ชนินทร์ ไชยลังการ 2560/03/09 12:35
Thumb lg 9807

ลองกันยัง? 10 แบรนด์คราฟต์เบียร์ไทยที่น่าสนใจที่สุดในตอนนี้!

1836 Pepper

จากกระแสคราฟต์เบียร์ในช่วงเดือนก่อนหน้านี้ เราเชื่อว่าหลายคนต้องอยากรู้แน่นอนว่าบ้านเรามีแบรนด์คราฟต์กันมมากมายแค่ไหน มา ไปดูกัน!

คราฟต์เบียร์ เครื่องดื่ม น้ำเมา เบียร์

จริงๆ แล้วคราฟต์เบียร์แบบไทยๆ ก็เป็นเรื่องใหม่สำหรับผมเหมือนกับหลายๆ ท่าน แต่ด้วยความชื่นชอบในการดื่มชนิดที่ว่าดื่มเบียร์แทนน้ำได้เลยก็ว่าได้ จึงอดไม่ได้ที่จะหาข้อมูลเพิ่มเติมและนำมาแบ่งปันให้ได้ทราบกันไว้ด้วย
.
เบื้องต้นว่ากันด้วยเรื่องเบียร์ก่อนนะครับ ดราฟต์เบียร์กับคราฟต์เบียร์ต่างกันอย่างไร ดราฟต์เบียร์ก็คือเบียร์สดที่ทางร้านหรือโรงเบียร์ปรุงตามขึ้นมาด้วยสูตรเฉพาะรสชาติหลากหลายไม่มีวันตาย ส่วนคราฟต์เบียร์คือเบียร์ที่ผลิตจากผู้ขายรายย่อยวัดกันตรงที่ผู้ผลิตรายนั้นๆ จะต้องผลิตเบียร์น้อยกว่า 6 ล้านบาร์เรล หรือ 7 ร้อยล้านลิตรต่อปีนั่นเอง โดยกรรมวิธีผลิตและปรุงเองทุกขั้นตอนความพิเศษเลยอยู่ตรงที่รสชาติพิเศษละเมียดละไม คงความเป็นตัวตน และบ่งบอกถึงความเฉพาะตัวสูง เมื่อก่อนถ้ามานั่งพูดคุยกันเรื่องเบียร์ผมจะนึกถึงประเทศที่มีชื่อเสียงอย่าง อเมริกา สกอตแลนด์ เบลเยียม เยอรมนี เดนมาร์ก แต่ตอนนี้ผมนึกถึง เบียร์ไทย ถึงแม้เมื่อก่อนเราจะชอบดื่มเบียร์ Lager (ลาเกอร์) หรือแม้กระทั้งตอนนี้เบียร์ช้างคลาสสิคก็ยังคงครอบครองใจผม แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าคราฟต์เบียร์ก็เย้ายวลคอเบียร์ให้อย่างทดลองได้มากเลยทีเดียว และ 10 แบรนด์ที่อยากหยิบมาแนะนำกันวันนี้ก็คือ...

1. Est.33

คราฟต์เบียร์นับเบอร์วันอินท์ไทยแลนด์ Est. 33 สุดยอดคราฟต์เบียร์ยุคแรกๆ ของค่ายเบียร์สิงห์ ถือเป็นคราฟต์เบียร์มาตรฐานคุณภาพสูง ซึ่งถ้าเราอ่านบทนำที่กล่าวว่าคราฟต์เบียร์เป็นผลผลิตจากผู้ประกอบการรายย่อยแต่ เบียร์สิงห์ถือเป็นยักษ์ใหญ่ของวงการเบียร์เมืองไทยเชียวนะ นั้นก็การันตีได้ว่าคราฟต์เบียร์มีความน่าสนใจมากขึ้นจริงๆ และการผลิตคราฟต์เบียร์ก็ไม่ได้จำเพาะว่าจะต้องเป็นผู้ผลิตรายย่อย แต่จริงๆ แล้วเป็นการผลิตภายใต้ คอนเซปต์ ที่เป็นเอกลักษณ์ของคราฟต์ท์เบียร์ ก็คือ นวัตกรรมสร้างสรรค์ของเบียร์แบบทำมือนั้นเอง การขยับตัวทดลองนวัตกรรมใหม่ๆ จึงทำได้ง่าย การสร้างสรรค์เบียร์ที่มีกลิ่นและรส เป็นเอกลักษณ์ นี่แหละที่สุดยอดและทำให้หลายๆ คนติดใจ ในรสสัมผัส
.
- “Beer Cocktail” ของ Est.33 พัฒนาสูตรโดยคอนเซปต์ในการเพิ่มความหอมหวานของดอกไม้ หรือผลไม้เข้าไป กลิ่นและรสชาติของเบียร์นิ่มนวลถูกปาก ละเมียดละไม
- “Beer Berries” พัฒนาสูตรโดยคอนเซปต์เบียร์ผลไม้ เบียร์ผสมเบอร์รี่สีแดง ผสมผสานรสผลไม้อยู่ในรสสัมผัสเข้มๆ ของเบียร์
- “Shandy Candy” พัฒนาสูตรโดยใช้เบียร์ผสมคาราเมล มีกลิ่นและรสหอมหวานนวลๆ คล้ายกลิ่นวานิลเจือ ให้ความรู้สึกรื่นรมย์ บอกได้เลยว่าน่าลองมากเลยครับ

2. Udomsuk

เบียร์คราฟต์ภายใต้แบรนด์อุดมสุขถือได้ว่าเป็นเบียร์คราฟต์ยุคแรกๆ ของไทยที่มีสไตล์เป็นของตัวเอง รสชาติร้อนแรง ดุดันตามแบบฉบับอเมริกัน มีความหลากหลายในรถชาติให้คอเบียร์ได้ลิ้มลองไม่ว่าจะเป็น Amber Ale 6.5% Saisom IPA 6.5% Oat Ale 6.4% Rye Saison 7.0% White Stout 7.8% Belgian Strong 10.3% ล้วนแล้วแต่ผ่านการปรุงแต่งรสชาติที่คงความเป็นเอกลักษณ์ ความหวาน ความขม ความเผ็ดร้อนจากข้าวไรต์

3. Golden Coins

Golden Coins และ Let the boy die ซึ่งคุณเปี๊ยก พิพัฒนพล พุ่มโพธิ์ อดีตสถาปนิกได้คิดค้นลองผิดลองถูกมาตั้งแต่ปี 2013 โดย Golden Coins หรือ “เหรียญทอง”มาจากนามสกุลของคุณยาย ส่วน Let the boy die มาจากคำว่า Let the boy die, Let the man be born สไตล์เบียร์ของ Golden Coins เป็นแบบคลาสสิกคือทำเบียร์ค่อนข้างพื้นฐาน แต่ได้มาตรฐาน ซึ่งเบียร์แบบนี้เรียกว่าเพลเอล (PALE ALE) ไอพีเอ (IPA) แบรนด์ Golden Coins มีเบียร์ทั้งหมด 6 ประเภท 1. PALE ALE 2. IPA 3. Amber Ale 4.Wheat beer 5. Stout 6. Saison เบียร์ทุกตัว มีแอลกอฮอล์ประมาณ 6 เปอร์เซ็นต์ และมีคาแรกเตอร์ที่ชัดเจนในแต่ประเภทของมัน นอกจากนี้ ยังมีแผนเปิดตัวเบียร์ที่แอลกอฮอล์สูง ชื่อ King of coins เป็นดับเบิ้ลไอพีเอ Double IPA แอลกอฮอล์ 8.5 เปอร์เซ็นต์ รสชาติกลมกล่อม

4. Triple Pearl

Triple Pearl หรือถ้าจะแปลเป็นไทยแบบตรงตัวคือ เขาสามมุก สถานที่ท่องเที่ยวบางแสนมหานครชลบุรีซึ่งมีชื่อเสียงเรื่องความสวยงามและเรื่องราวแห่งความรักในตำนาน เป็นเบียร์สไตล์ Wheat Beer การันตีด้วยรางวัลจากเวที Beer Camp : Fight เป็นคราฟต์เบียร์ที่ได้รับความนิยมของเหล่าบรรดานักดื่มเบียร์

5. Sandport

เบียร์แซนด์พอร์ตเป็นหนึ่งในคราฟต์เบียร์ขวัญใจมหาชนมาตั้งแต่ยุคเริ่มแรกในปัจจุบันได้ร่วมวงพันธมิตรกับขบวนการเสรีเบียร์ (Thai Craft Beer Liberation) “เบียร์แซนด์พอร์ต”ซึ่งแปลงชื่อเสียงเรียงนามอย่างมีอารมณ์ขันมาจากคำไทยว่า “ท่าทราย” ตำบลที่เป็นถิ่นฐานของบรรดาแกนหลักของแบรนด์นั้นได้เริ่มต้นเรื่องราวขึ้นเมื่อ 2-3 ปีก่อนเบียร์ที่แตกต่างด้วยการเลือกใช้วัตถุดิบของท้องถิ่นไทยมาทำเบียร์ แต่มีรสชาติที่เข้าใจง่าย ในขณะเดียวกันก็มีคุณภาพดีเยี่ยมและฉลากสวยงามมีเสน่ห์ เบียร์แซนด์พอร์ต 2 ฉลาก คือ 1) Bang Bang IPA สไตล์ไอพีเอดีกรี 6% ABV และ 2) Wheat Off the Wall สไตล์อเมริกันวีทเอลดีกรี 5% ABV เป็นเบียร์ที่คงรสชาติของความเป็นไทยไว้ได้อย่างลงตัว

6. Devanom

เทพนมเป็นเบียร์ชื่อใหม่ในฉลากมีภาษาญี่ปุ่นด้วยเขียนว่า Belgian Saison แล้วก็มีตัวหนังสือเล็กๆระบุเพิ่มอีกว่า Niche Home Brew Competition 2015 เอาไว้เบียร์สีน้ำตาลแดงเข้มมาก หอมกลิ่นผลไม้สุก บุคลิกของยีสต์ รสหวานตัดขมไม่มาก ดื่มเพลินดี

7. Mahanakorn Brewery

คราฟต์เบียร์มหานครเริ่มเรื่องราวมาเมื่อ 2 ปีก่อน คุณเดียร์นักออกแบบกราฟฟิก ผันตัวมาเป็นนักต้มเบียร์โดยได้รูปแบบการทำเบียร์กรรมวิธีโฮมบรูว์ได้รับการถ่ายทอดมาจากพี่ชิต (Chit Beer) เบียร์สไตล์ Belgian White โดยเฉพาะ Hitachino White Ale และ Blue Moon) เบียร์แบบแพลนเอลเบสิคที่ใช้ Chinook กับ Amarillo มาปรุงเบียร์มีความพอดี ไม่หนักไป เข้าใจง่ายว่านี้คือ เพลเอลแท้ๆ นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มความละเมียดละไมคงรสชาติความเป็นไทยแท้ด้วยวัตถุดิบไทยๆ อย่างชัดเจนในทุกตัวที่ผลิตออกมา รสชาติเน้นความสดชื่น เหมาะกับอากาศบ้านเรา เช่น Simply Red Ale เป็นตัวที่ใช้ข้าวกล้องหอมมะลิเป็นส่วนประกอบ ให้กลิ่นหอมแบบ Roasty หน่อยๆ และขมจากฮอปส์ อีกตัวที่ให้คะแนนความสร้างสรรค์คือ เปียกปูนเบียร์ หรือ Siam Stout สเตาต์สไตล์ไทยๆ ผสมกาบมะพร้าวเผา (Coconut Charcoal) น้ำตาลมะพร้าว และใบเตย ครบสูตรรูปแบบพร้อมดื่ม

8. Pheebok

“ผีบอกเบียร์” ชื่อนี้ค่อนข้างติดหูคนไทยเกิดจากเพื่อนสนิท 4 คนที่มาจากอาชีพที่ต่างกันเบียร์ที่มาในอาร์ตเวิร์กการ์ตูนผีสามบาท และ copywriting skill ในเฟซบุ๊กที่ชวนหลอน จนอดคิดไม่ได้ว่าเจ้าของแบรนด์เป็นหมอไสยจอมขมังเวทย์หรือเปล่า สำหรับรสชาติ Haunting Style Pale Ale เป็นรุ่นมาตรฐานที่เนื้อสัมผัสกลาง ไม่บางจนเกินไป ผสมกับกลิ่นฮอปส์ฟุ้งๆ แต่ไม่ขมหนักเกินไปในสไตล์ Pale Ale เสน่ห์ลึกลับเหมือนต้องมนต์ไสยเวทย์ยังไงยังงั้น ได้เบียร์รสชาติแบบนี้งานนี้มีเมาแบบยาวๆ แน่นอน

9. Chalawan Pale Ale

ชาลาวันเพลเอล (Chalawan Pale Ale) เป็นเบียร์ที่ได้รับเหรียญทอง (Gold Medal) จากการแข่งขันเบียร์ระดับโลก World Beer Awards 2016 ณ.กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ด้วยแรงบันดาลใจจากตำนานพื้นบ้าน ปรุงตามบุคลิกของ ชาละวัน ซึ่งตามตำนานพื้นบ้านไทย ชาละวันคือจ้าวแห่งจระเข้ เป็นจอมขมังเวทย์ที่สามารถแปลงร่างเป็นมนุษย์ ชาละวันเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดตามสัญชาติญาณ แต่เมื่ออยู่ในร่างมนุษย์ก็เป็นชายหนุ่มที่มีความละเมียดละไม มีเสน่ห์ และ ดึงดูดใจหญิงสาวให้หลงใหล เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี 2010 ในฐานะ Microbrewery ที่จังหวัดภูเก็ต Chalawan Pale Ale ที่พัฒนามาจากสูตรที่เคยขายแบบสดที่ร้าน โดยไปผลิตกันที่โรงเบียร์ในออสเตรเลีย และนำเข้ามาแบบถูกกฎหมายเป็นเจ้าแรกๆ เพล เอล (Pale Ale) ที่มีความสมดุลย์ของรายละเอียดของความเข้มข้นในรสชาติและความหอมละมุนและกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ใช้ พิลสเนอร์ มอลท์, มิวนิคมอลท์ ให้ความรู้สึกของความหนาแน่นในน้ำเบียร์ (Body) ปานกลาง และความซ่า (Carbonation) เหมาะกับอากาศร้อนแบบเมืองไทย มีกลิ่นหอมของลิ้นจี่ไทย แทรกด้วยกลิ่นซีตรัส และกลิ่นหอมบางๆของดอกไม้ที่จะอวลอยู่ในปากเมื่อดื่ม ซึ่งได้มาจากลักษณะของ ฮอบส์ คาสเคด (Cascade) และ ฮอบส์ โคลัมบัส (Columbus) ดูแล้วอยากกลายร่างเป็นไกรทอง

10. Chiang Mai Beer

ทางเหนือของไทยขึ้นชื่อเรื่องของบรรยากาศร้านอาหารที่เหมาะแก่การดื่มด่ำบรรยากาศทำให้ คราฟต์เบียร์แบรนด์เชียงใหม่ที่ถูกคิดค้นปรุงสูตรพิเศษตั้งแต่ปี 2015 และเชียงใหม่เบียร์ก็พร้อมใจกันผลิตคราฟต์เบียร์ที่โรงเบียร์ในประเทศลาว พร้อมทั้งบรรจุขวด และนำกลับเข้ามาขายในประเทศไทยแบบถูกกฎหมายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เบียร์ตัวหลักของแบรนด์นี้ คือ Red Truck IPA หอมกลิ่นซิตรัส และ Chiang Mai Weizen นุ่มคอสำหรับคนไม่ถนัดขม เข้ากับบบรยากาศของนักดื่มแบบสุดเหวี่ยง

คิดว่าคราฟต์เบียร์ไทยควรจะถูกกฎหมายมั้ย?

Preload

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg ce0e4f2d d2c5 4bbf 959f c5f061bb4ab6

ชนินทร์ ไชยลังการ