RahXephon อัพเดทเมื่อ 10:26 23/05/2559
Thumb lg 20160526 newcomer football players

11 แข้งสายเลือดใหม่ที่แจ้งเกิดเต็มตัวในฤดูกาล 2015-16

3488 Pepper

"คลื่นลูกเก่าจะถูกแทนที่ด้วยคลื่นลูกใหม่" เป็นสัจธรรมที่เกิดขึ้นในทุกวงการ ในขณะที่นักเตะชื่อดังบางคนค่อยๆร่วงโรยไป ก็จะมีสตาร์หน้าใหม่เกิดขึ้นมาแทนที่ในแต่ละปี

ฟุตบอล football 2015-16 นักฟุตบอล

เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นสำหรับแฟนบอลพันธุ์แท้กับการที่ได้เห็นนักเตะดาวรุ่งพุ่งแรงคนใหม่ถือกำเนิดขึ้นมาในทุกๆปี และพวกเขาเหล่านี้ก็คือสิ่งจำเป็นที่หล่อเลี้ยงวัฏจักรวงจรลูกหนังให้เดินหน้าต่อไป บางคนอาจจะเติบโตขึ้นไปจนถึงขั้นเป็นซูเปอร์สตาร์ให้กับทีมชาติหรือต้นสังกัดใหญ่ๆในอนาคต เรามาดู 11 รายชื่อของคลื่นลูกใหม่ที่สามารถแจ้งเกิดได้อย่างเต็มตัวจากบรรดาลีกดังทั่วทั้งยุโรปตลอดปีที่ผ่านมา

ผู้รักษาประตู: จานลุยจิ ดอนนารุมม่า (เอซี มิลาน)

บางที จานลุยจิ บุฟฟ่อน อาจจะรู้สึกหมดห่วงว่าจะมีใครมาสืบทอดตำแหน่งของเขาแล้วก็เป็นได้ จากอาการบาดเจ็บที่รบกวนตำแหน่งผู้รักษาประตูภายใน ทีมปีศาจแดง-ดำ ในช่วงต้นฤดูกาล แต่นั่นกลับทำให้เป็นโอกาสแจ้งเกิดให้กับ นายทวารหนุ่มมือสามวัย 17 ปี ได้มีโอกาสลงประเดิมเฝ้าเสาใน เซเรีย อา เป็นครั้งแรก

และนับจากวันนั้น ดอนนารุมม่า ก็สามารถยึดตำแหน่งมือหนึ่งของทีมได้เรื่อยมา โดยเก็บคลีนชีตได้ 10 ครั้งจากการลงเล่นในลีก 30 เกมส์ภายในฤดูกาลเปิดตัวของเขา พร้อมกับได้รับการต่อสัญญาใหม่จากทีมเรียบร้อยแล้ว

แบ็คขวา: โจชัว คิมมิช (บาเยิร์น มิวนิค)

กองกลางวัย 21 ปี เซ็นต์สัญญามาอยู่กับ เสือใต้ เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา โดยส่วนใหญ่มักจะได้รับโอกาสถูกเปลี่ยนลงในช่วงท้ายเกมส์ประปราย แต่หลังจากผ่านเบรคฤดูหนาวที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เจอวิกฤติลูกทีมเจ็บกันระนาว เขาจึงตัดสินใจส่งนักเตะหน้าใหม่ลงไปทำหน้าที่ในแนวรับแทน

และ นักเตะดาวรุ่งชาวเยอรมัน ก็ไม่ทำให้เจ้านายของเขาต้องผิดหวัง เมื่อสามารถลงเล่นในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็คและแบ็คขวาได้เป็นอย่างดี ซึ่งเชื่อว่าแฟนๆของ ยูเวนตุส คงจะรู้ซึ้งดีจากที่เคยเห็นฝีเท้าของ คิมมิช มาแล้วในเกมส์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบน็อคเอาท์

เซ็นเตอร์แบ็ค: โจนาธาน ทาห์ (ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น)

จากนักเตะที่เคยลงเล่นอยู่ในดิวิชั่น 2 ของ ลีกเมืองเบียร์ เมื่อฤดูกาล 20145-15 กลับกลายมาเป็นหัวใจในแนวรับของ ทีมห้างขายยา ในปีถัดมา กองหลังลูกครึ่งเยอรมัน-ไอวอรี่ โคสต์ มีส่วนผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความแข็งแกร่งและการยืนตำแหน่งที่ชาญฉลาด

ลูกกลางอากาศยังเป็นจุดเด่นที่สำคัญของเขาด้วย จากสถิติการดวลลูกโหม่งที่ชนะคู่แข่งถึง 68% และหากตัด 2 เกมส์ที่เขามีอาการเจ็บกล้ามเนื้อเมื่อช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ทาห์ คือผู้เล่นที่ลงสนามครบ 90 นาทีในทุกรายการแข่งขันเมื่อยามที่ได้รับโอกาส

เซ็นเตอร์แบ็ค: อันเดรียส คริสเตนเซ่น (โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค/เชลซี)

บางทีแฟนๆ สิงห์บลู อาจรู้สึกเสียดายที่ทางสโมสรปล่อยตัว ปราการหลังชาวเดนมาร์ก ไปให้กับ ทีมสิงห์หนุ่ม ยืมใช้งานในซีซั่นที่ผ่านมา หลังจากที่ทีมแชมป์เก่าพรีเมียร์ลีกทำผลงานได้เละตุ้มเป๊ะโดยหล่นไปอยู่ตรงกลางตารางและเสียประตูไปถึง 53 ลูก

ในขณะที่ กองหลังวัย 20 ปี กลับไปทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมใน บุนเดสลีกา และกลายเป็นผู้เล่นตัวหลักให้กับทีมพร้อมกับสร้างสถิติเด่นในการเคลียร์บอลจากพื้นที่อันตราย 129 ครั้งจากการลงสนาม 31 เกมส์ในลีก

แบ็คซ้าย: นาธาน อาเก้ (วัตฟอร์ด/เชลซี)

อีกหนึ่งแข้งยืมคุณภาพดีจาก ทีมสิงโตน้ำเงินคราม ที่ถูก โชเซ่ มูรินโญ่ ปล่อยตัวไปให้ วัตฟอร์ด ใช้งานตั้งแต่ต้นฤดูกาลที่ผ่านมา ซึ่งหลังจากนั้น กองหลังวัย 21 ปี ก็ได้ลงสนามเป็นตัวจริงในพรีเมียร์ลีกถึง 20 เกมส์ รวมถึงสามารถทำประตูแรกให้กับตนเองได้ในแมตช์ที่พบกับ ลิเวอร์พูล

นักเตะทีมชาติฮอลแลนด์ชุด U-21 ลงเล่นในตำแหน่งแบ็คซ้ายเป็นหลัก แต่ก็สามารถขยับเข้ากลางมาทำหน้าที่เป็นมิดฟิลด์ได้เช่นกัน ซึ่งจากความสารพัดประโยชน์นี้เชื่อว่าโอกาสของ อาเก้ ในซีซั่นหน้าภายใต้การคุมทีมของ อันโตนิโอ คอนเต้ น่าจะยังเปิดกว้างอยู่

มิดฟิลด์ตัวรับ: ยูเลี่ยน ไวเกิ้ล (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์)

จากนักเตะค่าตัวราว 2.5 ล้านยูโรที่ย้ายมาจาก 1860 มิวนิค เมื่อช่วงหน้าร้อนปีที่แล้ว กองกลางวัย 20 ปี สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงในถิ่น ซิกนัล อิดูน่า พาร์ค ได้อย่างเหนียวแน่น พร้อมกับสร้างสถิติสวยหรูจากการผ่านบอลสำเร็จ 92% จากความพยายามทั้งหมด 2,342 ครั้งในเกมส์บุนเดสลีกา

ไวเกิ้ล เป็นขุมกำลังหลักที่ช่วยพา ทีมเสือเหลือง ผ่านเข้าไปจนถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายในรายการ ยูโรปา ลีก รวมถึงการได้เข้าชิงถ้วย เดเอฟเบ โพคาล กับ บาเยิร์น มิวนิค จนทำให้เขามีโอกาสลุ้นสูงที่จะติดเป็น 1 ใน 23 ขุนพลอินทรีเหล็ก ที่จะลงทำศึก ยูโร 2016 ในเดือนมิถุนายนนี้

มิดฟิลด์ตัวกลาง: เดเล่ อัลลี่ (ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์)

ย้อนกลับไปเมื่อซีซั่นที่แล้ว กองกลางอนาคตไกลวัย 20 ปี ยังลงเล่นให้กับ เอ็มเค ดอนส์ ใน ลีกวัน อยู่เลย แต่ทุกอย่างกลับเปลี่ยนแปลงไปเหมือนดั่งฝัน เวลาผ่านไป 1 ปีเขากลายเป็นขุมกำลังหลักของทีมที่ได้อันดับ 3 ของ พรีเมียร์ลีก รวมถึงมีโอกาสสูงที่จะติด ทีมชาติอังกฤษ ไปเล่นใน ยูโร 2016 ที่ ฝรั่งเศส อีกด้วย

ทั้งเทคนิค ความเร็ว และพละกำลังที่ผสมผสานอยู่ในตัว อัลลี่ ทำให้เขากลายเป็นหัวใจในแดนกลางของทีม ซึ่งสามารถพิสูจน์ให้เห็นได้อย่างชัดเจนจากการที่ ไก่เดือยทอง ออกอาการเป๋ทำแต้มหล่นหายจนเสียตำแหน่งรองแชมป์ใน 3 เกมส์สุดท้ายที่เขาติดโทษแบน

ปีกขวา: อุสมาน เดมเบเล่ (แรนส์)

หลังจากเปิดตัวในฐานะนักเตะอาชีพให้กับ แรนส์ ไปได้เพียง 3 เดือน ปีกดาวโรจน์เลือดน้ำหอม ก็ซัดประตูแรกให้กับตนเองได้ในเกมส์ที่เสมอกับ บอร์กโดซ์ ก่อนจะยึดตำแหน่งตัวหลักในทีมได้เรื่อยมาจนจบฤดูกาลล่าสุดด้วยสถิติ 12 ประตูจาก 26 เกมส์ ซึ่งรวมไปถึงการแฮตทริกได้ 1 ครั้งในเกมส์ที่พบกับ น็องต์ เมื่อช่วงต้นเดือนมีนาคม

จากฝีเท้าที่ว่องไว และสถิติการลากเลื้อยที่เอาชนะตัวประกบไปได้ถึง 70% ทำให้เขาตกเป็นเป้าหมายของทีมน้อย-ใหญ่ทั่วทั้งยุโรป ก่อนที่ เดมเบเล่ จะตกลงใจยอมเซ็นต์สัญญาย้ายไปอยู่กับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในฤดูกาลหน้าเมื่อช่วงต้นพฤษภาคมที่ผ่านมา

ปีกซ้าย: โซฟียาน บูฟาล (ลีลล์)

หลังจากช่วยพา อองเช่ร์ เลื่อนชั้นขึ้นมาสู่ ลีกเอิง ได้สำเร็จ ปีกร่างเล็กวัย 22 ปี ก็ตัดสินใจเก็บกระเป๋าย้ายไปอยู่กับ ลีลล์ พร้อมกับเริ่มต้นสร้างชื่อเสียงจนกลายเป็น 'นิว อาซาร์' ในถิ่น สต๊าด ปิแอร์ โมรัว

ดาวเตะจอมเทคนิคชาวโมร็อกกัน เป็นดั่งกลจักรสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเกมส์แดนกลางให้กับทีม ซึ่งจะสังเกตได้ในยามที่เขามีอาการบาดเจ็บก็จะทำให้ผลงานของทีมดร็อปลงไปอย่างเห็นได้ชัด บูฟาล ยังช่วยยิงประตูให้กับทีมได้อย่างเป็นกอบเป็นกำจากผลงาน 11 ประตูในการลงสนาม 29 เกมส์ในลีก

ศูนย์หน้า: เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ (แมนฯ ซิตี้)

หัวหอกวัยทีนชาวไนจีเรีย ถูกมองว่าเป็นตัวเลือกอันดับ 3 ในแนวรุกของทีมตั้งแต่ช่วงออกสตาร์ทฤดูกาล แต่สุดท้ายไปๆมาๆเมื่อพิจารณาถึงโอกาสส่วนใหญ่ที่มักถูกส่งลงไปเป็นตัวสำรองก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เขาเป็นดาวยิงที่พึ่งพาได้ในยามที่ทีมต้องการประตูไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่า เซร์คิโอ อเกวโร่ เท่าไรนัก

ดาวยิงวัย 19 ปี ทำประตูแรกของตนเองได้และกลายเป็นประตูชัยในช่วงท้ายเกมส์ที่ถูกเปลี่ยนลงไปแทน วิลเฟร็ด โบนี่ จากการพบกับ คริสตัล พาเลซ เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว หลังจากนั้นเขาก็กลายเป็นซูเปอร์ซับที่ช่วยทำประตูสำคัญหลายครั้งให้กับ เรือใบสีฟ้า เบ็ดเสร็จแล้ว อิเฮียนาโช่ ซัดไปถึง 14 ประตูจาก 36 เกมส์ในทุกถ้วย

ศูนย์หน้า: มาร์คัส แรชฟอร์ด (แมนฯ ยูไนเต็ด)

หากทีมคู่ปรับร่วมเมืองของคุณมีหัวหอกอนาคตไกลอย่าง อิเฮียนาโช่ ก็ไม่ต้องตกใจไปเพราะคุณเองก็มี ดาวยิงวัย 18 ปี ที่พอจะฝากผีฝากไข้ได้อยู่เช่นกัน เชื่อว่าแฟนๆผีน่าจะเห็นด้วยกับเรื่องนี้เพราะคงจำได้ดีว่าเจ้าหนูคนนี้เป็นผู้ยิงประตูชัยให้กับทีมในเกมส์ดาร์บี้แมตช์นัดหลังสุด

ศูนย์หน้าวัยละอ่อนชาวอังกฤษ เปิดตัวอย่างสวยหรูเมื่อได้รับโอกาสลงไปยืนค้ำในแดนหน้าแทนที่ อองโตนี่ มาร์กซิยาล ที่ได้รับบาดเจ็บในช่วงวอร์มอัพก่อนเกมส์ที่พบกับ มิดทิลแลนด์ และสามารถทำได้ถึง 2 ประตู หลังจากนั้น แรชฟอร์ด ก็กลายเป็นตัวทีเด็ดของ ทีมปีศาจแดง โดยยิงไปได้รวมกัน 8 ประตูจาก 17 เกมส์ในทุกรายการ

ทีมคลื่นลูกใหม่ประจำฤดูกาล 2015-16

บทความที่ได้ถูกแนะนำ


ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg 030c6fd7 bbf5 4570 b6dc d8ef319b25dc

RahXephon