QUAY 2559/12/06 14:48
Thumb lg 7939

ลอยไปเลย! 10 ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่คอกัญชาต้องไปเยี่ยมเยียนให้ครบ

9048 Pepper

แล้วจะพบว่าสวรรค์บนดินอยู่ไม่ไกล

Weed Marijuana Around the World

สำหรับเจ้าหญ้าขวัญใจมหาชนอย่าง ‘กัญชา’ นั้นต้องบอกว่าเป็นประเด็นที่ได้รับการถกเถียงกันในหลายสังคมทั่วโลกมาตลอดทุกยุคทุกสมัยครับ ที่เป็นแบบนั้นก็เพราะว่าเจ้าพืชชนิดนี้มีความก้ำกึ่งระหว่างการเป็นยาเสพติดและพืชที่มีคุณสมบัติที่สามารถใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์ได้นั่นเอง แต่ในยุคปัจจุบันสังคมโลกเริ่มให้การยอมรับในตัวของกัญชามากขึ้นและกฎหมายในหลาย ๆ รัฐและประเทศก็เริ่มจะผ่อนปรนให้ประชาชนทั่วไปสามารถสูบได้บ้างในปริมาณที่จำกัด สำหรับประเทศไทยก็ยังมีการถกเถียงถึงสถานะของเจ้าหญ้ายิ้มตัวนี้อยู่เช่นกันว่าตกลงแล้วมันคือยาเสพติดหรือธัญญพืชที่มีคุณค่าต่อการรักษาโรคกันแน่ ซึ่งก็ต้องเป็นเรื่องที่ยังต้องถกเถียงกันต่อไป (แต่ตอนนี้ยังคงเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายอยู่นะครับ)
.
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นในหลาย ๆ ประเทศทั่วโลกก็เริ่มเปิดให้เจ้ากัญชากลายเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมายเรียบร้อยแล้ว เช่นในรัฐวอชิงตันหรือโคโลราโดในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งก็ทำให้หลาย ๆ ประเทศใช้เจ้าสิ่งนี้เป็นจุดขายและดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าประเทศได้ด้วย (แค่บางส่วนนะครับ) วันนี้เรามี 10 ประเทศตัวท็อปที่เรียกได้ว่าเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของคอกัญชาที่ห้ามพลาดมาแนะนำให้ได้รู้จักกัน เรียกว่าถ้าคุณคือสายเขียวแล้วชีวิตนี้ไม่ไปเยือนให้ครบล่ะก็ เสียชาติเกิด!

10. คิงสตัน จาไมก้า

หลายคนอาจคิดว่าประเทศบ้านเกิดของ Bob Marley ราชาเพลงเร็กเก้ควรจะได้อันดับที่สูงกว่านี้ แต่เราอยากให้ประเทศนี้เป็นตัวเปิดบทความ ก็เลยนำมาไว้ที่อันดับนี้ครับ จาไมก้าเป็นประเทศที่มีนักท่องเที่ยวขาสูบนับพันนับหมื่นแวะมาเยี่ยมเยียนกันตลอดปี โดยทางเทคนิคแล้วกัญชายังคงเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายอยู่ในประเทศจาไมก้า แต่เราก็สามารถหาได้ตามท้องถนนทั่วไปเพราะใครต่อใครก็นำออกมาขายให้เรากัน มีจริงจังถึงขั้นจัดเป็นทัวร์สูบกันเลยก็มีครับ เรียกว่าต้องพร้อมสูบเพื่อพิสูจน์ว่าตัวคุณเองนั้นไม่ใช่ตำรวจแฝงตัวมากันเลยก็มี แต่ก็ขอให้พึงระวังไว้ก่อนว่าจาไมก้าเป็นประเทศโลกที่สามที่เต็มไปด้วยอาชญากรรมและปัญหาสังคมหลายอย่าง หากจะไปก็ต้องระวังตัวดี ๆ นะครับ

9. พอร์ตแลนด์ รัฐโอเรกอน สหรัฐอเมริกา

โอเรกอนเป็นรัฐแรก ๆ ในสหรัฐอเมริกาที่ผ่านกฎหมายกัญชาสำหรับใช้เสพเพื่อความบันเทิงได้ (ไม่แปลกใจเลยทำไมติดอันดับ) โดยปกติแล้วตัวเมืองพอร์ตแลนด์เองก็มีสเน่ห์ในเรื่องของธรรมชาติและความสโลว์ไลฟ์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พอได้กัญชาเข้าไปอีกด้วยนี่ได้สโลว์กันแบบเต็มที่แน่นอนครับ รัฐโอเรกอนเปรียบเสมือนเป็นทัพหน้าในการผลักดันให้กัญชาถูกกฎหมายในสหรัฐอเมริกาเลยก็ว่าได้ แถมในเมืองยังมีคาเฟ่กัญชาเปิดด้วยนะ เค้าสูบกันจริงจังแค่ไหนถามใจตัวเองดู!

8. ซีแอตเทิล รัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา

ยังคงอยู่กันในสหรัฐอเมริกาครับ นี่คือหนึ่งในรัฐแรก ๆ ที่ผ่านกฎหมายให้กัญชากลายเป็นของถูกกฎหมายเช่นกัน ในเมืองแห่งนี้คุณสามารถพ้นโทษในการครอบครองกัญชาได้หากมีใบสั่งจากแพทย์อย่างถูกต้องว่าให้นำมาใช้ทำอะไร แน่นอนว่าเมืองที่สนับสนุนกัญชาแบบนี้ก็ย่อมเป็นเมืองที่มีธรรมชาติหนาแน่น และซีแอตเทิลก็ได้รับฉายาว่าเป็นหนึ่งในเมืองที่เขียวขจีที่สุดในอเมริกาด้วย (ไม่ใช่แค่กัญชานะครับ แต่หมายถึงพืชอื่น ๆ ทุกชนิด) แถมที่เมืองนี้ยังเป็นที่จัดงาน Seattle Hempfest เทศกาลแรลลี่กัญชาที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วย จะว่าเป็นเทศกาล Coachella ของเหล่านักสูบก็ยังได้

7. นิมบิน ออสเตรเลีย

ไปไกลกันมาหลายประเทศแล้ว กลับมาที่ดินแดนไม่ใกล้ไม่ไกลไทยแลนด์กันบ้างครับกับ นิมบิน เมืองเล็ก ๆ ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย ที่แห่งนี้ถูกขนานนามว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธ์ของเหล่าฮิปปี้เลยครับ แม้จะเป็นเมืองเล็ก ๆ ที่มีอาคารบ้านเรือนแค่ราว 400 หลังก็ตาม และในเทศกาล MardiGrass ของเมืองนี้ก็มีจุดเด่นกว่าที่อื่นมากทีเดียวครับ เช่นการจัด Hemp Olympic ให้เหล่าชาวนักสูบมาแข่งขันกีฬาสายเนื้อกันหลายรายการ ทั้ง “Bong Throwing” ละ “Speed Rolling” เป็นต้น

6. คริสเตียเนีย เดนมาร์ก

จริง ๆ แล้วกัญชาเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายในประเทศเดนมาร์กครับ แต่เมืองคริสเตียเนียนั้นเรียกตัวเองว่าเป็นเขตปกครองตนเองที่กลายมาเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางของชาวบ้องที่บอกได้แค่ว่าห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวงไปแล้ว เป็นเมืองเล็ก ๆ แบบที่เราอาจจะเรียกว่าแดนลับแลก็ว่าได้ ที่นี่คือ “Green Light District” สำหรับคนพื้นเมืองมักจะเรียกที่นี่ว่า “คริสเตียเนีย เมืองแห่งความเสรี” (Freetown Christiania) กันเลยทีเดียว

5. โอ๊กแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา

โอ๊กแลนด์ก็เป็นอีกดินแดนที่เหล่าคอกัญชาควรแวะไปเยี่ยมเยียนให้ได้ซักครั้งครับ มีสถานที่แห่งหนึ่งในแถบดาวน์ทาวน์ของเมืองเมืองนี้ถูกขนานนานว่าเป็น Oaksterdam (โอ๊กแลนด์ + อัมสเตอร์ดัม เมืองใหญ่ในเนเธอร์แลนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่องกัญชา) กันเลยทีเดียว ที่นี่มีทั้งร้านกาแฟสำหรับคอกัญชา ร้านขายอุปกรณ์เพราะปลูกหญ้ายิ้ม รวมถึงมีมหาวิทยาลัยเกี่ยวกับกัญชาเปิดสอนด้วย ชื่อว่า Oaksterdam University ถ้าจริงจังกันขนาดนี้ล่ะก็เอาอันดับ 5 จากทางเราไปเลยพี่ครับ!

4. แวนคูเวอร์ แคนาดา

ถ้าบอกว่าเป็นคอกัญชาแล้วไม่รู้ว่าแวนคูเวอร์คือตลาดใหญ่ล่ะก็ เลิกสูบดีกว่าครับ จริง ๆ แล้วการครอบครองกัญชาโดยไม่มีใบอนุญาตในประเทศแคนาดายังผิดกฎหมายอยู่แต่ปกติตำรวจจะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นซักเท่าไหร่หากจับเราได้ในปริมาณที่น้อยกว่าหนึ่งออนซ์ ว่ากันว่ารายได้ในวงการหญ้ายิ้มของประเทศนี้มีเงินสะพัดถึงกว่า 6 พันล้านดอลลาร์ต่อปีเลยทีเดียว ถือว่าเป็นอีกหนึ่งแหล่งที่คอกัญชาไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง ในปี 2012 เคยมีผลสำรวจออกมาว่าประชากรกว่า 61% ของรัฐบริทิชโคลัมเบียออกมาสนับสนุนกัญชาให้เป็นของถูกกฎหมายด้วย แถมที่นี่ก็ยังมีร้านอาหารและคาเฟ่สำหรับคอกัญชาด้วยเช่นกัน (อนุญาตให้สูบได้ แต่ไม่ได้จำหน่ายเอง) แต่ถึงกระนั้นกฎหมายการครอบครองยาเสพติดของแคนาดาก็แรงอยู่นะครับ 3 กิโลกรัม = คุก 1 ปี เพราะฉะนั้นแล้วถ้าจะไปก็อย่าเอาไปเยอะล่ะ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน

3. ปราก สาธารณรัฐเช็ค

หลายคนอาจจะงงว่า ปรากเนี่ยนะ? ประเทศที่เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของคอกัญชา แต่มันเป็นแบบนั้นจริง ๆ ครับ ที่เช็คนี่ถือว่าเป็นประเทศที่มีเสรีภาพในกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติดมากที่สุดในยุโรปแล้ว เกือบจะแทบทุกอย่างสามารถหาได้จากที่นี่ และคุณก็สามารถปลูกกัญชาเอาไว้ในบ้านได้มากถึง 5 ต้นรวมถึงครอบครองไว้กับตัวได้สูงถึง 15 กรัมเลยทีเดยว ที่ทำให้กรุงปรากได้อันดับสูงก็เพราะบรรยากาศอันแสนผ่อนคลายเหมาะกับการสโลว์ไลฟ์ไปกับบรรยากาศของเมืองด้วยหญ้ายิ้มนี้นี่นเองครับ ไม่ต้องกังวลกับเจ้าหน้าที่มากเหมือนที่ประเทศอื่นด้วยนะเออ

2. บาร์เซโลนา สเปน

สเปนเป็นประเทศแรก ๆ ในทวีปยุโรปที่ทำให้กัญชาถูกกฎหมาย ที่นี่อนุญาตให้เราสามารถใช้และปลูกกัญชากันส่วนตัวได้ (ห้ามนำออกมาขาย, ซื้อ) และสามารถพกได้มากถึง 40 กรัมอย่างถูกกฎหมาย! และกฎหมายที่ประเทศสเปนนั้นก็ถือว่าให้ความเป็นส่วนตัวกับนักสูบมากทีเดียวครับ อาชญากรรมจะต้องมีเหยื่อมาแจ้งความด้วยเท่านั้น ถ้าเราไม่สูบไปจนทำใครเค้าเดือดร้อน จะล่องลอยแค่ไหนก็ไม่มีใครมายุ่งกับเราแน่นอน แถมยังมีเทศกาลกัญชาใหญ่ ๆ อย่าง Spannabis และ High Life Expo ด้วย สุดยอดใช่มั้ยล่ะ!

1. อัมสเตอร์ดัม เนเธอร์แลนด์

ถ้าพูดเรื่องสถานที่สำหรับกัญชาโดยไม่มีกรุงอัมสเตอร์ดัมประกอบอยู่ด้วยก็พับบทความเก็บกลับบ้านไปเลยดีกว่าครับ ที่นี่แหละคือ Holy City สำหรับชาวบ้องของจริงแบบไม่มีประเทศอื่นใดในโลกเทียบได้! ว่ากันว่าที่คาเฟ่กัญชาของเมืองนี้นั้นมีเมนูให้เลือกสรรถึงกว่า 200 เมนู! แถมยังมีเทศกาลประจำปีของกัญชาอย่าง High Times Cannabis Cup จัดเป็นประจำอีกด้วย แต่การจะซื้อกัญชาในประเทศนี้ได้ก็ต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไปก่อนนะครับ จะบอกว่ากัญชาเป็นสิ่งที่สร้างรายได้ เก็บภาษีเข้าเมือง และดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยมเยียนอย่างไม่ขาดสายเลยก็ว่าได้ ไม่มีใครในโลกที่รักการปาร์ตี้แล้วไม่อยากมาที่เมืองเมืองนี้ครับ Red Light District หนึ่งเดียวที่ทุกคนต้องมาบูชา!

คิดว่ากัญชาควรถูกกฎหมายหรือไม่?

Preload

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg a1efe3d5 aac6 4169 b184 98a4e34df5ff

QUAY