QUAY 2560/01/16 14:42
Thumb lg 9336

เลือกหน่อยมั้ย? 13 สไตล์หนวดเคราผู้ชายทีน่าไว้ตามในปี 2017!

1042 Pepper

จะได้เลือกสไตล์ที่เข้ากับรูปหน้ากันได้โดยง่ายไม่เด๋อด๋าด้วย ลองมาดูกันดีกว่าครับว่าทรงเคราแบบไหนจะใช่สำหรับคนอย่างเรามากที่สุด!

เครา หนวดเครา แฟชั่น

สำหรับผู้ชายแล้ว หลายคนมองข้ามเรื่องของหนวดเคราไปซะสนิทเลยทีเดียวครับ เรียกว่ามองข้ามกันไปและเข้าใจว่ามันมีแค่สองอย่างเท่านั้นคือ มีหนวด กับ ไม่มีหนวด จบ แต่ไม่ได้รู้กันเลยว่าความจริงแล้วสไตล์ของเจ้าขนด้านล่างของใบหน้าเรานี่ก็มีสไตล์ให้เลือกกันหลายหลากเหมือนกันและแต่ละแบบก็โดดเด่นและเหมาะสมกับคนแต่ละประเภทต่างกันไปด้วย วันนี้พวกเราเปปเปอร์จะจะอาสาพาคุณไปทำความรู้จักกับเจ้าหนวดทั้ง 13 ทรงนี้กันพร้อม ๆ กันเลยครับ!

1. บัลโบ (Balbo)

ทรงนี้ถือว่าเป็นทรงของหนวดเคราที่ยอดนิยมที่สุดในหมู่ผู้ชายเลยก็ว่าได้ครับ นำเทรนด์โดยโรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ (Robert Downey Jr.) นักแสดงฮอลลีวูดชื่อดังเจ้าของบทบาทไอรอนแมน (Iron Man) ขวัญใจมหาชนนั่นเอง ทรงนี้จะเป็นการไว้หนวดที่เหนือปาก ใต้ปาก และที่คางด้านล่างแบบยาวปานกลางแค่พอครอบคลุมกรอบหน้า ไม่ได้ยาวลงมาเป็นก้อนโตแบบฮิปสเตอร์ เหมาะสำหรับคนอยากมีสไตล์แบบหนุ่มใหญ่ครับ

2. แบนด์ฮอลซ์ (Bandholz)

ทรงเคราแบบแบนด์ฮอลซ์ได้รับความนิยมขึ้นมาจากกระแสที่สุดโดย อีริก แบนด์ฮอลซ์ (Eric Bandholz) ผู้ก่อตั้งแบรนด์ผลิตภัณฑ์สำหรับหนวดเคราโดยเฉพาะอย่าง Beardbrand ครับ เป็นการไว้หนวดและเคราออกมาให้ยาวที่สุดเท่าที่จะทำได้ให้เป็นก้อนโต ๆ ใต้คาง ถือว่าเป็นทรงที่ต้องดูแลรักษาและจัดแต่งให้เข้ารูปเข้ารอยอยู่ตลอดอีกทรงนึงครับ เพราะถ้าปล่อยไว้นี่จะเป็นอะไรที่ไม่น่าดูมาก ๆ แต่กว่าจะไว้ความยาวได้ระดับนี้จนสามารถตัดแต่งได้ก็ถือว่าทุ่มกันหลายเดือนทีเดียว ต้องใจเย็นนะครับ!

3. คลีนเชฟ (Clean Shaven)

มาพูดถึงทรงหนวดเคราแบบ เกลี้ยงเกลา กันก่อนเลยคงจะดีที่สุดครับ เพราะหลายคนไม่ชอบการมีหนวดไว้บนหน้าเลยแม้แต่เส้นเดียว ซึ่งก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่เข้าท่ามากทีเดียวสำหรับคนที่รักความสะอาดและโล่งเตียน ทำให้หน้าเราดูเด็กลงด้วยนะครับ

4. เซอร์เคิลเบียร์ด (Circle Beard)

สำหรับทรงนี้หลายคนก็เรียกมันว่าเป็นทรงหนวดเคราแบบ "มาตรฐาน" (standard) ครับ เป็นการผสมผสานกันระหว่างหนวดด้านบนกับเคราแพะด้านล่างอย่างลงตัว เหมาะสำหรับคนที่ต้องการลุคแบบ ไม่เนี้ยบเกินไปแต่ก็ไม่ได้สกปรกรุงรังจนเกินไป ยังสามารถออกงานสังคมได้อย่างไม่เคอะเขินครับ

5. เอ็กซ์เทนด์โกที (Extended Goatee)

เจ้าทรงนี้ก็ฮอตฮิตเหมือนกันครับ มีชื่อเล่นอีกหลายชื่อ ทั้ง 'tailback' และ 'Hollywoodian' (แสดงว่าดาราทำกันเยอะ) ทรงนี้เป็นการผสมผสานกันระหว่างเคราแพะกับหนวด แต่มีการขยายเคราด้านล่างออกไปในแนวกรามเพิ่มเติมด้วย เหมาะสำหรับคนที่มีโครงหน้าเหลี่ยมและรีเป็นหลักครับ

ุ6. เฟรนด์ลี่มัตตันช็อปส์ (Friendly Mutton Chops)

ถ้านึกไม่ออกว่ามันคือหนวดเคราแบบไหนให้นึกหน้าพี่ฮิวจ์ แจ็กแมน (Hugh Jackman) พระเอกภาพยนตร์เจ้าของบทบาทวูล์ฟเวอรีน (Wolverine) เอาไว้ครับ ทรงนี้บางทีก็เรียกกันว่าเป็นทรง 'sideburns' หรือไม่ก็ 'side whiskers' ไม่ได้แปลว่าด้านข้างไหม้ตามชื่อนะครับ เป็นการเล่นคำที่เพี้ยนมาจาก อัมโบรส เบิร์นไซด์ (Ambrose Burnside) นายพลอเมริกันท่านหนึ่งที่ไว้เคราเต็มแก้มแต่ที่คางเปิดโล่งแบบนี้นั่นเอง

Ambrose Burnside:
http://www.civilwar.org/education/history/biographies/ambrose-burnside.html

7. ฟูลเบียร์ด (Full Beard)

ถ้าพูดถึงหนวดเคราที่บ่งบอกถึงความ 'แมน' ได้แบบเต็มพิกัดก็ต้องทรงนี้นี่แหละครับ เป็นอีกแนวทางการไว้หนวดเคราที่คุณไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงในปี 2017 นี้! ยิ่งถ้าดูแลรักษาในส่วนของหนวดเคราให้ออกมาดูดีเงางามได้ตลอดก็จะยิ่งทำให้เรามีลุคที่มีสเน่ห์และน่าค้นหาขึ้นได้อีกมากเลยทีเดียวครับ เหมาะกับคนที่มีใบหน้ารูปทรงเพชร สามเหลี่ยม รวมถึงสามเหลี่ยมกลับด้านด้วย

8. แกริบาลดี (Garibaldi)

ถ้าชอบงานเคราแบบหนา ๆ หมีป่า ก็ต้องทรงนี้เลยครับ มองไปมองมาอาจคล้ายทรงแบนด์ฮอลซ์ (ข้อ 2.) แต่จะเป็นทรงที่ความยาวของเคราสั้นกว่าและการตกแต่งน้อยกว่า จะเรียกว่าเป็นสายเซอร์เต็มตัวก็พอได้ครับ เหมือนเป็นการปล่อยฟรีสไตล์ไป จะมีที่ต้องดูแลก็ตัดให้พอมองเห็นปากนิดหน่อยเท่านั้นครับ ต้องไว้อย่างน้อย 4 เดือนเป็นอย่างต่ำถึงจะได้ความยาวระดับที่สามารถตัดแต่งออกมาเป็นทรงนี้ได้

9. อิมพีเรียล (Imperial)

ทรงนี้อาจจะดูโบราณไปซักหน่อยนะครับ ย้อนกลับไปสมัยจักรวรรดิโน่นเลยทีเดียว แต่ก็ยังถือว่าเป็นทรงที่สามารถทำได้ในยุคปัจจุบันหากว่ามั่นพอ สามารถไว้ได้ทั้งแบบมีเคราและแบบไม่มีเครานะครับสำหรับหนวดทรงอิมพีเรียลนี้ ส่วนสำคัญอยู่ที่ความโค้งงอนของปลายหนวดนี่เองครับผม ถือเป็นไฮไลท์ของใบหน้าเลยก็ว่าได้

10. ชอร์ตสตับเบิล (Short Stubble)

เป็นอีกหนึ่งทรงที่ถือว่าได้รับความนิยมในหมู่ผู้ชายมากเหมือนกันครับ (บางคนไม่ได้ทำมันก็ขึ้นมาเอง) ทรงหนวดสั้นหร็อมแหร็มแบบนี้มองเผิน ๆ อาจเหมือนคนลืมโกนหนวด แต่ถ้าจัด/กันทรงให้เข้ากับรูปหน้าได้เป็นอย่างดีก็จะช่วยเสริมลุคและสร้างรายละเอียดที่ดีให้กับใบหน้าได้มากทีเดียวครับ

11. มีเดียมสตับเบิล (Medium Stubble)

ทรงนี้ไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรกันให้มากความครับ มันคือข้อ 10. ที่ปล่อยให้ยาวขึ้นมามากกว่าเดิมอีก 1-2 วันนั่นเอง พยายาม make sure ว่าเคราของเราจะไม่แผ่ไปเกินกว่าช่วงแก้มและคอครับ และกันให้ได้กรอบชัดเจนที่สุดเพื่อให้ได้ลุคที่ดูสะอาดสะอ้านไม่เหมือนคนลืมโกนหนวดเครา ให้รู้ว่าตั้งใจทำแบบนี้มา จบ

12. ลองสตับเบิล (Long Stubble)

ทรงนี้ก็ไม่ต้องอธิบายอะไรกันมากอีกแล้วครับ (ฮ่า ๆ) เพราะมันคือข้อ 11. แบบอัพเกรดความยาวนั่นเอง วิธีทำก็งดโกนหนวดเคราซักประมาณหนึ่งสัปดาห์ให้มันมีความยาวซักประมาณ 6 มิลลิเมตรก่อน แล้วค่อยกันทรงให้เข้ารูปเข้ารอย ถือว่าสามารถลบเหลี่ยมให้กับคนโครงหน้าแบบ Square ได้ดีทีเดียวครับ

13. ฟาน ไดค์ (Van Dyke)

สำหรับทรงสุดท้ายที่หยิบมาแนะนำกันวันนี้เป็นสไตล์หนวดเคราจากศตวรรษที่ 17 ครับ นำเทรนด์โดยจิตกรชื่อดังแห่งยุคนั้นชื่อว่า แอนโทนี ฟาน ไดค์ (Anthony Van Dyke) เป็นการผสมผสนกันระหว่างหนวดกับเคราแพะที่ไม่ได้เน้นความรก แต่เน้นสไตล์ในทั้งสองส่วนเป็นหลัก ทรงนี้ถือว่าจัดแต่งไม่ยาก แต่ต้องไว้ให้ได้ความยาวระดับหนึ่งก่อนถึงจะทำได้ครับ

เห็นแบบนี้แล้วอยากไว้เคราขึ้นมาบ้างมั้ย?

Preload

Author

Thumb lg a1efe3d5 aac6 4169 b184 98a4e34df5ff

QUAY

โพสคอมเม้นต์

Bt delete image

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!