C.ME 2560/01/19 13:11
Thumb lg istock 000015723127small

ขับรถเคยเช็คมันบ้างมั้ย? 10 อาการแปลกๆเกี่ยวกับรถที่คุณห้ามมองข้ามเด็ดขาด!

1993 Pepper

อย่า ! ใช้รถแบบไม่ดูแล จนเกิดอาการเสียขึ้นมา ต้องพาไปขึ้นเขียง ไม่อยากเสียทั้งเงินและเวลา มาดู 10 อาการแปลกๆ ที่บ่งบอกว่ารถคุณกำลังจะเสีย

LifeHack tips vehicle Car

รถ เป็นยานพาหนะที่ช่วยให้เราสามารถเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ได้ด้วยความสะดวกรวดเร็ว ซึ่งนับว่าได้รับความสะดวกสบายมากขึ้นเยอะเลยทีเดียว ซึ่งในสมัยก่อน เราจะใช้สัตว์ประเภทต่างๆ เช่น ม้า วัว เป็นพาหนะในการเดินทาง ซึ่งก็มีข้อจำกัดหลายๆ อย่างเพราะมันก็คือสัตว์ แต่รถซึ่งเป็นเครื่องจักรกล แต่รถก็มีสิ่งของต่างๆ ที่เราต้องคอยดูแลบำรุงรักษาอยู่ตลอด ไม่เช่นนั้นเเล้ว รถของเราอาจจะงอแง ไปเสียกลางทางเเล้วจะวุ่นวายขึ้นมาได้ วันนี้เรามีดู 10 อาการแปลกๆ ที่บ่งบอกว่ารถกำลังมีปัญหาต้องรีบตรวจเช็คกันนะครับ

1. ยางบวม

ยาง เป็นส่วนประกอบสำคัญอีกส่วนหนึ่งของรถที่ช่วยให้รถสามารถเคลื่อนที่ไปได้ เสมือนเป็นเท้าของคนเรานั่นเอง อาการยางบวมเป็นอย่างไร? ยางจะบวมออกมาอย่างเห็นได้ชัดเลยครับ ส่วนมากจะเกิดจากยางที่มีอายุการใช้งานมานาน ซึ่งอาการยางบวมนี้มีความเสี่ยงมากนะครับ ถ้าเกิดใช้ความเร็วสูงๆ จนเกิดความร้อนขึ้นมา ยางสามารถระเบิดและกลายเป็นอุบัติเหตุได้ จึงควรเช็คสภาพยางรถและเปลี่ยนเมื่อยางบวมหรือดอกยางหมดนะครับ

2. มีความผิดปกติที่เกียร์

เกี่ยร์ เป็นตัวอุปกรณ์ที่ควบคุมการทำงานของรถยนต์ เป็นส่วนประกอบส่วนหนึ่งที่เป็นกลไกการขับเคลื่อนรถให้ไปข้างหน้าได้ ซึ่งความผิดปกติของเกียร์เช่น เกียร์ขัด ใส่เกียร์ สับเกียร์ ไม่ค่อยจะได้ น้ำมันเกียร์หมด น้ำมันเกียร์รั่ว ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากส่วนอื่นๆในตัวรถ ตรงจุดนี้ควรให้ช่างผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ทำการตรวจสอบและแก้ไขนะครับ

3. สายพานมีเสียงผิดปกติ

อี๊ด อี๊ด อี๊ด !!!! เสียงแบบนี้คุ้นหูไหมครับ เวลาที่เราสตาร์ทรถยนต์หรือเดินเครื่องไปช้าๆ เกิดจากสายพายภายในตัวเครื่องด้านหน้าของรถนั่นเอง ซึ่งจะมีสายพานเครื่อง สายพานไดนาโม และสายพานแอร์ หลักๆ มีประมาณนี้นะครับ ส่วนสาเหตุของเสียง จะเกิดมาจากสายพานหย่อน วิธีง่ายๆ ก็คือ ทำการตั้งสายพานให้มีความตึงที่เหมาะสม และหมั่นตรวจเช็คสภาพสายพานให้มีความเรียบร้อย โดยการใช้นิ้วกดดู ว่าตึงพอหรือไม่ ตึงเกินไปหรือเปล่า เเละเช็คตามจุดต่างๆ ว่ามีแนวโน้มจะขาดหรือเสียหายหรือไม่นะครับ

4. ควันออกจากท่อไอเสียมากผิดปกติ

โดยปกติแล้ว เครื่องยนต์ของรถยนต์นั้น จะไม่เห็นเป็นควันขาวหรือคันดำออกจากปลายท่อไอเสียรถยนต์นะครับ แต่ถ้ารถของคุณมีคันออกมาให้เห็น ชนิดว่าเป็นควันโขมงเลยละก็ ไปตรวจเช็คได้เลยครับ ต้องคาดว่ามีน้ำมันเครื่องปะปนเข้าไปในกระบวนการเผาไหม้แน่เลย เหมือนการเอาน้ำมันเครื่องไปเผาอ่ะครับ ก็จะทำให้ระดับน้ำมันเครื่องลดลงจนอาจจะหมด แล้วไม่มีน้ำมันเครื่องหล่อลื่นเครื่องยนต์ เเละก็เครื่องเสียหายไปในที่สุดนั่นเอง

5. สีที่ข้างตัวรถถลอก

สีของรถ เป็นตัวที่ช่วยให้รถยนต์มีความสวยงาม เป็นสีสันต่างๆ ซึ่งโดยปกติแล้ว สีรถทุกคันจะมีการเคลือบสารเพื่อปกป้องอยู่แล้ว แต่นานวันไป สารเคลือบเพื่อป้องกันต่างๆ ก็จะหลุดร่อนออกไปบ้างตามการใช้งาน ตากแดด ตากลม ว่ากันไป หรืออาจจะไปกระแทก ชน มา ทำให้เป็นรอยสีเล็กๆ หลุดร่อนออกมา ซึ่งถ้าปล่อยไปนานๆ มีสองแบบครับ คือ ร่อนมากขึ้น หรือโดนน้ำเเล้วกลายเป็นสนิมซึ่งส่งผลต่อตัวโครงสร้างของรถโดยตรงนั่นเอง

6. เวลาเบรกมีเสียงดัง

เบรก ก็เป็นอีกชิ้นส่วนที่มีความสำคัญ ลองนึกภาพถ้าเบรกเเตกหรือเสียขึ้นมา เราจะสามารถหยุดรถได้อย่างไร เกิดอุบัติเหตุแน่นอนเลย แล้วถ้าเกิดมีเสียง อี๊ดดดด......ดดดด เวลาเราเหยียบเบรก นัั่นคืออาการที่รถบอกว่า ผ้าเบรกของฉัน หมดแล้วนะ พาไปเปลี่ยนหน่อย ! ซึ่งถ้าปล่อยไว้ อาจจะทำให้รถของเราไม่สามารถเบรกอยู่ได้นั่นเองครับ

7. มีกลิ่นผิดปกติออกจากห้องเครื่อง

กลิ่น น่าจะเป็นเรื่องที่น่ากลัวในการใช้งานรถนะครับ เพราะผมก็เป็นคนหนึ่งที่ไม่ชอบเลยถ้ามีกลิ่นแปลกๆ ให้เราได้กลิ่น โดยเฉพาะกลิ่นไหม้ๆ ดังนั้น ถ้าเกิดมีกลิ่นไหม้แปลกเข้ามาภายในตัวรถ อาจจะมีสาเหตุมาจากเบรกไหม้ ซึ่งจะเกิดจากการใช้เบรกอย่างหนัก ช่วงลงเขา หรือเบรกมือไม่ได้ปลด ซึ่งจะทำให้เบรกไม่อยู่ได้ และมีอีกสาเหตุหนึ่ง คือ มาจากห้องเครื่องหน้ารถ ซึ่งเป็นอันตรายมากนะครับ ควรขับอย่างระมัดระวัง ถ้าจอดดูได้ให้จอด เมื่อกลับถึงบ้านแล้ว ควรนำรถไปใช้ช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบด้วย

8. หลอดไฟส่วนต่างๆ ไม่ติด

หลอดไฟ เป็นอุปกรณ์ที่คอยให้ความสว่างทั้งภายในและภายนอกรถ อีกทั้งยังเป็นตัวให้สัญญาณ เช่น ไฟเลี้ยวอีกด้วย ดังนั้นถ้าหลอดไฟขาด เราก็จะไม่สามารถมองเห็นสิ่งต่างๆ และให้สัญญาณ ได้นั่นเองครับ โดยเฉพาะไฟหน้ารถ ห้ามขาดเด็ดขาด เพราะเราจะไม่สามารถขับไปไหนได้เลย ส่วนไฟตามส่วนต่างๆ ของรถก็ต้องหมั่นตรวจเช็คสภาพหลอดว่ามีความพร้อมใช่งานหรือไม่ ถ้าไม่ติด ก็หาหลอดใหม่มาเปลี่ยนโดยที่มีกำลังและขนาดของหลอดที่เท่าเดิม

9. รถวิ่งไม่ตรงทาง

คำว่ารถวิ่งไม่ตรงทาง คือ อาการเมื่อเราลองปล่อยมือแล้วรถจะกินไปทางซ้ายหรือขวา หรือว่าในขณะที่เราขับรถต้องคอยหมุนพวงมาลัยให้ตรงทางอยู่ตลอดนั่นเองครับ เกิดจากว่า รถเราได้เสียศูนย์ ไปแล้ว วิธีแก้ไข คือ ขับรถไปให้ร้านเปลี่ยนยางต่างๆ ตรวจเช็ค สภาพยางและทำการตั้งศูนย์ ถ่วงล้อใหม่ รถของเราก็จะมีความเสถียรมากขึ้น

10. สัญญาณไฟเตือนต่างๆ แสดงขึ้นมา

บนหน้าปัดของรถแต่ละคัน จะมีสัญญาณไฟต่างๆ ทั้งไฟแสดงสถานะและไฟเตือน ซึ่งในสภาะปกติ ส่วนใหญ่จะไม่มีสัญญาณไฟอะไรแสดงขึ้นมาอยู่แล้ว แต่ถ้าเกิดมีความผิดปกติของเครื่อง น้ำมันเครื่อง เบรก แบตเตอรี่ ก็จะมีสัญญาณไฟแสดงขึ้นมา ดังนั้น ในเบื้องต้นสามารถเปิดหาสาเหตุได้จากคู่มือประจำตัวรถ หรือถ้ายังหาสาเหตุไม่ได้ ให้ช่างผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ตรวจสอบ

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ เป็นเพียงอาการเบื้องต้นที่แสดงออกมาให้เราเห็นกันและสามารถตรวจสอบได้ด้วยตัวเองนะครับ ดังนั้น ถ้ารถของคุณเกิดอาการแปลกๆ หรือมีเสียงผิดปกติละก็นะครับ ต้องรีบตรจดูเลยว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่ ก่อนที่จะสายเกินไปจนแก้ไม่ทันแล้วกลายเป็นสาเหตุใหญ่ต้องเอารถไปขึ้นเขียงหลายวัน เสียทั้งเวลาและเสียทั้งเงินกันไปมากมายเลย จึงควรรีบตรวจสอบสภาพรถไม่ให้มีอาการผิดปกติอยู่ตลอดนะครับผม

Author

Thumb lg 7289bb4b 779a 4d8e a5f0 042282254125

C.ME

โพสคอมเม้นต์

Bt delete image

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!