QUAY 2559/12/20 16:51
Thumb lg 8555

จัดเต็ม! ประวัติศาสตร์ G-SHOCK แบบครบทุกรุ่นตั้งแต่ปีแรกที่ออกวางจำหน่าย

12424 Pepper

เป็นนาฬิกาที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานอย่างเหลือเชื่อจริง ๆ

watches Casio G-Shock

ถ้าพูดถึงนาฬิกาที่เป็นขวัญใจของมหาชนชายไทยแล้ว เชื่อว่าจำนวนมากจะต้องเลือกตอบ G-SHOCK นาฬิกาข้อมือที่ผลิตโดย Casio แบรนด์ดังจากประเทศญี่ปุ่นเป็นแน่แท้ครับ ด้วยความที่หน้าตาของมันเท่แถมมาพร้อมกับความทนทานต่อแรงสั่นสะเทือนและการกระแทกก็ทำให้มันเป็นทั้งนาฬิกาที่หน้าตาดีและคุ้มเงินมาก (ชื่อเต็ม ๆ ของ G-SHOCK คือ Gravitationnal Shock) ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในการเล่นกีฬา, การทหาร, กิจกรรมกลางแจ้งต่าง ๆ ซึ่งสวนใหญ่แล้วเจ้า G-SHOCK นี้จะเป็นนาฬิกาดิจิทัลเป็นหลัก (มีบ้างที่เป็นอนาล็อกผสมเข้ามา) มาพร้อมกับฟีเจอร์จำเป็นหลายอย่าง ทั้งนาฬิกาจับเวลา, นับถอยหลัง, แถมมีไฟและกันน้ำได้ด้วย ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงเป็นที่นิยมมาจนถึงทุกวันนี้ครับ
.
G-SHOCK ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1983 ด้วยฝีมือของช่างนามว่า Kikuo Ibe ซึ่งเป็นพนักงานของ Casio โดยจุดเริ่มต้นของมันคือการออกแบบมาให้แบตเตอรี่สามารถอยู่ได้ยาวนานถึง 10 ปีพร้อมกับกันแรงดันน้ำได้ 10 บาร์และทนทานต่อการตกจากที่สูงถึง 10 เมตร ในตอนแรกนั้นมีนาฬิการุ่นต้นแบบถึงกว่า 200 เรือนถูกทดสอบด้วยการโยนลงจากหลังคาหรือหน้าต่างเพื่อทดสอบความทนทานกันเลยทีเดียว แถมยังกันกระแทกได้มากถึง 10 เลเยอร์ด้วย รุ่นแรกที่ออกวางจำหน่ายนี้มีชื่อว่า DW-5600C ซึ่งหลังจากนั้นก็มีการเปิดตัวรุ่นใหม่ออกมาเรื่อย ๆ และจากยุค ‘90s มาจนถึงตอนนี้ G-SHOCK ก็สร้างชื่อกลายมาเป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงไม่แพ้ ‘ยี่ห้อ’ ของตัวเองจริง ๆ อย่าง Casio เลย มีรายงานออกมาว่าเมื่อปี 1998 มีนาฬิกา G-SHOCK ถูกขายไปมากถึง 19 ล้านเรือน (ไม่อยากจะคิดถึงปีนี้) เรามาทำความรู้จักกับโมเดลแต่ละรุ่นของเจ้านาฬิกาสุดถึก ทน รุ่นนี้กันดีกว่าครับ!

1. DW-5000C (1983)

G-SHOCK รุ่นแรก ต้นตำรับ

2. DW-5600C (1987)

รุ่น G-SHOCK ที่วางจำหน่ายยาวนานที่สุดตั้งแต่ทำแบรนด์มา

3. AW-500 (1989)

นาฬิกาอนาล็อกรุ่นแรกของ G-SHOCK

4. DW-6100 (1992)

เป็นรุ่นแรกที่มีการนำ sensor เข้ามาใช้ในตัวนาฬิกาด้วย

5. DW-6300 (1992)

หรือเรียกกันว่ารุ่น FROGMAN เป็นนาฬิกาตัวแรกใน MAN Series มาพร้อมกับคุณสมบัติกันน้ำได้ 200 เมตร

6. DW-6600 (1994)

เป็นรุ่นแรกที่มีการนำ EL Backlight เข้ามาใช้ รวมถึงมีการเพิ่มฟังก์ชันใหม่ ๆ เข้ามาด้วย

7. DW-6900 (1995)

เปิดตัวรุ่นนี้ครั้งแรก

8. DW-8200 (1995)

หรือเรียกกันว่า FROGMAN II มีการเปลี่ยนวัสดุมาใช้เป็นไทเทเนียมแทน

9. DW-5600E (1996)

รุ่นนี้มีการนำพลาสติกเข้ามาใช้ผสมเรซิ่นในส่วนของตัวกรอบด้วย เป็นโมเดลออริจินัลรุ่นที่ 3

10. GW-100 (2000)

รุ่นนี้เป็นรุ่นแรกที่รับสัญญาณวิทยุมาควบคุมได้ (radio-controlled) ซึ่งจะทำให้การตั้งเวลาแม่นยำขึ้น

11. G-9100 (2007)

เรียกกันว่ารุ่น GULFMAN เป็นรุ่นที่ชิ้นส่วนเหล็กด้านนอกตัวเครื่องที่ต้องสัมผัสกับอากาศถูกเปลี่ยนมาใช้เป็นไทเทเนียมแทนเพื่อป้องกันการเกิดสนิมอย่างคงทนกว่าที่เคยเป็นมา

12. G-9000 (2007)

รุ่นนี้ชื่อว่า MUDMAN เป็นรุ่นที่มาพร้อมกับการป้องกันฝุ่นและโคลน สำหรับสายแรลลี่โดยเฉพาะครับ

13. G-9200 (2008)

เรียกกันว่า RISEMAN มีการปรับเปลี่ยนดีไซน์ไปเยอะเหมือนกันและก็มีการเพิ่มเซนเซอร์เป็นสองตัวด้วย เพื่อการใช้ฟังก์ชันต่าง ๆ ในตัวนาฬิกาได้มากขึ้นไม่ว่าจะเป็นการวัดบรรยากาศหรืออุณหภูมิ เป็นต้น

14. G-5600E (2009)

รุ่นนี้หน้าตาคล้ายรุ่นต้นตำรับมากพอสมควรแต่เป็นคนละตัวกันนะครับ มาพร้อมกับระบบ Tough Solar ที่กินพลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานหลักแทนแบบเก่าครับ

15. GW-7900 (2009)

เป็นรุ่นที่จัดเต็มมากเหมือนกันครับ มาพร้อมกับ Multi Band 6 Radio-controlled แถมยังใช้พลังงานแสงอาทิตย์ด้วย

16. GW-2500 (2009)

รุ่นนี้ชื่อรุ่นว่า GRAVITYMASTER มีคุณสมบัติแบบเดียวกับข้อ [15.] แต่ว่าเพิ่มความทนทานในการรับแรงสั่นสะเทือนและการกระแทกเข้าไปให้มากขึ้นกว่าเดิม

17. GA-100 (2010)

รุ่นนี้เปิดตัวครั้งแรกในปี 2010 โดยมาพร้อมกับหน้าตาดีไซน์ใหม่อย่างโดดเด่นพร้อมคุณสมบัติถึกทนกันกระแทกแบบจัดเต็มสุด ๆ

18. GRX-5600 (2010)

ตัวนี้ทำขึ้นมาเพื่อเหล่าสปอร์ตแมนนักเซิร์ฟครับ มีรายละเอียดในการตรวจสอบความสูงของคลื่นใส่เข้ามาด้วยแถมแสดงผลเป็นรูปภาพดูง่ายเข้าใจไม่ยาก

19. DW-6900NB

รุ่นนี้มาพร้อมกับ EL Backlight และฟังก์ชันที่เรียกว่า flash alert ถือเป็นอีกรุ่นที่หน้าตาดีมาก ๆ ครับ

20. GLX-6900 (2010)

รุ่นนี้ยังคงเป็นเรื่องของการเช็คคลื่นทะเลอยู่ แต่มีการเพิ่มการเช็คข้างขึ้น-ข้างแรมของดวงจันทร์เข้ามาด้วย (เพราะมีผลกระทบกับน้ำ) มีสีสันมกขึ้นกว่าเดิมครับ

21. GD-100 (2010)

มาพร้อมกับ LED backlight จนได้ครับ G-SHOCK แถมฟังก์ชันก็เยอะเหมือนเดิมด้วย

22. GA-110 (2010)

ตัวนี้เป็นการผสมผสานกันระหว่างนาฬิกาแบบอนาล็อกและดิจิทัลครับ

23. G-1250 (2010)

ตัวนี้มีชื่อเรียกแบบโคตรเท่ว่า GRAVITYMASTER ครับ ออกแบบมาให้ทนทานต่อแรงเหวี่ยงได้ด้วยแล้วทีนี้

24. GW-3500 (2010)

ยังคงอยู่กับ GRAVITYMASTER เช่นเดิมแต่คราวนี้เพิ่มฟังก์ชันเข้ามาอีกเพียบเพราะว่าเสริม radio controlled multi-band 6 เข้าไปด้วย รุ่นนี้ออกแบบมาสำหรับนักบินเป็นหลักเลยครับ

25. GD-200 (2011)

G-SHOCK รุ่นแรกที่มาพร้อมกับ glass-fibre วัสดุแบบเดียวกับที่ใช้กันมาในวัสดุสุดถึกอย่างเซิร์ฟบอร์ดครับ

26. GDF-100 (2011)

ตัวนี้มาในแบบ Twin Sensor พร้อมฟังก์ชันการวัดค่าต่าง ๆ มากมายแบบที่ไม่รู้จะเอาไปใช้ทำอะไรดี

27. G-9300 (2011)

รุ่นนี้ชื่อรุ่นว่า MUDMAN ครับ เป็นนาฬิกาที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันฝุ่นโคลนแบบเต็มพิกัด

28. GF-1000 (2011)

รุ่นนี้เป็นภาคต่อของ FROGMAN ครับ มีการขันน็อตล็อกอย่างแน่หนาจนทางแบรนด์ถึงกับเคลมว่าอากาศไม่สามารถผ่านเข้าไปได้เลยทีเดียว

29. GW-4000/G-1400

กลับมาที่รุ่น GRAVITYMASTER อีกครั้ง คราวนี้มาพร้อมกับฟีเจอร์ป้องกันการสั่นที่ถูกพัฒนาให้ดีกว่าเดิมรวมถึงมีฟังก์ชันที่เรียกว่า “TRIPLE G RESIST” เข้ามาด้วย กันแรงกระแทกสามอย่างคือ กันหล่น, กันเหวี่ยง และกันสั่นนั่นเอง

30. GB-6900 (2012)

และก็มาถึงเจอเนอเรชั่นต่อไปของนาฬิกา G-SHOCK ครับ รุ่นนี้พัฒนามาเป็น Smart Watch แล้วแถมยังสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่น ๆ อย่าง Smartphone ผ่านทาง Bluetooth ได้ด้วย ทำให้ชีวิตดีขึ้นเยอะเลยแหละครับ!

31. GW-A1000 (2012)

หลังจากที่เปิดตัวระบบกันสั่น 3G ไป [ข้อ 29.] ล่าสุดก็มีการนำเอาฟังก์ชันดังกล่าวมาใส่ในรุ่น GRAVITYMASTER ด้วยครับ จึงกลายมาเป็นโมเดลนี้นั่นเอง รวมถึงมีการเพิ่มฟีเจอร์ SMART ACCESS เข้ามาอีกด้วย

32. GA-1000 (2013)

ยังคงอยู่กับ GRAVITYMASTER ครับ ตัวนี้มาพร้อมกับเซนเซอร์คู่ซึ่งจะสามารถจดจำทิศทางการเคลื่อนไหวของเราได้แล้วและสามารถนำทางเราได้ด้วย

33. GW-A1100 (2013)

รุ่นนี้ก็จัดเต็มมาก ๆ เช่นเดียวกันครับ มาพร้อมกับ “Triple G Resist” และ “Smart Access” รวมถึงมีฟังก์ชั่นต่าง ๆ แบบที่เคยมีมาครบครัน

34. DF-X6900 (2013)

รุ่นนี้เป็นรุ่น BIG GASE ครับ มาแบบใหญ่โตกันเลยทีเดียว คุณสมบัติดี ๆ ที่จำเป็นอยู่ครบครัน เปลี่ยนแค่หน้าตาเท่านั้น

35. GW-9400 (2013)

รุ่น RANGEMAN เป็นรุ่นนาฬิกา G-SHOCK ตัวแรกที่มาพร้อมกับเซนเซอร์ถึงสามตัวด้วยกัน ทำให้ฟังก์ชันต่าง ๆ สามารถใช้งานได้มากขึ้นกว่าที่เคยมีมาในอดีตครับ

36. GWN-1000B (2014)

เปิดปีใหม่มาก็มีออกมาให้ทำความรู้จักกันอีกหนึ่งรุ่น นี่คือ GULFMASTER มาพร้อมกับหน้าปัดแสดงผลค่าต่าง ๆ ที่จำเป็นสำหรับการเช็คสภาพอากาศรอบตัวอย่างจริงจังเลยทีเดียว แถมเช็คคลื่นกับพระจันทร์ได้ด้วยนะ

37. GPW-1000 (2014)

รุ่นนี้เป็นตัวแรกของ CASIO ที่มาพร้อมกับระบบ GPS HYBRID WAVE CEPTOR ซึ่งเป็นการนำเอาระบบชาร์จด้วยพลังงานแสงอาทิตย์แบบที่เคยมีมามารวมเข้ากับ GPS เพื่อการใช้งานที่ยิ่งดีกว้่าเดิมครับ

ชอบแบบดิจิทัลหรือแบบอนาล็ฮกมากกว่า?

Preload

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg a1efe3d5 aac6 4169 b184 98a4e34df5ff

QUAY