็น Anchor Steam) 12 ozs

9. SNAKEBITE

ในอเมริกา การผสมเบียร์กับเหล้าไซเดอร์ถือว่าเป็นอะไรที่ค่อนข้างจะเบสิคและเป็นที่นิยมแพร่หลาย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะสามารถหาดื่มเจ้า "สเนคไบท์" ได้ทุกที่นะ ยกตัวอย่างเช่น เรื่องราวของประธานาธิบดี บิล คลินตันเป็นต้น เคยมีครั้งหนึ่งขณะที่เขาเดินทางไปประเทศอังกฤษ แล้วกะจะไปนั่งดื่มเครื่องดื่มตัวนี้ชิลๆที่North Yorkshire pub แต่ปรากฎว่าเจ้าของร้านเขาไม่ขายจ้า! โดยอ้างว่าการจำหน่ายเครื่องดื่มชนิดนี้ มัน "ผิดกฎหมาย" ซึ่งในความเป็นจริงแล้วมันไม่ได้มีกฎหมายอะไรระบุไว้เลยด้วยซ้ำ

:::Recipe:::
เหล้าไซเดอร์ 8 oz.
เบียร์สเตาต์ 8 oz. (Stout Beer)

แหล่ง: https://www.youtube.com

10. SIDECAR

เป็นเครื่องดื่มที่มีที่มาคลุมเครือที่สุด! ไม่ว่าจะเป็นการกล่าวอ้างสิทธิ์ของโรงแรมระดับเวิร์ลด์คลาสอย่างRitz Hotel ในปารีส ก็ดี หรือการแสดงตัวของ the Buck’s Club ในลอนดอน ว่าเป็นผู้คิดค้นสูตรเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของ Orange Liqueur, บรั่นดี และ น้ำมะนาว ก็ดี แต่ไม่ว่าใครจะเป็นของสูตรก็ตาม เครื่องดื่มตัวนี้ก็ยังมีความคล้ายคลึงกับค็อกเทลรุ่นเก่าอย่าง Brandy Crusta และทำให้เรา "เมา" ได้อยู่ดี เอ้า! ชนแก้ว

:::Recipe:::
Triple sec 3/4 oz
บรั่นดี 1/2 oz
น้ำมะนาว 3/4 oz

แหล่ง: https://www.youtube.com

11. SCOTCH AND SODA

เหล้าสก็อตดีๆ ซักขวด มีมูลค่าไม่ต่ำกว่าหลายร้อยดอลล่าร์ ซึ่งการที่เราจะดื่มด่ำกับสุนทรียภาพในการรับรสและกลิ่นของวิสกี้เหล่านี้ เราจะใช้วิธี "จิบ" มากกว่าการ "ดื่ม" ซึ่งการเติมโซดาหรือน้ำเปล่าเข้าไป นับเป็นวิธีการสุดสามัญที่จะทำให้เราได้ดื่มด่ำกับรสชาติของเหล้าได้มากขึ้นและนานขึ่น มีนักดื่มตัวยงไม่น้อยที่เชื่อว่าเหล้าสก็อตราคาถูกมักจะมีรสชาติที่ห่วยจนถึงขั้นรสชาติน่าสะพรึงกลัวเลยทีเดียว ยังไงของแพงก็ดีกว่าว่างั้น

:::Recipe:::
เหล้าสก็อต 2 oz
Soda

แหล่ง: https://www.youtube.com

12. SAZERAC

Sazerac มักจะถูกขนานนามว่าเป็นค็อกเทลตัวแรกของชาวอเมริกา ซึ่งมีที่มาจากนิวออร์ลีนย้อนกลับไปสมัยก่อนการเกิดสงครามกลางเมืองด้วยซ้ำ ถ้าคุณมองหาเครื่องดื่มที่ผสมผสานระหว่างความขม, ความหวาน และ รสชาติแผดร้อนของวิสกี้ คุณมาถูกทางแล้ว!

:::Recipe:::
น้ำตาลก้อน 1 ก้อน
วิสกี้ข้าวไรย์ 2 1/2 oz.
Peychaud's Bitters 2 หยด
Angostura bitters 1 หยด
Absinthe
ผิวเลม่อน

แหล่ง: https://www.youtube.com

13. RUSTY NAIL

เป็นเครื่องดื่มที่ผสมผสานระหว่างสก็อตวิสกี้และ Drambuie เข้าไว้ด้วยกัน โดยมักจัดเสิร์ฟในแก้วทรง Old Fashion สุดคลาสสิคคู่กับผิวเลม่อนหอมๆสุดสดชื่น ซึ่งเครื่องดื่มชนิดนี้ หากใส่น้ำแข็งเข้าไปเราจะเรียกว่า "Rusty Nail" แต่หากเสิร์ฟแบบไม่ใส่น้ำแข็ง เราจะเรียกว่า "Straight Up Nail"

:::Recipe:::
Scotch whisky 1 1/2 oz
Drambuie® Scotch whisky 1/2 oz
ผิวเลม่อนพันเกลียว 1 ชิ้น

แหล่ง: https://www.youtube.com

14. RUM AND COKE

เครื่องดื่มสุดเบสิคอีกตัวที่เชื่อว่าเหล่าชาวเราต้องเคยคุ้นหู จนถึงขั้นคุ้นลิ้นกันมาบ้าง สำหรับ "รัมแอนด์โค้ก" ซึ่งหากเราไปสั่งเครื่องดื่มตัวนี้ในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่อย่างอังกฤษ อเมริกา หรือ ออสเตรเลียแล้วล่ะก็ สิ่งที่เราจะได้คือเครื่องดื่มที่ผสมรัม,โค้ก และน้ำแข็งเข้ากับมะนาวซักซีกแน่นอน แต่ในประเทศอื่นๆเขาจะเรียกเครื่องดื่มชนิดนี้ว่า "Cuba Libre"

:::Recipe:::
Barbados dark rum 2 oz
Dark rum 2 oz
Bacardi® 151 rum 1 oz
Coke 6 oz
น้ำมะนาว 1/2 oz
มะนาวหั่น 1 ซีก

15. ROB ROY

มีเครื่องดื่มและค็อกเทลมากมายเกิดขึ้นที่มหานครอย่างนิวยอร์กซิตี้ แต่ Rob Roy ก็ยังคงเป็นที่นิยมไม่เสื่อมคลาย เครื่องดื่มชนิดนี้ถือกำเนิดในปี 1986 โดยบาร์เทนเดอร์ของโรงแรมที่มีชื่อเสียงอย่างWaldorf-Astoria ซึ่งตั้งอยู่ใน Manhattan สำหรับที่มาของชื่อนั้นมาจากละครเพลงเรื่อง Rob Roy ที่จัดแสดงที่Herald Square Theatre

:::Recipe:::
Scotch whisky 2 oz
Dry vermouth 1 1/2 ช้อนชา
Vermouth, Sweet 1 1/2 ช้อนชา
Bitters 2 หยด
ผิวเลม่อน หรือ ผิวส้มพันเป็นเกลียว 1 ชิ้น

แหล่ง: https://www.youtube.com

16. OLD FASHIONED

เครื่องดื่มประจำตัวของ Don Draper ตัวเอกจากซีรี่ย์ชื่อดังอย่าง Mad Men เป็นเครื่องดื่มที่ผสมผสานกลิ่นอายสมัยใหม่และสมัยเก่าได้อย่างน่าสนใจ ถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องดื่มสุดคลาสสิคที่จะต้องลองให้ได้!

:::Recipe:::
Bitters 2 หยด
Scotch whisky 3 oz
น้ำเปล่า 1 ช้อนชา
น้ำตาลก้อน 1 ก้อน
ส้มสไลด์ 1 ชิ้น
Maraschino cherry 1 ลูก

แหล่ง: https://www.youtube.com

17. NEGRONI

สำหรับ Apéritif สุดสตรองตัวนี้ต้องยกเครดิตให้บาร์เทนเดอร์ชาวอิตาลีเขาเลย โดย NEGRONI ได้ถือกำเนิดขึ้นในปี 1919 จากการใช้ Gin ต่างโซดาเพื่อความเข้มข้น พร้อมเมาที่มากขึ้น นอกจากนี้ยังมีการปรับเปลี่ยนจากผิวเลม่อนมาใช้ผิวส้มแทนเพื่อให้ได้กลิ่นอายที่แตกต่างไปจากเดิม

:::Recipe:::
Dry gin 25ml
Dry vermouth 25ml
Campari 25ml
ผิวส้ม 1 ชิ้น
น้ำแข็ง

แหล่ง: https://www.youtube.com

18. MOJITO

ว่ากันว่า Mojito เป็นเครื่องดื่มประจำตัวนักเขียนรางวัลโนเบลและรางวัลพูลิตเซอร์อย่าง Ernest Hemingway โดยเครื่องดื่มชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่ฮาวาน่า ประเทศคิวบา เหมาะมากกับวันที่อากาศร้อนๆนั่งจิบMojito เย็นๆคือจะชิลล์ไปไหน ซึ่งเครื่องดื่มชนิดนี้ก็มีความหลากหลาย ทั้งสูตรและเหล้าที่ใช้ ก่อเกิดเป็นเครื่องดื่มใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็น Nojito ไปจนถึง Sojito ของเกาหลี

แล้ว Mojito ล่ะเป็นยังไง? อยากรู้ความดีงามของมันลองถาม Sam Axe จากซีรี่ย์ Burn Notice ดูซิว่ามันดีจริงไหม

:::Recipe:::
Captain Morgan® Original spiced rum 1.25 oz
ใบสะระแหน่ หรือ มิ้นต์ 12 ใบ
น้ำตาลทรายขาว หรือ น้ำตาลทรายแดง 1 ช้อนโต๊ะ (แนะนำเป็นน้ำตาลทรายแดงจะให้ความหอมและรสชาติที่กลมกล่อมกว่า)
น้ำมะนาว 0.5 oz
Soda 2 oz

แหล่ง: https://www.youtube.com

19. MARTINI

คำพูดสุดคลาสสิคของ Sean Connery ในเรื่อง Goldfinger คือ “shaken, not stirred” หรือก็คือ "เขย่า ไม่คน" เป็นการกล่าวถึงมาร์ตินี่ที่ใช้การเชคแทนการคน ซึ่งในบางครั้งเราก็เรียกมาร์ตินี่เชคแบบนี้ว่า "Bradford" นอกจากนี้ยังเป็นเครื่องดื่มสุดคลาสสิคที่เจมส์บอนด์โปรดปรานอีกด้วย

เครื่องดื่มมาร์ตินี่เกิดขึ้นในปี 1860 แล้วก็ผ่านการเล่นแร่แปรธาตุต่างๆจนกลายเป็นนานามาร์ตินี่ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น Dry Martini, Wet Martini หรือ Dirty Martiniก็ตาม

:::Recipe:::
Vodka 50ml
Dry vermuth 10ml
ผิวเลม่อน 1 ชิ้น

แหล่ง: https://www.youtube.com

20. MANLY TEMPLE

เครื่องดื่มสีแดงก่ำที่เกิดจากการผสมผสาน Shirley Temple(ม็อกเทลที่ประกอบด้วยสไปร์ทและเกรนาดีน) เข้ากับวิสกี้ เป็นการผสมผสานระหว่างสิ่งใหม่ๆเข้ากับไอเดียเก่าๆก่อเกิดเป็นเครื่องดื่มที่ถูกอกถูกใจคุณสุภาพบุรุษทั้งหลาย อย่าให้สีสวยๆกับMaraschino cherryลูกเล็กๆหลอกตาคุณได้เชียว เห็นอย่างนี้ Manly Temple ก็เป็นเครื่องดื่มสกิลเทพที่ชาวแมนสายแอลควรหามาดื่มเป็นอย่างยิ่ง!

:::Recipe:::
Whiskey 2oz
Grenadine1oz
Sprite

21. LONG ISLAND ICED TEA

เป็นค็อกเทลที่ได้ชื่อมาจากเกาะ Long Island ในนิวยอร์ค Long Island Iced Teaเป็นเครื่องดื่มที่มีการผสมเหล้าหลากหลายชนิด อันได้แก่ Gin, Tequila, Rum และ Vodka ซึ่งบาร์เทนเดอร์บางคนก็อาจจะผสม Soda น้ำมะนาว หรือ โค้กเข้าไปผสมด้วย ด้วยลักษณะสีที่คล้ายชาเย็นจึงกลายเป็นที่มาของชื่อ Iced Tea

:::Recipe:::
Tanqueray® gin 0.25 oz
Smirnoff® vodka No.21 0.25 oz
Captain Morgan® Silver spiced rum 0.25 oz
Jose Cuervo® Especial gold tequila 0.25 oz
Triple sec 0.25 oz
Sweet and Sour mix 1 oz (น้ำมะนาวคั้นสด 1ส่วน น้ำเชื่อม 3 ส่วน)
Coke 6 oz
มะนาว 1 ซีก

แหล่ง: https://www.youtube.com

22. KAMIKAZE

Kamikaze หมายถึง ลมแห่งสวรรค์ ในภาษาญี่ปุ่น ซึ่งเครื่องดื่ม Kamikaze มีชื่อเรียกอีกชื่อว่า Bullfrog โดยเกิดจากการผสมน้ำมะนาว, Triple sec. และ Vodka เข้าด้วยกัน เล่าลือกันว่าสูตรเครื่องดื่มนี้เกิดขึ้นในฐานทัพ Yokusuba สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง

:::Recipe:::
Smirnoff No. 21 Vodka 1.25 oz
Triple sec 0.25 oz
น้ำมะนาว 0.25 oz

แหล่ง: https://www.youtube.com

23. JACK AND COKE

สำหรับ Jack Daniel ผสมกับ Coke เคยได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงซึ่งมักจะจัดเสิร์ฟโดยใส่น้ำแข็งในแก้วทรง Old Fashion หรือ แก้วCollins ก่อนที่จะมีเวอร์ชั่นกระป๋องออกมาออกมาจำหน่ายในออสเตรเลีย และ นิวซีแลนด์

:::Recipe:::
Jack Daniel’s® Tennessee whiskey 2 oz
Coca-Cola® 8 oz

แหล่ง: https://www.youtube.com

24. IMPERIAL FIZZ

สิ่งที่ทำให้ IMPERIAL FIZZ แตกต่างจาก Whiskey Fizz ทั่วไปก็คือ การเติมไข่ขาวดิบเข้าไปในเครื่องดื่มนั่นเอง เป็นเครื่องดื่มที่คุณควรลองให้ได้หากยังมีโอกาสอยู่ แต่พึงระวังไว้ด้วยเพราะในไข่ดิบมีเชื้อซัลโมเนลลาที่ก่อให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษ หากคุณมีอาการไข้ขึ้น ท้องร่วง อาเจียน และ อาการปวดท้อง ก็ควรไปหาหมอซะ

:::Recipe:::
Rye whiskey 1.5 oz
Smith & Cross Navy Rum 0.5 oz
น้ำมะนาวสด 0.75 oz
2:1 Demerara syrup 0.5 oz (น้ำตาลทรายสีรำ 2 ส่วน น้ำ 1 ส่วน อาจใส่วอดก้าเล็กน้อย)
ไข่ขาว 1ฟอง
Soda
Angostura bitters

25. GREYHOUND

แรกเริ่มเดิมที GREYHOUND เป็นเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของน้ำเกรปฟรุ้ตและGin เสิร์ฟคู่กับน้ำแข็ง ต่อมาในปี 1945 วิวัฒนาการด้านการดื่มก้าวไกลขึ้นจึงเปลี่ยนจากการใช้ Gin แทน Vodka สุดท้าย Vodka กลับได้รับความนิยมมากกว่า Vodka จึงกลายเป็นวัตถุดิบสุดสามัญสำหรับเครื่องดื่มตัวนี้ไปแล้ว

:::Recipe:::
Vodka 2 oz
น้ำGrapefruit 5 oz

26. GOLD RUSH

เครื่องดื่มตัวนี้เกิดจากการผสมวิสกี้, น้ำมะนาว และ น้ำผึ้งเข้าไว้ด้วยกัน เป็นเครื่องดื่มสมัยใหม่ที่มีรากมาจากเครื่องดื่มเก่าๆ และในยุคสมัยนี้การใช้น้ำผึ้งแทนน้ำเชื่อมก็เป็นอะไรที่ทำให้เครื่องดื่มตัวนี้ดูพิเศษขึ้นมา ซึ่งในบางสูตรก็อาจจะใช้ Goldschläger ผสมกับ เครื่องดื่มชูกำลังอย่าง "กระทิงแดง" คนละครึ่ง

:::Recipe:::
Four Roses bourbon 2 oz
น้ำมะนาว 3/4 oz
น้ำผึ้ง 3/4 oz

แหล่ง: https://www.youtube.com

27. GODFATHER

สำหรับเครื่องดื่มชื่อคุ้นหูนี้ แน่นอนว่าต้องได้ชื่อมาจากหนังสุดคลาสสิคอย่าง God Father แน่นอน โดย God Father เป็นเครื่องดื่มที่เกิดจากการผสมผสานระหว่าง Scotch whisky และ Amaretto เพื่อเติมความหวานและกลิ่นหอมให้กับเครื่องดื่ม

:::Recipe:::
Scotch whisky 1 1/2 oz
Amaretto almond liqueur 3/4 oz

แหล่ง: https://www.youtube.com

28. GIN RICKEY

Rickeys กำเนิดเกิดขึ้นที่ Washington D.C. ในปี 1880 ตามสูตรดั้งเดิมแล้วทำจาก Bourbon ภายหลังจึงเปลี่ยนมาใช้ Gin แทน แต่ส่วนผสมอื่นๆอย่างน้ำมะนาว หรือ น้ำเชื่อมก็ยังคงเดิม

:::Recipe:::
Gin 2 oz
น้ำมะนาวคั้นสด 1 oz
น้ำเชื่อม 3/4 oz
ท็อปด้วยโซดา

แหล่ง: https://www.youtube.com

29. GIN AND TONIC

ตอนที่คุณสุภาพบุรุษทั้งหลายสั่งเครื่องดื่มชนิดนี้ไป กรุณาทำให้แน่ใจว่าคุณได้สั่งให้บาร์เทนเดอร์ใส่มะนาวแป้นหรือเลม่อน ซึ่งการใช้เลม่อนหรือมะนาวแป้นก็ขึ้นอยู่กับภูมิประเทศนั้นๆ และ บาร์เทนเดอร์ที่เป็นผู้ผสม แต่ถ้าคุณเลือกที่จะใช้ทั้งมะนาวและเลม่อน เครื่องดื่มนี้จะมีชื่อว่า "Evans" นอกจากนี้ Gin And Tonic ยังมีสูตรค่อนข้างหลากหลายยกตัวอย่างเช่น สูตร Henrick's Gin And Tonic ที่มีการใช้แตงกวาใส่เข้าไปแทนมะนาว ให้รสชาติที่สดชื่น แปลกใหม่ยิ่งขึ้น

:::Recipe:::
Beefeater Gin 1.5 oz
Tonic
เลม่อน 1 ซีก
มะนาวแป้น 1 ซีก

แหล่ง: https://www.youtube.com

30. FRISCO SOUR

Frisco sour เป็นการผสมผสานระหว่างกลิ่นหอมๆของสมุนไพรจาก Bénédictine liqueur เข้ากับรสชาติเผ็ดร้อนของวิสกี้ข้าวไรย์ และน้ำมะนาว เครื่องดื่มชนิดนี้ถูกบันทึกเป้นครั้งแรกในหนังสือ William Boothby’s World Drinks and How to Mix Them ปี1934

:::Recipe:::
Rye whiskey 2 oz
Benedictine 1/2 oz
น้ำมะนาว 1/2 oz

31. FRENCH 75/95

ในปี 1915 ณ มหานครนิวยอร์ค ได้กำเนิดเครื่องดื่มสุดคูลขึ้นมาอีกหนึ่งตัว ได้แก่ "FRENCH 75/95" ตัวนี้นี่เอง เครื่องดื่มชนิดนี้เกิดจากการผสม น้ำตาลเข้ากับ Gin, Champagne และน้ำมะนาว บางทีเขาก็เรียกเครื่องดื่มชนิดนี้ว่า "75 Cocktail" โดยความต่างระหว่าง French 75 กับ French 95 ก็คือ การใช้เหล้าที่ต่างกันโดน French 75 จะใช้ Gin และ ไม่ใส่น้ำส้ม แต่ French 95 จะใช้ Bourbon แทน

:::Recipe French 95:::
Bourbon whiskey 3/4 oz
น้ำเชื่อม 3/4 oz
น้ำมะนาว 1/2 oz
น้ำส้ม 1 oz
Champagne

แหล่ง: https://www.youtube.com

32. FLAMING DR. PEPPER

เครื่องดื่มสุดเจ๋งตัวนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ เบียร์ แล้วก็ส่วนของ เหล้า เวลาจะกินเราต้องจุดไฟในแก้วช็อตที่ใส่เหล้า Rum และ Amaretto แล้วปล่อยแก้วช็อตที่จุดไฟลงในแก้วเบียร์ ยกซดหมดแก้ว!

:::Recipe:::
Amaretto almond liqueur 3/4 shot
151 proof rum 1/4 shot
Beer 1/2 แก้ว

แหล่ง: https://www.youtube.com

33. DARK AND STORMY

จุดขายของเครื่องดื่มตัวนี้อยู่ที่การจัดเสิร์ฟในแก้ว Ball ทรงสูง บรรจุไปด้วย Gosling’s black rum และ Ginger beer เป็นสูตรทางการค้าของ Gosling Brothers of Bermuda แต่มันก็ไม่ได้มีกฎตายตัวว่าต้องใช้ Rum ของ Gosling เท่านั้น หนุ่มๆก็ลองหาสไตล์และรสชาติที่ชอบดู ว่า Rum ตัวไหนที่ใช่! แต่กว่าจะหาเจอก็ไม่รู้ว่าจะต้องหมดเหล้าไปอีกกี่ขวดอ่ะนะ

:::Recipe:::
Ginger Beer 8 oz.
Dark rum 2 oz.
มะนาว 1 ซีก

แหล่ง: https://www.youtube.com

34. CUBAN LIBRE

:::Recipe:::
Light rum 2 oz
Coca-Cola
มะนาว 1 ซีก

35. THE MANHATTAN

สำหรับเครื่องดื่มตัวนี้กำเนิดขึ้นในปี 1870 ณ มหานครนิวยอร์ก ซึ่งในแต่ละบาร์ก็มีสูตรที่หลากหลายและแตกต่างกันออกไป โดยทั่วไปจะใช้ วิสกี้, Sweet vermouth, และ Bitters ผสมให้เข้ากัน ซึ่งเหล้าที่ใช้ มักจะเป็นเหล้่าข้าวไรย์, Canadian whisky หรือ Bourbon เป็นต้น

:::Recipe:::
Rye whisky 2 oz
Italian vermouth 1 oz
Angostura bitters 2 หยด

แหล่ง: https://www.youtube.com

36. BOILERMAKER

สำหรับคนอเมริกา Boilermaker จะเสิร์ฟเหล้าหนึ่งช็อตกับเบียร์หนึ่งแก้ว แต่ในอังกฤษจะเสิร์ฟโดยใช้เบียร์ครึ่งขวดกับเหล้าครึ่งขวด ผสมเข้าด้วยกัน เป็นเครื่องดื่มเรียบง่ายแต่ล้มช้างได้ในไม่กี่แก้ว

:::Recipe:::
Whiskey 1 shot
Beer 1 แก้ว

แหล่ง: https://www.youtube.com

37. BLOODY BULL

ขั้นกว่าของ Bloody Mary ก็คือ Bloody Bull ตัวนี้นี่แหละ!!! สำหรับเครื่องดื่มที่ไม่ธรรมดาตัวนี้มีส่วนผสมที่ไม่ธรรมดาได้แก่ ซุปเนื้อ จะใช้แบบก้อนก็ได้ หรือ น้ำสต๊อกก็ดี ผสมเข้ากับน้ำมะเขือเทศ น้ำมะนาวและ Vodka เสิร์ฟกับเกลือ พริกไทย และ Worcestershire sauce เป็นเครื่องดื่มทีทำไม่ยาก แต่มีรสชาติฉีกกฎเครื่องดื่มเดิมๆจริงๆ

:::Recipe:::
Vodka 2.5 oz
น้ำมะเขือเทศ 6 oz
ซุปเนื้อแบบก้อน 1 ก้อน (หรือน้ำสต๊อกเนื้อ 4 oz)
น้ำมะนาว 2 ช้อนชา
น้ำเลม่อน 1 ช้อนชา

แหล่ง: https://www.youtube.com

38. BLACK VELVET

ด้วยการผสมผสานระหว่างเบียร์สเตาต์กับแชมเปญ เกิดเป็นเครื่องดื่มเบียร์ค็อกเทลรสชาติใหม่ที่ดูมีกลิ่นอายหรูหรามากกว่าเดิม โดยเครื่องดื่มนี้ถือกำเนิดขึ้นในปี 1861 ณ กรุงลอนดอน เพื่อป็นการไว้อาลัยให้แก่ เจ้าชายอัลเบิร์ต พระสวามีของควีนวิคตอเรียนั่นเอง แต่ความคูลมันยังไม่จบเพราะที่เด็ดกว่าคือการเทคนิคการ "เท" ให้ทั้งสองส่วนผสมแยกชั้นกัน เวลาเสิร์ฟดูสวยงามมีคลาสแบบสุดๆ

:::Recipe:::
Guinness stout
Champagne
บางครั้งก็อาจจะใช้เหล้าไซเดอร์หรือPerry แทนแชมเปญก็ได้ ซึ่งลำดับการเทก็ไม่ตายตัว จะเทเบียร์ก่อนแชมเปญก็ได้ หรือจะเทแชมเปญก่อนมันก็ไม่ผิด

แหล่ง: https://www.youtube.com

39. BILLIONAIRES MARGARITA

สำหรับ BILLIONAIRES MARGARITA เป็นค็อกเทลรุ่นใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านในเท็กซัส แค่ฟังชื่อก็ดูรวยแล้ว เพราะมันมีที่มาจากการใช้เหล้าราคาแพงมาเป็นส่วนผสม ซึ่งในบางสูตรราคาสูงถึง 1,200 ดอลล่าร์ต่อแก้วเลยทีเดียว สำหรับเครื่องดื่มตัวนี้จะมีส่วนผสมหลักเป็นน้ำตาล, บรั่นดี Grand Marnier,Tequila และ น้ำมะนาว ซึ่งจะเสิร์ฟเหมือน Margarita ทั่วไป คือเสิร์ฟกับน้ำแข็ง และโรยเกลือที่ปากแก้วแต่งด้วยมะนาวสไลด์

:::Recipe:::
น้ำแข็งบด 5 oz.
Cuervo Reserva de la Familia 1 oz.
Grand Marnier.5 oz.
น้ำมะนาวคั้นสด 2 oz.
มะนาวหนึ่ซีก
เกลืออีกเล็กน้อย

แหล่ง: https://www.youtube.com

40. BEER BUSTER

อีกหนึ่งเครื่องดื่มสมัยใหม่ที่ประวัติไม่ได้มากมายอะไร แต่มันคูล! เป็นการเอาเบียร์มาผสมVodka แล้วราด Tabascoลงไป จบปิ๊ง ชนแก้ว!

:::Recipe:::
Vodka 2 oz
Beer
Tabasco

กำลังดูบอลใช่ปะ? จัดเลยเพลินๆ

แหล่ง: https://www.youtube.com

41. BLUE HAWAIIAN

เป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีสำหรับเครื่องดื่มตัวนี้ เพราะนิยมจัดเสิร์ฟริมสระน้ำ ซึ่ง Blue Hawaiian เป็นส่วนผสมของ Blue Curaçao, Rum, น้ำสับปะรด และ Creme of coconut ในบางครั้งก็มีการใส่ Vodka เพิ่มเข้ามา

:::Recipe:::
Light rum 1 oz
Cherry 1 ลูก
น้ำสับปะรด 2 oz
Blue Curacao liqueur 1 oz
Cream of coconut 1 oz
สับปะรด 1 ชิ้น

42. LEMONDROP

Lemondrops บางครั้งก็ถูกเรียก Martini มะนาว โดยปกติ Lemondrops เป็นการผสมเครื่องดื่มโดยใช้ Vodka เป็นเบส ผสมผสานเข้ากับน้ำมะนาว และ น้ำเชื่อม อาจเพิ่มความพิเศษโดยใส่ Triple sec, Citrus schnapps ก็ได้

:::Recipe:::
Absolut® vodka 1 1/2 shots
Cointreau® orange liqueur 1 1/2 shots
มะนาว 1 เสี้ยว
น้ำแข็ง
น้ำตาล

แหล่ง: https://www.youtube.com

43.SANGRIA

สำหรับ Sangria มีต้นกำเนิดที่ประเทศสเปน สมัยก่อนเป็นที่นิยมแพร่หลายใน สเปนและโปรตุเกส Sangria ดั้งเดิมทำจากไวน์แดงและผลไม้สดหั่น แต่ในปัจจุบันนิยมมากในอเมริกลางและอเมริกาใต้ มีการเพิ่ม น้ำส้ม และ บรั่นดีเข้ามา

:::Recipe:::
ส้ม 1 ลูก
ไวน์แดงสเปน 1 ขวด
ไวน์ Rose สเปน 400ml
บรั่นดี 50ml
Marsala Wine 50ml
ผลไม้ตามฤดูกาล
น้ำอัดลมกลิ่นส้ม 500ml
น้ำแข็ง

44. MAI TAI

เครื่องดื่มตัวนี้เกิดขึ้นใน1944 ในอเมริกา เนื่องจากเจ้าของภัตตาคาร Trader Vic's ต้องการทำเครื่องดื่มเพื่อต้อนรับเพื่อนชาวตาฮีติ หลังจากพวกเขาได้ดื่มมันเข้าไปก็ร้องออกมาว่า "Maita'i, Maita'i" ซึ่งแปลว่ายอดเยี่ยม สุดท้ายจึงกลายมาเป็นชื่อของเครื่องดื่มตัวนี้

:::Recipe:::
Light rum 1 oz
Creme de almond 1/2 oz
Triple sec 1/2 oz
Sweet and sour mix
น้ำสับปะรด
Myer’s® dark rum 1/2 oz

แหล่ง: https://youtu.be

45. FUZZY NAVEL

ถึงจะยังไม่แน่ชัดว่าใครกันที่เป็นเจ้าของสูตรเครื่องดื่มสุดเด็ดตัวนี้ แต่เป็นที่รู้กันดีว่า เครื่องดื่มตัวนี้โด่งดังมาตั้งแต่ยุค 1980 จนถึงปัจจุบัน ด้วยส่วนผสมระหว่างน้ำส้มครึ่งหนึ่งและ Peach schnapps ครึ่งหนึ่ง หากหนุ่มๆคิดว่ามันยังไม่เข้ม ยังไม่สตรองพอ สามารถเพิ่มVodka เข้าไปได้อีก 1-1(1/2) oz ซึ่งเราจะเรียกเครื่องดื่มที่เพิ่ม Vodka นี้ว่า "Hairy Navel" ได้

:::Recipe:::
Peach schnapps 1 1/2 oz
น้ำส้ม 3 oz
น้ำแข็ง

แหล่ง: https://www.youtube.com

46. AMARETTO SOUR

Amaretto ได้มาจากเมล็ดของแอพริคอต หรือไม่ก็ อัลมอนด์ มีคุณสมบัติช่วยเสริมรสชาติของอาหารหรือขนมให้โดดเด่นยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ทิรามิสุ, แพนเค้ก, วิพครีม สิ่งเหล่านี้ล้วนมี Amaretto เป็นวัตถุดิบปรุงแต่งรส Disaronno ถือเป็นแบรนด์หนึ่งที่ผลิต Amaretto โดยปราศจากส่วนผสมของถั่วและปลอดภัยเป็นอย่างมากสำหรับผู้แพ้อาหารประเภทนี้ สำหรับ Amaretto sour เป็นเครื่องดื่มที่มีการผสมผสานระหว่าง น้ำมะนาว, น้ำแข็ง และ Amaretto เหมาะกับการดื่มหลังอาหารค่ำเป็นอย่างยิ่ง

:::Recipe:::
Amaretto almond liqueur 1 1/2 oz
Top ด้วย Sweet and sour mix

แหล่ง: https://youtu.be

47. SALTY DOG

Salty Dog มันคือ "Grey Hound ฉบับดั้งเดิม" ที่ใช้ Gin เป็นส่วนผสม แล้วแปลงร่างเป็นเครื่องดื่มใหม่ แค่เพิ่ม "เกลือ" ที่ขอบแก้ว ปิ๊ง! กลายเป็น Salty Dog ทันที นอกจากรูปลักษณ์ที่ไฉไลและรสชาติที่เค็มกว่าเดิมนิดหน่อย ส่วนผสมอื่นก็ยังคงเดิมไม่มีเปลี่ยนแปลง อร่อยเหมือนเดิม!

:::Recipe:::
น้ำ Grape Fruit 5 oz
Gin 1 1/2 oz
เกลือ 1/4 ช้อนชา

แหล่ง: https://www.youtube.com

48. WHITE RUSSIAN

White Russian ถือเป็นเครื่องดื่มประจำตัวของ The Dude ตัวเอกในเรื่อง The Big Lebowski โดยมีส่วนผสมของ Coffee Liqueur, Vodka และ ครีม ซึ่งบางทีก็อาจจะใช้เป็นนมสดแทนก็ได้ White Russian เป็นเครื่องดื่มที่ได้รับการพัฒนามาจาก Black Russian จะมีรสชาติหวานมันเล็กน้อยจากครีม มีกลิ่นหอมจาก Coffee Liqueur และ รสชาติร้อนๆจาก Vodka เป็นเครื่องดื่มที่ทานง่าย หมดง่าย นอกจากนี้ หนุ่มๆยังสามารถปรับเปลี่ยนสูตรให้กลายเป็น "Dirty Russian" โดยการเติมช็อคโกแลตเข้าไป หรือใช้ นมช็อคโกแลต แทนครีมก็ได้

:::Recipe:::
Vodka 2 oz
Coffee liqueur 1 oz
ครีมหรือนมสด

แหล่ง: https://www.youtube.com

49. CAIPIRINHA

สำหรับ CAIPIRINHA ตัวนี้ถือเป็นเครื่องดื่มประจำชาติของชาวบราซิลเลยทีเดียว ไม่ว่าคุณจะอยู่แห่งหนตำบลใด แต่หากคุณยังยืนอยู่บนแผ่นดินบราซิล คุณจะสามารถหามันมาดื่มได้แน่นอน! โดยส่วนผสมหลักมาจาก Cachaça เหล้าที่ได้จากการกลั่นน้ำอ้อย ของดี OTOP จากประเทศบราซิลนั่นเอง

:::Recipe:::

น้ำตาลทรายแดง 2 ช้อนชา
มะนาว 8 ซีก
Cachaça 2 1/2 oz

แหล่ง: https://www.youtube.com

50. BLACK AND TAN

สาวกที่ชื่นชอบการดวดเบียร์จะต้องไม่พลาดเครื่องดื่มตัวนี้ด้วยประการทั้งปวง เพราะมันคือที่สุดของการดื่มเบียร์! Black and Tan กำเนิดจากเบียร์สองชนิดผสมเข้าด้วยกัน ได้แก่ Dark Beer และ Pale Beer เข้าด้วยกัน ซึ่งการจะดื่มให้คูล ดูมีสไตล์ก็ต้องมีเทคนิคในการผสมเล็กน้อย เพราะเวลาเสิร์ฟต้องเสิร์ฟแบบที่เบียร์สองชนิดแยกชั้นกันเป็นเลเยอร์ใคร เลเยอร์มัน เครื่องดื่มนี้มันถึงจะคูล ความเจ๋งนอกจากจะวัดที่เครื่องดื่มแล้ว มันยังต้องวัดที่ตัวคนทำอีกด้วย

:::Recipe:::
Pale ale
Guinness Draught

แหล่ง: https://www.youtube.com

จบแล้ว 50 สูตรสุดแมนที่ควรลอง หนุ่มๆผ่านมากี่สูตรแล้วล่ะ ครบทั้ง 50 รึยัง ถ้ายังไม่ครบไปจัดให้ครบ แล้วมาบอกด้วยว่าเป็นยังไงบ้าง

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg 971f15f6 f0e8 47b5 8c8c 1d0a5b4073aa

ปลาต้มเผือก