Pae ST 2560/01/26 14:36
Thumb lg oscar movie

หนังรางวัลหน่อยมั้ย? 11 ภาพยนตร์ดีกรีรางวัลออสการ์ที่น่าย้อนดูอีกซักครั้งก่อนตาย

18892 Pepper

ในเมื่อเวลาในการเพลิดเพลินแต่ละวันมันเหลือกันน้อยนิดเหลือเกิน การจะหยิบหนังมาดูซักเรื่องก็ต้องเอาให้มันสนุกและคุ้มกับเวลาที่ลงไปซักหน่อยครับ!

Oscar Movie entertainment

ใกล้เทศกาลที่คนทำหนังรอคอยเข้ามาแล้ว นั่นก็คือ การประกาศผล Academy Awards หรือที่เราๆคุ้นหูกันในชื่อ "Oscar" นั่นเอง โดยทุกๆ ต้นปี สิ่งหนึ่งที่ คอหนังและผู้สร้างหนังตื่นเต้นและเฝ้ารอคอยกันก็คือ การร่วมลุ้นไปกับการประกาศผลรางวัล “ออสการ์” (Oscar) ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ คงไม่ปฏิเสธกันใช่ไหมครับว่า เวลาที่เราอยากจะหาภาพยนต์ดีๆสักเรื่องมาดูกัน ส่วนหนึ่งก็มาจากการเลือกหนังที่มีรางวัลติดตัวมาด้วย เพราะอย่างน้อยๆที่สุด การมีรางวัลการันตีมาก่อน ย่อมจะต้องพิสูจน์ได้ว่า ภาพยนต์เรื่องนั้นๆคงมีดีแน่ๆ ไม่ด้านใดก็ด้านหนึ่งล่ะ โดยยุคสมัยปัจจุบันนี้เวทีรางวัลทางสายภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่และมีสายตาจากทั่วโลกจับจ้องมากที่สุดนั้นคือรางวัล Oscar นั่นเอง วันนี้ เราจะพาคุณไปพบกับ 11 ภาพยนต์ที่ได้รับการการันตีโดยรางวัลออสการ์ ว่ามีเรื่องอะไรกันบ้าง ได้เวลาหามาดูหน่อยแล้ว!!

11. Gladiator(2000)

เริ่มกันที่ Gladiator ภาพยนตร์แนวเอพิค สุดยอดหนังประวัติศาสตร์โรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุด หนังมีความหนักหน่วง ทรงพลัง แต่ดูล่องลอย และพริ้วไหว ยกให้เป็นหนังประวัติศาสตร์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในชีวิตตั้งแต่ดูมาเลยล่ะครับ ถึงแม้ว่าเรื่องนี้จะมีเรื่องราวในประวัติศาสตร์จริงๆเพียงเล็กน้อย และแต่งขึ้นมาเป็นส่วนใหญ่ แต่หนังสามารถทำให้อารมณ์คนดูสะเทือนเคลื่อนไหวไปพร้อมกับตัวละครได้อย่างน่าทึ่ง นักแสดงทุกคนปลดปล่อยพลังกันอย่างเต็มที่ รัสเซลล์ โครว์ ในบท แม็กซิมัส แม่ทัพโรมันผู้กล้าหาญที่ต่อมาต้องกลายเป็นทาส แสดงออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมสมกับรางวัลออสการ์จริงๆค่รับ เค้าดึงเสน่ห์ของตัวเองออกมาได้อย่างหมดจด และ มันให้ความรู้สึกว่าเขาคือ "วีระบุรุษ" ที่โลกต้องจารึกจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ความเข้มแข็ง ทรงเกียรติ โศกเศร้า เคียดแค้น เค้าแสดงออกมาได้อย่างน่าเชื่อถือมากทีเดียว

แหล่ง: https://youtu.be

10. The Godfather (1972)

เดอะ ก็อดฟาเธอร์(เจ้าพ่อมาเฟีย) สร้างจากนิยายของมาริโอ พูโซ แนวภาพยนตร์ เป็นหนังแนวดราม่า โดยมีครบรสทั้ง แอ็คชั่น+ดราม่า +โรแมนติค เป็นส่วนประกอบในเรื่อง ภาพยนตร์เรื่องนี้ เล่าเรื่องราวของครอบครัวมาเฟียเชื้อสายอิตาลีครอบครัวหนึ่ง ในอเมริกายุค1940-1950 ที่ทรงอำนาจ มีบทบาทอย่างสูงและต้องดำรงอยู่บนเส้นทางแห่งอิทธิพล ท่ามกลางการแย่งชิงอำนาจ การหักหลัง การใช้ความรุนแรงของอิทธิเถื่อนระหว่างแก็งค์มาเฟียกลุ่มต่างๆ และความสัมพันธ์ครอบครัว สมาชิกในครอบครัว คนในปกครองและการก้าวขึ้นเป็นใหญ่บนวิถีแห่งมาเฟีย ภาพยนต์เรื่องนี้ เป็นภาพยนต์ที่สุดยอดครับ ละเมียดละไม นิ่ง สง่า คลาสสิค โดยเฉพาะการแสดงอันสุดยอดของมาลอน แบรนโด เป็นที่สุดจริงๆ หนังมีละเอียดในทุกฉาก เล่าเรื่องได้น่าติดตาม การใช้เทคนิคภาพแทนการเล่าเรื่อง ผู้ชม ดูแล้วต้องตามรายละเอียดของเรื่องให้ทัน และต้องจดจำชื่อตัวละคร (ใครที่ไม่เคยดู แนะนำให้ดูฉบับพากย์ไทยก่อน และค่อยดูฉบับเสียงจริง จะทำให้ดูเข้าใจง่ายขึ้น)

แหล่ง: https://youtu.be

9. Mad Max: Fury Road

Mad Max: Fury Road ของผู้กำกับ George Miller คว้าไปถึง 6 รางวัลในการประกาศผล ออสการ์ ปีที่แล้วนี่เอง โดยสามารถคว้ารางวัลในส่วนของเทคนิคงานสร้างได้มากมาย คือ ออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม ออกแบบงานสร้างยอดเยี่ยม แต่งหน้าและทรงผมยอดเยี่ยม ลำดับภาพยอดเยี่ยม บันทึกเสียงยอดเยี่ยม และตัดต่อเสียงพิเศษยอดเยี่ยม Mad Max: Fury Road เป็นเรื่องราวของการเดินทางของ แม๊กซ์ (ทอม ฮาร์ดี้) หนุ่มสิงห์สันโดษผู้ถูกอดีตตามหลอกหลอนในโลกอนาคตอันยากไร้ เขาถูกไล่ล่าจากกลุ่มวอร์บอยผู้ถือตนครอบครองเวสต์แลนด์และหมายช่วงชิงทุกอย่างมาเป็นของตน การเดินทางสุดอันตรายในครั้งนี้ทำให้เขาได้พบกับ ฟิวริโอซ่า (ชาร์ลิซ เธอรอน) หญิงสาวใจแกร่งที่หมายกลับไปยังดินแดนของตนพร้อมกับทำทุกวิถีทางเพื่อเสี่ยงอันตรายพา “สิ่งสำคัญ” ของอิมมอร์ตั้น โจ (ฮิวจ์ คีย์ส-เบิร์น) นายเหนือหัวผู้โหดเหี้ยมไปให้จงได้ ... และนั่นคือจุดเริ่มต้นของความมันส์แบบ Non-Stop ที่จะสาดความตื่นเต้นและลุ้นระทึกไม่ยั้งตามฉบับจอร์จ มิลเลอร์ ที่ว่า “จงพูดให้น้อยแต่ใช้ภาพ(ต่อย) ให้หนัก”

แหล่ง: https://youtu.be

8. Braveheart (1995)

อีกหนึ่งภาพยนต์คุณภาพครับกับ Braveheart ซึ่งสามารถคว้ารางวัลออสการ์ 5 รางวัลมาครอง คือ สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม,สาขาผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม,สาขาถ่ายภาพยอดเยี่ยม,สาขาลำดับเสียงยอดเยี่ยม, และสาขาแต่งหน้ายอดเยี่ยม ภาพยนตร์บอกเล่าเรื่องราวของวิลเลียม วอลเลซอัศวินชาวสกอตแลนด์ที่ปลุกระดมชาวสกอตแลนด์ให้ปลดตนเองออกจากการเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษซึ่งมีพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 1 แห่งอังกฤษเป็นผู้ปกครอง ณ ขณะนั้น วอลเลซปลุกระดมชาวสกอตแลนด์จำนวนมากและตั้งกองทัพขึ้นเพื่อต่อสู้กับกองทัพอังกฤษที่มีจำนวนมากกว่า

แหล่ง: https://youtu.be

7. The Lord of the Rings: The Return of the King (2003)

The Lord of the Rings: The Return of the King เป็นภาพยนตร์ตอนที่สามซึ่งเป็นตอนสุดท้ายของภาพยนตร์ไตรภาคเดอะลอร์ดออฟเดอะริงส์ หลังจากสองภาคแรก ได้แก่ อภินิหารแหวนครองพิภพ และ ศึกหอคอยคู่กู้พิภพ กำกับโดย ปีเตอร์ แจ็คสัน จากงานเขียนต้นฉบับ เดอะลอร์ดออฟเดอะริงส์ ของ เจ. อาร์. อาร์. โทลคีน โดยในภาคนี้เป็นเรื่องราวของ เซารอนเดินทัพใหญ่เพื่อทำสงครามพิชิตพลเมืองมิดเดิลเอิร์ธ พ่อมดแกนดัล์ฟกับกษัตริย์เธโอเดนแห่งโรฮันจึงต้องยกทัพมาช่วยอาณาจักรกอนดอร์ อารากอร์นจะต้องนำทัพทั้งหมดเพื่อต่อสู้กับเซารอนให้ได้ แม้ว่าในที่สุดแล้วจะไม่มีความหวังเลยก็ตาม เพราะผลแห่งชะตาของมิดเดิลเอิร์ธขึ้นอยู่กับฮอบบิทสองคน คือโฟรโดและแซม ว่าจะสามารถนำแหวนเอกไปทำลายที่เมาท์ดูม โดยเอาชนะความยั่วยวนในอำนาจของแหวน และการหักหลังของกอลลัมได้หรือไม่ต้องไปรับชมกันครับ ภาพยนต์เรื่องนี้ได้รับการตอบรับที่ดีมาก ทั้งจากนักวิจารณ์และจากยอดรายได้ โดยสามารถทำสถิติกวาดรางวัลออสการ์จนหมดทั้ง 11 รางวัลที่ได้ส่งเข้าประกวด เลยทีเดียว

แหล่ง: https://youtu.be

6. The departed (2006)

The Departedภารกิจโหด แฝงตัวโค่นเจ้าพ่อ เป็นหนังอาชญากรรมในปี 2006 กำกับโดยมาร์ติน สกอร์เซซี แสดงนำโดยลีโอนาโด ดิคาปริโอ และ แจ็ค นิโคลสัน เป็นการรีเมคภาพยนตร์ฮ่องกงเรื่อง สองคนสองคม ที่ฉายในปี 2002 โดยกวาดรางวั ออสการ์ไป 4 รางวัล ในสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม,สาขาผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม,สาขาลำดับภาพยอดเยี่ยม,และสาขาบทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม โดยหนังบอกเล่าเรื่องราวของ การหักเหลี่ยมเฉือนคมของแก๊งค้ายากับกรมตำรวจ โดยมีคน 2 คน ที่ถูกสลับไปอยู่กับฝั่งตรงข้ามเพื่อจะเป็นสายหรือหนอนบ่อนไส้ คอยรายงานความคืบหน้าของอีกฝ่ายให้ฝ่ายตัวเองได้รับรู้ ฝ่ายตำรวจก็อยากจับโจร ฝ่ายโจรก็อยากรู้ความเคลื่อนไหวของฝ่ายตำรวจ สุดท้ายจะเป็นอย่างไร ต้องไปติดตามดูกันครับ

แหล่ง: https://youtu.be

5. No Country for Old Men (2007)

เป็นภาพยนตร์ ที่กวาดรางวัลออสการ์ไปทั้งสิ้น 4 สาขา คือ ผู้กำกับยอดเยี่ยม,ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม,ภาพยนตร์สร้างมาจากนวนิยายยอดเยี่ยม และนักแสดงบทสมทบยอดเยี่ยม ภาพยนต์เรื่องนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการเจรจาซื้อขายยาเสพติดที่ตกลงกันไม่ได้ และมีชายคนหนึ่งพบเงินจำนวน 2 ล้านดอลลาร์จากเหตุการณ์นั้น ทำให้ต้องหนีตามหาเงินของกลุ่มมาเฟีย และเป็นเรื่องราวของตำรวจแก่ที่ใช้ชีวิตไม่ทันตามโลกที่หมุนเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เหตุการณ์เกิดขึ้นในทะเลทรายของประเทศสหรัฐอเมริกา ่สิ่งที่จำได้แม่นในหนังคือลูกเล่นการเปิดกว้างจินตนาการคนดู หนังไม่ได้ถ่ายฉากฆาตกรรมตรง ๆ แต่ใช้ลูกเล่นประเภท ยกเท้าขึ้นมาดูว่าเปื้อนเลือดไหม หรือกำลังลุ้น ๆ ว่าจะยิงกันไหม ภาพก็ตัดไปที่รถพยาบาล รถตำรวจ หรือคนมุงเพื่อสื่อความหมายให้คิดตามแทน หนังยังมาพร้อมกับฉากที่คาดเดาได้ยากหลายฉาก ซึ่งสื่อถึงความไม่แน่นอน ทางด้านจิตใจ ของตัวละครได้เป็นอย่างดี เป็นภาพยนตร์ที่คู่ควรกับรางวัลออสการ์อย่างมากครับ

แหล่ง: https://youtu.be

4. The Silence of the Lambs (1991)

The Silence of the Lambs เป็นภาพยนตร์ลึกลับ-สยองขวัญ ดัดแปลงมาจากนวนิยายในชื่อเดียวกัน นำแสดงโดยโจดี ฟอสเตอร์และแอนโทนี ฮ็อปกินส์ เป็นเนื้อเรื่องเกี่ยวกับแคลลิช สตาร์ลิ่ง(โจดี ฟอสเตอร์)เจ้าหน้าที่เอฟบีไอฝึกงานที่ได้รับมอบหมายให้สืบคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง ที่มีฆาตกรใช้ชื่อแฝงว่า "บัฟฟาโร่ บิล" จนกระทั่งเธอได้พบกับ ดร.ฮันนิบาล เลคเตอร์(แอนโทนี ฮ็อปกินส์)อดีตฆาตกรซึ่งถูกบำบัดจิตอยู่ เธอพบว่าเลคเตอร์มีบางอย่างเกี่ยวข้องกับบัฟฟาโร่ บิล เธอจึงพยายามสืบและรู้ตัวจริงของบัฟฟาโร่ บิลให้ได้ แต่ในที่สุดก็เกิดเรื่องเมื่อลูกสาวของวุฒิสมาชิกถูกบัฟฟาโล่ บิลจับตัวไป เธอจึงต้องจับตัวบัฟฟาโร่บิลให้จงได้ เพื่อที่จะช่วยลูกสาวของวุฒิสมาชิกและเธอรู้ว่าเลคเตอร์คือกุญแจที่จะไขให้เธอพบตัวจริงของบัฟฟาโร่บิล
ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับรางวัลออสการ์ไปทั้งหมด 5 สาขาได้แก่ สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม,สาขาผู้กำกับยอดเยี่ยม,สาขาบทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม,สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยมและสาขานักแสดงนำหญิงซึ่งเป็น 5รางวัลใหญ่ของเวทีรางวัลออสการ์ทั้งสิ้น

แหล่ง: https://youtu.be

3. Slumdog Millionaire (2008)

Slumdog Millionaire เป็นภาพยนตร์อังกฤษในปี 2008 กำกับโดย แดนนี บอยล์ กำกับร่วมโดยเลิฟลีน แทนแดน และเขียนบทโดยไซมอน โบฟอย ดัดแปลงจากวรรณกรรม Q & A (2005) ของนักเขียนอินเดีย Vikas Swarup ภาพยนตร์ถ่ายทำที่อินเดีย เป็นเรื่องราวของ หนุ่มกำพร้าวัย 18 ปีจากชุมชนคนยากจนในเมืองมุมไบ เขากำลังเข้าร่วมรายการเกมโชว์เกมเศรษฐีและเหลืออีกเพียงคำถามเดียวเท่านั้นที่เขาจะเอื้อมไปถึงรางวัลใหญ่ที่สุดคือเงินก้อนโตถึง 20ล้านรูปี แต่เมื่อต้องพักการถ่ายทำรายการในช่วงกลางคืน ตำรวจกลับเข้ามาสอบปากคำเขาว่าเขากำลังโกงอยู่หรือไม่ เด็กข้างถนนจนๆ คนหนึ่งจะรู้มากขนาดนี้ได้อย่างไร ทำไมคนที่ยอมรับด้วยตัวเองว่าไม่ได้ปราดเปรื่องอะไรอย่างจามาล กลับตอบคำถามได้มากกว่าผู้เข้าแข่งขันที่เรียนมาสูงกว่า ฉลาดกว่าและมีอันจะกินกว่า จามาลไม่รู้จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองได้อย่างไร เขาจึงเล่าเรื่องชีวิตของเขาให้ทุกคนฟังเขาเติบโตมาพร้อมกับพี่ชายชื่อซาลิม ในชุมชนแออัด พวกเขาได้ผจญภัยด้วยกันบนท้องถนนได้เผชิญหน้ากับเจ้าถิ่นกลุ่มอื่นๆ และเรื่องราวเกี่ยวกับ ลาติกา (ฟรีดา ปินโต) เด็กสาวที่เขาหลงรักและสูญเสียไป แต่ละบทแต่ละตอนของเรื่องที่จามาลเล่า เปิดเผยว่าเขารู้คำตอบของโจทย์แต่ละข้อในเกมโชว์ได้อย่างไร และในวันรุ่งขึ้นที่จามาลจะได้ตอบคำถามสุดท้ายของเขาทั้งตำรวจและผู้ชมกว่า 60 ล้านคน อาจจะได้คำตอบด้วยว่าอะไรกันแน่ที่ผลักดันเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ไม่ได้ปรารถนาอยากจะร่ำรวยอะไรนักให้มายืนอยู่ในรายการ

Slumdog Millionaire ได้รับรางวัลออสการ์ ไปถึง 8 สาขา ด้วยกัน คือ สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม,สาขาผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม,สาขาบทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม,สาขาถ่ายภาพยอดเยี่ยม,สาขาลำดับภาพยอดเยี่ยม,สาขาบันทึกเสียงยอดเยี่ยม,สาขาดนตรีประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยมและสาขาเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม

แหล่ง: https://youtu.be

2. Argo (2012)

Argo ภาพยนตร์อเมริกันแนวดรามาทริลเลอร์ สร้างขึ้นจากการอ้างอิงมาจากเรื่องจริงที่เกิดขึ้นเมื่อปี 1979 ซึ่งเป็นเรื่องราวของ 6 ตัวประกันชาวอเมริกันที่โดนพวกอิหร่านจับตัวไป ในระหว่างที่เกิดเหตุการณ์ไม่สงบในอิหร่าน และเพื่อที่จะไปช่วยเหลือเหล่าตัวประกันเหล่านั้น ทางเจ้าหน้าที่ CIA ก็ได้ปลอมตัวทำทีว่าไปอิหร่านเพื่อที่จะถ่ายหนัง

ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ในงานประกาศผลรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 85 รวม 7 รางวัล และได้รับรางวัลทั้งสิ้น 3 รางวัล ได้แก่สาขาลำดับภาพยอดเยี่ยม, สาขาบทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม และสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม

แหล่ง: https://youtu.be

1. The Hurt Locker (2001)

ภาพยนต์ออสการ์การันตี อีกเรื่องที่แนะนำ สำหรับคอหนังสงคราแอคชั่นดราม่าต้องยกให้เรื่องนี้ The Hurt Locker ภาพยนตร์แนวสงคราม-ดราม่า กำกับโดยแคทริน บิเกโลว์ เนื้อเรื่องกล่าวถึงหน่วยกู้ระเบิดในสงครามอิรักซึ่งทำหน้าที่กู้ระเบิดตามจุดที่ต้องสงสัยต่างๆ นำโดยจ่าสิบเอกวิลเลี่ยม เจมส์ หัวหน้าทีมคนใหม่มีหน้าที่ถอดชนวนระเบิด มีนิสัยเลือดร้อนและไม่ฟังใครมักปฏิบัติภารกิจตามใจตนเอง ซึ่งงานกู้ระเบิดเป็นงานอันตรายจึงสร้างความหนักใจให้แก่ลูกทีมเป็นอย่างมาก ท่ามกลางไฟสงครามในอิรักเจมส์จึงยอมเปิดเผยตัวตนของเขาให้ลูกทีมได้รู้ ภาพยนตร์กล่าวถึงเวลาที่คนเราอยู่ในความตึงเครียดมักขาดสติในการแก้ปัญหาสิ่งต่างๆ

ภาพยนต์เรื่องนี้ได้รับรางวัลออสการ์ ชนะเลิศ 6 รางวัล ได้แก่ สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม,สาขาผู้กำกับยอดเยี่ยม ,สาขาบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม,สาขาลำดับภาพยอดเยี่ยม,สาขาบันทึกเสียงยอดเยี่ยมและสาขาลำดับเสียงยอดเยี่ยม

แหล่ง: https://youtu.be

Author

Thumb lg 7ec87c00 338e 48e1 96b6 b0eddc8ecb09

Pae ST

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!