RahXephon อัพเดทเมื่อ 14:32 25/05/2559
Thumb lg a o 2004

ย้อนรอย 20 ปีฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป

1588 Pepper

อีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ ศึกยูโร 2016 ก็กำลังจะเปิดฉากขึ้น Spice จะพาคุณอุ่นเครื่องมหกรรมลูกหนังระดับโลกด้วยการพาย้อนดูบทสรุปในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา

ฟุตบอล ยูโร 2016

ศึกยูโร 2016 จะเปิดฉากรูดม่านขึ้นในวันที่ 10 มิถุนายนไปจนถึงวันที่ 10 กรกฎาคมที่จะถึงนี้ และยังเป็นครั้งแรกที่มีการเพิ่มทีมแข่งขันในรอบสุดท้ายเป็น 24 ทีม โดยมีประเทศ ฝรั่งเศส รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพซึ่งจะกระจายการแข่งขันออกไปยัง 10 เมือง อันได้แก่ บอร์กโดซ์, ลองส์, ลียง, ลีลล์, มาร์กเซย, นีซ, ปารีส, แซงต์-เดอนีส์, แซงต์-เอเตียน และ ตูลูส แต่คราวนี้เราจะพาท่านย้อนอดีตกลับไปดูบทสรุปของการแข่งขัน 5 ครั้งหลังสุดว่ามีประเทศไหนที่เคยสร้างผลงานโดดเด่นอะไรไว้บ้าง

ยูโร 1996: "โกลเด้นโกล์" พาแชมป์

เป็นครั้งแรกที่ ยูฟ่า เพิ่มทีมเข้าร่วมแข่งขันรอบสุดท้ายเป็น 16 ทีม โดย อังกฤษ ทีมเจ้าภาพออกสตาร์ทเกมส์แรกในกลุ่ม A ด้วยการเสมอกับ สวิตเซอร์แลนด์ ก่อนจะอัด สก็อตแลนด์ แล้วมาถล่ม ฮอลแลนด์ ในนัดสุดท้ายพร้อมกับลอยลำเข้ารอบน็อคเอาท์เป็นที่หนึ่งในสาย และถัดมาก็เป็น ฝรั่งเศส และ สเปน ที่ผ่านเข้ารอบเป็นตัวแทนของกลุ่ม B ไปตามความคาดหมาย

ในขณะที่สายอื่นๆก็มี อิตาลี ที่กลายเป็นทีมใหญ่ที่ร่วงตกรอบแรกจากการอยู่กลุ่ม C ร่วมกับ เยอรมัน และ สาธารณรัฐเช็ก ที่กลายเป็นม้ามืดเบียดแย่งตำแหน่งที่ 2 ในสายไปแทน ส่วนทางกลุ่ม D ก็มี โปรตุเกส และ โครเอเชีย ที่ผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์

ในรอบรองชนะเลิศ ทั้ง 2 คู่ต้องตัดสินกันด้วยการดวลลูกจุดโทษหลังจากเสมอกันในเวลา โดย ฝรั่งเศส ที่ผ่าน ฮอลแลนด์ จากการดวลจุดโทษมาเช่นกันก็พ่ายในการวัดดวงกับ เช็ก ที่เฉือนเอาชนะ โปรตุเกส มา 1-0 ส่วนอีกคู่ก็เป็น เยอรมัน ที่ผ่าน โครเอเชีย ในรอบ 8 ทีมสุดท้ายมาก็แม่นเป้ากว่า อังกฤษ ที่ดวลจุดโทษตัดสินกับ สเปน ในรอบที่ผ่านมาหมาดๆ

คู่ชิงชนะเลิศเป็นการโคจรกลับมาพบกันอีกครั้งของ เยอรมัน และ เช็ก ทีมร่วมกลุ่ม C ในรอบแรก ซึ่งหลังจากจบ 90 นาทีทั้งคู่ยังคงเสมอกัน 1-1 เลยต้องต่อเวลาพิเศษออกไปอีก 30 นาทีโดยมีการใช้กฏการยิงประตู โกลเด้นโกลล์ มาใช้เป็นครั้งแรก ซึ่งหลังจากผ่านช่วงต่อเวลาพิเศษไปเพียงแค่ 5 นาที โอลิเวอร์ เบียร์โฮฟฟ์ ก็สังหารประตูชัยเข้าไปพร้อมกับพา ทีมอินทรีเหล็ก คว้าแชมป์ยูโรสมัยที่ 3 ไปครอง

ดาวซัลโว: อลัน เชียร์เรอร์ (อังกฤษ) 5 ประตู
นักเตะยอดเยี่ยม: แมทเธียส ซามเมอร์ (เยอรมัน)

ยูโร 2000: "ซีดาน เพาเวอร์"

เป็นการจับมือร่วมกันระหว่าง เบลเยี่ยม และ ฮอลแลนด์ในการเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้ และก็กลายเป็น เบลเยี่ยม ที่เป็นทีมเจ้าภาพที่ต้องตกรอบแรกไปจากการอยู่กลุ่ม B ร่วมสายเดียวกับ อิตาลี และ ตุรกี ในขณะที่ ฮอลแลนด์ สามารถผงาดเข้ารอบน็อคเอาท์เป็นที่ 1 ในกลุ่ม D โดยมี ฝรั่งเศส ตามเข้ามาเป็นที่ 2 ร่วมกันในสายและเบียดเอา สาธารณรัฐเช็ก ทีมรองแชมป์เก่าคราวที่แล้วตกรอบแรกไปโดยปริยาย

ในขณะที่กลุ่ม A ก็มีเรื่องสุดเซอร์ไพรส์เกิดขึ้นเมื่อทั้ง อังกฤษ และ เยอรมัน ทีมแชมป์เก่าต่างพากันกอดคอตกรอบแรกไปทั้งคู่ โดยมี โปรตุเกส และ โรมาเนีย ผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์ไปตามลำดับ ซึ่งไปรวมกับ สเปน และ ยูโกสลาเวีย ของกลุ่ม C ทำให้ได้ 8 ทีมสุดท้ายที่ผ่านเข้ารอบต่อไป

จากรอบ 8 ทีมสุดท้ายก็เหลือ ฝรั่งเศส ที่ผ่าน สเปน มาได้ก็ต้องมาวัดกับ โปรตุเกส ที่พึ่งขย้ำ ตุรกี มา 2-0 ก่อนจะได้ ซีดาน ช่วยยิงจุดโทษเอาชนะไปได้ 3 นาทีก่อนหมดช่วงต่อเวลาพิเศษ ในขณะที่ อิตาลี ที่เอาชนะ โรมาเนีย มา 2-0 ก็ดวลจุดโทษเอาชนะ ฮอลแลนด์ ทีมเจ้าภาพที่ถล่ม ยูโกสลาเวีย มาเละเทะ 6-1 ไปได้หลังจากเสมอกันในเวลา 0-0

ในเกมส์นัดชิง อิตาลี เป็นฝ่ายขึ้นนำไปก่อนจาก มาร์โก เดลเวคคิโอ หลังจากผ่านครึ่งหลังมาได้ 10 นาทีก่อนที่ ซิลแว็ง วิลตอร์ จะมาตามตีเสมอได้ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ จนต้องต่อเวลาพิเศษออกไปอีก และสุดท้ายก็ได้ ดาวิด เทรเซเก้ต์ มาเป็นฮีโร่ช่วยยิงประตูชัย โกลเด้นโกลล์ ให้ ทีมตราไก่ คว้าแชมป์ยูโร เป็นทีมแรกหลังจากที่พึ่งคว้าแชมป์โลกมาเมื่อ 2 ปีก่อน

ดาวซัลโว: แพทริค ไคลเวิร์ต (ฮอลแลนด์) และ ซาโว มิโลเซวิช (ยูโกสลาเวีย) 5 ประตู
นักเตะยอดเยี่ยม: ซีเนดีน ซีดาน (ฝรั่งเศส)

ยูโร 2004: เทพนิยายกรีก

ยูโร 2004 ถูกจัดขึ้นโดยมี โปรตุเกส เป็นเจ้าภาพ ที่เปิดสนามด้วยการพลิกล็อกพ่ายให้กับ กรีซ ไป 1-2 ก่อนจะมาใส่เกียร์เดินหน้าเอาชนะอีก 2 เกมส์ที่เหลือจนสามารถเข้ารอบเป็นที่ 1 ของกลุ่ม A ได้โดยมี กรีซ ที่เฉือน สเปน ด้วยการทำประตูได้มากกว่าผ่านเข้ารอบไปด้วย

ในขณะที่ อิตาลี ต้องร่วงตกรอบแรกจากกลุ่ม C โดยพ่ายแพ้ประตูได้-เสียต่อ สวีเดน และ เดนมาร์ก ที่มี 5 คะแนนเท่ากันทั้งหมด ส่วน เยอรมัน ก็ต้องอกหัก 2 ครั้งซ้อนด้วยการถูก ฮอลแลนด์ และ สาธารณรัฐเช็ก ในสาย D เขี่ยหลุดวงโคจรไป โดยที่กลุ่ม B ก็ได้ ฝรั่งเศส และ อังกฤษ เข้าสู่รอบน็อคเอาท์ไปด้วยกันตามความคาดหมาย

จากรอบ 8 สุดท้ายก็ได้ โปรตุเกส ที่เอาชนะ อังกฤษ ด้วยการดวลลูกจุดโทษเข้าไปวัดกับ ฮอลแลนด์ ที่ดวลจุดโทษชนะ สวีเดน มาเช่นกันซึ่งทีมเจ้าภาพก็เอาชนะไปได้ 2-1 จากฝีเท้าของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ มานิเช่ ในขณะที่ กรีซ ก็สร้างเซอร์ไพรส์เฉือนเอาชนะ ฝรั่งเศส มาได้ก็ยังโชว์ฟอร์มเป็นม้ามืดต่อไปด้วยการยิงประตูชัยในช่วงต่อเวลาพิเศษใส่ เช็ก ที่ถล่ม เดนมาร์ก มาเละเทะ 3-0 ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย

จนมาถึงรอบชิงชนะเลิศที่เป็นนัดล้างตาของทีมเจ้าถิ่นที่เคยเป็นฝ่ายพ่ายแพ้คู่ปรับร่วมสายมาก่อนในนัดเปิดสนาม แต่ลูกทีมของ อ็อตโต เรห์ฮาเก้ล ก็มาดีเหลือเกินในปีนี้และพวกเขาก็ทำสิ่งที่น่าเหลือเชื่อได้อีกครั้งด้วยการทำประตูขึ้นนำ โปรตุเกส ไปในนาทีที่ 57 ก่อนจะรักษาสกอร์ไว้ได้จนจบ 90 นาทีและคว้าแชมป์ไปครองได้อย่างยิ่งใหญ่ หักปากกาเซียนไปแทบจะทุกสำนัก

ดาวซัลโว: มิลาน บารอส (สาธารณรัฐเช็ก) 5 ประตู
นักเตะยอดเยี่ยม: เธโอโดรอส ซาโกราคิส (กรีซ)

ยูโร 2008: กำเนิดกระทิงห้าว

เป็นการจัด ศึกยูโร ที่ใช้เจ้าภาพร่วมอีกครั้งโดยมี ออสเตรีย และ สวิตเซอร์แลนด์ คอยรับหน้าเสื่อ ซึ่งทั้ง 2 ทีมเจ้าภาพก็ไปได้ไม่ไกลเมื่อ สวิตเซอร์แลนด์ จมอยู่ก้นตารางในกลุ่ม A ที่มี โปรตุเกส และ ตุรกี ตีตั๋วเข้ารอบไป ส่วนทางฝั่ง ออสเตรีย ก็ไม่น้อยหน้าเมื่อเก็บได้เพียงคะแนนเดียวเท่ากับ โปแลนด์ และปล่อยให้ โคเอเชีย กับ เยอรมัน โกยแต้มผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ได้อย่างไม่ยากเย็น

ในขณะที่ ฝรั่งเศส กลายเป็นทีมใหญ่ที่ต้องกลับบ้านไวด้วยการตกอยู่อันดับบ๊วยของกลุ่ม C ที่มี ฮอลแลนด์ และ อิตาลี ผ่านเข้ารอบ ส่วนทางฝั่ง กรีซ แชมป์เก่า ก็สิ้นลายกินไข่แพ้ 3 นัดรวด โดยมี สเปน และ รัสเซีย ได้ไปต่อสำหรับกลุ่ม D

ในรอบรองชนะเลิศเป็นการพบกันระหว่าง เยอรมัน ที่เฉือนเอาชนะ โปรตุเกส มาได้ 3-2 ก่อนที่จะมีชัยเหนือ ตุรกี ด้วยสกอร์เดิม หลังจากที่ ทีมไก่งวง เอาชนะ โครเอเชีย จากการดวลลูกจุดโทษมาในรอบน็อคเอาท์ ส่วนอีกคู่ก็เป็น สเปน ที่แม่นจุดโทษกว่าในการดวลตัดสินกับ อิตาลี ในรอบที่แล้ว ก่อนจะมาโชว์ฟอร์มถล่มแหลก รัสเซีย 3-0 ที่พลิกเอาชนะ ฮอลแลนด์มาได้ 3-1 จากการยิง 2 ประตูในช่วงต่อเวลาพิเศษจากรอบ 8 ทีมสุดท้าย

นัดชิงได้ถูกจัดขึ้นใน กรุงเวียนนา ประเทศ ออสเตรีย และก็เป็น เฟร์นานโด ตอร์เรส ในช่วงที่กำลังพีคสุดขีด รับบอลจากการเปิดทะลุช่องมาให้ของ ชาบี ก่อนจะวิ่งเบียดกับ ฟิลิปป์ ลาห์ม เข้าไปกระดกบอลข้ามตัว เยนส์ เลมันน์ และกลายเป็นประตูชัยลูกเดียวให้กับ สเปน ตั้งแต่นาทีที่ 33 โดย ทีมกระทิงดุ สามารถคว้าแชมป์ยูโรได้เป็นครั้งที่ 2 และนี่ก็กลายเป็นจุดออกสตาร์ทของการกอบโกยความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ในเวลาต่อมาของพวกเขา

ดาวซัลโว: ดาบิด บีย่า (สเปน) 4 ประตู
นักเตะยอดเยี่ยม: ชาบี เอร์นานเดซ (สเปน)

ยูโร 2012: ไม่เน้นกองหน้าก็แชมป์ได้

เป็นการจัด ศึกยูโร โดยใช้เจ้าภาพร่วมเป็นครั้งที่ 2 ติดต่อกัน แต่ก็ไม่ต่างจากครั้งก่อนๆเมื่อทีมเล็กๆที่มีโอกาสเป็นเจ้าภาพจะไปได้ไม่ไกล ทั้ง โปแลนด์ ที่จมอยู่ก้นตารางในกลุ่ม A โดยมี สาธารณรัฐเช็ก และ รัสเซีย ผ่านเข้ารอบไป ส่วนทางฝั่ง ยูเครน ก็เก็บได้ 3 คะแนนเท่ากับ สวีเดน และก็ปล่อยให้ อังกฤษ และ ฝรั่งเศส จากกลุ่ม D ได้เดินทางเข้าสู่รอบน็อคเอาท์

ฮอลแลนด์ กลายเป็นทีมใหญ่ที่ร่วงตกรอบแรกโดยการแพ้ 3 นัดรวดจากการอยู่ใน กรุ๊ปออฟเดธ ร่วมกับ เยอรมัน, โปรตุเกส และ เดนมาร์ก โดยสองทีมแรกเป็นฝ่ายที่ได้ไปต่อ ในขณะที่ สเปน กับ อิตาลี จากกลุ่ม C ก็สามารถผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายได้ตามความคาดหมาย

บทสรุปในรอบตัดเชือก สเปน ที่ผ่าน ฝรั่งเศส มาได้ไม่ยากเย็นนัก 2-0 เฉือนเอาชนะ โปรตุเกส ด้วยการดวลลูกโทษ หลังจากที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยิงประตูโทนให้ ทีมฝอยทอง ผ่าน สาธารณรัฐเช็ก มาได้อย่างหวุดหวิดในรอบ 8 ทีม ในขณะที่ เยอรมัน ที่พึ่งถล่ม กรีซ มา 4-2 ก็เสียท่าให้กับ มาริโอ บาโลเตลลี่ ของ อิตาลี ที่เอาชนะ อังกฤษ มาด้วยการดวลลูกโทษจากรอบน็อคเอาท์ที่ผ่านมา

นัดชิงชนะเลิศถูกจัดขึ้นที่ กรุงเคียฟ ประเทศ ยูเครน โดย ทีมกระทิงดุ ที่เน้นอัดมิดฟิลด์ลงสนามไปทีละ 5-6 คนมาโดยตลอดก็ยังใช้ระบบเดิมด้วยการส่ง เชสก์ ฟาเบรกาส ลงหน้าที่ 'ฟอลส์ ไนน์' ต่อไป ซึ่งก็ได้ผลดีเกินคาดเมื่อสามารถถล่ม อิตาลี ไปซะยับเยิน 4-0 จนกลายเป็นสกอร์ที่ขาดลอยที่สุดของนัดชิงในรายการนี้ รวมถึงทำให้ สเปน ครองความยิ่งใหญ่ต่อเนื่อง 3 รายการติดต่อกัน หลังจากคว้าแชมป์ยูโรในหนก่อน และมาต่อด้วยแชมป์โลกเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา

ดาวซัลโว: มาริโอ มานด์ซูคิช (โครเอเชีย), มาริโอ โกเมซ (เยอรมัน), มาริโอ บาโลเตลลี่ (อิตาลี), คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (โปรตุเกส), อลัน ซาโกเยฟ (รัสเซีย), เฟร์นานโด ตอร์เรส (สเปน) 3 ประตู
นักเตะยอดเยี่ยม: อันเดรส อิเนียสต้า (สเปน)

บทความที่ได้ถูกแนะนำ


ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg 030c6fd7 bbf5 4570 b6dc d8ef319b25dc

RahXephon