S.R dan 2559/12/15 12:19
Thumb lg benfica

10 ผู้เล่นที่ดีที่สุดที่ Benfica เคยปั้นขาย!

884 Pepper

เบนฟิก้าเป็นสโมสรที่ปลุกปั้นนักเตะออกสู่วงการฟุตบอลมากมาย แล้วใครกันบ้างคู่ควรจะเป็นผู้เล่นที่ดีสุดที่เบนฟิก้าปลุกปั้นแล้วขายออกไป

Benfica Top 10 Benfica Exports Primeira Liga football transfer

เบนฟิก้า หรือเจ้าของฉายาเหยี่ยวลิสบอน แชมป์พรีเมียร์ลีกาโปรตุเกสปัจจุบัน และสโมสรที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในวงการฟุตบอลโปรตุเกส โดยคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกาโปรตุเกสได้มากที่สุดถึง 35 สมัย และยังคว้าแชมป์ยูโรเปี้ยนคัพ หรือยูฟ่า แชมเปี้นส์ลีกได้อีก 2 สมัย นอกจากนี้ยังเป็นสโมสรที่ผลิตนักเตะดังๆ ออกสู่วงการฟุตบอลยุโรปมากมาย จนสร้างรายได้ให้กับสโมสรตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันอย่างมหาศาล และวันนี้เราจะมาดู 10 ผู้เล่นที่ดีที่สุดที่เบนฟิก้าปลุกปั้นจากนักเตะธรรมดาๆ คนหนึ่ง จนกลายเป็นสตาร์แล้วขายออกไป เชิญติดตามกันได้เลย

10. Rui Costa

ลงเล่นปี 1990–1994 ย้ายไป : ฟิออเรนติน่า (6 ล้านยูโร)

รุย คอสต้า อดีตมิดฟิลด์ตัวรุกทีมชาติโปรตุเกส จัดเป็นมิดฟิลด์จอมทัพที่จ่ายบอลได้อย่างแม่นยำ โดยเฉพาะลูกจ่ายทะลุช่องอย่างเฉียบคม คอสต้าถือเป็นผลผลิตชั้นยอดจากอะคาเดมี่ของเบนฟิก้า เริ่มเข้าสู่ทีมชุดใหญ่ในปี 1991 แต่ก่อนหน้านั้นในปี 1990 ถูกปล่อยให้ทีมจากลีกล่างอย่าง AD Fafe ยืมตัวเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับตัวเขาเอง หลังจากกลับมาสู่ทีมก็สามารถพัฒนาฝีเท้าจนกลายเป็นกำลังสำคัญของทีมโดยลงเล่นให้เบนฟิกาไปทั้งสิ้น 111 เกม ยิงไป 19 ประตู ช่วยพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกาโปรตุเกส และแชมป์บอลถ้วยโปรตุเกสได้อย่างละ 1 สมัย หลังจากนั้นในปี 1994 ก็ถูกปล่อยตัวไปให้ฟิออเรนติน่า แม้จะย้ายทีมไปแล้วแต่ก็ยังโชว์ฟอร์มการเล่นได้ดีจนเป็นกำลังสำคัญในการพาทีมคว้าแชมป์โคปป้าอิตาเรีย ถึง 2 สมัย เล่นให้ทีมม่วงมหากาฬจนถึงปี 2001 ก็ย้ายไปเล่นให้เอซี มิลาน ด้วยค่าตัวถึง 43.9 ล้านยูโรค่าตัวถือเป็นสถิติสโมสรมาจนถึงปัจจุบัน โดยคอสต้าสามารถพารอสโซเนรีคว้าแชมป์กัลโช่ เซเรียอา แชมป์โคปป้า อิตาเลีย และแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก อย่างละ 1 สมัย

9. Jan Oblak

ลงเล่นปี 2010–2014 ย้ายไป : แอตแลนติโก มาดริด (16 ล้านยูโร)

แยน โอบลัค ผู้รักษาประตูทีมชาติสโลเวเนีย ย้ายมาร่วมทีมเบนฟิก้าในปี 2010 ในฐานะผู้รักษาประตูดาวรุ่ง แม้ช่วงแรกจะถูกปล่อยตัวไปให้ทีมอื่นยืมตัวเป็นหลัก เพื่อสร้างเสริมประสบการณ์และเป็นการช่วยพัฒนาฝีมือให้ตัวเขาเอง โดยในปี 2013 ก็กลับคืนสู่เบนฟิก้าอีกครั้ง หลังจากผู้รักษามือหนึ่งของทีมเล่นผิดพลาดติดต่อกันหลายครั้งจนถูกดร็อป ทำให้โอบลัคได้รับโอกาสลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่ และสามารถโชว์ผลงานการเซฟได้อย่างเหนียวหนึบทำคลีนชีตได้หลายเกม ทั้งที่เพิ่งขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ได้ไม่นาน จนมีส่วนสำคัญในการพาเบนฟิก้าคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกาโปรตุเกส และแชมป์บอลถ้วยโปรตุเกสในฤดูกาล 2013-14 หลังจากจบฤดูกาลแอตเลติโก มาดริดทุ่มเงินถึง 16 ล้านยูโร คว้าตัวมาร่วมทีม ทำให้โอบลัคกลายเป็นผู้รักษาประตูที่มีค่าตัวแพงที่สุดในลาลีกาทันที

8. Andre Gomes

ลงเล่นปี 2012–2015 ย้ายไป : บาเลนเซีย (20 ล้านยูโร)

อังเดร โกเมส มิดฟิลด์ทีมชาติโปรตุเกส เริ่มเล่นฟุตบอลกับเบนฟิกาตั้งแต่ระดับเยาวชนจนสามารถก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ได้ในปี 2012 แม้จะไม่ใช่ตัวหลักของทีมแต่ก็ถือเป็นอะไหล่ชั้นดี จนมีส่วนสำคัญในการพาทีมเข้าชิงรายการยูโรป้า ลีกถึง 2 ครั้ง และในปี 2014 ก็ถูกปล่อยไปให้บาเลนเซียยืมตัว โดยเขาสามารถโชว์ผลงานการลากเลื้อย สร้างสีสันในเกมรุกจนกลายเป็นกำลังหลักของบาเลนเซีย และเมื่อจบฤดูกาลบาเลนเซียจึงยอมทุ่มเงินกว่า 20 ล้านยูโรคว้าตัวเขามาร่วมทีมอย่างถาวร ในขณะเดียวกันก็สามารถก้าวขึ้นไปเล่นให้ทีมชาติโปรตุเกส โดยเขาได้มีโอกาสลงเล่นและมีส่วนช่วยให้โปรตุเกสสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ฟุตบอลยูโร 2016 มาครองได้เป็นครั้งแรก และหลังกลับมาจากฟุตบอลยูโร บาร์เซโลน่าก็ยอมทุ่มเงินถึง 35 ล้านยูโร คว้าตัวเขามาร่วมทีม

7. Nicolas Gaitan

ลงเล่นปี 2010–2016 ย้ายไป : แอตแลนติโก มาดริด (25 ล้านยูโร)

นิโคลัส ไกตัน มิดฟิลด์ทีมชาติอาร์เจนติน่า ย้ายจากโบค่า จูเนียร์มาค้าแข้งในยุโรปเป็นครั้งแรกกับทีมเบนฟิก้าในปี 2010 การมาเล่นในยุโรปครั้งแรกก็ไม่ได้สร้างปัญหาให้เขา สามารถโชว์เทคนิคการลากเลื้อย เลี้ยงหลบนักเตะฝั่งตรงข้ามได้อย่างยอดเยี่ยม จนกลายเป็นตัวหลักของทีม เและอยู่ค้าแข้งให้เบนฟิก้าไปถึง 6 ฤดูกาล ลงสนามไป 253 เกม ยิงไป 41 ประตู มีส่วนสำคัญในการพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกาโปรตุเกสได้ถึง 5 สมัย หลังจากนั้นในปี 2016 ก็ถูกแอตแลนติโก มาดริดคว้าตัวมาร่วมทีมด้วยค่าตัวถึง 25 ล้านยูโร

6. David Luiz

ลงเล่นปี 2007–2011 ย้ายไป : เชลซี (25 ล้านยูโร)

ดาวิด ลุยซ์ กองหลังทีมชาติบราซิล ย้ายมาเล่นให้เบนฟิกาครั้งแรกในปี 2007 โดยเป็นการยืมตัวจากทีมวิคตอเรียในลีกประเทศบราซิลในขณะที่เขามีอายุเพียง 20 ปี แม้จะไม่ใช่นักเตะตัวหลักของทีมแต่ก็สามารถทำผลงานได้ดีจากการได้รับโอกาสให้ลงสนามไปเพียง 10 เกม จนเบนฟิก้าเห็นแววยอดกองหลังในตัวเขาและคว้าตัวเขามาร่วมทีมแบบถาวรหลังจากนั้น แม้ในฤดูกาลแรกของการเป็นนักเตะเบนฟิก้าเต็มตัวจะประสบปัญหาอาการบาดเจ็บทำให้ได้รับโอกาสลงสนามไปเพียง 14 เกม แต่หลังจากหายเจ็บกลับมา ดาวิด ลุยซ์ก็พัฒนาฝีเท้าจนก้าวขึ้นไปเป็นกำลังหลักของทีม และสามารถพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกาโปรตุเกสได้ 1 สมัย หลังจากนั้นในปี 2010 ก็ถูกเชลซีคว้าตัวไปร่วมทีมด้วยค่าตัวถึง 25 ล้านยูโร และเขาก็สามารถช่วยเชลซีคว้าแชมป์เอฟเอคัพ และแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกได้อย่างละ 1 สมัย ในปี 2014 ก็ถูกปารีส แซงต์ แชร์กแมงคว้าตัวไปร่วมทีมด้วยค่าตัวสูงถึง 62.8 ล้านยูโร จนกลายเป็นกองหลังที่มีค่าตัวแพงที่สุดในโลก แม้จะย้ายทีมมาแล้วแต่เขาก็ยังรักษามาตรฐานการเล่นของตัวเองโดยช่วยให้ปารีสฯ คว้าแชมป์ฟุตบอลลีกฝรั่งเศสได้ถึง 2 สมัย จนกระทั่งปี 2016 เชลซียอมทุ่มเงินกว่า 35 ล้านยูโร ซื้อตัวเขากลับมาร่วมทีมอีกครั้ง ดาวิด ลุยซ์ จัดได้ว่าเป็นนักเตะที่มีค่าตัวสูงมากๆ ค่าตัวในการย้ายทีมแต่ละครั้งรวมแล้วมีมูลค่ามากกว่า 130 ล้านยูโร

5. Nemanja Matic

ลงเล่นปี 2011–2014 ย้ายไป : เชลซี (25 ล้านยูโร)

เนมานย่า มาติช มิดฟิลด์ตัวรับทีมชาติเซอร์เบีย ในปี 2009 เคยย้ายมาค้าแข้งกับเชลซี ซึ่งในขณะนั้นเป็นเพียงนักเตะดาวรุ่ง ทำให้ได้รับโอกาสลงสนามเพียง 3 เกม และถูกปล่อยให้ทีมวิเทสส์ในลีกเนเธอร์แลนด์ยืมตัว โดยมาติชสามารถโชว์ผลงานกับวิเทสส์ได้ดี จนเบนฟิก้าคว้าตัวเขามาร่วมทีมในปี 2011 โดยเป็นการสลับตัวกับดาวิด ลุยซ์ การมาของมาติซสามารถช่วยทีมได้เป็นอย่างดีสามารถช่วยสกัดบอลจากแนวรุกฝั่งตรงข้าม จนกลายเป็นกำลังหลักของทีม และสุดท้ายเชลซีต้องยอมทุ่มเงินกว่า 25 ล้านยูโร เพื่อคว้าตัวเขากลับมาร่วมทีมอีกครั้งในปี 2013 แต่การย้ายมาครั้งนี้เขาสามารถก้าวขึ้นมาผู้เล่นตัวหลักของเชลซีได้ และช่วยพาเชลซีคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ในฤดูกาล 2014-15

4.Angel Di Maria

ลงเล่นปี 2007–2010 ย้ายไป : เรอัล มาดริด (25 ล้านยูโร)

อังเคล ดิ มาเรีย ปีกขวาทีมชาติอาร์เจนตินา ย้ายมาร่วมทีมเบนฟิก้าในปี 2007 โดยถือเป็นการค้าแข้งในยุโรปครั้งแรกของเขา แม้เพิ่งย้ายมาเล่นในยุโรปได้ไม่นาน แต่ด้วยทักษะ และลีลาการลากเลื่อยทำให้เขาสามารถก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักของเบนฟิก้าได้ตั้งแต่ฤดูกาลแรก และเป็นกำลังสำคัญเรื่อยมาจนสามารถพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกาโปรตุเกสได้ 1 สมัย จนกระทั่งเรอัล มาดริด ยอมทุ่มเงินกว่า 25 ล้านยูโรคว้าตัวมาร่วมทีมในปี 2010 และดิ มาเรียก็เป็นกำลังหลักช่วยพาทีมคว้าแชมป์ลาลีกา แชมป์โคปป้า เดอ เรย์ และแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้อย่างละ 1 สมัย หลังจากนั้นในปี 2015 ก็ย้ายไปร่วมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัวถึง 75.6 ล้านยูโร จนกลายเป็นนักเตะแมนยูฯ ที่มีค่าตัวแพงที่สุดในขณะนั้น แต่น่าเสียดายที่โชว์ฟอร์มกับแมนยูฯ ได้อย่างน่าผิดหวัง เล่นได้เพียงฤดูกาลเดียวก็ถูกปล่อยไปให้ปารีส แซงต์ แชร์กแมงในปี 2015 โดยค่าตัวการย้ายทีมมีการประมาณการไว้ว่าน่าจะอยู่ที่ 52 ล้านยูโร และเมื่อย้ายมาเล่นให้ปารีสแล้วดิ มาเรีย ก็สามารถเรียกฟอร์มเก่งของตัวเองออกมาได้อีกครั้ง โดยในฤดูกาลแรกที่เล่นลงสนามไป 45 เกม ยิงไปถึง 15 ประตู ช่วยพาทีมคว้าแชมป์ฟุตบอลลีกฝรั่งเศสมาครองได้

3. Rodrigo

ลงเล่นปี 2010–2014 ย้ายไป : บาเลนเซีย (30 ล้านยูโร)

โรดริโก้ กองหน้าตัวต่ำของบาเลนเซีย ครั้งหนึ่งเคยเป็นเด็กปั้นของเรอัล มาดริด แต่ไม่สามารถเบียดสตาร์ดังๆ ของทีมขึ้นไปสู่ทีมชุดใหญ่ได้ สุดท้ายถูกปล่อยตัวให้เบนฟิก้าในปี 2007 ในช่วงแรกยังไม่ได้รับโอกาสลงสนาม แต่ถูกปล่อยไปให้โบลตัน วันเดอร์เรอร์สยืมตัว เพื่อให้นักเตะเองได้มีโอกาสสัมผัสเกมมากขึ้น เป็นการช่วยสร้างเสริมประสบการณ์ และในอนาคตจะได้กลับมาเป็นกำลังหลักของเบนฟิก้า โรดริโก้สามารถโชว์ผลงานกับโบลตันได้ดีจนถูกเรียกกลับมาสู่เบนฟิก้าอีกครั้งในปี 2011 และสามารถพัฒนาฝีเท้าจนเป็นกำลังหลักของทีม โดยลงสนามให้เบนฟิก้าไปทั้งสิ้น 119 เกม ยิงไป 45 ประตู สามารถพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกาโปรตุเกส และแชมป์บอลถ้วยโปรตุเกสได้อย่างละ 1 สมัย หลังจากนั้นในปี 2014 ก็ถูกปล่อยให้บาเลนเซียยืมตัว สามารถโชว์ฟอร์มได้ดีจนสุดท้ายบาเลนเซียต้องยอมทุ่มเงินเป็นสถิติสโมสรกว่า 30 ล้านยูโร คว้าตัวเขามาร่วมทีมแบบถาวรในปี 2015

2. Fabio Coentrao

ลงเล่นปี 2007–2011 ย้ายไป : เรอัล มาดริด (30 ล้านยูโร)

ฟาบิโอ โคเอนเทรา แบ็คซ้ายทีมชาติโปรตุเกส ย้ายมาร่วมทีมเบนฟิกาในปี 2007 ในวัยเพียง 19 ปี ในช่วงแรกยังไม่ได้รับโอกาสลงเล่นมากนักมักจะถูกปล่อยไปให้ทีมอื่นยืมตัว จนกระทั่งปี 2009 ได้กลับมาเล่นให้เบนฟิกาอีกครั้ง จัดเป็นแบ็คซ้ายที่เล่นเกมรับได้ดี จนสามารถยึดตำแหน่งแบ็คซ้ายตัวจริงของทีมได้สำเร็จ โดยในฤดูกาลดังกล่าวช่วยให้เบนฟิก้าเป็นทีมที่มีเกมรับเหนี่ยวแน่นที่สุดในลีก ลงสนามให้เบนฟิกาไป 45 เกม ยิงไป 3 ประตู จนสามารถพาเบนฟิกาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกาโปรตุเกส และแชมป์บอลถ้วยโปรตุเกสได้สำเร็จ ในฤดูกาลถัดมายังคงยึดตำแหน่งตัวจริงของทีม แม้จะพาทีมได้แค่รองแชมป์พรีเมียร์ลีกาโปรตุเกส แต่ก็ยังคงช่วยทีมป้องกันแชมป์บอลถ้วยไว้ได้ โชว์ฟอร์มดีจนกระทั่งเรอัล มาดริดยอมทุ่มเงินกว่า 30 ล้านยูโรคว้าตัวเขามาร่วมทีมในปี 2011 หลังจากย้ายมามาดริดแล้วแม้จะไม่ใช่ตัวหลักของทีม แต่ก็ถือเป็นอะไหล่ชั้นดีที่ช่วยพาทีมคว้าแชมป์ลาลีกา 1 สมัย โคปป้า เดอ เรย์ 1 สมัย และแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกอีก 1 สมัย และปัจจุบันยังคงค้าแข้งอยู่กับมาดริด

1. Renato Sanches

ลงเล่นปี 2007–2011 ย้ายไป : เรอัล มาดริด (35 ล้านยูโร)

เรนาโต ซานเชส มิดฟิลด์ทีมชาติโปรตุเกส เป็นผลผลิตชั้นเยี่ยมจากอะคาเดมี่เบนฟิก้า สามารถพัฒนาฝีเท้าขึ้นมาจากระดับเยาวชน แล้วขึ้นมาสู่ระดับทีมสำรอง และก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ได้ในปี 2015 ด้วยวัยเพียง 18 ปี ด้วยการจ่ายบอลที่คมกริด ประกอบกับการครอบครองบอลที่ยอดเยี่ยมทำให้เขากลายเป็นกำลังหลักของทีมทันทีหลังจากได้ลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่ โดยในฤดูกาลแรกที่ขึ้นมาเล่นให้เบนฟิก้าชุดใหญ่ก็มีส่วนสำคัญในการพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกาโปรตุเกสมาครอง จนกระทั่งปี 2016 ก็ถูกบาเยิร์น มิวนิค ซื้อตัวมาร่วมทีมด้วยค่าตัวถึง 35 ล้านยูโร นอกจากนี้เรนาโต ซานเชส ยังเป็นกำลังสำคัญของทีมชาติโปรตุเกสในรายการฟุตบอลยูโร 2016 โดยมีส่วนสำคัญในการพาโปรตุเกสสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์รายการฟุตบอลยูโรได้เป็นครั้งแรก

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg 6a337113 1584 4f41 a8dd c05f36f90cd6

S.R dan