Bamboo 2559/12/26 15:31
Thumb lg 53a10a8d1a50b   cos 01 zac efron xl 80318501

ห้ามพลาด! 8 วิธีดูแลตัวเองที่ผู้ชายทุกคนควรทำในปี 2017!

4090 Pepper

หล่อปีนี้ไม่พอซะแล้ว ... ต้องหล่อสุขภาพดีข้ามปีไปเลยกับ 8 วิธีดูแลตัวเองง่ายๆรับปี 2017

grooming tips lifestyle

อีกไม่กี่วันก็จะหมดปี 2016 กันแล้ว ถึงเวลาสิ้นปีที่ไรหนุ่มๆ หลายคนก็นั่งทบทวนอะไรหลายอย่างๆ กันเลยใช่มั้ย ไม่ว่าจะเรื่องงาน เรื่องเงินทอง เรื่องหน้าที่การงาน เรื่องเรียน และที่แน่ๆ หนุ่มๆ หลายคนคงไม่พลาดที่จะทบทวนเรื่องการดูแลตัวเองกันใช่มั้ย ตั้งแต่สุขภาพเส้นผม รวมทั้งใบหน้าอันหล่อเหลากระชากใจสาวมาทั้งปีที่อาจจะต้องขอเบรกเพื่อเตรียมดูแลรับปีหน้ากันซะหน่อย ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาหนุ่มๆ อาจจะเจอกับภาวะเครียด สภาพอากาศที่ไม่ดีต่อสุขภาพผิว รวมทั้งมลภาวะต่างๆ และปัจจัยอื่นๆ ดังนั้น ถึงเวลาที่ต้องลุกขึ้นมาดูแลตัวเองกันบ้างแล้ว ดูแลแต่เนิ่นๆ จะได้แก้ไขและบำรุงทันกันนะจ๊ะ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน ด้วยรักและห่วงใยจาก Pepper ที่อยากเห็นหนุ่มไทยดูแลและใส่ใจตัวเองให้หล่อกิ๊กยันปีหน้าและตลอดไป เราก็เลยไปเสาะหาบทความวิธีการดูแลตัวเองของหนุ่มๆ มาฝาก ถ้าพร้อมเตรียมหล่อแล้วก็ไปอ่านกันเลย

8. วิธีการล้างหน้าที่ถูกต้อง

อ๊ะอ่าวๆ ใครยังใช้สบู่ล้างหน้ากันอยู่บ้างชูมือขึ้นหน่อย ที่แน่ๆ เรามั่นใจว่าต้องมีหนุ่มๆ แอบใช้ล้างหน้ากันอยู่แน่ไม่ว่าจะเป็นความขี้เกียจในการไปเดินเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ล้างหน้าหรือจะล้างด้วยความเร่งรีบประดุจว่าคว้าอะไรใกล้ตัวได้ก็รีบล้างหน้าเลย การล้างสบู่ไม่ใช่เรื่องที่ผิดนะจ๊ะ แต่ว่าการล้างสบู่นั้นช่วยกำจัดคราบแบคทีเรียและสิ่งสกปรกออกไปก็จริงอยู่ แต่มันจะทำให้ใบหน้าของหนุ่มแห้งกรานเพราะขาดมอยเจอร์ไรเซอร์นี่ล่ะ ดังนั้น ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดใบหน้าที่มีความอ่อนโยนต่อผิวด้วยปริมาณเท่าเม็ดถั่วเขียว โดยล้างหน้าเพียงวันละ 2 ครั้งเท่านั้นคือในช่วงเช้า (ตื่นนอน) และกลางคืน (อาบน้ำก่อนเข้านอน) หลังจากนั้นก็เช็ดหน้าให้แห้งด้วยผ้าขนหนูที่สะอาดและทาด้วยมอยเจอร์ไรเซอร์เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิวหน้า

7. เพิ่มมอยเจอร์ไรเซอร์ซะหน่อย

คุณอาจจะรำคานกับการต้องบำรุงหน้าด้วยมอยเจอร์ไรเซอร์ เพราะมันทำให้คุณเสียเวลาในการบรรจปาดครีมบนหน้า แต่เราขอบอกว่านี่เป็นวิธีที่ช่วยรักษาความชุ่มชื่นและทำให้ผิวหน้าคุณไม่แห้งกรานและยังสุขภาพดีอีกด้วย การใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ที่เหมาะสมคือการใช้หลังจากล้างหน้า (ตามข้อ 8) ให้หนุ่มๆ บีบมอยเจอร์ไรเซอร์ในนปริมาณเท่าปลายนิ้วมือและแตะไปรอบใบหน้าและลำคอก่อนจะค่อยๆ ถูอย่างเบาๆ และทั่วใบหน้า

หมายเหตุ: อย่าลืมเลือกมอยเจอร์ไรเซอร์ให้เหมาะสมกับสภาพผิวของคุณ โดยผิวบอบบางและแพ้ง่ายควรเลือกมอยเจอร์ไรเซอร์ที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ น้ำหอม และการผสมสีต่างๆ เป็นต้น

6. อย่าลืมบำรุงร่างกายด้วย

หนุ่มๆ รู้มั้ยว่านอกจากใบหน้าและลำคอที่เรากล่าวมาแล้วนั้น ส่วนอื่นๆ ของร่างกายก็ยังคงต้องการการบำรุงจากมอยเจอร์ไรเซอร์อยู่เช่นกัน เพราะบริเวณเหล่านี้ก็เป็นจุดเสี่ยงที่ผิวจะมีการเสียดสีและเกิดรอยแผลต่างๆ ได้ง่ายจากความแห้งกร้านอีกด้วย โดยเฉพาะ ต้นแขน หัวเข่า ข้อศอก น่อง เป็นต้น ซึ่งบริเวณเหล่านี้ต้องการการดูแลเป็นพิเศษเนื่องด้วยมีต่อมผลิตน้ำมันเพียงเล็กน้อยทำให้เก็บรักษาความชุ่มชื่นได้น้อย และการใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ที่มีส่วนผสมของวิตามิน E หลังอาบน้ำก็จะช่วยให้ใบหน้าคุณชุ่มชื่นและสดใสอีกด้วย

5. บอกลาการอาบแดดซะที

ที่ผ่านมาเป็นช่วงกระแสฮิตอยู่ไม่น้อยกับเทรนด์การอาบแดดเปลี่ยนสีผิวเป็นสีแทนสุดฮิต จากการวิจัยพบว่าการอาบแดดในระยะเวลาทำให้ร่างกายได้รับรังสี UVA และ UVB ซึ่งมีผลในการทำลายสุขภาพผิวอย่างมาก โดยอาจทำให้เกิดรอยไหม้ การปวดแสบปวดร้อน และริ้วรอยต่างๆ รวมทั้งการเกิดมะเร็งผิวหนังในเวลาต่อมา ทางที่ดีเราควรเลี่ยงแสงแดดแรงๆ หากจำเป็นต้องออกข้างนอกให้ใส่เสื้อผ้าแขนขายาวและทาครีมกันแดดที่มี SPF 15 หรือ SPF 30 เพื่อป้องกันรังสีต่างๆ จากแสงอาทิตย์ รวมทั้งไม่จำเป็นต้องไปอาบแดดกันนะจ๊ะ เพราะร่างกายของเราสามารถสังเคราะห์แคลเซียมที่จะช่วยเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรงจากพระอาทิตย์ในยามเช้า (ก่อน 9 โมง) ได้ข้อมูลแบบนี้แล้วก็อย่าลืมตื่นไปจ็อกกิ้งยามเช้าตรู่นะ

4. สุขภาพช่องปากก็สำคัญ

มาดูแลดูแล๊สุขภาพช่องปากกันบ้าง เนื่องจากเราก็ทำความสะอาดช่องปากด้วยการแปรงฟันอยู่บ่อยๆ แล้ว แต่คุณทราบมั้ยว่าบางทีแปรงสีฟันของเรานั้นเข้าไปไม่ถึงซอกต่างๆ ระหว่างฟัน ดังนั้น เราจึงใช้ไหมขัดฟันเป็นพระเอกสำหรับภารกิจนี้ โดยหลังแปรงฟันเสร็จแล้ว ก็ใช้ไหมขัดฟันเป็นการรีเช็คเศษอาการตามซอกฟันอีกที เพื่อป้องกันการสะสมของแบคทีเรียและสิ่งสกปรกที่ซ่อนตัวอยู่และจะนำไปสู่ภาวะวิกฤตสุขภาพช่องปากด้วยโรคต่างๆ (ในปัจจุบันนี้มีแปรงไฟฟ้าที่สามารถทำหน้าที่ทะลุทะลวงทุกซอกฟันอย่างละมุนแล้วนะจ๊ะ หนุ่มๆ ลองไปหาซื้อดูได้ตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำต่างๆ)

3. ดูแลหนวดเสน่ห์กันด้วย

อย่าลืมดูแลหนวดเคราเสน่ห์ของคุณหนุ่มๆ กันด้วยนะ คอยตรวจดูตลอดว่ามันเริ่มรกรุงรังรึยัง หากดูแล้วว่ามันรกไม่เป็นทรงซะเหลือเกิน จะรอช้าอยู่ใยก็บรรจงโกนกันเลย ก่อนโกนก็เลือกใช้โฟมที่อ่อนโยนต่อผิวหน้าทาให้ทั่วบริเวณหนวดแล้วค่อยๆโกนมันออก จากนั้นก็ล้างทำความสะอาดใบหน้าให้แห้งด้วยผ้าขนหนู และอย่าลืมทาหน้าด้วยมอยเจอร์ไรเซอร์เพื่อเพิ่มความชุ่มชืนหลังจากโกนไปแล้ว และควรทำการสครับหนวดเสน่ห์อาทิตย์ละ 2 ครั้งเพื่อขจัดเซลล์ทและผิวที่ตายไปแล้วไม่ให้เกาะสะสมไปขัดขวางการเจริญเติบโตของหนวดที่เป็นสาเหตุในการติดเชื้อแบคทีเรียนต่างๆ การล้างด้วยแชมพูที่เหมาะสมจะช่วยรักษาความสะอาดและเพิ่มความสดชื่นให้อีกด้วย นอกจากหนวดจะมีเสน่ห์ด้วยคุณภาพที่เงางามแล้วยังมีกลิ่นหอมอีกด้วยนาจา

2. เก็บอุปกรณ์ให้เรียบร้อย

ขั้นตอนนี้ใครว่าไม่เกี่ยวกับการดูแลตัวเอง ขอบอกว่าข้อนี้ก็เป็นอีกปัจจัยนึงที่สำคัญมาก เพราะหนุ่มๆ เมื่อใช้งานสิ่งของพวกนี้เสร็จก็มักจะโยนทิ้งกองไว้หน้ากระกระจกบ้าง วางกระจายไปคนละทิศละทางบ้าง และที่สำคัญเมื่อใช้เสร็จแล้วไม่ยอมทำความสะอาด แหละนั่นก็เป็นสาเหตุหลักในการที่จะสร้างอาณาจักรของแบคทีเรียที่สะสมเชียวล่ะ ดังนั้น หลังการใช้อุปกรณ์ต่างๆ แล้วว ควรทำความสะอาดให้เหมาะสมแต่ละประเภทอุปกรณ์และเช็ดให้แห้ง รวมทั้งการจัดวางให้เป็นระเบียบเรียบร้อยขั้นตอนนี้ใครว่าไม่เกี่ยวกับการดูแลตัวเอง ขอบอกว่าข้อนี้ก็เป็นอีกปัจจัยนึงที่สำคัญมาก เพราะหนุ่มๆ เมื่อใช้งานสิ่งของพวกนี้เสร็จก็มักจะโยนทิ้งกองไว้หน้ากระกระจกบ้าง วางกระจายไปคนละทิศละทางบ้าง และที่สำคัญเมื่อใช้เสร็จแล้วไม่ยอมทำความสะอาด แหละนั่นก็เป็นสาเหตุหลักในการที่จะสร้างอาณาจักรของแบคทีเรียที่สะสมเชียวล่ะ ดังนั้น หลังการใช้อุปกรณ์ต่างๆ แล้วว ควรทำความสะอาดให้เหมาะสมแต่ละประเภทอุปกรณ์และเช็ดให้แห้ง รวมทั้งการจัดวางให้เป็นระเบียบเรียบร้อย

1. สุขภาพผมก็สำคัญเช่นกัน

หัวข้อสุดท้ายแล้วกับการดูแลสุขภาพเส้นผม สำหรับหนุ่มๆ ที่ผมบางหน่อยล่ะก็ควรตัดผมสั้นเพื่อเสริมบุคลิกภาพไปเลย จะได้ช่วยลดปัญหาผมบางหรือลองปรึกษาผู้เชี่ยวชาญกับการปลูกผมก็ได้เพื่อเพิ่มความมั่นใจอีกทาง ส่วนหนุ่มๆ คนไหนที่ผมยาวก็ควรจะทำความสะอาดเส้นผมกันบ้างน้า โดยเลือกแชมพูให้เหมาะสมกับสภาพของผม หลังการสระผมเสร็จแล้วก็อย่าลืมเป่าหรือไดร์ฟผมให้แห้งก่อนนอนทุกครั้ง เพื่อป้องกันการสะสมของแบคทีเรียบนหนังศรีษะอีกด้วย รวมทั้งให้เปลี่ยนแชมพูสระผมทุกๆ ปีเพื่อลดการสะสมของสารเคมีอีกด้วย หากคุณมีอาการแพ้จากการใช้แชมพู ให้หยุดใช้ทันทีและไปพบแพทย์พร้อมแชมพูที่คุณใช้

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg dec05d81 3468 442b 8dc8 ec022032cc30

Bamboo

..•°*"˜ ☆Be a girl with a mind, a woman with attitude, and a lady with class ..•°*"˜ ☆