S.R dan 2560/01/16 09:47
Thumb lg pay 9y9a6996

เมสซี่ก็งั้นๆแหละ! นี่คือ 10 เหตุผลว่าทำไม Ronaldo ถึงเก่งกว่า Messi!

11076 Pepper

Ronaldo กับ Messi ใครเก่งกว่ากัน เป็นคำถามที่ง่าย แต่หาคำตอบยาก ซึ่งใครที่คิดจะตอบก็ต้องมีเหตุผลมายัน เรามาดู 10 เหตุผลที่ว่าทำไม Ronaldo ถึงเก่งกว่า Messi กัน

cristiano ronaldo Lionel Messi football rivalry

ทำไมคริสเตียโน โรนัลโด้ถึงเก่งกว่าลีโอเนล เมสซี่ แน่นอนว่าแฟนบอลของโรนัลโด้ก็ต้องยกเหตุผลมาร้อยแปดพันเก้ายันถึงความเก่งของโรนัลโด้ ในทางตรงกันข้ามแฟนบอลของเมสซี่ก็ย่อมต้องยกเหตุผลร้อยแปดพันเก้ามาหักล้างเช่นกัน แต่จากการที่โรนัลโด้คว้าแชมป์กับทีมชาติโปรตุเกสทำให้ตอนนี้ดูเหมือนแฟนเมสซี่จะต้องกระอักกระอ่วนใจที่เมสซี่ยังไม่สามารถทำได้กับทีมชาติอาร์เจนติน่าชุดใหญ่ และจากการประกาศผลนักเตะยอดเยี่ยมของสถาบันต่างๆ ในช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นบัลลงดอร์ หรือนักเตะยอดเยี่ยมของฟีฟ่ายิ่งตอกย้ำคำตอบที่ว่า โรนัลโด้ เก่งกว่าเมสซี่ ลงไปอีก และนี่คือ 10 เหตุผลว่าทำไม Ronaldo ถึงเก่งกว่า Messi

10. มีความครบเครื่องมากกว่า

ทั้งคู่สามารถเลี้ยงบอล ผ่านบอล ครองบอลได้ดี จบสกอร์ได้เยี่ยม และทำในสิ่งที่นักเตะคนอื่นๆทำไม่ได้ แต่มีบางสิ่งที่เมสซี่ยังด้อยกว่าโรนัลโด้ สิ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจนคือรูปร่างและความแข็งแกร่งของร่างกาย ซึ่งโรนัลโด้มีรูปร่างสูงใหญ่กว่าเมสซี่มาก และเห็นอย่างชัดเจนว่าโรนัลโดมีร่างกายที่แข็งแกร่งกว่าเมสซี่ สามารถแย่งบอลหรือเบียดกองหลังคู่แข่งได้ดีกว่า นอกจากนี้ยังเล่นลูกกลางอากาศได้ดีกว่า โดยเฉพาะลูกโหม่งทำประตูมักจะทำได้อยู่บ่อยครั้ง ในขณะที่เมสซี่นานๆ ครั้งจึงจะได้เห็น

9. ในเวทีระดับชาติโรนัลโด้มีความคงเส้นคงวามากกว่า

เป็นที่รู้กันว่าโรนัลโด้มักจะโชว์ฟอร์มกับทีมชาติโปรตุเกสได้ดีสม่ำเสมอ ไม่ต่างอะไรกับตอนที่เล่นให้สโมสร มีความกระหายที่จะลงเล่นให้กับทีมชาติโปรตุเกสอยู่เสมอจนได้รับมอบหมายให้เป็นกับตันทีมและสามารถพาทีมชาติโปรตุเกสคว้าแชมป์ฟุตบอลยูโร 2016 ได้ ในขณะที่ฟอร์มของเมสซี่กับทีมชาติอาร์เจนติน่าแม้จะโชว์ฟอร์มได้ไม่เลวทีเดียว แต่ก็ไม่ถึงกับเปรี้ยงปร้างเหมือนกับตอนเล่นให้บาร์ซ่าและต้องอกหักกับอาร์เจนติน่าอยู่เสมอไม่ว่าจะเป็นรองแชมป์ฟุตบอลโลกปี 2014 รองแชมป์โคปา อเมริกาปี 2015 และ 2016 จนตัวเขาเคยประกาศเลิกเล่นทีมชาติมาแล้ว โดยโรนัลโด้ยิงให้โปรตุเกสไป 68 ประตูจากการลงสนาม 136 เกม ในขณะที่เมสซี่ยิงประตูให้อาร์เจนติน่าไป 57 ประตู จากการลงสนาม 116 เกม

8. ยิงประตูได้มากกว่า

นอกจากทั้งคู่จะมีทักษะฟุตบอลอันยอดเยี่ยม แต่ทั้งโรนัลโด้และเมสซี่ถือเป็นจอมจบสกอร์ และยิงประตูได้อย่างถล่มทลาย สามารถยิงประตูได้มากกว่าศูนย์หน้าตัวเป้าซะอีก เรียกได้ว่าทั้งคู่มักจะผลัดกันคว้ารางวัลดาวยิงสูงสุดลาลีกาเป็นประจำ โดยสไตล์ของเมสซี่จะเลี้ยงบอลเข้ายิงประตูได้ดีกว่า ในขณะที่สไตล์ของโรนัลโด้มักจะหาโอกาสเข้าทำประตูได้ดีกว่า แต่เมื่อมาดูสถิติการยิงประตูแล้วจะเห็นได้ว่าโรนัลโด้สามารถยิงประตูได้มากกว่าโดยยิงประตูไปแล้ว 562 ประตู จากการลงสนาม 815 เกม ในขณะที่เมสซี่ยิงไป 526 ประตู จากการลงสนาม 677 เกม

7. โชว์ฟอร์มอย่างมหัศจรรย์ในลาลีกา

หลังจากโรนัลโด้ย้ายมาเล่นในลาลีกาตั้งแต่ปี 2009 มักจะสร้างความตื่นเต้นและเอนเตอร์เทนเหล่าแฟนบอลเรอัล มาดริดได้อย่างสม่ำเสมอ เป็นที่รักของชาวโปรตุเกส แม้จะย้ายมาเล่นในลาลีกาช้ากว่าเมสซี่แต่สามารถโชว์ฟอร์มได้ไม่เป็นสองรองใคร มีสถิติการทำประตูที่ยอดเยี่ยมโดยยิงประตูในลาลีกาได้ถึง 271 ประตู จากการลงสนาม 248 เกม สถิติการยิงประตู 1.09 ประตูต่อการลงสนาม 1 เกม ในขณะที่เมสซี่ยิงประตูในลาลีกา 325 ประตู จากการลงสนาม 362 เกม สถิติการยิงประตุ 0.9 ประตูต่อการลงสนาม 1 เกม นอกจากนี้โรนัลโด้ยังสร้างสถิติมากมายในลาลีกา ไม่ว่าจะสถิติการเป็นนักเตะเพียงคนเดียวที่ยิงประตูได้มากกว่า 50 ประตู 6 ฤดูกาลติดต่อกัน ทำแฮททริคเยอะที่สุด (30 ครั้ง) ทำแฮททริคต่อ 1 ฤดูกาล ได้สูงสุด (8 ครั้ง) ยิงได้ 200 ประตูได้เร็วที่สุด และสถิติการยิงจุดโทษเข้าประตูกว่า 93%

6. ได้รางวัลดาวซัลโวยุโรปมากกว่า

เป็นรางวัลที่ให้ดาวยิงที่ทำประตูในเกมลีกได้มากที่สุดในทวีปยุโรป โดยโรนัลโด้สามารถคว้ารางวัลดังกล่าวไม่เพียงแค่ 1 หรือ 2 ครั้ง แต่สามารถทำได้ถึง 4 ครั้ง ในขณะที่เมสซี่ทำได้เพียง 3 ครั้ง แม้เขาจะล้มเหลวในการพาเรอัล มาดริดคว้าแชมป์ลาลีกาหลายครั้ง แต่รางวัลความยอดเยี่ยมในฐานะนักเตะโรนัลโดแทบจะไม่พลาดเลย และสิ่งที่ทำให้เห็นความสุดยอดของเขามากยิ่งขึ้นคือ 1 ใน 4 ครั้ง ที่ทำได้เป็นการคว้ารางวัลดาวซัลโวยุโรปในสมัยที่เล่นพรีเมียร์ลีกกับแมนยูฯ เรียกได้ว่าไม่ว่าจะเล่นในลีกประเทศใดไม่มีผลกระทบต่อการยิงประตูของโรนัลโดเลย ในขณะที่เมสซี่เป็นการคว้ารางวัลในสมัยที่เล่นให้บาร์ซ่าในลาลีกาอย่างเดียว ซึ่งเมสซี่ยังคงต้องพิสูจน์ตัวเองต่อไปว่าหากย้ายลีกแล้วจะยังคงความสุดยอดของตัวเองได้เช่นเดียวกับโรนัลโด้หรือไม่

5. คว้าแชมป์ 2 ลีกกับทีมที่แตกต่างกัน

โรนัลโด้ได้ทำให้ใครต่อใครเห็นแล้วว่า ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดมักจะพาทีมนั้นคว้าแชมป์ได้ โดยเป็นนักเตะที่สามารถคว้าแชมป์ลีกที่ขึ้นชื่อว่าเป็น 1 ใน 2 ลีกที่ดี่ที่สุดของโลกนั่นก็คือการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกกับแมนยูถึง 3 สมัย และแชมป์ลาลีกากับเรอัล มาดริด 1 สมัย นอกจากนี้ยังคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีกได้ทั้งกับแมนยู และเรอัล มาดริด ในขณะที่เมสซี่คว้าแชมป์ลีและแชมป์ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีกกับบาร์ซ่าเพียงทีมเดียว ทำให้หลายคนยังมีข้อกังขาว่าถ้าเมสซี่ย้ายออกจากทีมสุดยอดอย่างบาร์ซ่าแล้วจะประสบความสำเร็จเหมือนทุกวันนี้หรือไม่

4. ฟิตกว่าบาดเจ็บน้อยกว่า

เป็นที่ทราบดีว่าฟุตบอลเป็นกีฬาที่ต้องมีการเข้าปะทะกันหนักๆ อยู่บ่อยครั้ง และใน 1 ฤดูกาลต้องลงสนามกว่า 45 นัดและต้องวิ่งไล่บอลเกือบตลอดทั้งเกม นักฟุตบอลจึงมีความแข็งแกร่ง ความฟิต และสุขภาพที่ดี เพื่อจะไม่ให้ได้รับบาดเจ็บหนักๆ ซึ่งโรนัลโด้เองถือเป็นนักเตะที่มีความแข็งแกร่งและความฟิต มักจะมีอาการบาดเจ็บหนักๆ น้อยกว่าเมสซี่ มีความฟิตมากกว่า ทั้งที่โรนัลโด้แก่กว่าเมสซี่ถึง 2 ปี และในแต่ละดูเหมือนจะวิ่งไล่บอลมากกว่าเมสซี่ โดยเฉพาะในสมัยที่คว้าบัลลงดอร์ปี 2013 โรนัลโด้ถึงขนาดซื้อรถให้กับนักกายภาพบำบัดและนักโภชนาการภายในทีม เพื่อตอบแทนที่ช่วยให้เขามีความฟิตสามารถลงเล่นได้ถึง 55 เกมในฤดูกาล 2012-13 ถือเป็นการลงเล่นต่อ 1 ฤดูกาลสูงที่สุดของเขา

3. ภาพลักษณ์ของโรนัลโด้เป็นที่จดจำมากกว่า มีจุดขายนอกสนามที่ดีกว่า

ในยามที่อยู่นอกสนามโรนัลโด้ถือได้ว่าเป็นนักเตะที่มีภาพลักษณ์ซุปเปอร์สตาร์คนหนึ่ง จึงเป็นที่สนใจมากกว่าเมสซี่ ซึ่งนับตั้งแต่ย้ายมาเล่นให้แมนยูฯ โรนัลโด้ก็เป็นที่จดจำของคนทั่วโลก แบรนด์สินค้ามากมายได้ถาโถมมาหาเขา ไมว่าจะเป็นไนกี้ โคคา-โคล่า Calvin Klien เคเอฟซี และอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากฝีเท้าของโรนัลโด้ภาพลักษณ์ของตัวเขาเองที่มีรูปร่างหน้าตาดี ฟิตหุ่นให้ล่ำบึก กล้ามเป็นมัดๆ มีความเท่ห์ และเป็นที่คลั่งไคล้ของสาวๆ ก็เป็นตัวเสริมอย่างดีที่จะทำให้เขากลายเป็นที่ดึงดูดของแบรนด์โฆษณาดังหลายแบรนด์ รวมถึงการตัดสินใจทำธุรกิจเสื้อผ้าของเขาเองภายใต้ชื่อแบรนด์ CR7

2. โรนัลโด้ได้รับการสั่งสอนจากยอดกุนซือหลายคน

เมสซี่เคยอยู่ภายใต้การคุมทีมของผู้จัดการที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นยอดกุนซือเพียงคนเดียวนั่นก็คือเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ในขณะที่โรนัลโด้เคยได้รับการสั่งสอนจากสุดยอดผู้จัดการทีมหลายคนทำให้เขาสามารถพัฒนาฝีเท้าขึ้นมาจนกลายเป็นนักเตะหมายเลข 1 ของโลกคนปัจจุบัน โดยเริ่มจาก เฟอร์กี้ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ผู้ปลุกปั้นในสมัยที่โรนัลโด้เล่นให้กับแมนยูฯ แม้ช่วงแรกจะยังไม่มีแววของซุปเปอร์สตาร์ลูกหนัง จนเฟอร์กี้เคี่ยวเข็ญ ทำให้โรนัลโดสามารถพัฒนาฝีเท้าขึ้นมาจนได้รับบัลลงดอร์ และรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของฟีฟ่าในปี 2008 รวมถึงการคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนส์ลีกได้เป็นสมัยแรก และกลายเป็นนักเตะหมายเลข 1 ของโลก ไม่เพียงแต่เฟอร์กี้เขายังเคยผ่านการอบรมสั่งสอนจากเดอะ สเปเชียล วัน โจเซ่ มูรินโญ่ และคาร์โล อันเชล็อตติ ในสมัยที่ยอดกุนซือทั้ง 2 คนคุมทีมเรอัล มาดริด จนทำให้โรนัลโดคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนส์ลีกได้เป็นสมัยที่สอง และยังได้รับรางวัลฟีฟ่าบัลลงดอร์ปี 2013 และ 2014 นอกจากนี้จากการสั่งสมเคล็ดวิชาจากยอดกุนซือหลายคน ทำให้โรนัลโด้เป็นกำลังสำคัญในการพาทีมชาติโปรตุเกสสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ยูโร 2016 ได้เป็นสมัยแรก ในขณะที่เมสซี่ทำได้เพียงการพาอาร์เจนติน่ารับบทพระรอง

1. เป็นนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโปรตุเกส

โรนัลโด้ถือเป็นนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโปรตุเกส เพราะเป็นทั้งนักเตะที่ลงสนามให้ทีมชาติมากที่สุด และยังยิงประตูมากที่สุดตลอดกาลด้วย เป็นนักเตะโปรตุเกสเพียงคนเดียวที่คว้ารางวัลบัลลงดอร์ได้ถึง 4 สมัย และยังพาโปรตุเกสคว้าแชมป์ระดับนานาชาติเป็นครั้งแรกในขณะที่ตำนานนักเตะคนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นยูเซบิโอ หลุยส์ ฟิโก้ ยังไม่เคยทำได้ ในทางตรงกันข้ามเมสซี่ยังไม่สามารถก้าวข้ามตำนานนักเตะอย่างดีเอโก้ มาราโดน่า ขึ้นมาเป็นนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอาร์เจนติน่าได้ และจะเป็นเช่นนั้นตลอดไปตราบใดที่เมสซี่ยังไม่สามารถพาอาร์เจนติน่าคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกได้

อย่างไรก็ตามจากเหตุผลที่ยกมาอาจจะไม่สามารถบอกได้ชัดเจนว่าโรนัลโด้เก่งกว่าเมสซี่ เนื่องจากแต่ละคนมีความเก่งและความยอดเยี่ยมคนละแบบ เมสซี่ก็สามารถทำหลายๆสิ่งที่โรนัลโด้ทำไม่ได้เช่นกัน แต่ที่พอจะสรุปได้คือเมสซี่ก็เป็นหนึ่งในนักเตะมหัศจรรย์ของโลกคนหนึ่งเช่นเดียวกับโรนัลโด้

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg 6a337113 1584 4f41 a8dd c05f36f90cd6

S.R dan