RahXephon อัพเดทเมื่อ 17:13 25/05/2559
Thumb lg real madrid cf vs atletico de madrid 22 april 2015 ucl quarter final second leg 4k wallpaper

วิเคราะห์'มาดริด'ดาร์บี้แมตช์ ศึกชิงบัลลังก์จ้าวยุโรป 2015-16

379 Pepper

ในวันเสาร์ที่ 28 พฤษภาคมนี้จะเป็นศึกนัดชี้ชะตาของ 2 ทีมแกร่งจากเมืองมาดริด ที่จะโคจรมาพบกันเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 3 ปีในเกมส์นัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

Real Madrid Atletico Madrid UEFA UCL football Champions League 2015-16

เราจะมาวิเคราะห์เจาะลึกถึงบรรดาผู้เล่นคีย์แมนของทั้ง รีล มาดริด และ แอตเลติโก มาดริด ที่จะกลายเป็นตัวแปรสำคัญของผลการแข่งขันที่มีเดิมพันเป็น ถ้วยบิ๊กเอียร์ และ เกียรติยศสูงสุดของการเป็นทีมที่จะครองบัลลังก์จ้าวยุโรปประจำฤดูกาล 2015-16

4. เปเป้ vs อองตวน กรีซมันน์

ปีกจอมถล่มประตูเลือดน้ำหอม มักได้รับบทบาทให้เคลื่อนที่ได้อย่างอิสระในพื้นที่สุดท้ายของฝั่งตรงข้ามในยามที่ ทีมตราหมี ได้เป็นฝ่ายครอบครองบอล เฉกเช่นเดียวกับนักเตะถนัดซ้ายทั่วไป สตาร์วัย 25 ปี จะคอยฉวยโอกาสโฉบเข้าในจากฝั่งขวามาซ้ายและหาโอกาสจบสกอร์ให้กับตนเอง

ประตูของเขาที่ทำได้ใน ซานติอาโก้ เบอร์นาบิว ฤดูกาลนี้ก็ไม่ต่างจากลูกซ้อมที่เขาเคยฝึกฝนมาตลอดทั้งปี เริ่มต้นด้วยการฉกบอลและเคลื่อนที่ไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่จัดจ้าน ดึงรอจังหวะผ่านบอลให้กับ เฟลิเป้ หลุยส์ และพยายามหาตำแหน่งที่ดีเพื่อรอรับบอลกลับคืนมา ก่อนจะมีโอกาสปิดจ็อบแบบเยือกเย็น นั่นจึงเป็นอะไรที่คาดเดากันได้ว่าคู่ต่อสู้ที่ กรีซมันน์ จะมีโอกาสเผชิญหน้าก็คงหนีไม่พ้น ดาเนี่ยล การ์บาฆาล และที่สำคัญก็คือ เปเป้ ผู้ที่จะคอยยืนขวางเส้นทางตัดเข้าในก่อนจะไปถึงหน้าประตูของเขา

แต่อาจจะเป็นข่าวดีของฝั่ง ราชันชุดขาว ที่ฟอร์มล่าสุดของ ปราการหลังชาวโปรตุเกส ดูมีสง่าราศีมากกว่า ราฟาเอล วาราน กองหลังอนาคตไกล ที่เคยลงทำหน้าที่ในเกมส์ดาร์บี้แมตช์นัดหลังสุดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะในรอบ 6 สัปดาห์หลังสุดที่ เปเป้ สามารถเรียกฟอร์มเก่งคืนมาจนยึดตำแหน่งการออกสตาร์ทเป็นผู้เล่น 11 คนแรกได้อีกครั้ง และดูเหมือนว่าเขาจะทำฟาวล์คู่แข่งน้อยลง ซึ่งนั่นก็หมายถึงโอกาสที่จะถูกไล่ออกจากสนามก็(น่าจะ)ลดน้อยลงตามไปด้วย(?)

จริงอยู่ที่ระยะเวลาเกือบปีที่ผ่านมาจะเป็นฤดูกาลที่ กรีซมันน์ เปล่งประกายได้อย่างเจิดจ้าสุดๆ โดยเฉพาะทุกอย่างจะสมบูรณ์เพอร์เฟ็คต์กว่านี้หากเขาสามารถช่วยทำประตูให้ทีมได้ในเกมส์บิ๊กแมตช์ที่กำลังรอคอยอยู่ข้างหน้า แต่ทว่าหาก เปเป้ สามารถงัดฟอร์มเก่งออกมาในการตามประกบคู่ต่อสู้ตัวฉกาจได้อยู่หมัดแล้วละก็ ภาพงานเฉลิมฉลองของ รีล มาดริด ที่ มิลาน ก็จะยิ่งเห็นเด่นชัดมากขึ้น

3. แกเร็ธ เบล vs เฟลิเป้ หลุยส์

นับตั้งแต่ที่ สตาร์ชาวเวลส์ หายจากอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อมาล่าสุด ก็ดูเหมือนว่ามีบางสิ่งอย่างที่เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น ไม่เพียงแต่ ดาวเตะวัย 26 ปี จะดูปราดเปรียวและแข็งแรงขึ้น แต่วิธีการเคลื่อนที่ของเขาทั้งในยามที่มีและไม่มีบอลดูเป็นประโยชน์ต่อทีมและเอื้อให้มีโอกาสทำประตูได้มากยิ่งขึ้น

หลายๆครั้งในรอบเดือนสุดท้ายที่ผ่านมาไม่ว่าเขาจะพยายามจบสกอร์ด้วยจังหวะสับไกหรือลูกโหม่งล้วนแล้วแต่จะนำไปสู่ประตูให้กับทีมเสมอมา ทั้งจากชัยชนะ 2-3 แมตช์ใน ลา ลีกา รวมไปถึงเกมส์สำคัญในรอบตัดเชือก แชมเปี้ยนส์ ลีก กับ แมนฯ ซิตี้ จากประตูชัยที่มาจากจังหวะหวดด้วยขวาของเขา ซึ่งถึงแม้ผู้ตัดสินจะมองว่าเป็นการสกัดเข้าประตูตัวเองของ แฟร์นานโด ก็ตาม

ถึงแม้ ซีเนดีน ซีดาน อาจจะวางแท็คติกให้ เบล และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ คอยสลับฝั่งกันเข้าทำระหว่างเกมส์ก็ตาม แต่เชื่อได้ว่าระยะเวลาเกือบ 90 นาทีในนัดชี้ชะตาที่จะถึงนี้ ปีกพญาวานร น่าจะได้รับมอบหมายให้เข้าโจมตีทางด้านซ้ายของ แอตเลติโก มาดริด เป็นหลัก

เฟลิเป้ หลุยส์ คือผู้เล่นที่ทำหน้าที่เฝ้าระวังพื้นที่ฝั่งซ้ายให้กับ ทีมตราหมี เขาเป็นนักเตะที่เปี่ยมไปด้วยทักษะและมักจะถูกประเมินค่าต่ำไปอยู่เสมอๆ แต่เขาก็ไม่ใช่ผู้เล่นวิงแบ็คในสไตล์บราซิลเลี่ยนที่พบเห็นได้ทั่วไป คือแทนจะตั้งหน้าตั้งเติมเกมส์บุกแบบไม่ลืมหูลืมตา แต่เขาจะคอยระมัดระวังและอ่านเกมส์อยู่เสมอว่าเมื่อใดที่สมควรจะทะยานไปข้างหน้า

เขายังเป็นผู้เล่นที่รักษาระเบียบวินัยและลงเล่นตามแท็คติกได้แบบเป๊ะๆ ซึ่งจะเห็นได้จากการที่ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ ยอมไปดึงตัวเขากลับมาอีกครั้งจาก เชลซี หลังสังเกตเห็นว่า กองหลังวัย 30 ปี ไม่มีความสุขกับชีวิตค้าแข้งใน ลอนดอน

หลุยส์ อาจจะไม่ใช่คู่แข่งที่รับมือกับ เบล ในแง่ของความเร็วได้ซักเท่าไรนัก แต่หากมองไปถึงแผงหลังของ แอตเลติโก มาดริด ทั้งชุด เชื่อว่าพวกเขาคงรู้ดีว่าจะรับมือกับการทะลุทลวงของ ปีกชาวเวลส์ ได้อย่างไร หากปิดพื้นที่ข้างหลังได้แนบสนิทนั่นก็หมายถึงจะไม่เหลือทั้งที่ว่างและเวลาให้กับแผงแดนกลางของ รีล มาดริด ที่จะผ่านบอลชนิดได้-เสียให้กับ เบล และด้วยการเกาะติดหนึบของ หลุยส์ ในยามที่ เบล ได้ครองบอล เราอาจจะได้เห็นบรรยากาศอึดอัดของกองเชียร์ทีมชุดขาวอยู่บ่อยครั้งก็เป็นได้

2. มิดฟิลด์ 3 คนของชุดขาว vs แผงกลางทั้ง 4 ของตราหมี

จากการแจ้งเกิดของ คาเซมิโร่ ก็ช่วยนำพาความสมดุลกลับมาสู่แผงกองกลางของ ลอส บลังกอส จากทักษะและความสามารถที่เป็นธรรมชาติในการป้องกัน แย่งบอล และคอยหยุดยั้งคู่ต่อสู้ จึงทำให้ภายใต้การทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยของ มิดฟิลด์ตัวรับวัย 24 ปี ช่วยเปิดโอกาสให้ทั้ง โทนี่ โครส และ ลูก้า โมดริช ได้ขยับขึ้นสูงไปรับบทบาทที่ถนัดมากกว่า รวมถึงมีอิสระในการลงเล่นมากขึ้นกว่าเมื่อช่วงต้นฤดูกาล

ส่วนทางฝั่ง แอตเลติโก ก็ไม่ได้น้อยหน้าไปกว่ากันเลยเมื่อพวกเขามีขุมกำลังที่เชี่ยวชาญในด้านการสกัดกั้นเกมส์รุกของคู่แข่งอยู่ไม่น้อยเช่นกัน เริ่มต้นที่ ติอาโก้ เมนเดส มิดฟิลด์จอมเก๋า ที่น่าจะมีโอกาสกลับมาลงสนามอีกครั้ง ยิ่งหากได้ลงเคียงคู่กับ กาบี้ กองกลางกัปตันทีม ก็จะยิ่งผนึกกำลังและสร้างความปวดหัวให้กับเกมส์กลางสนามของคู่แข่งได้เต็มอัตรา

แต่หาก ติอาโก้ ยังไม่พร้อมลงสนาม ก็ยังมี ออกุสโต้ เฟอร์นันเดซ มิดฟิลด์ห้องเครื่องดีกรีทีมชาติฟ้า-ขาว ที่ทีมพึ่งไปคว้าตัวมาจาก เซลต้า บีโก้ เมื่อช่วงกลางฤดูกาลที่ผ่านมาพร้อมสแตนด์บายอยู่แล้วทุกเมื่อ

ลอส โรฆิบลังกอส ยังมี 2 นักเตะจอมขยันที่เปี่ยมไปด้วยทักษะอย่าง โกเก้ และ ซาอูล นิเกซ ที่ช่วยเติมเต็มมิติที่สมบูรณ์แบบให้กับแผงกองกลางของทีม บางทีความสำเร็จอันต่อเนื่องของพวกเขาน่าจะมาจากตรงจุดนี้ที่นอกเหนือไปจากแนวรับอันแข็งแกร่งที่ขึ้นชื่อ เรียกได้ว่าน่าจะเป็นงานหนักไม่น้อยสำหรับผู้เล่นแดนกลางทั้ง 3 คนของ รีล มาดริด ในการที่จะคอยซัพพอร์ตและสร้างสรรค์โอกาสให้กับแนวรุกทั้ง 3 ของพวกเขา

ย้อนกลับมาในเกมส์วันเสาร์นี้ เชื่อได้เลยว่า คาเซมิโร่ น่าจะตกเป็นเหยื่อในแผนการสุดเขี้ยวของ กุนซือจอมแท็คติกชาวอาร์เจนไตน์ ด้วยการเปิดโอกาสให้ กองกลางชาวแซมบ้า ได้มีโอกาสครอบครองบอลอยู่บ่อยครั้ง และอาจจะรวมไปถึง เปเป้ 2 ผู้เล่นที่ไม่มีพิษสงในการสร้างสรรค์โอกาส ในขณะที่ผู้เล่นแดนกลางคนอื่นๆก็จะคอยรุมเล่นงานทั้ง โครส และ โมดริช ไม่ให้กระดิกตัวไปไหน พร้อมกับรอคอยจังหวะในการแทงทะลุช่องให้กับ กรีซมันน์ หรือ เฟร์นานโด ตอร์เรส คอยหาโอกาสจบสกอร์

1. เคย์เลอร์ นาบาส vs แยน โอบลัค

นายด่านอนาคตไกลของทีมตราหมี คู่ควรกับการถูกยกย่องว่าเป็นผู้ที่ผลงานได้ยอดเยี่ยมสุดๆใน ลา ลีกา เวลานี้ จากที่เสียประตูไปเพียงแค่ 18 ลูกจากการลงเฝ้าเสาครบทั้ง 38 นัดในลีก แค่มองไปที่ตัวเลขก็สามารถอธิบายทุกสิ่งอย่างได้เป็นอย่างดีแล้ว โอบลัค สามารถโชว์ฟอร์มหนึบในระดับสูงได้ตลอดทั้ง 9 เดือนที่ผ่านมาโดยยากที่จะหาผู้รักษาประตูคนไหนขึ้นมาเทียบเคียง

ถึงแม้จะมีฟอร์มที่หล่นหายไปบ้างในช่วงกลางฤดูกาล แต่ นายทวารชาวคอสตาริกา ของ รีล มาดริด ก็ยังถือเป็นผู้เล่นที่มีมาตรฐานการเล่นอยู่ในระดับสูงอยู่ดี จากข้อเท็จจริงที่ ราชันชุดขาว ต้องออกแรงดิ้นรนอยู่ในทุกรายการที่เข้าร่วมแข่งขันตั้งแต่ช่วงออกสตาร์ทไปยันใกล้จะจบฤดูกาล กับแมตช์สำคัญที่มีโอกาสจะทำประตูกันได้ไม่มากเท่าไร (ทั้งสองทีมยิงประตูรวมกันไปได้เพียงแค่ 3 ลูกจากการพบกัน 2 ครั้งใน ลา ลีกา ฤดูกาลที่ผ่านมา) ตำแหน่งผู้รักษาประตูจึงกลายเป็นตัวแปรสำคัญของเกมส์บีบหัวใจเช่นนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

และหากทั้งสองฝั่งยังคงสามารถรักษามาตรฐานการเล่นได้เหมือนดั่งที่เคยโชว์ฝีไม้ลายมือไว้ตลอดซีซั่นที่ผ่านมา เราอาจจะได้เห็นการตัดสินเกมส์ในช่วงต่อเวลาพิเศษ หรือเลยเถิดไปจนถึงขั้นดวลจุดโทษค่อนข้างสูง

ในศึกดาร์บี้แมตซ์ครั้งนี้ คุณคิดว่าใครจะเป็นผู้ชนะ

Preload


บทความที่ได้ถูกแนะนำ


ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg 030c6fd7 bbf5 4570 b6dc d8ef319b25dc

RahXephon