S.R dan 2559/12/21 16:56
Thumb lg worst signing

10 การซื้อตัวทำลายสถิติสโมสรแบบโยนเงินทิ้ง!

751 Pepper

เป็นเรื่องธรรมดาที่นักฟุตบอลยิ่งเก่ง ก็ยิ่งมีค่าตัวแพง แต่ใช่ว่าเมื่อซื้อนักเตะเหล่านั้นมาแล้วจะโชว์ผลงานได้คุ้มกับค่าตัวเสมอไป

Signing football Transfer records

นักเตะฝีเท้าดีมักเป็นที่ต้องการของหลายสโมสร และบางสโมสรโดยเฉพาะสโมสรชั้นนำที่มีงบประมาณเสริมทัพมหาศาล แม้ต้องยอมทุ่มเงินจนเป็นสถิติสโมสรหรือเป็นสถิติโลก ก็ยอมจ่ายเพื่อให้ได้เขาเหล่านั้นมาร่วมทีม ซึ่งก็มีนักเตะหลายคนที่สามารถโชว์ผลงานได้ดีคุ้มกับค่าตัว แต่ก็มีอีกไม่น้อยเช่นกันที่ซื้อมาแล้วทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวังไม่คุ้มกับค่าตัวที่เสียไปเลย จนแทบอยากจะส่งกลับไปให้ต้นสังกัดเดิมและขอเงินค่าตัวคืน และวันนี้เราจะมาดู 10 นักเตะที่ถูกซื้อมาด้วยค่าตัวเป็นสถิติสโมสร แต่กลับโชว์ผลงานได้ไม่คุ้มกับค่าตัวแบบโยนเงินทิ้งกัน

10. Denílson

ย้ายจาก เซา เปาโร ไป เรอัล เบติส ปี 1999 ค่าตัว 21.5 ล้านปอนด์

เดนิลสัน เด โอลิเวียร่า อดีตปีกซ้ายทีมชาติบราซิล เริ่มเล่นฟุตบอลกับสโมสรเซา เปาโรตั้งแต่ระดับเยาวชน ขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ในปี 1994 จัดเป็นนักเตะที่เต็มปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ มีความเร็วสูง และทักษะการเลี้ยงบอลที่สุดยอด จนได้รับการคาดหมายว่าในอนาคตน่าจะก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญของทีมชาติบราซิลได้ เดนิลสันโชว์ผลงานกับเซา เปาโรได้อย่างยอดเยี่ยม จนถูกเรียกไปเล่นให้ทีมชาติบราซิล และติดทีมไปเล่นฟุตบอลโลกปี 1998 หลังกลับมาจากการพาทีมชาติบราซิลได้รองแชมป์ฟุตบอลโลกปี 1998 ก็ถูกเรอัล เบติส คว้าตัวมาร่วมทีมด้วยค่าตัวถึง 21.5 ล้านปอนด์ ค่าตัวถือเป็นสถิติโลกในขณะนั้น ฤดูกาลแรกกับเรอัล เบติส โชว์ผลงานได้อย่างน่าผิดหวังไม่สามารถแสดงพรสวรรค์หรือความสามารถอะไรออกมาได้เลย ทำให้เรอัล เบติส จบฤดูกาลด้วยอันดับ 11 ของตาราง เรียกได้ว่าอันดับแย่กว่าสมัยที่ไม่มีเขาเสียอีก ในฤดูกาลถัดมาสถานการณ์ของเขาจะดูเลวร้ายลงไปอีกเมื่อนักเตะทีมีค่าตัวเป็นสถิติโลกอย่างเขา กลับไม่สามารถทำอะไรได้อย่างเป็นชิ้นเป็นอัน จนทีมต้นสังกัดต้องตกชั้นไป และตัวเขาต้องถูกปล่อยตัวให้สโมสรบ้านเกิดอย่าง ฟลาเมงโกยืมตัวไปในปี 2000 หลังจากนั้นถูกเรียกกลับคืนสู่ทีมเรอัล เบติส และช่วยพาทีมกลับคืนสู่ลาลีกาในฤดูกาล 2002-03 อีกครั้ง จนมาถึงฤดูกาล 2004-05 เรอัล เบติส โชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจบฤดูกาลด้วยอันดับ 4 ทำอันดับได้เป็นเล่นรายการยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีกรอบคัดเลือก แต่เดนิลสันกลับมีส่วนร่วมในความสำเร็จของทีมดังกล่าวเพียงการลงเล่นแค่ 3 เกมเท่านั้น จนต้องถูกปล่อยตัวออกจากทีมไปในที่สุดหลังจบฤดูกาล หลายคนเลยอาจตั้งคำถามว่าเรอัล เบติส จะเสียเงินซื้อตัวเดนิลสันจนเป็นสถิติโลกมาร่วมทีมเพื่ออะไร

9. Nicolas Anelka

ย้ายจาก เรอัล มาดริด ไป ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ปี 1999 ค่าตัว 22 ล้านปอนด์

นิโคลา อเนลก้า อดีตกองหน้าทีมชาติฝรั่งเศส จัดเป็นกองหน้าจอมเทคนิค มีทั้งความเร็วและความคม แม้จะเริ่มเล่นฟุตบอลกับปารีส แซงต์ แชร์กแมงตั้งแต่ระดับเยาวชน แต่มาโด่งดังกับอาร์เซนอล จนเรอัล มาดริด ยอมทุ่มเงินกว่า 22.5 ล้านปอนด์คว้าตัวมาร่วมทีมในปี 1999 แต่อเนลก้ากลับทำผลงานได้ไม่ดีต้องรับสภาพศูนย์หน้าตีนบอดไปโดยปริยายจบฤดูกาลด้วยการยิงได้เพียง 2 ประตู ก็ถูกปล่อยตัวออกไปให้อดีตต้นสังกัดเดิมอย่างปารีสฯ ด้วยค่าตัว 22 ล้านปอนด์ ซึ่งค่าตัวถือเป็นสถิติสโมสรในขณะนั้น การกลับมาเล่นให้ปารีสฯ ครั้งนี้ได้รับมอบหมายให้เป็นกัปตันทีม โดยในช่วงแรกๆ โชว์ฟอร์มได้ดีจนช่วยทีมขึ้นไปเป็นจ่าฝูงในลีก แต่ก็เป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆ หลังจากนั้นก็โชว์ฟอร์มไม่ออกเหมือนเดิมและปารีสฯ จบฤดูกาลด้วยอันดับ 9 โดยอเนลก้ายิงประตูในลีกได้เพียง 8 ประตู จากการลงสนาม 27 เกม ในฤดูกาลถัดมาดูเหมือนสถานการณ์ของเขาจะเลวร้ายลงไปอีก และยังไม่สามารถสลัดอาการตีนบอดออกไปได้ ผ่านไปได้ครึ่งฤดูกาลได้รับโอกาสลงสนามในลีกไป 12 เกม ยิงไปเพียง 2 ประตู จนปารีสฯ ต้องปล่อยให้ลิเวอร์พูลยืมตัวเพื่อลดภาระค่าเหนื่อยจำนวนมหาศาล และเมื่อจบฤดูกาลปารีสฯ ก็ไม่รั้งรอที่ปล่อยตัวเขาออกไปเมื่อแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ยื่นข้อเสนอที่น่าพอใจเข้ามา แม้สุดท้ายจะเป็นการขายแบบขาดทุนก็ตาม

8. Roberto Soldado

ย้ายจาก บาเลนเซีย ไป ทอตแนม ฮอตสเปอร์ ปี 2003 ค่าตัว 26 ล้านปอนด์

โรแบร์โต้ โซลดาโด้ อดีตกองหน้าทีมชาติสเปน เล่นฟุตบอลให้เรอัล มาดริดตั้งแต่ระดับเยาวชน จนก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ แต่ไม่สามารถขึ้นไปเป็นตัวหลักของทีมได้ต้องย้ายทีมออกไป โดยในปี 2010 ย้ายจาก เกตาเฟ้ มาเล่นให้กับบาเลนเซีย โชว์การจบสกอร์ได้อย่างยอดเยี่ยมยิงประตูให้บาเลนเซียได้ถึง 81 ประตู จนสเปอร์ยอมทุ่มเงินเป็นสถิติสโมสรกว่า 26 ล้านปอนด์คว้าตัวมาร่วมทีมในปี 2013 แต่โซลดาโด้กลับโชว์ฟอร์มได้อย่างน่าผิดหวัง จากกองหน้าจอมถล่มประตูสมัยค้าแข้งให้บาเลนเซีย กลับกลายมาเป็นศูนย์หน้าจอมสาก ย้ายมาเล่นให้สเปอร์ได้ 2 ฤดูกาล ลงสนามในลีกไป 52 เกม ยิงประตูได้เพียง 7 ประตูโดยเฉพาะฤดูกาล 2014–15 ยิงได้เพียง 1 ประตูเท่านั้น จึงไม่แปลกใจเมื่อจบฤดูกาลสเปอร์จะปล่อยตัวเขาให้กับบียาร์เรอัลด้วยค่าตัวเพียง 10 ล้านปอนด์เท่านั้น

7. Juan Sebastián Verón

ย้ายจาก ลาซิโอ ไป แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปี 2001 ค่าตัว 28.1 ล้านปอนด์

ฮวน เซบาสเตียน เวรอน อดีตกองกลางทีมชาติอาร์เจนตินา จัดเป็นมิดฟิลด์ตัวกลางจอมสร้างสรรค์เกม และเต็มเปี่ยมไปด้วยจินตนาการในการเล่น สามารถเปลี่ยนเกมจากรับมาเป็นรุกได้ ย้ายมาเล่นยุโรปครั้งแรกในปี 1996 กับทีมซามพ์โดเรีย และในปี 1999 ย้ายมาเล่นให้กับลาซิโอโชว์ผลงานได้ดี ช่วยพาทีมคว้าแชมป์กัลโช่ เซเรียเอได้ 1 สมัย ซึ่งถือเป็นการคว้าแชมป์เซเรียเอครั้งที่ 2 ของลาซิโอ หลังจากที่ต้องรอคอยเป็นระยะเวลากว่า 26 ปี และในปี 2001 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องยอมทุ่มเงินเป็นสถิติสโมสรกว่า 28.1 ล้านปอนด์คว้าตัวเขามาร่วมทีม แต่การย้ายมาเล่นในอังกฤษครั้งแรก เวรอนกลับไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับระบบทีมแมนยูฯ รวมถึงระบบฟุตบอลอังกฤษที่เน้นเกมเร็วและเข้าบอลหนักได้ พอย้ายมาเล่นให้แมนยูฯ แล้วไม่เพียงแต่โชว์ฟอร์มได้ไม่ดีแล้ว ยังพลอยทำให้ระบบเกมของแมนยูฯ เสียไปด้วย จึงไม่แปลกใจที่ดูเหมือนเขาจะกลายเป็นส่วนเกินของทีมเมื่อได้ลงไปโชว์ฟอร์มในสนาม ทำให้แมนยูฯ ต้องพลาดการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 4 สมัยติดต่อกัน ทั้งที่ในยุคนั้นประกอบด้วยนักเตะชั้นดีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นไรอัน กิ๊ก รอย คีน พอล สโคลส์ เดวิด เบ็คแฮม และ รุด ฟาน นิสเตลรอย แม้จะช่วยแมนยูฯ กลับมาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกอีกครั้งในฤดูกาล 2002-03 แต่คนที่ได้รับเครดิตกลับเป็นนักเตะคนอื่นที่ไม่ใช่เขา สุดท้ายต้องถูกปล่อยตัวออกไปให้เชลซีในปี 2003 ด้วยค่าตัวเพียง 15 ล้านปอนด์

6. Andriy Shevchenko

ย้ายจาก เอซี มิลาน ไป เชลซี ปี 2006 ค่าตัว 30.8 ล้านปอนด์

อังเดร เชฟเชงโก้ อดีตศูนย์หน้าตัวเป้าทีมชาติยูเครน เติบโตขึ้นมาจากอะคาเดมีของสโมสรดินาโม เคียฟ จนมีชื่อเสียงโด่งดังกับทีม จัดเป็นศูนย์หน้าที่ครบเครื่อง ยิงประตูคม หาโอกาสเข้าฮอสเก่ง และยังสามารถพาบอลเข้าไปยิงประตูเองได้ ถูกมิลานคว้าตัวไปร่วมทีมในปี 1999 เล่นให้มิลานจนถึงปี 2006 ช่วยพามิลานคว้าแชมป์กัลโช่ เซเรียเอ แชมป์โค้ปป้า อิตาเลีย และแชมป์ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีก อย่างละ 1 สมัย จนได้รับรางวัลบัลลงดอร์ในปี 2004 ถูกเชลซีซื้อตัวมาร่วมทีมในปี 2006 ด้วยค่าตัวเป็นสถิติสโมสรกว่า 30.8 ล้านปอนด์ แต่เชฟเชงโก้กลับโชว์ผลงานได้อย่างหน้าผิดหวัง ไม่สามารถปรับตัวเข้าระบบของทีมและระบบฟุตบอลอังกฤษได้ จนทำให้ฟอร์มการเล่นของเขาแย่ไปโดยปริยาย รวมถึงความเป็นเพชฌฆาตสังหารประตูก็หายไปด้วย โดยลงสนามให้เชลซีในลีกไป 48 เกม ยิงไปเพียง 9 ประตูเท่านั้น ต้องถูกปล่อยกลับไปให้มิลานยืมตัวในปี 2008 และถูกปล่อยตัวออกจากทีมไปในที่สุดในปี 2009

5. Robinho

ย้ายจาก เรอัล มาดริด ไป แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ปี 2008 ค่าตัว 32.5 ล้านปอนด์

โรบินโญ่กองหน้าตัวเก่งทีมชาติบราซิล แม้จะโชว์ผลงานได้ดีกับเรอัล มาดริด โดยสามารถพาทีมคว้าแชมป์ลาลีกาได้ถึง 2 สมัย แต่หลังจากการเจรจาสัญญาฉบับใหม่ยืดเยื้ออยู่นานจนสุดท้ายการเจรจาไม่บรรลุผล ทำให้มาดริดจำเป็นต้องรีบปล่อยตัวเขาออกไปจากทีมก่อนที่จะเสียไปแบบฟรีๆ และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ก็เป็นทีมที่มารับช่วงต่อโดยยอมทุ่มเงินเป็นสถิติสโมสรถึง 32.5 ล้านปอนด์ คว้าตัวมาร่วมทีมในปี 2008 พอดี ในฤดูกาลแรกกับซิตี้โรบินโญ่สามารถโชว์ผลงานได้ไม่เลวเลยทีเดียวยิงประตูได้ถึง 15 ประตู แต่ในฤดูกาลถัดมาเขาประสบปัญหาอาการบาดเจ็บต้องพักยาวไปถึง 3 เดือน แม้จะหายเจ็บกลับมาเขาก็ไม่สามารถเค้นฟอร์มเก่งโชว์การลากเลื้อยเลี้ยงหลบนักเตะฝั่งตรงข้ามออกมาได้เหมือนเดิม รวมถึงความเฉียบคมในการยิงประตู ทำให้ได้ลงสนามไปเพียง 12 เกม ยิงได้เพียง 1 ประตู ในขณะเดียวกันเจ้าของใหม่ของซิตี้อย่างคัลดูน อัล มูบารัค ได้ทุ่มเงินซื้อนักเตะมากมายเพื่อให้ได้มาซึ่งความสำเร็จในเวลาอันสั้น ทำให้โรบินโญ่กลายเป็นส่วนเกินของทีมทันที และซิตี้ต้องยอมขาดทุนเพื่อปล่อยตัวเขาไปให้มิลานด้วยค่าตัวเพียง 15 ล้านปอนด์ในปี 2010

4. Andy Carroll

ย้ายจาก นิวคลาสเซิล ไป ลิเวอร์พูล ปี 2011 ค่าตัว 35 ล้านปอนด์

แอนดี้ แคร์โรลล์ กองหน้าสโมสรเวสต์แฮม เริ่มเล่นฟุตบอลกับนิวคาสเซิลตั้งแต่ระดับเยาวชนก่อนจะก้าวขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ในปี 2006 โชว์ผลงานการจบสกอร์ได้ดีโดยเฉพาะลูกกลางอากาศที่ถือเป็นจุดขายของเขา มีส่วนสำคัญในการพาทีมเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นในพรีเมียร์ลีกอีกครั้งในปี 2010 และจากการที่ลิเวอร์พูลกำลังจะเสียเฟอร์นันโด ตอร์เรสให้เชลซีในช่วงใกล้ปิดตลาดซื้อขายนักเตะเดือนมกราคมปี 2011 ทำให้ลิเวอร์พูลมีเวลาจำกัดในการเสาะหากองหน้ามาทดแทน จึงจำเป็นต้องยอมทุ่มเงินกว่า 35 ล้านปอนด์ เป็นสถิติสโมสรในขณะนั้น คว้าตัวแคร์โรลล์มาร่วมทีมในวันสุดท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะเดือนมกราคมปี 2011 แม้หลายฝ่ายจะมองว่าค่าตัวแพงเกินไปสำหรับนักเตะที่เพิ่งผ่านเกมในลีกสูงสุดได้ไม่นาน และน่าเสียดายที่แคร์โรลไม่สามารถลบคำสบประมาทเรื่องค่าตัวของเขาได้ โชว์ฟอร์มการเล่นได้อย่างน่าผิดหวัง จังหวะการยิงประตูไร้ซึ่งความเฉียบคม ไม่สามารถทดแทนการขาดหายไปของตอร์เรสได้แม้เพียงน้อยนิด อีกทั้งจากปัญหาในเรื่องระเบียบวินัยโดยเฉพาะพฤติกรรมการชอบปาร์ตี้ในยามค่ำคืนทำให้แคร์โรลล์มีปัญหาเรื่องความฟิตและมักได้รับบาดเจ็บอยู่บ่อยครั้ง โดยตลอดกว่า 2 ปี ที่ค้าแข้งกับลิเวอร์พูล ได้ลงสนามในลีกไป 44 เกม ยิงไปเพียง 6 ประตู จนต้องถูกปล่อยตัวออกจากทีมไปในปี 2013

3. Fernando Torres

ย้ายจาก ลิเวอร์พูล ไป เชลซี ปี 2011 ค่าตัว 50 ล้านปอนด์

เฟอร์นันโด ตอร์เรส อดีตกองหน้าทีมชาติสเปน ย้ายมาร่วมทีมลิเวอร์พูลในปี 2007 ด้วยค่าตัว 20 ล้านปอนด์ โชว์ผลงานกับลิเวอร์พูลได้อย่างยอดเยี่ยมลงสนามไป 142 เกมยิงไปถึง 81 ประตู ในขณะเดียวกันในปี 2010 ก็สามารถพาทีมชาติสเปนสร้างประวัติศาสร์คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกมาครองได้เป็นสมัยแรก จนกระทั่งเชลซียอมทุ่มเงินเป็นสถิติสโมสรกว่า 50 ล้านปอนด์คว้าตัวเขาไปร่วมทีมในวันสุดท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะเดือนมกราคมปี 2011 แม้ค่าตัวการย้ายทีมจะมีมูลค่ามหาศาลแต่ตอร์เรสกลับโชว์ฟอร์มได้อย่างน่าผิดหวัง โชว์ผลงานการยิงประตูได้สากมากๆ ลงสนามให้เชลซีไปถึง 172 เกม ยิงได้เพียง 45 ประตู แม้จะช่วยพาทีมคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก และแชมป์เอฟเอ คัพ มาได้ แต่เมื่อเทียบกับผลงานยังถือว่าห่างไกลความคุ้มกับค่าตัวที่เชลซีต้องจ่ายไป จนต้องถูกปล่อยตัวให้เอซี มิลาน ยืมตัวในปี 2014 และถูกปล่อยตัวออกจากทีมในปี 2014

2. Kaka

ย้ายจาก เอซี มิลาน ไป เรอัล มาดริด ปี 2009 ค่าตัว 56 ล้านปอนด์

กาก้า มิดฟิลด์ตัวรุกทีมชาติบราซิล หลังจากโชว์ผลงานได้ยอดเยี่ยมกับเอซี มิลาน ด้วยทักษะการเล่นที่สวยงาม มีความสามารถทั้งการยิงและจ่าย เป็นกำลังสำคัญในการพาทีมคว้าแชมป์กัลโช่ เซเรีย อา และยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีก อย่างละ 1 สมัย จนตัวเขาคว้าบัลลงดอร์ในปี 2007 และปี 2009 เรอัล มาดริด ก็ยอมทุ่มเงินเป็นสถิติโลกกว่า 56 ล้านปอนด์คว้าตัวเขามาร่วมทีม แต่การย้ายมาเล่นให้มาดริด ฟอร์มเก่งๆ ที่แฟนบอลเคยเห็นจนชินตาที่มิลาน กลับพบเจอได้ยากมากที่มาดริด มักจะมีอาการบาดเจ็บรบกวนอยู่บ่อยครั้ง ทำให้ไม่ค่อยได้ลงสนามอย่างสม่ำเสมอ ส่งผลให้ฟอร์มการเล่นแย่ไปด้วย ตลอด 4 ฤดูกาลที่เล่นให้มาดริด ลงสนามไป 120 เกม ยิงไป 29 ประตู ช่วยพาทีมคว้าแชมป์ลาลีกาได้เพียง 1 สมัย จากผลงานดังกล่าวเมื่อเทียบกับค่าตัวที่เป็นสถิติโลกและการลงเล่นกับยอดทีมอย่างมาดริด ถือว่าทำได้ต่ำกว่ามาตรฐานมากๆ และไม่คุ้มกับค่าตัวที่เสียไปเลย จนสุดท้ายมาดริดต้องยอมปล่อยตัวเขาแบบฟรีไปให้ทีมเก่าอย่างมิลานในปี 2013

1. Angel Di Maria

ย้ายจาก เรอัล มาดริด ไป แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปี 2014 ค่าตัว 59.7 ล้านปอนด์

อังเคล ดิ มาเรีย ปีกขวาทีมชาติอาร์เจนตินา จัดเป็นนักเตะที่มีความเร็วสูง และมีทักษะการเลี้ยงบอลที่สุดยอด หลังจากโชว์ผลงานได้ดีกับทีมเบนฟิก้า จนกระทั่งเรอัล มาดริด ยอมทุ่มเงินกว่า 25 ล้านยูโรคว้าตัวมาร่วมทีมในปี 2010 และดิ มาเรียก็เป็นกำลังหลักช่วยพาทีมคว้าแชมป์ลาลีกา แชมป์โคปป้า เดอ เรย์ และแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้อย่างละ 1 สมัย หลังจากนั้นในปี 2014 ก็ย้ายไปร่วมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัวถึง 75.6 ล้านยูโร จนกลายเป็นนักเตะแมนยูฯ ที่มีค่าตัวแพงที่สุดในขณะนั้น แต่น่าเสียดายที่โชว์ฟอร์มกับแมนยูฯ ได้อย่างน่าผิดหวัง เล่นบอลได้ไม่เข้ากับระบบของทีม เลี้ยงและจ่ายบอลได้อย่างสะเปะสะปะ ส่งผลให้ผลงานทีมแย่ไปด้วย จบฤดูกาลแบบไม่ได้ลุ้นแชมป์อะไรเลย เล่นให้แมนยูฯ ได้เพียงฤดูกาลเดียวก็ถูกปล่อยไปให้ปารีส แซงต์ แชร์กแมงในปี 2015

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg 6a337113 1584 4f41 a8dd c05f36f90cd6

S.R dan