Paliwanish S 2560/01/09 15:50
Thumb lg japan draft beer

ของดีไม่รู้จัก? พาทำความรู้จัก 10 สุดยอด "Craft Beer" รสชาติน่าลิ้มลองจากญี่ปุ่น!

1030 Pepper

Craft Beer เครื่องดื่มที่มีเอกลักษณ์ในตัวเองด้วยความพิถีพิถันในด้านการหมัก และกระบวนการขั้นตอนต่างๆจนได้สุดยอดเบียร์ตามเอกลักษณ์ตามแต่ละท้องถิ่นนั้นๆ

craft beer Drinks Alcohol Japan Beer

"เบียร์" เครื่องดื่มสีเหลืออำพันรสชาติละมุนเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก แต่สำหรับสามัญชนคนธรรมดานั้นก็คงคิดว่าเบียร์ก็เหมือนๆ กันหมด แต่สำหรับคอเบียร์ตัวจริงนั้นก็จะทราบกันดีว่าเบียร์สามารถแบ่งแยกได้ประเภท ซึ่งก็จะมีชื่อเรียกต่างๆ กันไป

การแยกประเภทของเบียร์นั้นก็สามารถแยกได้ทั้งจากวัตถุดิบที่เป็นตัวหมัก และวิธีการในการหมัก ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึงเบียร์สไตล์โฮมเมด (แหม่ะ!! เรียกอย่างกับเป็นขนม) ซึ่งมีกระบวนการและกรรมวิธีในการหมักสไตล์อุตสาหกรรมขนาดเล็ก นั้นก็คือ "Craft Beer" ที่ยังคงแบ่งได้หลายประเภทไม่ว่าจะเป็น Lager, Ale, Dunken หรือ Weizen ข้อดีของการดื่มเบียร์แบบ Craft Beer ก็คือ คุณสามารถพบรสชาติที่หลายหลาย และน่าหลงใหลกว่าเบียร์ที่ผลิตในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ และวันนี้ Craft Beer ที่เราจะมาแนะนำให้รู้จักมาจากแดนปลาดิบ หรือประเทศญี่ปุ่น สาวกเบียร์เห็นแล้วต้องไม่อยากพลาดอย่างแน่นอน

10. Yo-Ho Brewing, Nagano

มาเริ่มกันที่เมืองนากาโน่ที่นอกจากจะมีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม และเป็นที่นิยมของประเทศญี่ปุ่นแล้ว ที่นี้ยังมีสุดยอดเบียร์ที่ติดอันดับ Top 10 ของประเทศอีกด้วย โดยผู้คิดค้นเบียร์ยี่ห้อดัง ยี่ห้อนี้ก็คือ โยชิฮารุ โฮชิโน่ ซึ่งจุดเริ่่มต้นที่ทำให้ชายคนนี้คิดค้นเบียร์รสชาติแสนนุ่มคอขึ้นมาก็เพราะ ในช่วงที่เป็นนักศึกษาเขามีโอกาสได้แลกเปลี่ยนไปเรียนที่อเมริกา จึงได้มีโอกาสได้ลองเบียร์คาร์ฟของที่นั้น แต่เมื่อเขากลับมาที่ญี่ปุ่นเขากลับไม่สามารถหาเบียร์ที่มีเอกลักษณ์แบบนั้นได้เขาจึงทดลองหมักเบียร์คาร์ฟเองซะเลย และนี่ก็เป็นจุดกำเนิดของ Yo - ho Brewing นั้นเอง

Yo - ho Brewing ทำเบียร์ออกมาทั้งหมด 7 ตัวด้วยกัน แต่ที่โดดเด่นจริงๆ มีทั้งหมด 4 ตัว คือ

1. Yona Yona Ale เบียร์ดำสไตล์อเมริกันที่สามารถดื่มได้ทุกคืน รสชาตินุ่มละมุนของทั้งคาราเมล ผลไม้ และฮอป ปริมาณแอลกอฮอล์ 5.5%

2. Tokyo Black ตัวนี้เป็นเบียร์ดำที่เป็นที่นิยมอันดับสองของแบรนด์ Yo - Ho สำหรับตัวนี้ความโดดเด่นอยู่ที่กลิ่นหอมละมุนของช็อกแลตทำให้ดื่มง่าย ลื่นคอ

3. Aooni IPA เบียร์ตัวนี้เป็นเบียร์แบบต้นตำรับที่มีกลิ่นของการคั่วมอล์ลหอมๆ ซึ่งทำออกมาได้มีเอกลักษณ์มากๆ เหมาะสำหรับคนที่อยากลิ้มลองความนุ่มละมุนแบบดั่งเดิม บนกระป๋องใช้สัญลักษณ์เป็นปีศาจสีฟ้าของอินเดีย

4. Suiyoubi No Neko สำหรับรุ่นนี้ที่บนกระป๋องมีรูปแมวเหมียวสุดน่ารักใช้การหมักด้วยข้าวสาลีเบลเยี่ยมในการหมัก ซึงให้รสชาติเบาๆ ดื่มง่าย

ราคาต่อกระป๋องก็ประมาณ 170 บาท

9. Minoh Brewery, Osaka

สำหรับยี่ห้อ Minoh Brewery เป็นยี่ห้อที่กำเนิดจากโรงเบียร์ในประเทศโอซาก้า เมืองที่เต็มไปด้วยสุดยอดของอาหาร และเครื่องดื่ม โดยโรงเบียร์ Minoh ทำการหมักเบียร์ในร้านของตัวเองจัดตั้งขึ้นโดยครอบครัวของมาซิจื โอชิตะ ซึ่งไม่นานนักเขาก็ได้รางวัลมากมายทั้งในเอเชีย และระดับโลก สำหรับเบียร์ภายใต้แบรนด์ของ Minoh Brewery และได้รับความนิยมมีทั้งหมด 3 รุ่นด้วยกัน คือ

1. Pilsner เบียร์สีทองสวยงาม เต็มไปด้วยกลิ่นหอมๆ ของคาราเมล และดอกฮอป และรสชาติออกหวานเล็กๆ ของน้ำผึ้ง แอลกอฮอล์ 5%

2. Stout สำหรับตัวนี้ให้ความแรงของแอลกอฮอล์เพิ่มขึนมาอีกนิดด้วยระดับ 5.5% สีโทนสีเข้ม รสชาติที่เข้มข้นของการคั่วมอล์ล

3. W-IPA ตัวแรงที่สุดของแบรนด์ Minoh ซึ่งได้รับสมญานามว่าเป็นถึงราชินีของเบียร์ IPA ให้ความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ถึง 9% แต่มีกลิ่นที่หอมของผลไม้ ดอกไม้ และรสชาติหวานละมุนลิ้นของน้ำเชื่อม รับรองว่าถ้าคุณได้ลองดื่มตัวนี้เข้าไปเกิน 2 ขวดคงยืนไม่ไหวแน่ๆ

8. Abashiri Beer Brewery, Hokkaido

มาที่เมืองฮอกไกโดกันบ้าง จุดกำเนิดของ Abashiri เริ่มต้นเมื่อประมาณปี 1989 โดยมหาวิทยาลัยโตเกียว คณะอุตสาหกรรมชีวภาพเกษตร ที่ทำการวิจัยเกี่ยวกับการหมักเบียร์ด้วยข้าวสาลี ซึ่งความเป็นเอกลักษณ์ของเบียร์ยี่ห้อนี้อยู่ที่การใช้ส่วนผสมที่แตกต่างจากคนอื่น โดยเขาใช้น้ำแข็งทีไ่ด้จากน้ำทะเล และทำการผสมสีให้ได้เบียร์สีฟ้าสดใส ซึ่งในปัจจุบัน Abashiri Beer ไม่ได้ทำแค่เบียร์สีฟ้าอีกต่อไป แต่มีสีอื่นๆ อีก ดังนี้

1. Abashiri Okhotsk Blue Ryuhyo Draft ไลท์เบียร์สีฟ้าที่มีส่วนผสมของสมุนไพร น้ำจากเทือกเขา Okhotsk มันเทศ และแป้งข้าวโพด ทำให้ได้กลิ่นที่หอมๆ และรสชาติที่ซ่าบซ่าถึงใจ

2. Abashiri Prison Stout สำหรับตัวนี้เป็นเบียร์ดำที่มีกลิ่นของน้ำตาลเป็นส่วนผสม ด้วยกลิ่นที่หอมหวานทำให้เจ้าตัวนี้สามารถดื่มได้ง่ายมากๆ แม้จะมีแอลกอฮอล์ถึง 5.5% ก็ตาม

3. Abashiri Hamanasu Draft เบียร์สีแดงสวยที่มีรสชาติหอมๆ ของดอกกุหลาบ และผลไม้ทำให้สาวๆ ต่างพากันเทใจให้ ระดับความแรงก็ถือว่าได้อยู่ เพราะอยู่ที่ 5%

4. Abashiri Jaga Draft จาจาเป็นเบียร์สีชมพูสวยๆ ที่มีส่วนผสมของมันสีม่วง แอลกอฮอล์ 5%

5. Abashiri Premium Draft เบียร์ระดับพรีเมี่ยมที่หมักจากมอลต์ รสชาติเข้มข้น ที่มีแอลกอฮอล์ 5%

6. Abashiri White Ale ตัวนี้น่าจะเป็นตัวเดียวในกลุ่มของเบียร์ Abashiri ที่มีสีทองสดใส สำหรับตัวนี้หมักด้วยมอลต์ เปลือกส้ม และผักชี แต่ความแรงจะไม่เท่ากับตัวอื่นๆ เพราะมีแอลกอฮอล์เพียง 4.5%

7. Abashiri Sakura no Shizuku เบียร์รสเชอร์รี่ที่ให้ทั้งสี และรสชาติที่ดื่มง่าย และเหมาะกับสาวๆ เป็นอย่างมาก ความแรงประมาณ 5%

7. Kiuchi Brewery, Ibaraki

ในช่วงปี 1823 Kiuchi ก็ได้กำเนิดขึ้นที่เมืองอิบารากิที่เต็มไปด้วยภูเขา และธรรมชาติที่สมบูรณ์อากาศเย็นสบาย จนกระทั่งช่วงปี 1996 Kiuchi ก็ได้พัฒนาขึ้นมาเป็นโรงเบียร์ที่ทำการผลิตทั้งเบียร์รสชาติหอมละมุน โชจู และไวน์ ซึ่งเครื่องดื่มเหล่านี้เป็นสิ่งที่สร้างชื่อให้กับ Kiuchi ให้เป็นที่รู้จักไปมากกว่า 15 ประเทศทั่วโลกจนทำให้ได้รับรางวัลมากมาย ซึ่งเบียร์ของ Kiuchi มีชื่อว่า Hitachino Nest Beer ทำออกมามากกว่า 13 ตัวด้วยกัน แต่ขอยกตัวอย่าง 5 ตัว คือ

1. White Ale เป็นเบียร์ที่เหมาะกับการดื่มระหว่างรับประทานอาหารเป็นอย่างดี ได้รับรางวัลเบียร์จากประเทศเบลเยี่ยม ซึ่งตัวนี้มีส่วนผสมของลูกจันทร์ ผักชี และเปลือกส้ม ซึ่งส่วนผสมเหล่านี้ทำให้คุณเจริญอาหารเป็นอย่างดี

2. Pale Ale ตัวนี้ใช้มอลล์ในการหมักซึ่งเน้นวิธีการหมักแบบอังกฤษ

3. Weizen เบียร์สไตล์อเมริกันที่ใช้มอลล์ และข้าวสาลีในการหมัก และมีส่วนผสมอื่นๆ อย่าง กล้วย กานพลู และวนิลา

4. Sweet Stout เบียร์ที่มีทั้งกลิ่นของกาแฟ และช็อกโกแลต รสชาติหวานๆ ดื่มง่าย

5. Japanese Classic Ale เบียร์คลาสสิกด้วยรสชาติที่หลานละมุนแต่ก็ซ่อนความเผ็ดร้อนนิดๆ และกลิ่นหอมๆ ของต้นซีดาร์

6. Baird Brewing Company, Shizuoka

Baird Brewing เริ่มต้นขึ้นเมื่อประมาณปี 2001 ซึ่งเริ่มแรกนั้น Baird Brewing เป็นโรงเบียร์ขนาดเล็กที่สุดของญี่ปุ่นที่ได้รับใบอนุญาต และเริ่มวางจำหน่ายเบียร์ครั้งแรกในตลาดปลาแล้วจึงค่อยๆ ขยายใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆ จนเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น ซึ่งในปัจจุบัน Baird Brewing ได้ทำเบียร์ขึ้นมากว่า 12 รุ่น และเราจะขอยกรัวอย่างประมาณ 5 รุ่น

1. Single Take Session Ale เหมาะสำหรับคนที่ชอบรสชาติเผ็ดร้อน

2. Wheat King Wit รสชาติผลไม้หอมๆ ที่มีความซาบซ่า

3. Numazu Lager รสชาติละมุน เบาๆ แต่แฝงด้วยความแรงของแอลกอฮอล์ถึง 5%

4. Red Rose Amber Ale เบียร์ผลไม้ รสชาติอร่อย แต่แอลกอฮอล์แรงถึง 6%

5. Suruga Bay Imperial IPA สำหรับตัวนี้คนคอแข็งต้องลองเพราะมีแอลกอฮอล์แรงถึง 8.5% เลยทีเดียว

5. Swan Lake Brewery, Niigata

Swan Lake เกิดขึ้นเมื่อปี 1997 ที่เมืองนีงะตะ โดยเบียร์ของเขาผลิตขึ้นจากวัตถุดิบชั้นดีในท้องถิ่น โดยลักษณะเบียร์ของ Swan Lake เป็นยี่ห้อที่ทำเบียร์ออกมาได้มากมายโดยไม่ซ้ำกันมากที่สุด อีกทั้งยังถือได้ว่าเป็นเบียร์คุณภาพดีที่สุดเลยก็ว่าได้ นอกจากนี้ความไม่ธรรมดาของเบียร์ Swan Lake ทำให้เขาได้รับรางวัลมากมายทั้งในประเทศ และต่างประเทศ

เบียร์ของ Swan Lake ถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภทด้วยกัน คือ
- Main Line มีทั้งหมด 6 ตัว คือ Swan Lake Porter, Swan Lake Weizen, Swan Lake Koshihikari, Swan Lake Amber Ale, Swan Lake Barley และ Swan Lake Golden Ale

- Limited มีทั้งหมด 5 ตัว คือ Swan Lake B-IPA , Swan Lake #B-IPA, Swan Lake Barrel Aged Imperial Stout, Swan Lake Big Daddy Imperial Red Ale และ Swan Lake Gray Stout

4. Ise Kadoya Beer

ในช่วงปี ค.ศ. 1575 ระหว่างการรบของญี่ปุ่น และสหรัฐฯ ก็ได้เกิดโรงเบียร์ขนาดเล็กขึ้นมา นั้นก็คือ Ise Kadoya ซึ่งในช่วงแรกนั้นโรงเบียร์ของ Ise Kadoya ยังคงวางจำหน่ายเบียร์ยี่ห้ออื่นอยู่จนกระทั่งเมื่อประมาณ ปี ค.ศ. 1997 เขาก็ได้เริ่มทำการหมักเบียร์ของเขาขึ้นมาเองโดยใช้มอลล์ในการหมักซึ่ง Ise Kadoya ก็ทำออกมาได้ดีมากจนได้รับรางวัลในการประกวดเบียร์นานาชาติ ปี ค.ศ. 2003 จนกระกทั่งในปัจจุบัน Ise Kadoya ได้ทำเบียร์ออกมามากถึง 22 แบบด้วยกัน แบ่งเป็น Main Line 7 ตัว และเบียร์ตามฤดูกาล 15 ตัว แต่เราจะมาแนะนำตัวที่มีวางจำหน่ายตลอดฤดูกาล และได้รับความนิยมแบบท่วมท้น คือ
1. Ise Kadoya Pale Ale เบียร์สไตล์อเมริกันที่มีส่วนผสมของส้มโอทำให้มีกลิ่นหอมละมุน และความแรงอยู่ที่ 5%

2. Ise Kadoya Brown Ale เบียร์สีน้ำตาลเข้มที่ได้รับความนิยมมาตั้งแต่การวางจำหน่ายครั้งแรกในปี 2005

3. Ise Kadoya Stout สำหรับตัวนี้จะเป็นเบียร์สไตล์อังกฤษที่ได้รับรางวัลเบียร์นานาชาติในปี 2014 ที่มีรสชาติขมนิดๆ และกลิ่นหอมๆ ของกาแฟ และช็อกโกแลต

3. SOC OH!LA!HO Beer, Nagano

The OH!LA!HO! เป็นเบียร์ Craft สไตล์อเมริกันโดยใช้น้ำจากเทือกเขาอาซามะ และส่วนผสมอื่นๆ ที่ทำการคัดสรรมาเป็นอย่างดีในการเป็นวัตถุดิบหมักเบียร์ซึงเบียร์ยี่ห้อนี้ถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมืองนากาโนะเลยทีเดียว โดยเบียร์ตัวแรกของ The OH!LA!HO! ที่เราอยากแนะนำให้คุณรู้จักก็คือ Oh! La! Ho Golden Ale เบียร์ที่มีลักษณะสีทองกลิ่นที่ออกมาจะมีความหอมละมุนของดอกไม้ และส้ม ระดับแอลกอฮอล์ 4.5% ถูกผลิตในเมืองโทมินากาโนะ และเป็นเบียร์ที่ได้รับรางวัลทั้งในประเทศญี่ปุ่น และต่างประเทศมาตั้งแต่ปี 2000

2. Coedo Brewery, Saitama

Coedo Brewery เมือง Kawagoe จังหวัดไซตามะเป็นแหล่งผลิตเบียร์สไตล์เยอรมันโดยใช้วัตถุดิบธรรมชาติในการหมักทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นมอลล์ ฮอป หรือพืชผลทางการเกษตรที่ใส่ลงในการหมักล้วนคัดสรรมาเป็นอย่างดี ไม่มีการเติมสารกันบูดทำให้เบียร์ของ Coedo มีลักษณะ และรสชาติแตกต่างจากเบียร์ Craft ยี่ห้ออื่นๆ มีทั้งหมด 5 แบบด้วยกัน คือ

1. Ruri เหมาะสำหรับคนชอบเบียร์ที่ให้ความสดชื่น ฟองนุ่มๆ หมักจากไลท์มอลล์ ข้าวสาลี และยีสต์ ผสานกับรสชาติเข้มข้นของฮอป เหมาะสำหรับการดื่มระหว่างทานอาหาร

2. Shiro เบียร์ผลไม้ที่หมักจากมอลล์ ข้าวสาลี กล้วย คาลาเมล และก้านพลู ทำให้เบียร์รุ่นนี้มีกลิ่นหอม และรสชาติหวานนิดๆ ทำให้ดื่มง่าย

3. Kyara เบียร์ผลไม้อีกหนึ่งตัวที่มีสีน้ำตาลเข้ม รสชาติหวานอมเปรี้ยวเนื่องจากการผสานกันระหว่างองุ่นขาว และคาราเมล นอกจากนี้ยังมีผลไม้อื่นๆ ผสมอยู่ด้วยทำให้รสชาติเข้ากันอย่างลงตัว

4. Beniaka เบียร์ระดับพรีเมี่ยมที่ใช้การบ่มเก็บมาเป็นเวลานานทำให้ได้สีอำพันสวย รสชาติหวานละมุนลิ้นของการหมักด้วยมันเทศ และมอลล์ ผสมผสานช็อกโกแลต และมะเดื่อ

5. Shikkoku เบียร์ดำที่ทำการหมักด้วยแบล็กมอลล์อย่างดี ทำให้สีที่ได้ค่อนข้างดำสนิท รสนุ่ม

1. Outsider Brewing, Yamanashi

Hida Takayama เป็นเบียร์ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศหลายรายการ ก่อตั้งขึ้นในปี 1995 และเป็นกลุ่มสหกรณ์ Hida Takayama ที่ใช้น้ำจากใต้ดิน 180 เมตร ผสมกับยีสต์สายพันธุ์ความลับที่ยังไม่ได้รับการปล่อยตัวออกให้กับประชาชนในการหมักเบียร์ทำให้รสชาติที่ได้ต่างจากของเบียร์ทั่วๆ ไปที่วางขายตามท้องตลาด ซึ่งเบียร์ Hida Takayama แบ่งไลน์ในการจำหน่ายออกเป็น 2 ประเภทด้วยกัน คือ Main Line และ เบียร์ที่ถูกผลิตขึ้นตามฤดูกาล ซึ่งเบียร์ที่วางจำหน่ายทั่วไปของ Hida Takayama จะมีอยู่ 6 ตัวด้วยกัน จะขอยกตัวอย่าง 4 ตัวคือ

1. Hidatakayama Weizen เบียร์สีทองที่หมักจากข้าวสาลีมากถึง 50% บวกกับกล้วย และก้านพลูทำให้กลิ่นที่ได้ออกมาหอมหวานช่วยให้ลิ้มลอง

2. Hidatakayama Pale Ale เป็นเบียร์ที่ทำออกมาเป็นสไตล์ IPA รสชาติเข้มข้น

3. Hidatakayama Dark Ale เบียร์สีน้ำตาลเข้มที่ให้กลิ่นหอมละมุนแต่แฝงไปด้วยความเผ็ด แต่รสชาติกลับออกมาหวานอร่อยอย่างไม่น่าเชื่อ

4. Hidatakayama Stout เบียร์ระดับอิมพีเรียลปริมาณแอลกอฮอล์แรงถึง 7% นอกจากนี้ยังได้รับรางวัลเบียร์ดีที่สุดระดับโลกอีกด้วย

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg 4a52db16 93e9 4b48 8b0e 1deea047ffae

Paliwanish S