QUAY 2559/12/23 14:37
Thumb lg 8666 1

10 ประเภททรงผมอันเดอร์คัตสุดเท่ที่ควรตัดในปี 2017

37942 Pepper

รู้กันหรือเปล่าว่าทรงผมที่เรียกกันว่าอันเดอร์คัตเนี่ย มันสามารถแตกออกมาเป็นสไตล์เจ๋ง ๆ ได้อีกเพียบเลยนะ วันนี้เราจะมาลงรายละเอียดในส่วนนี้กัน!

hairstyles men hairstyles undercut hairstyles

พูดถึงทรงผมที่มาแรงและมีสไตล์โดดเด่นแบบชัดเจนที่สุดในปีนี้ ทรงหนึ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือทรงอันเดอร์คัตครับ ไม่ใช้แค่ได้รับความนิยมสูงในเหล่าบรรดาคนทั่วไปอย่างเดียวเท่านั้นแต่เหล่าบรรดาคนดังที่ต้องใช้ชีวิตออกสื่อทั้งภาพยนตร์ ละคร และรายการบันเทิงต่าง ๆ ก็หันมาทำผมทรงนี้กันด้วยเช่นกัน ถือว่าเป็นหนึ่งในแกนหลักความเท่ของสตรีทแฟชั่นยุคนี้กันเลยทีเดียว
.
มีหลายเหตุผลที่ทำให้ผมทรงนี้กลายเป็นที่นิยมขึ้นมาในยุคนี้ครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการที่สามารถทำได้ง่ายและดูแลรักษาง่าย รวมไปถึงอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญก็คือเจ้าทรงผมอันเดอร์คัตตัวนี้สามารถพลิกแพลงเปลี่ยนไปได้หลากสไตล์หลายแนวมากทีเดียว ตั้งแต่แบบคลาสสิกไผจนถึงโมเดิร์นแบบที่ผู้ใหญ่เห็นแล้วงงว่าแบบนี้ก็ได้เหรอ เรามาดูกันที่กว่าครับว่าแบบไหนที่เจ๋งและควรค่าแก่การทำตามบ้าง

1. อันเดอร์คัตแบบคลาสสิก

ทรงนี้ดูจะออกแนวโบราณแบบอนุรักษ์นิยมอยู่ซักหน่อย แบบคลาสสิกเป็นการเล็มผมด้านข้างออก แต่เหลือผมด้านบนไว้ไม่ยาวมากนัก ทรงนี้เหมาะกับคนที่ไม่ได้ชอบความหวือหวามากนักเพราะมันไม่ได้โดดเด่นแบบเอ็กซ์ตรีมอะไร ถือว่าทำออกมาง่ายและก็ดูแลรักษาง่ายด้วยครับ ยิ่งถ้าตกแต่งแบบ Wet Look ด้วยเจลหรือมูสก็จะทำให้ได้ฟีลลิ่งโบราณย้อนยุคสุดคลาสสิกแบบหนุ่มยุค ‘50s ยังไงยังงั้นกันด้วย

2. อันเดอร์คัตแบบมีเลเยอร์

สำหรับทรงนี้เป็นการพัฒนาอะไรที่มันต่อยอดมาจากข้อแรกเล็กน้อยครับ คือเราจะเพิ่มความซับซ้อนให้กับก้อนผมด้านบนของเราให้มันดูไม่เรียบนิ่งสนิท ซึ่งก็สามารถสร้างความตื้นลึกของเลเยอร์ผมของเราได้หลายระดับแล้วแต่ความต้องการว่าจะให้คนอื่นมองเห็นมาเป็นแบบไหนด้วย

3. อันเดอร์คัตแบบ Slick Back

เป็นอีกหนึ่งสไตล์การตัดและเซ็ตผมทรงอันเดอร์คัตที่ได้รับความนิยมมากทีเดียวครับ เห็นคนทำแบบนี้กันเยอะมาก ๆ จุดสำคัญสำหรับการทำผมทรงนี้ก็คือต้องมั่นใจว่าทรงผมของคุณนั้นมันยาวมากพอที่จะทำการหวีเสยไผจนถึงด้านหลัง นอกจากความยาวจะสำคัญแล้วผลิตภัณฑ์ที่เรานำมาใช้จัดแต่งทรงผมก็ต้องมีคุณมากเหนียวแน่นมากพอด้วยเช่นกัน ไม่งั้นเอาไม่อยู่! หากต้องการให้ทรงผมทรงนี้ของเราดูมีความโมเดิร์นมากขึ้น ลองใส่มูสเข้าไปเพื่อให้ผมดูมีเท็กซ์เจอร์มากขึ้นดูกันได้ครับ

4. อันเดอร์คัตแบบแสกข้าง (Side Sweep)

ถือว่าเป็นอีกทรงที่ได้รับแรงบันดาลใจจากทรงปอมปาดัวร์มาเต็ม ๆ ทรงนี้คล้ายกับทรง Slick Back ตรงที่เราจะต้องมั่นใจเสียก่อนว่าเรามีผมด้านบนที่ยาวมากพอสำหรับการเซ็ตหวีไปในทิศทางที่เราต้องการจะให้มันเป็นไผ และต้องมั่นใจด้วยนะครับว่าเราเลือกทิศทางของผมที่จะแสกไปถูกทางแล้วจริง ๆ เพราะทรงผมของแค่ละคนนั้นสามารถแสกออกมาได้แตกต่างกัน ก่อนจะทำทรงนี้ก็เช็คหนังหัวกันได้ดี ๆ ก่อนนะครับ!

5. อันเดอร์คัตแบบฟูฟ่อง (Puffy)

สำหรับคนที่ต้องการจะทำทรงนี้ต้องบอกก่อนว่าคุณจะต้องมีผมที่หยักศกประมาณนึง จุดเด่นของมันคือจะมีทั้งโวลุ่มและเท็กซ์เจอร์ที่หนาแน่นมาก ขึ้นอยู่กับสภาพผมของแต่ละคนด้วยนะครับแต่ถ้าเป็นคนที่ผมหยิกหรือหยักศกจะสามารถทำลุคนี้ออกมาได้ง่ายดายกว่ามาก ๆ แต่ถ้าเป็นคนผมตรงที่อยากจะได้ลุคแบบนี้บ้างล่ะก็อาจจะต้องตั้งใจเซ็ตกันให้ละเอียดหน่อยแล้วแหละ

6. อันเดอร์คัตแบบ Disconnect

ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกับคำว่า disconnect กันซักเล็กน้อย มันก็คือการตัดการเชื่อมต่อนั่นแหละครับ แล้วกับทรงผมมันเกี่ยวกอะไร ทรงนี้เป็นการตัดขาดกันโดยสิ้นเชิงระหว่างพื้นที่ที่มีผม กับพื้นที่ที่ตัดผมออกไปจนเหี้ยนเตียนโล่งครับ ไม่มีการไล่ระดับจากหนามาบาง ไถเป็นไถ จบ ถ้าจะให้แนะนำก็คือลองเอาสไตล์การตัดผมแบบ disconnect ตัวนี้ไปปรับใช้กับทรงผมของผู้ชายยุค ‘40s ดูครับ ปาดข้างแบบ side part จะยิ่งให้ความเรโทรกับลุคของคุณมากขึ้นอีกหลายเท่าตัวแน่นอน

7. อันเดอร์คัตผมยาว

สำหรับคนที่ต้องการจะแสดงเจตจำนึงว่าเป็นคนเท่ ๆ แบบไม่แคร์สังคมเท่าไหร่ ทรงนี้บอกเลยว่าใช่มาก ๆ ครับ เป็นการผสมผสานกันระหว่างผมสั้นที่ด้านข้างและผมยาว (มาก) ที่ด้านบน แสกไปด้านไหนซักด้านที่ไม่ใช่เสยไปด้านหลังเป็นอันเสร็จสิ้น ลุคนี้ต้องบอกว่าดึงดูดสายตาเป็นอย่างมากทีเดียว

8. อันเดอร์คัตแบบ Top Knot

หรือถ้าคุณไม่ได้อยากจะปล่อยผมที่ยาวอยู่ให้มันปล่อยพริ้วไหวไปตามสายลม แต่ก็ไม่ได้อยากตัดผมสั้น อีกหนึ่งลุคที่จะตอบโจทย์ได้ก็คงเป็นการมัดผมจุกด้านบนหรือที่เรียบว่า Top Knot นี่แหละครับ เป็นการมัดผมแบบ Bun ประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยมมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเลยทีเดียว ทรงนี้เหมาะกับคนความยาวผมด้านบนยังอยู่ในช่วงครึ่ง ๆ กลาง ๆ จะสั้นก็ไม่สั้น จะยาวก็ไม่ยาว สามารถเก็บรายละเอียดในส่วนที่เกินมาได้ดีมากทีเดียวครับ ให้ลุคแบบ casual เป็นคนสบาย ๆ ด้วยนะเออ!

9. อันเดอร์คัตแบบปอมปาดัวร์

หนึ่งในทรงผมสุดคลาสสิกจากทศวรรษ 1950s ที่ยังคงตกทอดมาถึงวงการแฟชั่นยุคปัจจุบันครับ ปอมปาดัวร์ (Pompadour) เป็นทรงที่เต็มไปด้วยรายละเอียดทั้งโวลุ่มและเท็กซ์เจอร์ มาพร้อมกับกลิ่นอายแบบร็อกอะบิลลี่แบบเต็มพิกัด สำหรับคนที่ต้องการจะทำทรงนี้จะต้องหัดเซ็ตกันนิดนึงนะครับเพราะไม่ได้ทำได้ง่าย ๆ เหมือนพวก slick back หรือ comb over เพราะที่เราต้องการจริง ๆ ก็คือความโป่งที่ด้านหน้าของมันนั่นเอง อาจจะต้องใช้เจลตกแต่งเพื่อให้มีความมันเงาสไตล์เรโทรเข้ามาเสริมลุคซักหน่อยครับ

10. อันเดอร์คัตแบบหวีไปด้านหน้า (Forward Sweep)

และสำหรับสไตล์สุดท้ายที่จะหยิบมาแนะนำกันในวันนี้ครับ เป็นอันเดอร์คัตแบบที่ปล่อยผมออกมาด้านหน้า เป็นลุคที่ให้ความโมเดิร์นที่สุดแล้วในบรรดาทรงผมที่หยิบมาแนะนำกันทั้งหมดในบทความนี้เพราะทรงอื่นส่วนใหญ่เน้นไปในสไตล์แบบเรโทรเป็นหลัก สำหรับผลิตภัณฑ์ที่จะนำมาเซ็ตผมทรงแบบนี้ควรจะเป็นพวก matte ให้ออกมาดูด้าน ๆ ไม่มันเงาจะดีที่สุดเพราะจะช่วยเพิ่มเท็กซ์เจอร์ให้ดูมีรายละเอียดอะไร ๆ ได้มากขึ้น เจ๋งดีทีเดียว!

ชอบทรงไหนที่สุด?

Preload

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg a1efe3d5 aac6 4169 b184 98a4e34df5ff

QUAY