Anonymous 2559/12/07 14:48
Thumb lg ajax

10 สุดยอดผู้เล่นที่เติบโตจากอคาเดมี่ Ajax!

2603 Pepper

อาแจ็กซ์เสมือนเป็นจุดศูนย์รวมการปั้นนักฟุตบอลจากลีกดัทซ์ ออกสู่สโมสรยักษ์ใหญ่ของยุโรป แต่จะมีใครบ้างที่คู่ควรจะเป็นสุดยอดผู้เล่นที่ได้ชื่อว่าเติบโตจากอาแจ็กซ์

Ajax Amsterdam Footballer Eredivisie academy

อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัมเป็นสโมสรฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยประสบความสำเร็จสามารถคว้าแชมป์เอเรอดีวีซีได้มากที่สุดของลีกดัทซ์โดยคว้าแชมป์ได้ถึง 33 สมัย นอกจากนี้ยังสามารถคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีกหรือยูโรเปี้ยนคัพเดิมได้อีกถึง 4 สมัย นับเป็นสโมสรจากลีกดัทซ์ที่คว้าแชมป์ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีกได้สูงสุดเช่นกัน เหตุใดอาแจ็กซ์ถึงสามารถประสบความสำเร็จได้ถึงขนาดนั้น ส่วนหนึ่งคือการมีระบบพัฒนานักเตะเยาวชนที่ดี อะคาเดมี่ของอาแจ็กซ์ถือเป็นศูนย์ฝึกฟุตบอลเยาวชนที่มีชื่อเสียงของโลกปั้นนักเตะชั้นยอดออกสู่ตลาดยุโรปมากมายตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน นอกจากจะมีศูนย์ฝึกเยาวชนที่ดีแล้วยังมีระบบพัฒนาทีมที่ดีอีกด้วย จะเห็นได้จากนักเตะหลายคนแม้ไม่ได้เติบโตจากอะคาเดมี่ของทีม แต่ย้ายมาเล่นในสมัยที่ยังเป็นเพียงดาวรุ่งยังไม่มีชื่อเสียงอะไร จนอาแจ็กซ์ช่วยปลุกปั้นให้กลายเป็นนักเตะระดับโลกที่เล่นอยู่กับบรรดาสโมสรชั้นนำของยุโรปมากมาย วันนี้เราจะมาดู 10 สุดยอดผู้เล่นที่เติบโตจาก Ajax จนกลายเป็นนักเตะระดับโลกกัน

10. Wesley Sneijder

ปีที่ลงเล่น : 2002–2007 (ย้ายไปเรอัล มาดริด 27 ล้านยูโร)

เวสลี่ย์ สไนเดอร์ ถือเป็นผลผลิตชั้นยอดของอะคาเดมี่อาแจ็กซ์ มาฝึกฟุตบอลกับอะคาเดมี่ตั้งแต่อายุ 7 ขวบ จนกระทั่งปี 2007 ด้วยวัยเพียง 18 ปี ก็สามารถก้าวขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ได้ในตำแหน่งกองกลางตัวรุก จัดเป็นกองกลางตัวรุกที่ไปกับบอลได้ดี จ่ายบอลแม่น และยิงไกลได้ดีอีกด้วย ในฤดูกาลแรกที่เลื่อนชั้นขึ้นมา แม้ช่วงแรกจะยังไม่ใช่ผู้เล่นตัวหลักของทีมแต่เมื่อได้รับโอกาสลงสนามก็สามารถโชว์ผลงานได้ดีจนกลายเป็นผู้เล่นตัวหลักของทีมได้สำเร็จ ค้าแข้งให้อาแจ็กซ์ถึงปี 2007 ลงสนามไป 180 เกม ยิงไป 58 ประตู เป็นกำลังสำคัญในการพาอาแจ็กซ์คว้าแชมป์เอเรอดีวีซี 1 สมัย และแชมป์เค เอ็น วี บี คัพ 2 สมัย หลังจากนั้นในปี 2007 ก็ถูกเรอัล มาดริด คว้าตัวไปร่วมทีมด้วยค่าตัวถึง 27 ล้านยูโรจนเป็นนักเตะเนเธอร์แลนด์ที่มีค่าตัวแพงเป็นอันดับ 2 ในขณะนั้น แม้จะค้าแข้งให้มาดริดได้เพียง 2 ฤดูกาล แต่ก็สามารถช่วยพาทีมคว้าแชมป์ลาลีกาในฤดูกาล 2007–08 และในปี 2009 ก็ย้ายไปร่วมทีมอินเตอร์มิลานและสามารถช่วยพาทีมคว้าทริปเปิ้ล แชมป์ (แชมป์เซเรีย อา โคปปา อิตาเลียและยูฟ่า แชมป์เปี้ยนลีก) ได้ในฤดูกาล 2009-10 ค้าแข้งกับอินเตอร์ จนกระทั่งปี 2012 ก็ย้ายมาร่วมทีมกาลาตาซารายในตุรกี และเขายังคงรักษามาตรฐานการคว้าแชมป์กับทุกสโมสรที่ค้าแข้งด้วย โดยพาทีมคว้าแชมป์ลีกตุรกีไปแล้ว 2 สมัย ปัจจุบันสไนเดอร์ยังคงค้าแข้งอยู่กับกาลาตาซาราย สำหรับการเล่นในเกมทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ลงสนามไปถึง 126 เกม ยิงไป 30 ประตู ถือเป็นกำลังหลักและมีส่วนสำคัญในการพาเนเธอร์แลนด์คว้ารองแชมป์ฟุตบอลโลกปี 2010

9. Edwin van der Sar

ปีที่ลงเล่น : 1990–1999 (ย้ายไปยูเวนตุส 4.75 ล้านยูโร)

เอ็ด วิน ฟาน เดอร์ ซาร์ แม้จะไม่ได้โตจากศูนย์ฝึกเยาวชนของอาแจ็กซ์ แต่อาแจ็กซ์เป็นต้นสังกัดแรกของเขาในการเล่นฟุตบอลอาชีพ แม้ช่วงแรกจะไม่ใช่ผู้รักษาประตูตัวจริง แต่หลังจากได้รับโอกาสลงสนามก็โชว์ฟอร์มได้ดีจนเป็นผู้รักษาประตูมือหนึ่งของทีมเต็มตัวในฤดูกาล1993–94 และโชว์ผลงานการเซฟได้อย่างยอดเยี่ยมตลอดมา ลงสนามไป 312 เกม ช่วยพาอาแจ็กซ์คว้าแชมป์เอเรอดีวีซี 4 สมัย แชมป์ เค เอ็น วี บี คัพ 3 สมัย และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 1 สมัย จนกระทั่งปี 1999 ก็ย้ายมาร่วมทีมยูเวนตุสด้วยค่าตัวประมาณ 5 ล้านปอนด์ เล่นให้ยูเวนตุสได้ 2 ฤดูกาล ไม่สามารถพาทีมคว้าแชมป์ระดับเมเจอร์ได้เลย พร้อมกับเสียมือหนึ่งให้กับจานลุยจี บุฟฟ่อน ในปี 2001 จึงตัดสินใจย้ายมาเล่นในพรีเมียร์ลีกกับทีมฟูแลม เล่นให้ฟูแลมจนถึงปี 2005 ก็ถูกอเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ดึงตัวมาเล่นให้กับทีมปีศาจแดง โดยเฟอร์กี้มองว่าฟาน เดอร์ ซาร์ จะเป็นผู้รักษาประตูที่ดีที่สุดของสโมสรต่อจากชไมเคิล ในระหว่างเฝ้าเสาช่วยพาทีมปีศาจแดงคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกถึง 4 สมัย และแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกอีก 1 สมัย นอกจากนี้ในเกมระดับทีมชาติถือเป็นตัวหลักของเนเธอร์แลนด์ตั้งแต่ปี 1995-2008 ลงสนามเฝ้าเสาใช้ทีมชาติไปกว่า 130 เกมส์ จนกลายเป็นนักเตะที่ลงสนามรับใช้ทีมชาติเนเธอร์แลนด์มากที่สุดตลอดกาล

8. Dennis Bergkamp

ปีที่ลงเล่น : 1986–1993 (ย้ายไปอินเตอร์ มิลาน 9.7 ล้านยูโร)

เดนนิส เบิร์กแคมป์ เป็นอีกหนึ่งตำนานศูนย์หน้าที่มาจากอะคาเดมี่อาแจ็กซ์ ก่อนจะก้าวขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ในปี 1986 ด้วยวัยเพียง 17 ปี ลงสนามให้อาแจ็กซ์ 237 เกม ยิงไป 122 ประตู ช่วยพาทีมคว้าแชมป์เอเรอดีวีซี 1 สมัย และแชมป์เค เอ็น วี บี คัพ 2 สมัย หลังจากนั้นในปี 1993 ก็ย้ายมาร่วมทีมอินเตอร์ มิลาน เล่นได้ 2 ฤดูกาลก็ย้ายมาสร้างตำนานในถิ่นไฮบิวรี่ของอาร์เซนอล ลงเล่นให้อาร์เซน่อลตั้งแต่ปี 1995–2006 ลงสนามให้อาร์เซนอลไปถึง 423 เกม ยิงไป 120 ระตู สามารถพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 2 สมัย และเอฟ เอ คัพ 3 สมัย เบิร์กแคมป์ ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้เล่นกองหน้าที่มีความสุขุมเยือกเย็น ไม่ค่อยปรากฏอารมณ์ฉุนเฉียวในเวลาเล่น มีรูปแบบการเล่นที่สวยงามและเฉียบคม ซึ่งเป็นที่มาของฉายา "Iceberg" ถือเป็นผู้เล่นคนสำคัญในประวัติศาสตร์สโมสรอาร์เซน่อลเคียงคู่กับเธียร์รี่ อองรี สำหรับเกมระดับชาติเป็นกำลังสำคัญของเนเธอร์แลนด์ ลงเล่นตั้งแต่ปี 1990-2000 ลงสนามไป 79 เกม ยิงไป 37 ประตู

7. Frank de Boer

ปีที่ลงเล่น : 1988–1999 (ย้ายไปบาร์เซโลน่า 7.5 ล้านยูโร)

แฟรงค์ เด บัวร์ เป็นกองหลังที่เติบโตมาจากอะคาเดมี่อาแจ็กซ์ ตั้งแต่ปี 1984 สามารถพัฒนาฝีเท้าได้อย่างรวดเร็วจนสามารถขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ได้ในปี 1988 ด้วยอายุเพียง 18 ปี ค้าแข้งให้อาแจ็กซ์จนถึงปี 1989 ลงสนามไป 432 เกม ยิงไปถึง 40 ประตู เรียกได้ว่านอกจากจะช่วยเกมรับได้ดีแล้ว ยังชอบขึ้นมาทำประตูอีกด้วย พาอาแจ็กซ์คว้าแชมป์เอเรอดีวีซี 5 สมัย และแชมป์เค เอ็น วี บี คัพ 2 สมัย และแชมป์ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนลีก 1 สมัย จนกระทั่งปี 1999 ก็ถูกบาร์เซโลน่าคว้าตัวไปร่วมทีมด้วยค่าตัวถึง 22 ล้านยูโร อยู่ช่วยบาร์ซ่า 5 ฤดูกาล ช่วยพาทีมคว้าแชมป์ลาลีกาได้ 1 สมัย หลังจากนั้นก็ย้ายไปเล่นอีกหลายทีมไม่ว่าจะเป็นกาลาตาซาราย กลาสโกว์ เรนเจอร์ส และสโมสรในลีกการ์ตา สำหรับเกมระดับชาติเด บัวร์ เป็นอดีตกับตันทีมชาติและเป็นกำลังสำคัญของเนเธอร์แลนด์ในช่วงปี 1990-2004 โดยลงสนามไปถึง 112 เกม ยิงไป 13 ประตู

6. Edgar Davids

ปีที่ลงเล่น : 1991–1996 (ย้ายไปเอซี มิลาน)

เอ็ดการ์ ดาวิดส์ มิดฟิลด์ตัวรับที่เติบโตมาจากอะคาเดมี่อาแจ็กซ์ ตั้งแต่ปี 1985 สามารถพัฒนาฝีเท้าจนสามารถขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ได้ในปี 1991 ด้วยอายุเพียง 18 ปี จัดเป็นกองหลังพันธ์ดุ มีความเร็ว แข็งแกร่ง ไล่ลี้ไล่เบียดนักเตะฝั่งตรงข้ามแบบกัดไม่ปล่อย ในขณะเดียวกันก็เล่นเกมรุกได้ดีอีกด้วย ลงสนามไป 158 เกม ยิงไปถึง 31 พาทีมคว้าแชมป์เอเรอดีวีซี 3 สมัย แชมป์เค เอ็น วี บี คัพ 2 สมัย และแชมป์ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนลีก 1 สมัย และในปี 1996 ก็ย้ายไปเล่นให้มิลานแต่ไม่ประสบความสำเร็จในถิ่นซานซิโร่ ก็ถูกปล่อยไห้ยูเวนตุสด้วยค่าตัว 5.3 ล้านยูโรในปี 1997 แต่การย้ายมาเล่นกับยูเวนตุสสร้างความสำเร็จให้เขาอย่างมาก เล่นให้ยูเวนตุสจนถึงปี 2004 ช่วยพาทีมคว้าแชมป์กัลโช่ เซเรีย อาได้ถึง 3 สมัย หลังจากนั้นเอ็ดการ์ ดาวิดส์ ก็ย้ายไปเล่นร่วมกับอีกหลายทีมไม่ว่าจะเป็น บาร์เซโลน่า อินเตอร์ มิลาน ทอตแนมฮอตสเปอร์ อาแจ็กซ์ คิตตัล พาเรซ และบาร์เน็ต เอฟซี สำหรับเกมระดับชาติถือเป็นกำลังสำคัญของเนเธอร์แลนด์ลงเล่นตั้งแต่ปี 1994-2005 โดยลงสนามไปถึง 74 เกม ยิงไป 6 ประตู

5. Patrick Kluivert

ปีที่ลงเล่น : 1994–1997 (ย้ายไปเอซี มิลาน 2 ล้านยูโร)

แพทริค ไคลเวิร์ต กองหน้าตัวเก่งที่เติบโตมาจากอะคาเดมี่อาแจ็กซ์ ตั้งแต่ปี 1984 สามารถก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ได้ในปี 1994 ด้วยอายุเพียง 18 ปี จัดเป็นศูนย์หน้าที่หาจังหวะเข้าทำประตูได้ดีมากๆ คนหนึ่ง ลงสนามให้อาแจ็กซ์ไป 97เกม ยิงไป 50 ประตู พาทีมคว้าแชมป์เอเรอดีวีซี 2 สมัย และแชมป์ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนลีก 1 สมัย หลังจากหมดสัญญาจากทีมก็ย้ายไปร่วมทีมเอซีมิลานในปี 1997 แต่ไม่ประสบความสำเร็จกับมิลานเล่นได้ฤดูกาลเดียวก็ถูกปล่อยไปให้บาร์เซโลน่าด้วยค่าตัว 8.75 ล้านปอนด์ เล่นให้บาร์ซ่าจนถึงปี 2004 ลงสนามไป 255 เกมยิงไปถึง 120ประตู พาทีมคว้าแชมป์ลาลีกาได้ 1 สมัย หลังจากนั้นก็ย้ายไปเล่นให้กับอีกหลายทีมไม่ว่าจะเป็นนิวคาสเซิล บาเลนเซีย พีเอสวี และลีลล์ โดยการเล่นให้พีเอสวีสามารถช่วยพาทีมคว้าแชมป์เอเรอดีวีซีได้อีก 1 สมัย สำหรับเกมระดับชาติถือเป็นกำลังสำคัญของเนเธอร์แลนด์ลงเล่นตั้งแต่ปี 1994-2004 ลงสนามไป 79 เกม ยิงไป 40 ประตู เป็นนักเตะที่ยิงประตูให้ทีมชาติเนเธอร์แลนด์มากที่สุดตลอดกาลอันดับ 3

4. Frank Rijkaard

ปีที่ลงเล่น : 1980–1987 (ย้ายไปสปอร์ติง ซีพี 2.27 ล้านยูโร)

แฟรงค์ ไรจ์การ์ด มิดฟิลด์ตัวรับที่ย้ายมาร่วมทีมอาแจ็กซ์ในปี 1980 ในวัย 17 ปี และถือเป็นการเริ่มเล่นฟุตบอลอาชีพครั้งแรกของเขาด้วย แม้จะเพิ่งเริ่มเล่นฟุตบอลอาชีพแต่ก็ไม่ใช่ปัญหาเขาสามารถโชว์ฝีเท้าก้าวขึ้นไปเป็นกำลังหลักของทีมได้ตั้งแต่ฤดูกาลแรก ค้าแข้งกับอาแจ็กซ์ถึง 7 ฤดูกาล ลงสนามไป 248 เกม ยิงไป 59 ประตู พาทีมคว้าแชมป์เอเรอดีวีซี 3 สมัย และแชมป์เค เอ็น วี บี คัพ 3 สมัย หลังจากนั้นในปี 1987 ก็ย้ายทีมไปเล่นให้สปอร์ติง ซีพี แต่การเซ็นสัญญาล่าช้าเกินเงื่อนเวลาทำให้เขาไม่สามารถลงสนามได้จึงถูกเรอัล ซาราโกซ่ายืมตัวไปเล่น และในปี 1988 ก็ย้ายไปสร้างชื่อให้กับเอซี มิลาน เล่นให้มิลาน 5 ฤดูกาล พาทีมคว้าแชมป์กัลโช่ เซเรีย อาได้ถึง 2 สมัย และแชมป์ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนลีกอีก 2 สมัย และในปี 1993 ก็ย้ายมาร่วมทีมอาแจ็กซ์อีกครั้งหนึ่งสามารถพาทีมคว้าแชมป์ เอเรอดีวีซี 2 สมัย และแชมป์ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนลีก 1 สมัย สำหรับเกมระดับชาติถือเป็นกำลังสำคัญของเนเธอร์แลนด์ลงเล่นตั้งแต่ปี 1981-1994 ลงสนามไป 73 เกม ยิงไป 10 ประตู เป็นกำลังสำคัญที่ช่วยพาทีมคว้าแชมป์ฟุตบอลยูโรในปี 1988

3. Clarence Seedorf

ปีที่ลงเล่น : 1992–1995 (ย้ายไปซามพ์โดเรีย 5 ล้านยูโร)

คลาเรน ซีดอร์ฟ อีกหนึ่งมิดฟิลด์ที่เติบโตขึ้นมาจากจากอะคาเดมี่อาแจ็กซ์ สามารถก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ได้ในปี 1992 ด้วยวัยเพียง 16 ปี เล่นให้อาแจ็กซ์ได้ 3 ฤดูกาล ลงเล่นไป 90 เกม ยิงไป 11 ประตู สามารถพาทีมคว้าแชมป์เอเรอดีวีซี 2 สมัย แชมป์เค เอ็น วี บี คัพ 1 สมัย และแชมป์ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนลีก 1 สมัย หลังจากหมดสัญญากับอาแจ็กซ์ก็ย้ายมาร่วมทีมซามพ์โดเรียในปี 1995 เล่นได้เพียง 1 ฤดูกาลก็ย้ายมาร่วมทีมเรอัล มาดริด ถือเป็นกำลังสำคัญในการพามาดริดคว้าแชมป์ลาลีกา 1 สมัย และแชมป์ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนลีกอีก 1 สมัย เล่นให้มาดริดจนถึงปี 1999 ก็ถูกอินเตอร์คว้าตัวมาร่วมทีมด้วยค่าตัวสูงถึง 24.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่น่าเสียดายที่เขาไม่ประสบความสำเร็จกับอินเตอร์ ลงเล่นได้ 3 ฤดูกาลก็ย้ายมาร่วมทีมเอซี มิลานในปี 2002 และก็กลายเป็นนักเตะคนสำคัญของมิลานในช่วงปี 2002-12 ช่วยพาทีมคว้าแชมป์กัลโช่ เซเรีย อาได้ถึง 2 สมัย โคปป้า อิตาเลีย 1 สมัย และแชมป์ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนลีก 2 สมัย นับเป็นแชมป์ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนลีกสมัยที่ 5 ของเขา สำหรับเกมระดับชาติถือเป็นกำลังสำคัญของเนเธอร์แลนด์ลงเล่นตั้งแต่ปี 1994-2008 ลงสนามไป 87 เกม ยิงไป 11 ประตู

2. Marco Van Basten

ปีที่ลงเล่น : 1992–1995 (ย้ายไปเอซี มิลาน)

มาร์โก แวน บาสเท่น เป็นหนึ่งในนักเตะที่อยู่ในชุดรุ่งเรืองของฮอลแลนด์ชุดแชมป์ยูโร 1988 และเป็นหนึ่งในสามทหารของทีมเอซี มิลาน แวน บาสเท่นจัดเป็นหนึ่งในศูนย์หน้าที่ดีที่สุดตลอดกาล เวลาเล่นบอลมักอยู่ถูกที่ถูกเวลา เมื่อโอกาสมาถึงสามารถยิงประตูได้ทันทีจนแฟนชาวไทยให้ฉายาว่า เพชฌฆาตพรายกระซิบ และลูกยิงที่ติดตาตรึงใจแฟนบอลก็คือลูกยิงใบไม้ร่วงมุมแคบใส่สหภาพโซเวียตในนัดชิงฟุตบอลยูโร 1988 แม้เขาจะไม่ได้เติบโตมาจากอะคาเดมี่อาแจ็กซ์ แต่อาแจ็กซ์ถือเป็นสโมสรฟุตบอลสโมสรแรกที่เขาเริ่มเล่นฟุตบอลอาชีพด้วย โดยย้ายมาเล่นกับอาแจ็กซ์ในปี 1981 ในขณะมีอายุเพียง 17 ปี แม้ในฤดูกาลแรกจะได้รับโอกาสลงสนามเพียง 1 เกม แต่เขาก็แสดงให้เห็นถึงการเป็นเพชฒฆาตดาวยิงเพราะสามารถยิงประตูได้ตั้งแต่ลงสนามเกมแรก ในฤดูกาลถัดมาก็กลายเป็นกำลังสำคัญของทีมเรื่อยมา ลงสนามไป 172 เกม ยิงไปถึง 152 ประตู โชว์ผลงานการยิงประตูได้อย่างสุดยอดจนได้รับรางวัลดาวยิงสูงสุดของลีกไปถึง 4 ฤดูกาล สามารถพาทีมคว้าแชมป์เอเรอดีวีซี 3 สมัย แชมป์เค เอ็น วี บี คัพ 3 สมัย หลังจากนั้นในปี 1987 ก็ย้ายมาร่วมทีมเอซี มิลาน แม้จะย้ายมาร่วมทีมมิลานเขาก็ยังโชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมลงสนามให้มิลาน ไป 201 เกม ยิงไป 125 ประตู คว้ารางวัลดาวซัลโวเซเรีย อาได้ถึง 2 สมัยช่วยพามิลานคว้าแชมป์กัลโช่ เซเรีย อาได้ถึง 4 สมัย และแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ อีก 2 สมัย จากผลงานอันยอดเยี่ยมส่งผลให้เขาได้รับรางวัล บัลลง ดอร์ ถึง 3 สมัย

1. Johan Cruyff

ปีที่ลงเล่น : 1964–1973 (ย้ายไปบาร์เซโลน่า 2 ล้านยูโร)

โยฮัน ครัฟฟ์ เป็นกองหน้าตัวทำเกม มีทักษะการเล่นที่ยอดเยี่ยม มีความสามารถทั้งการลากเลื้อยพาบอล และการยิงประตู เรียกได้ว่าสามารถเล่นได้ทุกตำแหน่งในแนวรุก และเป็นนักเตะคนแรกที่คว้าบัลลง ดอร์ถึง 3 สมัย จนได้รับฉายาว่านักเตะเทวดา ครัฟฟ์เล่นบอลให้อาแจ็กซ์ตั้งแต่ระดับเยาวชน จนสามารถก้าวขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่ในปี 1964 แม้ใน 2 ฤดูกาลแรกจะไม่ใช่ผู้เล่นตัวหลักของทีมแต่ก็สามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอดยิงได้ถึง 29 ประตู หลังจากนั้นก็กลายเป็นตัวหลักของทีม อยู่ค้าแข้งกับอาแจ็กซ์ถึงปี 1974 ลงสนามไป 318 เกม ยิงไปถึง 250 ประตู และในปี 1973 ได้ย้ายมาร่วมทีมบาร์เซโลน่าด้วยค่าตัวถึง 2 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งค่าตัวเป็นสถิติโลกในขณะนั้น ค้าแข้งให้บาร์ซ่าจนถึงปี 1978 ลงสนามไป 184 เกม ยิงไป 61 ประตู หลังย้ายออกจากบาร์ซ่าก็ได้เล่นร่วมกับอีกหลายทีมรวมถึงอาแจ็กซ์ทีมเก่า และ เฟเยนูร์ด ครัฟฟ์คว้าแชมป์มาแล้วมากมายกับหลายสโมสรโดยกับอาแจ็กซ์เคยพาทีมแชมป์ ยูโรเปี้ยนคัพ 3 สมัย แชมป์เอเรอดีวีซี 8 สมัย แชมป์เคเอ็นวีบี ดัตช์ คัพ 5 สมัย สำหรับบาร์ซ่าแล้วเคยพาทีมคว้าแชมป์ลาลีกา และโคปา เดล เรย์ อย่างละ 1 สมัย ในส่วนของเฟเยนูร์ดเคยพาทีมคว้าแชมป์ เอเรอดีวีซี เนเธอร์แลนด์ และเคเอ็นวีบี ดัตช์ คัพ อย่างละ 1 สมัยเช่นกัน แม้จะคว้าแชมป์มากมายแต่น่าเสียดายที่เทวดาลูกหนังอย่างคัฟฟ์ไม่สามารถพาทีมชาติเนเธอร์แลนด์คว้าแชมป์ได้เลยโดยทำได้ดีที่สุดคือพาทีมคว้ารองแชมป์ฟุตบอลโลกปี 1974 โดยลงสนามให้เนเธอร์แลนด์ไป 48 เกม ยิงไป 33 ประตู แม้จะไม่ได้แชมป์กับทีมชาติแต่จากผลงานที่ผ่านมาครัฟฟ์ก็คู่ควรแล้วสำหรับการยกย่องให้เป็นสุดยอดผู้เล่นที่เติบโตจาก อาแจ็กซ์

Author

Thumb lg 6a337113 1584 4f41 a8dd c05f36f90cd6

Anonymous

โพสคอมเม้นต์

Bt delete image

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!