Sansern Simsiri 2559/12/14 17:31
Thumb lg work out equipment

ไม่ต้องไปยิม! 10 อุปกรณ์ออกกำลังกายไซส์เล็ก พกที่บ้านได้

1621 Pepper

ไม่มีเวลา ก็สร้างเวลาให้ตัวเองโดยการซื้อมันไว้บ้านซะ!

Workout men fitness

วันนี้เราจะมาพูดถึงอุปกรณ์ออกกำลังกายที่ควรมีไว้ติดบ้าน แต่บอกไว้ก่อนว่าเราจะไม่พูดถึงอะไรใหญ่ ๆ โต ๆ อย่าง Smith Machine ราคาหลายหมื่น หรือ Dumbbell ชุดใหญ่แบบพร้อมเปิดยิม เพราะอุปกรณ์เหล่านี้นอกจากจะต้องการพื้นที่ค่อนข้างมาก มีราคาที่สูง แล้ว ยังมีมีโอกาศแปรสภาพเป็นราวตากผ้าได้ง่ายอีกด้วย

ซึ่งอุปกรณ์ทั้ง 10 รายการดังต่อไปนี้ มีราคาที่น่าคบหา เคลื่อนย้ายได้ ไม่เกะกะ อีกทั้งยังได้ผ่านการทดสอบมาแล้วว่าได้ผล หากได้ใช้อย่างเป็นประจำ

1. Dumbbell

ที่เลือกใช้ดัมเบลแบบหุ้มยาง ก็เพราะว่าจะช่วยในเรื่องของการกระทบกระทั่งกับพื้นบ้านของคุณ ถ้าเกิดว่าใช้ดัมเบลแบบเหล็กแล้ว เวลาออกกำลังกาย ทำหล่น หรือวางแรง ๆ กับพื้น ก็อาจจะเกิดความเสียหายต่อพื้นบ้านของคุณได้ โดยเฉพาะพื้นที่ทำจากกระเบื้องหรือไม้ปาร์เก้ ซึ่งจะเป็นรอยขีดข่วนได้ง่าย และนั่นไม่ใช่สิ่งที่คุณต้องการแน่นอน ส่วนอีกเรื่องก็คือ คุณไม่จำเป็นจะต้องซื้อดัมเบลแบบยกชุด แค่น้ำหนักที่คุณยกไหวได้ 8-10 ครั้ง และอีกคู่สำหรับยกไหวได้ใน 4-6 ครั้ง เพื่อการพัฒนาในขั้นต่อ ๆ ไป และไม่ต้องห่วงว่า เมื่อคุณพัฒนาแล้ว และรู้สึกว่าเบาไป มันจะนั่งอยู่เฉย ๆ ในมุมห้องของคุณ เพราะคุณสามารถนำไปขายต่อได้นั่นเอง

ราคา: คู่ละ 700-1,400 บาท

2. Kettlebell

Kettlebell อาจจะไม่เป็นที่รู้จักนักในประเทศไทย แต่ในต่างประเทศนั้นเป็นที่นิยมมาก ไม่ว่าจะเป็นใน Gym หรือแม้แต่ home fitness ของดาราฮอลลีวูด ซึ่ง kettlebell นี้ นอกจากจะมีราคาที่ไม่แพงแล้ว ก็ยังมีขนาดกะทัดรัดอีกด้วย ทั้งนี้ ยังสามารถประยุกต์ใช้ออกกำลังกายได้หลายท่าทาง ไม่ว่าจะเป็น kettlebell swing, squat, russian twist และ jerk and press

ราคา: อันละ 700-1,000 บาท

3. Ab Mat

Ab mat หรือแผ่นซัพพอร์ทหลัง จริงๆแล้วไม่ได้มีฟังชั่นอะไรซับซ้อนเลย หลักการทำงานของแผ่นนี้นั้น คือการช่วยพยุงหลังของเราเวลาที่ทำท่าซิทอัพ กล้ามเนื้อจะข้ามขั้นตอนก่อนใช้กล้ามเนื้อหลังล่าง และช่วยให้เราโฟกัสไปที่หน้าท้องมากขึ้น ผลก็คือ ลดอาการปวดหลังล่าง และเพิ่มการทำงานของกล้ามเนื้อส่วนท้อง ซึ่ง Ab mat นี้ จะช่วยให้การซิทอัพมีประสิทธิภาพอย่างที่มันควรจะเป็น นอกจากนี้แผ่นนี้ยังมีขนาดที่เล็ก เบา ราคาไม่แพง หรือเมื่อคุณไม่ได้ออกกำลังกายแล้ว สามารถนำมารองหลังเวลานั่งเก้าอี้ได้

ราคา: 500-700 บาท

4. Yoga Mat

ใครว่าเสื่อโยคะ คู่กับผู้หญิงเท่านั้น เราสามารถนำเสื่อโยคะไปใช้ได้ในการออกกำลังกายที่หลากหลาย เพิ่มประสิทธิภาพในการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นการวิดพื้น ซึ่งจะช่วยลดโอกาสของการลื่นจากเหงื่อที่ฝ่ามือ หรือการทำท่า Crunch ซึ่งจะช่วยลดโอกาสปวดจากก้นกบ หรือถ้าวันไหนที่คุณอยากจะออกกำลังกายชิล ๆ อย่าง โยคะ ก็ไม่มีปัญหาเลย ส่วนในเรื่องของราคานั้น ก็มีตั้งแต่หลักร้อยยันหลักพัน ซึ่งจะขึ้นอยู่กับความหนาและวัสดุของเสื่อ

ราคา: 300-2,500 บาท

5. Chin up bar

Chin up bar หรือ บาร์ดึงข้อ เป็นอุปกรณ์แนะนำที่ควรมีไว้ติดบ้าน เนื่องจากเราสามารถออกได้หลายท่า เช่น Chin up, Pull up และ Muscle up ทั้งนี้ทั้งนั้น Chin up bar นั้นมีให้เลือกหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นแบบงับกับขอบประตู และแบบปรับยืดหดได้ ซึ่งจะยึดกับวงกบประตู ทั้งสองแบบนี้ ติดตั้งได้ง่าย และไม่ต้องทำการเจาะประตูหรือผนังใดๆ ทำให้บ้านไม่เสียหาย แต่ถ้าหากคุณต้องการความแข็งแรง และไม่สนว่าบ้านจะเป็นรู ก็ยังมีให้เลือกแบบที่ติดตั้งถาวร ผ่านสกรู ซึ่งจะรับน้ำหนักได้มากกว่า

ราคา: 500-2,500 บาท

6. Jump Rope

เชือกกระโดดเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์แนะนำ เนื่องจากมีน้ำหนักเบา พกพาสะดวก เก็บก็ง่าย หายก็รู้ ดูก็งามตา นอกจากนี้ ยังมีราคาที่ถูก ส่วนประโยชน์ของมันนั้น เรียกได้ว่าคุ้มค่าเกินราคา จากการศึกษาพบว่า กระโดดเชือกสิบนาที ในความเร็วที่ 120 รอบ/นาที จะเผาพลาญเท่ากับการวิ่งครึ่งชั่วโมงเลยทีเดียว อีกทั้งยังช่วยเพิ่มสมาธิ เพราะเราต้องคอยโฟกัสตลอดการกระโดด ประเภทของเชือกมีหลายแบบ ตั้งแต่เชือกผ้าไนลอนหนาๆที่เราคุ้นเคยกันในวิชาพละ ไปจนถึง เชือกสปีดโรป ที่นักมวยใช้ฝึกซ้อม ซึ่งจะมีน้ำหนักที่เบา และแหวกอากาศได้ดี

ราคา: 20-2,500 บาท

7. Ab wheel

Ab wheel หรือ ลูกกลิ้งบริหารหน้าท้อง อาจจะเคยเห็นผ่านทางโฆษณาทางทีวีกันมาบ้าง ซึ่งดูเหมือนกับจะไม่ได้อะไร แต่จริง ๆ แล้วบริหารกล้ามท้องได้ดีกว่าท่าซิทอัพอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะการยืดหดตัวในแนวราบ ทำให้น้ำหนักทั้งหมดถูกถ่ายมายังกล้ามเนื้อหน้าท้องล้วน ๆ โดยทีกล้ามเนื้อหลังล่างได้เพียงแค่พยุงเท่านั้น เพราะอย่างนั้น จึงได้มีการโฟกัสที่กล้ามเนื้อหน้าท้องอย่างเต็มที่

ราคา: 200-500 บาท

8. TRX

TRX เป็นอะไรที่ฮิตมากในอเมริกา ฮิตแบบฮิตจริง ๆ ฮิตพอๆกับ T25 เพราะว่าราคาไม่แพง เก็บก็ง่าย พกพาไปไหนก็ได้ และไม่ต้องเจาะเพื่อติดตั้งอะไร ซึ่ง TRX นี้เป็นอุปกรณ์ออกกำลังกายแบบ suspension training ซึ่งจะช่วยในการออกกำลังกายแบบ body-weigh exercise หรือ การออกกำลังกายแบบใช้น้ำหนักตัว ซึ่งจะช่วยให้มีกล้ามเนื้อที่ลีนชัดเจน จนขนาดที่ว่า กองทัพบกสหรัฐนั้นนำไปใช้ในการฝึกตามค่ายทหารเลยทีเดียว

ราคา: 1,000-2,000 บาท

9. Hand Gripper

ที่บีบมือหาซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้าใกล้บ้านท่าน ซึ่งจะช่วยในการพัฒนากล้ามเนื้อท่อนแขน (forearm) ให้มีความแข็งแกร่ง ที่บีบมือมีขนาดเล็กมาก จึงทำให้สะดวกในการพกพา และยังไม่ต้องโฟกัสในการใช้งานมากนัก จึงสามารถทำอย่างอื่นไปด้วย บีบมือไปด้วยได้ ไม่ว่าจะเป็นขณะที่นั่งดูทีวี วิ่งจ็อกกิ้ง หรือแม้แต่นั่งคุยกับเพื่อน

ราคา: 200-300 บาท

10. Resistance Bands

ยางยืดออกกำลังกาย เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์แนะนำ ซึ่งสามารถใช้แทนดัมเบลได้ ส่วนหลักการทำงานนั้นจะตรงข้ามกับการยกน้ำหนักด้วยดัมเบล โดยที่การยกน้ำหนักด้วยดัมเบลจะเป็นการอาศัยแรงโน้มถ่วง ในขณะยางยืดออกกำลังกายนั้นอาศัยแรงต้าน โดยที่ความเข้มข้นของแรงต้านนี้จะขึ้นอยู่กับความเหนียวของยางยืดนั่นเอง ซึ่งความแตกต่างนี้ จะแตกต่างอย่างมีนัยยะ เนื่องจากการยกดัมเบลปกติ เป็นการเคลื่อนไหวแบบเป็นเส้นตรง ในขณะที่ยางยืดจะสามารถเคลื่อนไหวได้หลากหลายกว่าและพลิกแพลงได้มากกว่าเช่นกัน นอกจากนี้คุณยังสามารถพกพาไปได้ง่ายกว่าดัมเบลอีกด้วย ในด้านของความยืดหยุ่นและคุณภาพของยางนั้น มีหลากหลาย ซึ่งจะแตกต่างกันตามราคา ทั้งนี้ทั้งนั้น ควรคำนึงถึงความปลอดภัยด้วย หากเป็นสินค้าที่ไม่มีคุณภาพ ยางยืดอาจจะเสื่อมสภาพและขาดได้ง่าย จะเป็นอันตรายได้

ราคา: 150-1,000 บาท

Author

Thumb lg 08b0ed60 7359 4db7 9d17 9b7413ef345d

Sansern Simsiri

โพสคอมเม้นต์

Bt delete image

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!