ไอ้หนูใจเสาะ 2559/12/23 16:09
Thumb lg collection image

สีไหนคือตัวคุณ?! พาส่องตำนาน "Johnnie Walker Labels" วิสกี้ระดับโลกจากสก็อตต์!

8728 Pepper

ถ้าพูดถึง "Johnnie Walker" แทบจะไม่มีใครไม่รู้จักชื่อนี้ เราลองมาเจาะเวลาหาอดีตกับตำนาน ของ Johnnie Walker กันดูดีกว่า..เผื่อจะดื่มด่ำกับรสชาดกันมากขึ้น

Johnnie walker Drinks Alcohol whiskey

เริ่มแรกนั้น วิสกี้เป็นเครื่องดื่มชูกำลังที่กลั่นโดยบาทหลวงเท่านั้น เนื่องจากเชื่อว่าเป็นยาที่นำไปรักษาโรคได้ พระเจ้าเฮนรี่ที่แปดได้มีพระราชดำริยุบอารามและขับไล่บาทหลวงออกไป ส่งผลให้วิธีการผลิตวิสกี้ได้รับถ่ายทอดไปยังครัวเรือนและบ้านสวนไร่นาทั่วไป จนเมื่อเวลาผ่านไปกรรมวิธีการกลั่นวิสกี้ได้รับการปรับปรุง
จนต้นศตวรรษที่ 19 วิสกี้กลายเป็นเครื่องดื่มหลักในสกอตแลนด์ แต่มีปัญหาใหญ่คือ รสชาดของวิสกี้ไม่แน่นอน

ต้นกำเนิด Johnnie Walker

แต่สำหรับชายที่ชื่อ จอห์น วอล์กเกอร์ เจ้าของร้านขายของชำในเมืองคิลมาร์น็อค วิสกี้ที่ผลิตในครัวเรือนยังไม่ดีพอ เขาต้องการให้ลูกค้าเพลิดเพลินกับคุณภาพและรสชาดที่คงเดิมทุกครั้งที่ดื่ม

จอห์น วอล์กเกอร์ (John Walker) เกิดเมื่อปี 1805 โดยอเล็กซานเดอร์ วอล์กเกอร์และภรรยา อลิซาเบธ เจมเมลล์ ณ ฟาร์มท็อดริจ ใกล้กับเมืองคิลมาร์น็อก พ่อของเขาถึงแก่กรรมในปี 1819 เขาได้ขายฟาร์มของครอบครัวแล้วมาเงินมาสร้างร้านขายของชำในเมืองเล็กๆ ที่กำลังเติบโตแห่งหนึ่ง ชื่อว่าคิลมาร์น็อค จอห์นมีพรสวรรค์ในการทำธุรกิจและยังอัจฉริยะด้านวิสกี้ด้วย ในยุคนั้นพ่อค้าร้านขายของชำส่วนใหญ่เก็บซิงเกิ้ลมอล์ตไว้เพียงประเภทเดียวแต่คุณภาพของวิสกี้เหล่านั้นไม่สม่ำเสมอ จอห์นเล็งเห็นว่าการจำหน่ายวิสกี้วิธีนี้ยังไม่ดีพอ เขาจึงเริ่มผสมวิสกี้ขึ้นเอง เพื่อรักษารสชาดวิสกี้ให้อยู่ในมาตรฐานเดียวกันทุกครั้ง จึงทำให้สินค้าของเขาเป็นที่นิยมอย่างยิ่ง

ในปี 1920 วิสกี้ของจอห์นนี่ วอล์กเกอร์วางจำหน่ายไปแล้ว 120 ประเทศทั่วโลก เมื่อเวลาผ่านไปอีกหนึ่งศตวรรษ จอห์นนี่ วอล์กเกอร์กลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมทั่วโลก เป็นสัญลักษณ์ที่เป็นอมตะโดยผู้แต่งเพลงและผู้สร้างภาพยนตร์ ได้รับการชื่นชมจากแวดวงสังคมชั้นสูงและดารา รัฐบุรุษ นักกีฬา และสตรีในยุคนั้นล้วนดื่มด่ำกับรสชาดของจอห์นนี่ วอล์กเกอร์
จนถึงทุกวันนี้ จอห์นนี่ วอล์กเกอร์เป็นวิสกี้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก มีคนนำสโลแกนไปใช้ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นการรณรงค์เพื่อเรียกร้องความก้าวหน้า เป็นกำลังใจในยามคับขัน เป็นการมองโลกในแง่ดี เราลองมาดูกันว่า Johnnie Walker มีอะไรกันบ้าง

7. Johnnie Walker Red Label

ปี 1909 วิสกี้ สเปเชียล โอลด์ ไฮแลนด์ ได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ เรด เลเบิ้ล ด้วยระยะเวลาในการบ่ม 8 ปี โดดเด่นด้วยกลิ่นเครื่องเทศเผ็ดร้อนปะทะจมูกและรสชาดจัดจ้านสดใสของบุหรี่แห้งรมควัน
การผสมผสานวิสกี้รสนุ่มจากชายฝั่งตะวันออกของสกอตแลนด์ เข้ากับรสยางมะตอยและรากไม้จากฝั่งตะวันตก ทำให้จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ เรด เลเบิ้ล มีรสชาดล้ำลึกแต่สดใสจัดจ้านราวกับน้ำที่ซ่านกระเซ็นจากเกลียวคลื่นที่แตกเป็นฟอง ด้วยกลิ่นหอมฉุนจากเครื่องเทศนานาชนิด อาทิ อบเชย พริกไทย ที่ปะทุอยู่กลางลิ้น แต่แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายของความหวานของผลไม้อย่างแอปเปิ้ลสดหรือลูกแพร์และกลิ่นวานิลลาละมุน สัมผัสท้ายรสเป็นกลิ่นบุหรี่แห้งรมควันเอกลักษณ์ของจอห์นนี่ วอล์กเกอร์ที่ฟุ้งกระจายในลมหายใจยาวนาน

6. Johnnie Walker Black Label

ปี 1909 วิสกี้ เอ็กซ์ตร้า สเปเชียล โอลด์ ไฮแลนด์ ได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ แบล็ค เลเบิ้ล ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนสุดยอดวิสกี้จากทั่วทุกทิศของสกอตแลนด์และมาตรฐานสูงสุดในด้านการผสมวิสกี้ มีรสสัมผัสที่ลุ่มลึก ซับซ้อนและกลมกล่อมอย่างน่าพิศวง ด้วยความหอมอบอวลของผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ความหวานของวานิลลาและกลิ่นบุหรี่แห้งรมควันอันเป็นเอกลักษณ์ ด้วยสูตรพิเศษที่ผสมขึ้นจากวิสกี้ที่มีอายุการหมักบ่มไม่ต่ำกว่า 12 ปี ทำให้ไม่น่าแปลกใจนักหากนักดื่มจะหลงใหลไปกับวิสกี้นี้

5. Johnnie Walker Double Black

จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ ดับเบิ้ล แบล็ค เป็นผลงานสร้างสรรค์ของปรมาจารย์ผสมวิสกี้ จิม เบฟเวอริดจ์ ที่นำรสชาดของจอห์นนี่ วอล์กเกอร์ แบล็ค เลเบิ้ลมาตีความใหม่ให้เข้มข้นและหอมกลิ่นรมควันยิ่งกว่าเดิม วิสกี้สูตรพิเศษนี้ได้รับการบ่มในถังที่ผ่านการเผาด้วยความร้อนสูงและมีส่วนผสมของวิสกี้จากแถบชายฝั่งตะวันออกและเกาะของสกอตแลนด์ในสัดส่วนที่มากกว่าเดิม เพียงแค่จิบแรกก็สัมผัสได้ถึงรสชาดหนักแน่น ดุดัน กลิ่นไหม้แบบยางมะตอยและรากไม้แผ่กระจายเหนือความหอมอบอวลจากลูกเกด แอปเปิ้ล แพร์ และส้ม ช่วงท้ายเผยความหอมหวานของวานิลลาและเครื่องเทศ ตบท้ายด้วยรสฝาดอ่อนๆ จากไม้โอ๊คและกลิ่นควันบุหรี่แห้งที่นุ่มฟุ้งกระจายในปาก
เราขอแนะนำ Johnnie Walker Double Black on The Rock รูปแบบการดื่มไร้ที่ติ

4. Johnnie Walker Green Label

Johnnie Walker Green Label 180 Cask คือเบลนเด็ทมอลล์วิสกี้ระดับพรีเมียม ด้วยการคัดสรรค์มอลต์วิสกี้ที่ดีที่สุดจากโรงกลั่นตระกูล Walker ทั่วสกอตแลนด์ผสมผสานกันให้ได้เพียง 180 ถังต่อครั้ง ซึ่งถือเป็นการผลิตแบบ Small Batch ซึ่งจะได้ผลผลิตต่อครั้งในจำนวนน้อยมาก แต่จะได้วิสกี้ที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพและรสชาด Single Malt 
Johnnie Walker Green Label ได้ผลิตขึ้นด้วยการผสมมอลล์เพียงอย่างเดียว โดยการคัดสรรมอลต์ทั่วทั้ง 4 ทิศของสกอตแลนด์ โดยมอลต์แต่ละชนิดจะใช้เวลาหมักบ่มอย่างน้อย 15 ปีเพื่อมอบรสชาดที่มีชีวิตชีวาอย่าเป็นธรรมชาติ และความล้ำลึกหนักแน่นไม่มีใครเทียบ 
Johnnie Walker Green Label ด้วยรสชาติหอมหวานของมอลต์ ควรดื่มแบบ On The Rock ด้วยการรินลงในแก้วให้พอประมาณ แล้วจิบเพื่อรับรู้รสชาดอันหอมหวาน แล้วจึงใส่น้ำแข็ง 1- 2ก้อน เพื่อให้เกิดน้ำมันของวิสกี้ (Fusil Oil) ทำให้มีความหอมเพิ่มมากขึ้นเมื่อวิสกี้ได้สัมผัสกับความเย็นของน้ำแข็ง

3. Johnnie Walker Gold Label

Johnnie Walker Gold Label เป็นเหล้าวิสกี้ที่มีเอกลักษณ์ เป็นสีทองประกายสวยงาม และเป็นวิสกี้ที่ได้รับการปรุงแต่งจากแหล่งผลิตวิสกี้ที่ดีที่สุดของ House Of Johnnie Walker โดยมี CLYNELICH (ไคร์ล ริช) ที่มีความหวานสร้างความลุ่มลึกให้แก่รสชาดซึ้งเป็นวิสกี้มอลต์ที่หายากและราคาสูงผสมอยู่ด้วย ใช้ระยะเวลาในการบ่ม 18 ปี
Johnnie Walker Gold Label จะเกิดการแข็งตัวเมื่อนำไป Frozen หรือ แช่ให้เย็นจัด ด้วยความเย็นจะทำให้รสชาติและกลิ่นยิ่งนุ่มและอบอวลขึ้น  ในการดื่มนั้น ควรจิบทีละน้อย เพื่อรับรู้รส โดยมีช็อคโกแลต มารับประทานควบคู่กัน เพื่อสัมผัสถึงรสชาดอันพิเศษ

2. Johnnie Walker Platinum Label 18 Year Old

จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ แพลตินัม เลเบิ้ล 18 ปี ผสมผสานรสชาติสุดคลาสสิกของจอห์นนี่ วอล์กเกอร์ เข้ากับความทันสมัยที่มีเสน่ห์เย้ายวลจากส้มและอัลมอนด์รมควัน สัมผัสแรกนำด้วยความหวานที่แฝงกลิ่นวานิลาอบอุ่นไว้ข้างใต้ เจือด้วยกลิ่นหอมจากส้มจางๆ เนื้อสัมผัสที่ละเลียดไปตามต่อมรับรสค่อยๆ เผยกลิ่นถั่วและมอลต์แห้ง ก่อนให้สัมผัสท้ายรสหรูหราจากกลิ่นรมควัน คู่กับกลิ่นหอมจากส้มที่ค่อยๆ จางลงอย่างงดงาม
เราแนะนำให้ดื่มจอห์นนี่ วอล์กเกอร์ แพลตินั่ม เลเบิ้ล 18 ปี แบบไม่ผสมหรือใส่น้ำแข็ง .. ลองดู!!!

1. Johnnie Walker Blue Label

จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ บลู เลเบิ้ล เป็นผลงานชิ้นเอกของจอห์นนี่ วอล์กเกอร์ ที่ผสมผสานวิสกี้ชั้นยอดที่หายากที่สุดจากสกอตแลนด์ไว้ด้วยกัน โดยจากวิสกี้กว่า 10,000 ถังนั้น จะมีเพียงถังเดียวที่มีรสชาดและลักษณะจำเพาะคู่ควรแก่การนำมาผสมเป็นจอห์นนี่ วอล์กเกอร์ บลู เลเบิ้ล ที่เผยอัตลักษณ์อันวิจิตรงดงามจนเป็นวิสกี้สุดพิเศษสำหรับโอกาสพิเศษ
ด้วยแรกสัมผัสที่ผสมผสานทั้งเฮเซลนัท น้ำผึ้ง เหล้าเชอร์รี่ และส้มไว้ด้วยกัน ก่อนจะปลดปล่อยรสและกลิ่นของขิง ส้มจี๊ด ไม้จันทน์ และ ดาร์คช็อกโกแลตที่ซ่อนไว้ ความหวานละมุนจากน้ำผึ้งหอมฟุ้งในปาก เจือกับกลิ่นพริกไทยและผลไม้แห้ง ส้มผัสท้ายรสเป็นรมควันรสนุ่มละมุนที่อวลในลมหายใจยาวนาน
เราแนะนำให้ดื่มจอห์นนี่ วอล์กเกอร์ บลู เลเบิ้ลแบบไม่ผสม ไม่ใส่น้ำแข็ง คู่กับน้ำเย็นจัด .. อารมณ์ล้วนๆ!!

Johnnie Walker สีไหนที่คุณชอบมากที่สุด?

Preload

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg aa33f263 8236 4b03 b352 c1bed2cfd805

ไอ้หนูใจเสาะ