อิ่มเอม 2560/01/18 14:43
Thumb lg shutterstock 268433915

เคยทำแบบนี้กันมั้ย? ระวังให้ดีกับ 10 พฤติกรรมการขับขี่ที่ทำร้ายรถโดยที่คุณไม่รู้ตัว!!

7683 Pepper

หลายคนอาจจะทำจนเคยตัวและเคยชินกับพฤติกรรมการขับรถที่เราไม่รู้ตัวมาก่อนว่ามันสามารถให้รถของเราพังลง

Car vehicle LifeHack Engine

จริงอยู่ว่ารถที่เราซื้อมาใช้งานย่อมต้องสึกหรอและหมดสภาพไปตามอายุการใช้งาน ซึ่งแน่นอนว่าอย่างไรก็ต้องมีการบำรุงรักษาหรือเปลี่ยนคันใหม่เมื่อถึงเวลาอันสมควร แต่จะดีกว่าไหมถ้าเราจะช่วยยืดอายุการใช้งานให้นานออกไปด้วยการเลิกพฤติกรรมการขับขี่ที่เสมือนเป็นการค่อย ๆ ทำร้ายรถตัวเองอยู่ตลอด ซึ่งเราได้รวบรวม 10 นิสัยที่เร่งให้รถยนต์พังได้เร็วขึ้นโดยไม่รู้ตัว ลองมาเช็กกันเลยว่าคุณทำสิ่งเหล่านี้มากน้อยแค่ไหน!!

1. ไม่ยอมใช้เบรกมือขณะจอดรถบนทางลาด

เมื่อจอดรถบนทางลาดควรใช้เบรกมือก่อนเข้าเกียร์ P ทุกครั้ง เพราะถ้าคุณไม่ดึงเบรกมือก่อนเข้าเกียร์ P สลักเกียร์หรือตัวล็อกเฟืองขับหลัก (Parking Pawl) ซึ่งมีขนาดใหญ่ราวหัวแม่มือจะต้องรับภาระน้ำหนักรถทั้งคันเอาไว้ จึงไม่เป็นผลดีกับระบบเกียร์ และส่งผลให้อุปกรณ์เสียหายต้องจ่ายเงินซ่อมเร็วขึ้น

2. ปล่อยให้น้ำมันในถังอยู่ระดับต่ำอยู่เสมอ

การปล่อยให้น้ำมันในถังอยู่ในระดับต่ำจนเกือบหมดอยู่เป็นประจำก่อนที่จะแวะเข้าปั๊มอาจเป็นพฤติกรรมที่หลายคนน่าจะทำบ่อยเพราะดูเหมือนว่าไม่น่าจะมีอะไรเสียหาย แต่จริง ๆ แล้วเป็นผลเสียกับปั๊มน้ำมันเบนซินที่อยู่ในถังเชื้อเพลิงซึ่งควรมีน้ำมันท่วมอุปกรณ์ตัวนี้อยู่ตลอด มันจะดีกว่าถ้าไม่รอให้น้ำมันใกล้หมดเพื่อยืดอายุการใช้งานปั๊มน้ำมันเบนซินที่มีราคาแพงโดยไม่จำเป็นเพราะถึงอย่างไรคุณก็ต้องเติมน้ำมันอยู่ดี

3. การเปลี่ยนเกียร์ถอยหลัง-เดินหน้าทันทีโดยไม่รอให้รถหยุดสนิท

สำหรับพฤติกรรมแย่ ๆ ทำร้ายรถนี้อาจเกิดขึ้นกับเกียร์ธรรมดาได้มากกว่าเกียร์อัตโนมัติ โดยการรีบร้อนเปลี่ยนเกียร์ถอยหลังเพื่อเดินหน้า หรือจากเดินหน้าเพื่อถอยหลังโดยไม่รอให้หยุดสนิทเสียก่อนเป็นการกระทำที่ชัดเจนว่าทำลายระบบขับเคลื่อนและส่งกำลังโดยตรง หากไม่อยากเปลี่ยนเกียร์หรือต้องซ่อมแซมชุดเกียร์ ซึ่งอาจลามไปเครื่องยนต์รวมถึงเพลาขับ รีบแค่ไหนควรรอให้รถหยุดสนิทก่อนทุกครั้ง

4. ไม่อุ่นเครื่องยนต์ก่อนขับขี่

รถยนต์ทุกคันจำเป็นต้องอุ่นเครื่องทุกครั้งเมื่อเครื่องเย็น เช่น จอดข้ามคืน ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์รุ่นเก่าหรือรุ่นใหม่ เพียงแต่ปัจจุบันอาจลดระยะเวลาให้สั้นลงและสามารถขับออกไปได้เลยแต่มักจะระบุในคู่มือว่าช่วงแรกควรขับขี่อย่างนุ่มนวลเพื่อเป็นการวอร์มให้เครื่องยนต์และน้ำมันเครื่องอยู่ในอุณหภูมิทำงานเพื่อยืดอายุการใช้งานลดการสึกหรอ

5. ออกตัวอย่างรุนแรง

การออกตัวอย่างรุนแรงหรือรวดเร็วนั้นอาจดูเร้าใจก็จริง ซึ่งนอกจากจะสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงแล้วยังสร้างภาระหนักให้กับชุดระบบส่งกำลังทั้งหมด และยิ่งเร่งไปได้ไม่ไกลแล้วต้องเบรกก็จะทำให้ระบบเบรก เช่น ผ้าเบรก รวมถึงโรเตอร์ทำงานหนักอีก ทั้งนี้หากไม่อยากจ่ายค่าซ่อมหรือบำรุงรักษาเร็วกว่ากำหนดควรขับรถอย่างนุ่มนวลจะดีที่สุด

6. ใช้เกียร์ (ธรรมดา) เป็นที่พักมือ

หากใครยังชอบหรือจำเป็นต้องขับรถยนต์เกียร์ธรรมดาอยู่ และมักพักมือค้างไว้บนหัวเกียร์เพื่อรอจะเข้าเกียร์ต่อไปเสียเป็นส่วนใหญ่แทนที่จะวางบนพวงมาลัย บอกเลยว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเพราะอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้บูช และชุดซิงโครไนซ์ของระบบเกียร์สึกหรอได้ ดังนั้นควรวางมือทั้งสองข้างบนพวงมาลัยหลังจากเปลี่ยนเกียร์เพื่อรักษาอายุการใช้งานของเกียร์อีกทั้งยังสามารถควบคุมรถได้อย่างทันท่วงทีด้วย

7. แช่คลัทช์

อันนี้ยังคงเป็นเรื่องของรถยนต์ที่ใช้เกียร์ธรรมดาอยู่ โดยผู้ขับที่ชอบเหยียบคลัทช์แช่ไว้ขณะจอดรถรอไฟแดงเพื่อจะได้ออกตัวเมื่อไฟเขียวอยู่เป็นประจำ พฤติกรรมเหล่านี้ควรหลีกเลี่ยงเพราะอาจทำให้ชุดเกียร์สึกหรอ และเสียหายได้เร็วกว่าปกติ เช่น ลูกปืนคลัทช์ และชุดกดคลัทช์ ทางที่ดีควรปล่อยเท้าออกจากคลัทช์เข้าเกียร์ว่างเมื่อรถหยุดนิ่ง และเหยียบอีกครั้งเมื่อต้องการออกตัว

8. บรรทุกของหนักมากเกินไป

การบรรทุกของหนักมากเกินไปหรือบ่อยครั้งย่อมส่งผลให้ทั้งเครื่องยนต์, ระบบส่งกำลัง, ระบบกันสะเทือนและเบรกทำงานหนักรวมไปถึงสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงมากกว่าปกติ ดังนั้นควรทำรถของคุณให้แบกน้ำหนักน้อยที่สุด โดยหลีกเลี่ยงการขนของหนักบ่อย ๆ หรือลองดูว่าสัมภาระอะไรที่ไม่จำเป็นก็ควรเอาออกจากรถไปบ้าง ซึ่งนอกจากจะทำให้ประหยัดเชื้อเพลิงมากขึ้นแล้วยังทำให้รถใช้งานได้ยาวนานขึ้นด้วย

9. ไม่ใช้เกียร์ต่ำขณะลงเขา/ทางลาดชัน

สำหรับผู้ที่ใช้รถยนต์เกียร์อัตโนมัติอาจไม่ต้องกังวลมากนัก แต่ถ้าใครที่ยังใช้รถเกียร์ธรรมดาอยู่และต้องลงเขาหรือทางลาดชันบ่อย ๆ หากใช้เบรกในการรักษาความเร็วเป็นหลักเพียงอย่างเดียวย่อมทำให้อุปกรณ์เหล่านั้นเกิดความร้อนสูงและเสียรูปได้ ทั้งนี้ผู้ขับขี่ควรเลือกใช้เกียร์ต่ำให้เหมาะสมเพื่อรักษาความเร็วรถ และใช้เบรกเมื่อจำเป็นต้องเบรกจะดีกว่า

10. ละเลยสัญญาณเตือน และอาการต่าง ๆ ของรถ

เมื่อเริ่มเกิดมีอาการบางอย่างขึ้นกับรถของคุณ เช่น สั่นผิดปกติ มีเสียงแปลก ๆ เครื่องยนต์จุดระเบิดไม่สมบูรณ์เป็นบางครั้ง หรืออาการอื่นที่แปลกไปจากเดิม นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนให้รีบนำรถไปตรวจสอบโดยเร็วที่สุด อย่าปล่อยไว้จนเนิ่นนานซึ่งอาจทำให้ปัญหาเล็ก ๆ ลุกลามใหญ่โตหรือต้องจอดเสียข้างทางทำให้เสียทั้งเงิน เวลาและเป็นอันตรายอีกด้วย

Author

Thumb lg ba7a6086 f32f 44d9 a949 5d34eadf231f

อิ่มเอม

โพสคอมเม้นต์

Bt delete image

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!