Jump Phuvanat 2560/01/16 14:55
Thumb lg 9214

สายย่อหรือสายโยก? ทำความรู้จักกับ 14 แนวดนตรี EDM ว่าแตกต่างกันยังไงบ้าง

3671 Pepper

เอาแต่เรียกกันว่า EDM ยังงั้น EDM ยังงี้ เคยรู้กันหรือเปล่าว่าแต่ละแนวมันมีชื่อเรียกแตกต่างกันยังไง และซาวด์มันแตกต่างกันยังไงบ้าง รู้ไว้จะได้ไม่เด๋อบอกเลย!

EDM Music Genre song dj

EDM (ELECTRONIC DANCE MUSIC) คืออะไร?

Raymond Scott หนึ่งในผู้บุกเบิกการทําเพลงแบบอิเล็กทรอนิกส์และพัฒนา Moog Synthesizer

ก่อนเข้าถึงเพลงเต้นนั้นอยากจะแนะนําถึงประวัติศาสตร์ของแนวอิเล็กทรอนิกส์กันนิดนึงเพื่อปูทางเพราะก่อนที่มันจะมาเป็นแนวดนตรีที่คนฟังแล้วออกมาดิ้น มันยังอยู่ในขั้นทดลองโดยในช่วงยุค 1960s นั้นมีการใช้ synthesizer (ขนาดใหญ่พอๆกับตู้เย็น) มาประกอบเพลงโฆษนา กว่าจะให้ synthesizer หรือคีย์บอร์ดออกมาเป็นเพลงในตลาดได้ก็จะเป็นช่วงต้นยุค 1970s ที่วงเยอรมันอย่าง Kraftwerk มาช่วยปูทางให้กับแนวนี้

แหล่ง: https://www.youtube.com
แหล่ง: https://www.youtube.com

1. Disco

Saturday Night Fever หนังปี 1977 แสดงถึงอิทธิพลยุคดิสโก้

ช่วงกลางถึงปลายยุค 1970s เป็นช่วงที่แนวร็อคแอนด์โรลเป็นที่นิยมน้อยลงและคนเริ่มมาสนใจเพลง Disco ซึ่งมีส่วนผสมของ Pop, Funk, Soul เข้าจังหวะเต้นมากขึ้น (จังหวะกลองแบบตุ๊บๆๆๆ) ทั้ง The Bee Gees, Abba, Donna Summer ต่างเป็นที่รู้จักกัน แต่เพลงที่ดังที่สุดจนถึงปัจุบันน่าจะเป็น YMCA ของ The Village People

Disco ตายในปี 1980 ตอนที่ดีเจวิทยุแนวร็อคประกาศชวนให้ผู้คนมาเผาผลงานแนว Disco ในสนามเบสบอล ซึ่งเหตุการ์ณนี้เป็นการจุดชนวนให้เกิดแนวดนตรี House ขึ้นมานั่นเอง

ปัจุบันทั้ง Bruno Mars, Pharrell, Breakbot และ Daft Punk รวมถึงโปรดิวเซอร์ตํานานอย่าง Giorgio Moroder ต่างทําเพลงแนว Disco ในยุคปัจุบัน ซึ่งอาจจะเป็นการบ่งบอกถึงการกลับมาของ Disco ในอนาคต

แนะนํา : The Bee Gees, Giorgio Moroder, Breakbot, Daft Punk, Michael Jackson อัลบัม Off The Wall

แหล่ง: https://www.youtube.com
แหล่ง: https://www.youtube.com

2. House

Jessie Saunders หนึ่งในผู้บุกเบิกดนตรี House

ดนตรีแขนงแรกๆของ EDM House Music โตมาจาก Chicago โดยกลุ่มคนที่ยังอยากจะฟังและทําเพลงแนว Disco อยู่ซึ่งชื่อที่มาของ House Music มาจากการที่กลุ่มดีเจยุคนั้นเปิดเพลงและพบปะสังสรรค์กันตามโกดัง หรือ Warehouse เลยเรียกกันมาว่า House Music เป็นยุคที่มีการใช้อุปกรณ์ดนตรีใหม่ๆอย่างกลองไฟฟ้า
หรือ Drum Machine นั่นเอง

ไม่ว่าจะ David Guetta, Deadmau5 หรือ Chainsmoker หรือเพลงอิเล็กโทรนิกส์แบบไหนก็ตามต่างมีที่มาจาก Chicago แน่นอน ซึ่งแนว House นั้น ได้แตกออกมาอีกหลายหลายแบบยิบย่อยกันไปอีก ทั้ง Deep House, Tech House, Tropical House, Progressive House, Electro House และบ้านอีกหลายๆหลัง

แนะนํา : Frankie Knuckles, Pete Tong, Daft Punk, Justice, Deadmau5, David Guetta, Chainsmoker, Kygo, Swedish House Mafia, Porter Robinson, Calvin Harris, Hardwell

แหล่ง: https://www.youtube.com
แหล่ง: https://www.youtube.com

3. Techno

ขนาดแมวก็ยังชอบ TECHNO !!!

ไม่นานหลังจากแนวดนตรี House ได้เริ่มเป็นที่รู้จัก แนว Techno ที่เกิดขึ้นใน Detroit ก็ได้ตามมาติดๆ โดยมี Derrick May, Juan Atkins เป็นผู้บุกเบิก หลักๆแล้ว House กับ Techno มีความคล้ายกันมาก แต่ Techno จะมีการตั้งโปรแกรมกลองให้ซับซ้อนและดุดันมากขึ้น (มีจังหวะเพิ่มขึ้นมาจากเดิมที่เป็นแค่ตุ๊บๆๆๆ) ยุคแรกๆของ House ยังดึงเอาความเป็น Funk/Soul จาก Disco มาผสมอยู่ แต่ Techno จะเน้นไปทางทดลองทําดนตรีที่ลึกลํ้ากว่าเดิมและเน้นความเป็นเครื่องจักรมากขึ้นตามสภาพแวดล้อมของ Detroit ที่เต็มไปด้วยโรงงาน

ทั้ง House และ Techno ที่เกิดในประเทศสหรัฐนั้นก็ได้ไปดังระเบิดต่อในเกาะอังกฦษและไอบิซ่าจนเกิด Second Summer of Love ในปี 1988-1989 ซึ่งถือว่าเป็นช่วงพีคของ EDM ยุคแรก

แนะนํา : Derrick May, Carl Cox, Joey Beltram, Ricardo Villalobos, Bookashade, Richie Hawtin, Floorplan, Deadboy, Gaiser

แหล่ง: https://www.youtube.com
แหล่ง: https://www.youtube.com

4. Trance

Tiesto หนึ่งในผู้นําแนว Trance

แนวดนตรีที่เกิดในเยอรมัน Trance เป็นหนึ่งในแนว EDM ที่เป็นที่นิยมมากๆ ทั้ง Mystic Festival Thailand, Maya และ Ultra ต่างก็เน้นแนว Trance เป็นหลัก ดนตรีเร็วๆ (150 BPM) เปิดเมโลดี้เดิมซั้าๆทั้งเพลงและมีบิ้วท่อนดรอปแบบนานๆยาวๆ สําหรับขา Rave เคยอ่านมาว่ามีความคิดเห็นของคนหลายกลุ่มที่บอกว่าแนว Trance นั้นมีความคล้ายกับดนตรีแนว Classic ตรงวิธีการบิ้วท่อนพีคของเพลง ถ้าใครอ่านแล้วเอะใจก็ลองไปฟังเปรียบเทียบได้เลยๆ

แนะนํา : Darude, Tiesto, Paul Oakenfold, Alex M.O.R.P.H. , Armin Van Burren, Paul Van Dyke, Infected Mushroom

แหล่ง: https://www.youtube.com
แหล่ง: https://www.youtube.com

5. Hardstyle

งานอีเว้นท์แนว Hardstyle สุดยิ่งใหญ่ที่ชื่อว่า Qlimax

อีกหนึ่งแนวเพลงที่เติบโตในฝั่งยุโรปโดยฝั่งดัทช์ด้วยศิลปินอย่าง DJ Zany, Showtek, Headhunterz และงานอีเว้นท์ใหญ่ๆสุดอลังการอย่าง Qlimax ทําให้แนวนี้เป็นที่นิยม พวกดีเจมีการแต่งหน้ากันแบบสุดโต่งด้วย ดนตรีออกแนวดุดันโดยมี Techno และ Hard Trance เป็นรากฐาน ท่อน Kick ถูกกดให้หนักแน่น เสียง Bass ถูกทูนจนแตกละเอียด Syth ค่อนข้างแหลมกระแทกแบบจังๆ มีความกดดัน ตอบสนองให้พวกที่ชอบหนักๆ ปัจุบันซาวด์ของแนว Hardstyle ได้แทรกซึมเข้ามาอยู่ในกระแสหลักของแนว EDM มากพอสมควร

แนะนํา : Blutonium Boy, Showtek, The Prophet, DJ Zany, Headhunterz, Noisecontrollers,
D-Block & S-te-Fan, Wildstylez, Technoboy

แหล่ง: https://www.youtube.com
แหล่ง: https://www.youtube.com

6. Moombahton

Dave Nada คนที่ถือกําเนิดแนวใหม่นี้

การผสมผสานระหว่าง House กับ Reggaeton โดยมีจุดเริ่มต้นจากการที่ Dave Nada มิกซ์เพลงของ Afrojack เข้ากับเพลงแนว Reggaeton ในระหว่างเซทเลยทําให้เกิดแนวดนตรีนี้ขึ้นมาโดยปริญา เพลงมีความเร็วระดับปานกลางประมาน 110 BPM มี Bassline และจังหวะกลองในแบบแนวเร็กเก้อยู่ (ประมานว่า ตึ่ง ดะตึ่งโป๊ะ) บวกกับจังหวะเต้นของแนว House และคีย์บอร์ดดีดๆแบบ Electro ทําให้แนว Moombahton ได้แทรกซึมไปอยู่ในกระแสหลักของ EDM และเซทลิสท์ของเหล่า DJ สายนี้ได้อย่างไม่ยาก มีโปรดิวเซอร์หลายคนทั้ง House จนถึง Dubstep ได้มาทดลองทําดนตรีสายใหม่นี้ด้วย

แนะนํา : Dave Nada, Sabo, Major Lazor, Dillon Francis, Skrillex, Knife Party, Noisia, Zomboy

แหล่ง: https://www.youtube.com
แหล่ง: https://www.youtube.com

7. Dubstep

Skrillex เจ้าพ่อแห่ง Dubstep

ถือว่าเป็นแนวที่ค่อนข้างใหม่ ซึ่งจริงๆแล้ว Dubstep โตมาจากการผสมแนวดนตรี Dub กับ 2-Step / UK Garage ของเกาะอังกฤษ Dubstep ช่วงยุคแรกๆระหว่างปี 2005-2006 กับ Dubstep ยุคหลังจนถึงปัจุบัน
(หลัง UKF Dubstep เปลี่ยนโลโก้ปี 2010 และหลังการมาเยือนของ Skrillex) นั้นมีซาวด์ที่ต่างกันอย่างชัดเจน ซึ่งช่วงแรกๆ Dubstep ยังเน้นความเป็นเร็กเก้ Dub และกลองกับ Bassline อ้วนๆเป็นเอกลักษ์ พอมายุคหลังๆ
มีผสมความเป็น House หรือ EDM มากขึ้นเพื่อเพิ่มท่อนโจ๊ะ ท่อนดรอป เพื่อให้มีท่อนที่คนฟังยกมือเฮ

แนะนํา : Benga, Skream, Digital Mystikz, Kode9, Burial, Pinch, Joker, Datsik, Rusko, Doctor P,
Nero, Flux Pavilian, Skrillex

แหล่ง: https://www.youtube.com
แหล่ง: https://www.youtube.com

8. Drum and Bass

Goldie เจ้าของเพลง Inner City Life

Drum and Bass พัฒนาจาก Hardcore และ Jungle ยุคต้นๆ 1990s ในเกาะอังกฤษ มีความเร็วอยู่ที่ 160-180 BPM ถ้าเคยดูการ์ตูน Powerpuff Girl น่าจะพอนึกออกเพราะว่าเพลงเปิดของเรื่องนั้นถือว่าเป็นแนว Drum and Bass เน้น Loop กลองที่เรียกว่าท่อน Break Down หรือ Breakbeat มาเป็นแกนหลักของเพลงและเร่งให้เร็วขึ้น มีการผสมผสาน Reggae Jazz Rock อยู่ด้วย เป็นแนวที่ต้องใช้เทคนิคและการ Sampling ค่อนข้างเยอะ

แนะนํา : Goldie อัลบัม Timeless, Plug อัลบัม Drum and Bass for Papa, Bad Company, Pendulum,
Rudimental, Sub Focus, DJ Fresh, Netsky , Chase & Status

แหล่ง: https://www.youtube.com
แหล่ง: https://www.youtube.com

9. Breakbeat / Bigbeat

ลูกโซโล่กลองในเพลง Amen, Brother ของวง The Winstons ถูกเอามาใช้เป็น Sample กลองที่โด่งดังเรียกว่า Amen Break

แหล่ง: https://www.youtube.com

Breakbeat หรือท่อน Breakdown ของกลอง มักถูกเอามาใช้เป็นรากฐานของดนตรีหลายๆแนว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเพลง Hiphop ดีเจจะหาช่วงนึงของเพลงที่สามารถ loop ได้มาวนไปเรื่อยๆ ซึ่งสําหรับเพลง
อิเล็กโทรนิกส์นั้น การหาท่อน Breakbeat มาทําเพลงทําให้เกิดแนวต่างๆเช่น Jungle และ Drum and Bass

ในช่วงกลาง 1990s วงอย่าง The Chemical Brothers, Fatboy Slim และ Prodigy ได้เอาท่อน Breakbeat
มาผสมกับเพลง House ที่กําลังเป็นที่นิยมให้เป็นเพลงแนวอิเล็กโทรนิกส์ที่เรียกกันว่า Big Beat แนวนี้บูมมากจนเข้าไปอยู่ใน Chart เพลง Billboard ด้วย แต่เข้ายุค 2000s ก็ซาลงเรื่อยๆและหลายๆวงก็หายไป ไม่ก็หันมา
ทําเพลงแนวอิเล็กโทรนิกส์ที่กว้างกว่าเดิม

แนะนํา : The Chemical Brothers, Fatboy Slim, Prodigy, The Crystal Method, Propellerheads, Basement Jaxx, Groove Amanda, RJD2

แหล่ง: https://www.youtube.com
แหล่ง: https://www.youtube.com

10. UK Garage

Craig David พาแนว UK Garage ขึ้นไปอยู่ Billboard Chart

เหมือนกับ Houseใน Chicago UK Garage ได้เกิดขึ้นในอังกฤษและกลายเป็นจุดยืนให้แนวดนตรี
อิเล็กโทรนิกส์หลายๆแขนงที่ตามมา ทั้ง 2 Step, Dubstep และ Grime โดยจังหวะกลองมีเอกลักษณ์แบบโยกๆ ความเร็ว 140 BPM มีใช้เสียงคนเป็น Sample ปรับให้เป็นเสียงสูงหรือตํ่าเข้าไปเป็นส่วนนึงของบีทด้วย มีกลิ่นอายของ Funky, House และ R&B ที่ถูกเร่งความเร็วขึ้น โดยศิลปินอย่าง Craig David และ So Solid Crew ถือว่าเป็นผู้ปูทางให้กับแนวนี้ ทั้งแรปและร้องไสตล์ R&B บนบีท

ถือได้ว่าต่อยอด House ให้กลายเป็นไสตล์เฉพาะของ UK ส่วนคําว่า Garage มาจากชื่อ Club แนว House ในตํานานของ New York ที่เป็นแรงบันดาลใจ สําหรับวงใหม่ๆอย่าง Disclosure หรือ Jamie XX จากวง The XX นั้นได้เอาความเป็น UK Garage มาผสมผสานกับเพลงอิเล็กโทรนิกส์ร่วมสมัยได้อย่างน่าฟัง

แนะนํา : So Solid Crew, Craig David, Artful Dodger, The Streets, Disclosure, Jamie XX, SBTRKT,
Joy Orbison, Zomby

แหล่ง: https://www.youtube.com
แหล่ง: https://www.youtube.com

11. Trap

ใครที่ชอบแนว Trap แต่ไม่รู้จัก TNGHT ควรจะฟัง EP นี้ซะ

Trap เป็นแนวดนตรีที่โตมาจากแนว HipHop ฝั่งใต้ของสหรัฐ (Southern HipHop) โดยโปรดิเซอร์ที่ทําบีทให้แรปเปอร์อย่าง Rick Ross, Future และ Waka Flocka Flame มีอิทธิพลอย่างสูง แนวนี้ก็โตมาจากเพลงแนว Crunk อีกที (ให้ลองนึกถึงเพลงของ Lil'Jon สมัยต้น-กลางปี 2000s) ทั้ง Kick และ Snare ของกลองหนักแต่ช้า อาจจะรัวแค่ท่อนหลัง ส่วน Hihat นี่บางทีมารัวเป็นปืนกลเลย ประมานช่วงปี 2010 เริ่มมีเพลงแนว Trap ที่ปล่อยออกมาเป็นดนตรีอย่างเดียวโดยวงอย่าง Tnght (อ่านว่า Tonight) ทําให้แนว Trap เริ่มมีเอกลักษ์และมีความน่าสนใจที่เป็นมากกว่าการแค่บีทของแรปเปอร์

คําว่า Trap เป็นแสลงการค้าขายยาเสพติดซึ่งสะท้อนถึงสภาพแวดล้อมของความเป็นอยู่ในสังคมของอเมริกาฝั่งใต้ที่โดนหาว่าเป็นคนล้าหลัง อารมณ์แบบ Redneck หรือบ้านนอก ปัจุบันแนวนี้เป็นที่นิยมอย่างมาก
เพลง Harlem Shake ของ Baauer หรือ Panda ของ Desiigner ก็ถือว่าอยู่ในสาย Trap เหมือนกัน

แนะนํา : Tnght, Diplo, DJ Snake, RL Grime, Yellow Claw, Waka Flocka Flame, Future,
Fetty Wap, Young Thug, Desiigner

แหล่ง: https://www.youtube.com
แหล่ง: https://www.youtube.com

12. Juke / Footwork

อัลบัม Double Cup ของ Dj Rashad ผู้ล่วงลับเมื่อปี 2014

เชื่อว่าหลายคนคงไม่คุ้นกับแนว Juke หรือ Footwork ที่มีที่มาจาก Chicago ดนตรีมีเอกลัษ์เฉพาะตัว ด้วยจังหวะที่มีความเร็ว 150-165 BPM กับ Kick Snare ที่มาแบบกระตุกๆเน้นๆ และใช้ Sample เสียงร้องหรือพูดให้เป็นส่วนนึงของบีท เป็นการสานต่อ House ของ Chicago และการเต้น Footwork ที่เป็นที่นิยมในสลัม ทําให้บางกลุ่มเรียกแนวนี้ว่า Ghetto House เพลงแรกๆที่ดังจากแนวนี้คือ Watch My Feet ของ Dude 'N Nem

แนะนํา : DJ Rashad, DJ Spinn, Traxman, Gant-Man, Jody Breeze, DJ Manny, DJ Clent

แหล่ง: https://www.youtube.com
แหล่ง: https://www.youtube.com

13. Downtempo / Trip Hop

อัลบัม The North Border ของ Bonobo เพราะมาก

ดนตรีอิเล็กโทรนิกส์ก็ใช่ว่าจะมีแต่ซาวด์ที่ดุดันอย่างเดียว เริ่มจากวงอย่าง The Orb ที่เอาซาวด์ Ambient สบายๆมาผสมกับกลอง House จนแนว Downtempo อย่างวง Air ได้เกิดขึ้นตาม ดีเจจะเล่นเพลงพวกนี้เวลาต้องการจะลดดีกรีความดุดันในคลับ มีแนว Lounge ผสม Soul, Jazz, Reggae, World Music ด้วย

ในช่วงที่ Hiphop เป็นที่รู้จักในยุคปลาย 1980s กลุ่มดีเจอังกฤษโดยเฉพาะใน Bristol ได้ทําดนตรี Hiphop ให้ช้าลงและเพิ่มความเป็น Soul และ Ambient เข้าไปจนเกิดแนวที่เรียกว่า Triphop

Chet Faker, Bonobo, Tycho, Darkside ทําเพลงอิเล็กโทรนิกส์ใหม่ๆที่มีกลิ่นอายของ Downtempo
ส่วนศิลปินที่บุกเบิกแนว Triphop อย่าง Massive Attack, Tricky, Potishead, Gorillaz ก็ยังมีผลงานเรื่อยๆ

แนะนํา : The Orb, Moby, Air, Boards of Canada, Massive Attack, Portishead, Thievery Corporation, Gorillaz, Nightmare on Wax, Chet Faker, Bonobo, Darkside

แหล่ง: https://www.youtube.com
แหล่ง: https://www.youtube.com

14. IDM

Flying Lotus ทําดนตรีอิเล็กโทรนิกส์ผสม Hiphop กับ Jazz

IDM หรือ Intelligent Dance Music เป็นการเรียกแนวดนตรีอิเล็กโทรนิกส์แบบหลวมๆสําหรับเหล่าโปร์ดิวเซอร์ที่ทดลองทําอะไรใหม่ๆ แปลกๆ ผสมแนวดนตรีหลายๆแบบ จนไม่รู้ว่าจะฟิตไสตล์ลงในหมวดหมู่ไหน บางคนอาจจะทําหลายแนวด้วยซํ้า โดยช่วงต้นๆ 1990s Aphex Twin (ตอนอายุ11 โค้ดโปรแกรมทําเพลงลงในคอมพิวเตอร์ที่ทําเพลงไม่ได้) เป็นคนที่ทําให้เกิดคําว่า IDM ในวงการเพลง จนมีหลายๆศิลปินอย่างเช่น
Flying Lotus (หลานนักดนตรี Jazz John และ Alice Coltrane ที่ทําบีท Hiphop ผสมหลายแนว) Monolake (พัฒนา software ทําเพลงของ Ableton) Matmos (ทําอัลบัมที่ใช้แค่ Sampling เสียงเครื่องซักผ้า) และอีกมากมายที่ฉีกกรอบความเป็นไปได้ของดนตรีอิเล็กโทรนิกส์ให้ไปไกลยิ่งขึ้น

แนะนํา : Aphex Twin, Matmos, Flying Lotus, The Gaslamp Killer, Teebs, Apparat, Oneohtrix Point Never, Four Tet, Luke Vibert

แหล่ง: https://www.youtube.com
แหล่ง: https://www.youtube.com

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg 01d62d03 6b39 4b78 b3c5 67515b4dc3a1

Jump Phuvanat