Winny Nathakorn 2560/02/06 10:04
Thumb lg coaching courses coming up 140815

อ่านเกมออก!! 5 แผนการเล่นที่นิยมที่สุดในวงการฟุตบอลยุคปัจจุบัน

7941 Pepper

วิเคราะห์แผนการเล่นที่เหล่ายอดกุนซือนิยมใช้ รวมทั้งจุดแข็งและจุดอ่อน

football Formation Tactic

อ่านเกมส์ออก!! 5 แผนการเล่นที่นิยมที่สุดในวงการฟุตบอลยุคปัจจุบัน

ถ้าจะพูดถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่เกิดมาพร้อมกีฬาฟุตบอล และเป็นที่โต้แย้งของเหล่าแฟนบอลตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน สิ่งนั้นย่อมหนีไม่พ้นการถกเถียงเรื่องการใช้และประสิทธิภาพของแผนการเล่นในสนาม ซึ่งแน่นอนไม่มีทางที่เราจะได้คำตอบที่ดีที่สุดหรือถูกต้องที่สุดหรอก จากอดีตจนถึงปัจจุบัน มีแผนการเล่นที่เคยใช้แล้วประสบความสำเร็จมากมาย แต่เมื่อเวลาผ่านไปย่อมมีการเปลี่ยนแปลงในการเลือกใช้ของเหล่าโค้ชจากแผนหนึ่งสู่อีกแผนหนึ่ง หรือแม้กระทั่งพยายามที่จะคิดค้นแผนการเล่นใหม่ๆด้วยเช่นกัน

ด้วยการแข่งขันที่ดุเดือดในวงการนี้ ทำให้ความรู้และการคิดค้นสิ่งใหม่ๆเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งที่ทำให้กีฬาชนิดได้ได้พัฒนาไปข้างหน้าอยู่เสมอ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเหล่าโค้ชนั้นสามารถปรับ หรือแม้กระทั่งผสมแผนการเล่นเข้าการเล่นเข้าด้วยกัน เพื่อความได้เปรียบของทีมในการแข่งขันกันคู่แข่งที่ใช้แผนการเล่นและนักเตะในรูปแบบที่แตกต่างกันไป

และนี่คือเหล่าแผนการเล่นที่ผู้จัดการทีมมากมายนิยมใช้กันในฟุตบอลยุคปัจจุบัน รวมทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนของแต่ละแผนด้วย

1. 4-4-2

นี่เป็นหนึ่งในแผนที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังคงใช้กันอยู่ในโลกฟุตบอลปัจจุบัน เราอาจจะคุ้นตากับแผนนี้ของเหล่าทีมในลีกอังกฤษ แต่ยังมีทีมอีกมากมั้ยทั่วทุกมุมโลกที่ที่เคยผ่านการใช้แผนการเล่นนี้ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

ไม่ว่าจะแผนการเล่นแบบไหน ก็ย่อมมียุคทองในการได้รับความนิยม และเมื่อเวลาผ่านไปก็ย่อมมีวันผ่านจุดนั้นไปเช่นกัน สำหรับการเลือกใช้แผน 4-4-2 ของเหล่าผู้จัดการทีมในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับทีมใหญ่ๆซึ่งมีเป้าหมายที่ต้องการประสบความสำเร็จในระดับสูงแล้ว มันเหมือนเป็นการยอมแพ้กลายๆเมื่อผู้จัดการใช้แผนการเล่นนี้ เพราะเหมือนมันแสดงออกมาว่าเขาไม่เชื่อมั่นในศักยภาพของเหล่านักเตะของตัวเองในการที่ใช้แผนการเล่นที่มีความซับซ้อนมากกว่านี้เพื่อการครองเกมส์

4-4-2 เป็นแผนการเล่นที่ง่ายต่อความเข้าใจและนำไปปรับใช้ ซึ่งหมายถึงในเหล่าทีมทีมีการฝึกฝนที่ดีแล้วย่อมสามารถประสบความสำเร็จอย่างแท้จริงด้วยการใช้แผนนี้ แต่สิ่งที่แผนนี้ขาดไปก็คือความหลากหลายและความยากในการดักทางของเส้นทางการจ่ายบอล ซึ่งจะมีมากกว่าในแผนการเล่นที่ทันสมัยและมีความคิดที่ก้าวหน้ากว่า

ทีมที่มักจะใช้แผนการเล่นนี้ได้แก่ แอตเลติโก้ มาดริด, เลสเตอร์ ซิตี้ ,โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค และเอซี มิลาน(ในยุค1987-1991)

จุดแข็ง

การมีผู้เล่นในตำแหน่งกองหน้าถึง 2 คนนั้น ช่วยให้แผงกองกลางและกองหลังใช้เวลาในการครองบอลน้อยลง เพื่อที่จะหาช่องทางการลำเลียงบอลไปยังแดนหน้าเพื่อหาตำแหน่งที่อันตรายในการโจมตีทีมคู่แข่ง ซึ่งแตกต่างจากแผนการเล่นที่กองหน้าตัวเดียว กองหน้าตัวเป้าในแผนนี้สามารถพาบอลขึ้นไปข้างหน้าโดยไม่ต้องรอการสนับสนุนจากแผงกองกลาง และด้วยเหตุผลนี้ทำให้ทีมที่เลือกใช้แผน 4-4-2 สามารถปรับไปใช้การขึ้นบอลทางด้านกว้างของสนามได้ ในกรณีที่มีจำนวนกองกลางน้อยกว่าทีมคู่แข่ง

การใช้ตำแหน่งกองกลางในด้านกว้าง 2 คนนั้นคล้ายกับการมีผู้เล่นในตำแหน่งฟูลแบ็คของแผนการเล่นอื่น ซึ่งช่วยเอื้อในการสร้างสรรค์เกมส์ในด้านกว้าง และยังสามารถเปิดบอลระยะไกลเข้าไปในกรอบเขตโทษได้อีกด้วย โดยปกติการบุกทางด้านข้างด้วยตำแหน่งปีกนี้ทำให้แผงหลังทีมคู่แข่งมัวแต่กังวลกับการรับมือการโจมตีจากด้านข้าง จนเกิดช่องว่างในตอนกลางของสนามทำให้กองหน้า 2คนของทีมสามารถหาจังหวะการเคลื่อนที่และเข้าทำประตูได้ง่ายขึ้น

และจากแผนการเล่นที่มีโครงสร้างในการยืนตำแหน่งและการเคลื่อนที่ๆเข้าใจได้ง่าย ทำให้ไม่ว่าแผนการหลักของแต่ละทีมคือแผนไหนก็สามารถปรับเปลี่ยนมาใช้ 4-4-2 เมื่อถูกกดดันอย่างหนักจากทีมคู่แข่ง เพื่อตั้งรับให้ลึกมากขึ้นเข้ามาในแดนของตัวเองได้

จุดอ่อน

ความง่ายในการคาดเดาและโครงสร้างที่ขาดความยืดหยุ่นเป็นปัญหาที่ตามมาในการใช้แผนนี้ จะเกิดความกดดันอย่างสูงในมิดฟิลด์คู่กลางทั้งในการทำเกมบุกและเกมรับอย่างเห็นได้ชัด ด้วยการมีมานานของแผนนี้ ทำให้มีการค้นพบจุดอ่อนมากมายในการเอาชนะได้ รวมทั้งเป็นการง่ายที่ผู้เล่นในกราฟข้างจะบุกอย่างเพลิดเพลินจนขาดวินัยในการลงมาช่วยเกมรับ

การมีมิดฟิลด์ตัวกลางเพียงแค่ 2 คน ทำให้เป็นการยากที่ทีมจะเก็บบอลไว้ในแดนกลางเมื่อต้องเล่นกับทีมที่มีมิดฟิลด์ตัวกลางถึง 3 คน อย่างไรก็ตามบ่อยครั้งที่คุณจะเห็นว่าหนึ่งในคู่กองจะถอดลงมาช่วยแผงกองกลางในการเล่นเกมรับหรือการต่อบอล

ในการแก้ปัญหาดังกล่าวนี้ ทีมที่ใช้แผน4-4-2 จะฝึกให้มิดฟิลด์คู่กลางเล่นคู่กันอย่างรัดกุมในเกมรับ รวมทั้งใช้ความคิดสร้างสรรค์ของแต่ละคนในการทำเกมรุก และหน้าที่อีกหนึ่งอย่างที่ต้องทำเสมอสำหรับมิดฟิลด์คู่กลาง คือการตัดบอลหรือตัดเกม เพื่อป้องกันอันตรายจากการบุกที่จะเข้าไปถึงแผงกองหลัง อย่างไรก็ตามนั่นทำให้เมื่อมิดฟิลด์คู่กลางต้องลงไปเล่มเกมรับแล้ว ทำให้การลำเลียงบอลสร้างจังหวะเกมรุกนั้นก็เหลือสามารถคาดเดาได้ว่าจะต้องเป็นจ่ายบอลออกไปให้ผู้เล่นที่อยู่ทางด้านกว้างของสนาม

แผนการเล่นไหนที่ 4-4-2 จะสามารถเอาชนะได้?

เราไม่อาจฟันธงได้ แต่มีผลการแข่งขันให้เห็นมาแล้วมากมายสำหรับทีมที่เล่นเกบุกอย่างอย่างบ้าคลั่ง ทำให้เกิดช่องว่างมากมาย ซึ่งทำให้ทีมคู่แข่งที่ใช้แผนนี้สามารถฉวยโอกาสโต้กลับเร็วและทำให้เกิดประตูได้ในไม่กี่จังหวะ

2. 4-3-3

แผนการเล่นนี้เป็นแผนที่ใช้กันมาอย่างยาวนานสำหรับทีมยักษ์ใหญ่ของสเปนอย่างบาร์เซโลน่า ตั้งแต่ยุคโททอลฟุตบอลของโยฮัน ครัฟ ตามมาด้วยลูกศิษย์อย่างแฟรงค์ ไรจ์การ์ด จนมาถึงยุคของเป๊ป กวาดิโอล่าและหลุยส์ เอนริเก้ในปัจจุบัน ซึ่งแผนเป็นเหมือนแผนพื้นฐานที่เด็กๆทุกคนที่ผ่านศูนย์ฝึกเยาวชนลามาเซียของบาซ่าต้องเข้าในกันเป็นอย่าง ซึ่งจะเห็นได้ว่า ไม่ว่าเด็กคนไหนถูดดัรขึ้นมาเล่นในชุดใหหญ่ก็สามารถปรับตัวในการเล่นกับรุ่นพี่ได้ไม่ยากนัก

แต่อย่างไรก็ตามความสำเร็จที่ผ่านมาของบาซ่า นอกจากแผนการเล่นนี้แล้ว ยังคงถูกผสมผสานด้วยความสามารถของผู้เล่นชั้นเยี่ยมมากมายตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เช่น ชาบี้ เฮอร์นันเดส, โรนัลดินโญ่, อันเดรส อิเนียสต้า และลีโอเนล เมสซี่ เป็นต้น ซึ่งการผสมผสานของรูปแบบการเล่นและความสามารถของนักเตะเหล่านี้นั้น ยังก่อให้ประโยชน์แก่ทีมจากความสามารถในด้านการจ่ายบอล, การเคลื่อนที่ไปกับบอล และการเคลื่อนที่โดยไม่มีลูกบอล ซึ่งช่วยสร้างเกมอันตื่นตาตื่นใจและโอกาสการทำประตูมากมายอีกด้วย

ทีมที่นิยมใช้แผนนี้ ได้แก่ บาร์เซโลน่า, โรม่า, ยูเวนตุส(ในบางนัด), เซลต้า วีโก้ และเชลซี(ในยุค2004-2006)

จุดแข็ง

ด้วยการยืนตำแหน่งของกองหน้าทางด้านข้างซึ่งทีการยืนตำแหน่งที่กว้างมากกว่าปกติ ทำให้ทีมสามารถกดดันฟูลแบ็คของทีมคู่แข่งได้เป็นอย่างมาก ซึ่งตราบใดที่ผู้เล่นในตำแหน่งนี้มีสามารถยืนตำแหน่งในจุดที่ดีแล้ว สามารถช่วยกดดันให้ฟูลแบ็คทั้ง 2 ข้างไม่กล้าที่จะเติมเกมบุกมากนัก นั่นส่งผลให้มิติในเกมบุกของทีมคู่แข่งก็จะน้อยลงไปด้วย

ส่วนการเล่นด้วยมิดฟิลด์ตัวกลางถึง 3 คนนั้น สามารถแบ่งได้เป็น ตัวรับ1 คน และอีก 2 คนซึ่งเล่นเกมรุกและเชื่อมเกมสามารถมีอิสระในการทำเกมได้โดยไม่ต้องห่วงเกมรับ และอีกมิติของเกมรุกคือการเติมเกมของฟูลแบ็ค ซึ่งเมื่อแผงกองกลางสามารถเก็บบอลไว้ได้นานพอ ที่จะมีช่องเปิดให้ฟูลแบ็คสามารเติมเกมขึ้นมาเพื่อเพิ่มโอกาสในการทำประตูของผุ้เล่นในเกมรุกได้อีกด้วย

แผนนี้ยังสามารถปรับให้เน้นเกมรับยิ่งขึ้นได้ ด้วยการเปลี่ยนการยืนตำแหน่งเป็น 4-1-4-1 ในกรณีที่โดนเกมบุกของทีมคู่แข่งกดดันอย่างหนัก

จุดอ่อน

การจะใช้แผนนี้ให้ประสบความสำเร็จนั้น คุณจำเป็นต้องมีผู้เล่นมีสามารถคิดเร็วทั้งในด้านการหาตำแหน่งและการมีส่วนร่วมกับทีม

การมีส่วนร่วมอย่างมหาศาลของตำแหน่งกองหน้าตัวเป้า ที่จำเป็นจะต้องมีส่วนร่วมกับการครองบอลและการต่อบอลของทีมอยู่เป็นประจำ รวมถึงการจ่ายบอลไปยังด้านข้างเพื่อเพิ่มมิติในเกมรุกอีกด้วย การเลือกผู้เล่นที่เหมาะกับตำแหน่งนี้จึงเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการทำให้ทีมประสบความสำเร็จด้วยการใช้แผนนี้ ตัวอย่างเช่น ซามูเอล เอโต้(สมัยเล่นกับบาร์เซโลน่า), ดีดิเย่ ดรอกบา(สมัยเล่นกับเชลซี) และ หลุยส์ ซัวเรส(ที่เล่นกับบาร์เซโลน่าปัจจุนบัน) เป็นต้น ซึ่งพวกเขาเป็นกองหน้าเพียงไม่กี่คนในโลกที่สามารถเล่นได้ดีในตำแหน่งนี้ เมื่อต้องต่อกรเหล่ากองหลังระดับโลก

อีกหนึ่งส่วนที่มีความคล้ายคลึงกันของเหล่าทีมที่ประสบความสำเร็จด้วยแผนนี้ คือการมีสุดยอดกองกลางตัวรับ ไม่ว่าจะเป็นโคล้ด มาเกเลเล่, ฮาเบีย มาสเคราโน่ หรือ เซอร์จิโอ้ บุสเก็ต ซึ่งผู้เล่นเหล่านี้คือคนที่สามารถเก็บกวาดบอลด้านหน้าแผงกองหลังเพื่อให้กองกลางเพื่อนร่วมทีมคนอื่นทำเกมรุกได้อย่างเต็มที่ และถ้าเกิดเพื่อนร่วมทีมรู้สึกขึ้นมาเมื่อใด ว่าไม่สามารถเชื่อใจกองหน้าตัวเป้าหรือกองกลางตัวรับได้แล้ว ระบบทีมทั้งหมดจะพังทลายแน่นอนจากการขาดความเชื่อมั่นในตำแหน่งที่สำคัญนี้

แผนการเล่นไหนที่ 4-4-3 จะสามารถเอาชนะได้?

คำตอบคือ 4-4-2 เนื่องจากมิดฟิงด์ตัวกลางที่มีมากกว่าทำให้สามารถครองบอลและทำเกมรุกได้ง่ายกว่า ในขณะที่ผู้เล่นในด้านกว้างมีความสามารถพร้อมที่จะกดดันฟูลแบ็คทั้ง 2 ข้าง ทำให้สามารถทำเกมบุกได้จากทุกทิศทางของสนาม

3. 4-2-3-1

ในปัจจุบันนี้เราแทบจะเห็นได้ว่าสโมสรมากมายได้ปรับเปลี่ยนมาใช้แผนการเล่นนี้ รวมทั้งทีมใหญ่ๆในอังกฤษ, สเปน และเยอรมัน โดยทีมที่นิยมใช้แผนนี้อยู่บ่อยๆ ได้แก่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, ปารีส แซง-แชร์กแมง และเรอัล มาดริด

จุดแข็ง

การจ่ายบอลเป็นรูปสามเหลี่ยมสามารถทลายเกมรับของทีมคู่แห่งได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าการจ่ายบอลแบบแนวตรง ซึ่งนั่นเป็นที่มาของแผนการเล่นนี้ มิดฟิลด์ตัวกลาง 2 คน และมิดฟิลด์ตัวรุกอีก 1 คนช่วยกันประสานงานเพื่อสร้างสรรค์เกมโดยการจ่ายบอลไปในรูปแบบและทิศทางต่างๆ ซึ่งช่วยแก้ปัญหาการจ่ายบอลเป็นแนวตรงของระบบ 4-4-2

การใช้แผนนี้เป็นเรื่องยากที่จะทำให้เสียเรียบในเรื่องจำนวนของกองกลางในสนาม ซึ่งแผนนี้มีความยืดหยุ่นในการเคลื่อนตัวของมิดฟิลด์ตัวรุกในทุกทิศทาง ทั้งในการถอยลงมาช่วยเกมรับ รวมทั้งการเล่นเกมรุกทั้งในด้านการทะลุทะลงตรงกลางสนามและขยับไปช่วยเกมทางด้วยข้าง ยิ่งไปกว่านั้นจำนวนของผู้เล่นในเกมรุกยังหมายถึงความได้เปรียบในการทำเกมบุกเพื่อทำประตูคู่แข่ง และยังมีกองกลางอีก 2 คนที่คอยช่วย ในกรณีที่โดนเกมโต้กลับเร็วของคู่แข่ง

และด้วยการสนับสนุนที่มีมากมายจากกองกลาง ในการทำเกมหรือป้อนบอลไปสู่กองหน้า ทำให้ผู้เล่นในตำแหน่งกองหน้าของแผนนี้ มีโอกาสทำประตูอย่างมากมาย

จุดอ่อน

บางครั้งการทุ่มเทของผู้เล่นบางคนก็อาจสร้างปัญหาให้กับทีมที่ใช้แผนนี้ได้ ซึ่งอาจสร้างความสับสนในทิศทางการจ่ายบอลและสร้างความมึนงงให้กับผู้เล่นเกมรับทั้งหมด อย่างที่เห็นได้จากตัวอย่างจากการที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เซทบอลจากกองหลัง โดยเริ่มจากดาเล่ บลิน ซึ่งในตอนนั้นเล่นเป็นเซนเตอร์แบ็ค

อีกเรื่องหนึ่งก็คือความกดดันของผู้เล่นเกมรุก ที่จำเป็นต้องเล่นเกมให้เร็วมากพอที่จะส่งผลให้ผู้เล่นกองกลางและฟูลแบ็คของคู่แข็งไม่สามารถลงมาตั้งโซนเล่นเกมรับได้ทัน ซึ่งนั่นส่งผลให้การเร่งจังหวะอาจทำให้เสียบอลได้ รวมทั้งทำให้สภาพร่างกายของนักเตะอ่อนล้าเร็วขึ้นอีกด้วย

นักเตะเกมรุกยังต้องมีหน้าที่รับผิดชอบมากขึ้นอีก ด้วยการไล่บอลแผงหลังของคู่แข่งไม่ให้จ่ายบอลได้อย่างง่ายดาย และนี่ส่งผลให้เกิดปัญหาขึ้นระหว่างผู้จัดการทีมกับนักเตะในบางกรณี เช่นในกรณีของโฆเซ่ มูรินโย่และคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่เรอัล มาดริด ซึ่งโรนับโด้ไม่เห็นด้วยกันการที่มูริโย่ให้เค้าไล่บอลกองหลังฝั่งตรงข้ามรวมทั้งลงมาช่วยเล่นเกมรับของทีม ซึ่งมูรินโย่ต้องการให้โรนัลโด้ลงมาช่วยทีมเนเกมรับในบางจังหวะ

แผนการที่ 4-2-3-1 เหมาะสำหรับใช้ในการลงแข่งด้วย?

คำตอบคือ 4-4-2 การจ่ายบอลเป็นสามเหลี่ยมในแดนกลางของแผนนี้จะสามารถสร้างให้ 4-4-2 ได้เป็นอย่างมาก และในอีกด้านหนึ่งรูปแบบการยืนของแผงกองกลางของ 4-4-2ที่เป็นเส้นตรงนั้น ยากที่จะเจาะเกมรับของแผนนี้เข้าไปเพื่อทำประตู

4. 4-5-1 หรือ 4-1-4-1

ด้วยจุดประสงค์ที่ต้องการแพคแผงกองกลางให้แต่เพื่อลดช่องว่างในเกมรับ และต้องการครองบอลไว้ ซึ่งทำให้เป็นการยากต่อคู่แข่งที่จะเจาะเกมรับเข้าไปได้ แผนนี้จึงมักถูกใช้บ่อยๆเมื่อผู้จัดการทีมต้องการหลีกเลี่ยงความพ่ายแพ้ในฟุตบอลถ้วยที่มีการแข่งขันแบบแพ้ตกรอบ

สิ่งที่ได้รับคือเกมรับที่แข็งแกร่งและสามารถควบคุมจังหวะของเกมเอาไว้ได้ แต่สิ่งที่ต้องเสียไปคือความสามารถในการทำเกมรุก เพราะผู้เล่นในแผงกองกลางมีหน้าที่หลักคือการช่วยกันปิดช่องว่างของทีมเพื่อหยุดการทำเกมรุกของทีมคู่แข่ง

4-1-4-1 เป็นแผนที่ปรับมาจาก 4-5-1 อย่างไรก็ตาม แผนทั้งสองแผนที่กล่าวมานี้ ได้รับอิทธิพลมากแนวคิดการใช้ผู้เล่นมิดฟิลด์ตัวกลาง 3 คนในการเดินเกมซึ่งเป็นที่นิยมกันในฟุตบอลยุคปัจจุบัน ทีมที่เราเห็นใช้แผนนี้อยู่เป็นประจำคงหนีไม่พ้นทีมที่ต้องหนีตกชั้นอยู่เป็นประจำอย่างซันเดอร์แลด์ และก็มีทีมอย่างนิวคาสเซิล ยูไนเต็ดและนอร์วิส ซิตี้ ที่ใช้เป็นบางครั้ง

จุดแข็ง

ด้วยการวางผู้เล่นตรงกลางสนามไว้ถึง 5 คน ส่งผมให้ทีมที่ใช้แผนนี้สามารถครองได้มากอย่างแน่นอน และในบางครั้งคุณคงเคยเห็นว่า บางทีมให้กองหน้าถอยต่ำลงมาช่วยเกมรับด้วย ทำให้เปรียบเสมือนแผนเปลี่ยนไปเป็น 4-6-0 ซึ่งทำให้ทีมคู่แข่งยากที่จะเจาะเข้าไปได้

หรือการปรับระบบเพื่อเล่นเกมรุกมากขึ้นก็เป็นไปได้เหมือนกัน โดยการดันมิดฟิลด์ตัวกลาง 2 คน ขึ้นไปไปช่วยทำเกมรุกสนับสนุนกองหน้า ซึ่งคล้ายๆกันการเปลี่ยนเป็น 4-3-3 โดยไม่ต้องเปลี่ยนตัวผู้เล่นนั่นเอง และจากที่คุณคงเห็นได้บ่อยๆเช่นกันว่า มีทีมที่เริ่มเกมด้วยแผน 4-3-3 และเปลี่ยนเป็นแผน 4-5-1 ในทันทีหลังจากที่พวกเขาได้ประตูขึ้นนำ

และเป็นทางเลือกที่ง่ายสำหรับทีมที่เน้นการบุกในด้านข้าง แต่ไม่ต้องการให้เกมรับตรงกลางสนามหลวม รวมถึงเหล่าทีมที่กำลังลังแข่งบอลถ้วยที่แข่งแบบเพ้ตกรอบที่ต้องการเน้นผลการแข่งขัน พวกเขาจึงเลือกใช้แผน 4-5-1นี้

จุดอ่อน

จุดประสงค์หลักให้ความสำคัญในการครองเกมของแผงกองกลาง ทำให้เห็นได้บ่อยครั้งที่กองหน้าในทีมที่เลือกใช้แฟนนี้มักจะดูโดดเดียว แผงกองกลางไม่ได้พร้อมเสมอในการเติมเกมรุกเพื่อขึ้นไปสนับสนุนกองหน้าของทีมได้เหมือนทีมที่เล่นแผน 4-2-3-1 หรือ 4-3-3 และผลที่ตามมา ซึ่งคุณอาจจะเห็นได้บ่อยๆ คือถึงแม้ทีมที่ใช้แผนนี้จะเน้นเกมรับเป็นหลัก แต่ก็มักจะเสียประตูก่อนเป็นประจำ ด้วยเหตุผลที่กองหน้าพวกเขาไม่สามารถสร้างงานยากๆให้กองหลังฝั่งตรงข้ามได้เลย เนื่องจากโดดเดี่ยวในการเล่นจนเกินไป

แน่นอนว่าแผนนี้สามารถปรับการเล่นได้หลายรูปแบบ แต่ส่วนใหญ่มักจะเป้ฯการตั้งรับและสวนกลับเร็ว ซึ่งนั่นทำให้ยากในการทำประตูเพราะกองหน้าของทีมต้องทำมันด้วยตัวเองแทบทั้งหมด และถึงแม้ว่าแผงกอลกลางจะสามารถเก็บบอลและทำเกมขึ้นมาได้ แต่ก็มันจะช้าเกินไปจนทีมคู่แข่งสามารถลงมาตั้งรับได้ทัน

แผนไหนที่เหมาะกับการใช้ 4-5-1 ในการรับมือ ?

คำตอบคือ เหมาะกับการตั้งรับกันแผน 4-4-3 ซึงทำให้กองกลางของทีมคู่แข่งครองบอลได้ยาก เพราะมิดฟิลด์ตัวกลางมากพอๆกัน หรือแม้กระทั่งมิดฟิลด์ตัวริมเส้นยังสามารถถอยลงมาช่วยฟูลแบ็คในการเล่นเกมรับ เพื่อจัดการกับกองหน้าตัวริมเส้นของทีมคู่แข่งได้อีกด้วย

5. 3-5-2

แผนนี้มักเป็นที่นิยมในอิตาลี ซึ่งอาจจะกล่าวได้ว่ามันดูเป็นการอนุรักษ์นิยมซักนิดนึง เพราะแผนการเล่นนี่มีมานานหลายปีแล้วอาจจะอายุน้อยกว่าแค่ระบบ4-4-2 นอกจากกุนซือในอิตาลีแล้ว หลุยส์ ฟานกัลป์ ในสมัยคุมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเมื่อไม่นานมานี้ ก็พยายามจะให้ยูไนเต็ดใช้แผนนี้ในการเล่น แต่อาจจะไม่ประสบความสำเร็จมากนัก และอีกคนหนึ่งคือเมาริซิโอ้ โปเชตติโน่ ซึ่งเป็นผู้จัดการทีมของสเปอร์ และในขณะเดียวกันก็เป็นที่นิยมในการใช้ระดับทีมชาติเช่นกัน

คุณจำเป็นต้องมีนักเตะตำแหน่งวิงแบ็คที่มีความฟิตสูงมากแบบที่ขึ้นเติมเกมรุกและกลับลงมาเล่นเกมรับได้รวดเร็วแบบไม่มีหมดแรง รวมถึงทั้งทีมจะต้องเข้าใจรายละเอียดของแท็คติคเป็นอย่างดีถึงจะสามารถทำให้แผนการเล่นนี้ประสบความสำเร็จได้

ทีมที่ใช้แฟนนี้เป็นประจำ ได้แก่ ยูเวนตุส, ริโน่, ปาแลโม่, ฟิออเรนติน่า, แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด(ยุคหลุยส์ ฟานกัล) และ เนเธอร์แลนด์(ในฟุตบอลโลก2014)

จุดแข็ง

ถ้าคุณต้องการที่จะหยุดการโต้กลับเร็วของทีมคู่แข่งนั่นเป็นทางเลือกที่ฉลาดแล้วที่เลือกแผนนี้ แผงกองหลัง 3 คนสามารถช่วยกันรับมือกับกองหน้าตัวเป้าของคู่แข่ง หรือแม้กระทั่งจะมีกองกลางตัวรุกเพิ่มมาอีกคน ก็ไม่น่าจะมีปัญหา และในขณะเดียวกันผู้เล่นในตำแหน่งวิงแบ็คสามารถช่วยในการตัดบอลจากผู้เล่นริมเส้นของคู่แข่งได้ ก่อนที่จะเลี้ยงบอลเข้ามาลึกหรือเข้าระยะในการเปิดบอลเพื่อหวังผมในกรอบเขตโทษ

โครงสร้างเกมรับนั้นการให้ผู้เล่นตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลางแทบจะลงมายืนค่อนข้างต่ำ เพื่อที่จะได้ช่วยซ้อนเวลาที่วิงแบ็คลงมาเล่นเกมรับไม่ทันหรือพลาดการเข้าสกัดบอล

อย่างไรก็ตาม แผนนี้ไม่ได้มีแค่รับมือกับการโต้กลับเร็วเท่านั้น แต่ยังมี 3 มิดฟิลด์แดนกลาง รวมถึงวิงแบ็คทั้ง 2 ข้าง ที่ทำให้ทีมคู่แข่งต้องเป็นกังวลในการเล่นเกมรับ ในขณะเดียวกันก็มีกองหน้าถึง 2 คน ที่สามารถช่วยกันสร้างโอกาสในการทำประตูแม้จะไม่ได้รับการสนับสนุนจากตำแหน่งอื่นก็ตาม ซึ่งในการใช้แผนการเล่นนี้ยังมีพิษสงอีกอย่างหนึ่งคือเกมโต้กลับด้วยเช่นกัน เพราะมีกองหน้าถึง 2 คนช่วยประสานงานกัน

จุดอ่อน

ความซับซ้อนของแผนการเล่นนี้คือการยืนซ้อนเพื่อนร่วมทีมในขณะที่พวกเขาดันขึ้นไปทำเกมบุก สิ่งที่จำเป็นต้องมี ไม่ใช่เพียงแค่ผู้เล่นที่เล่นเข้ากันได้อย่างกลมกลืน แต่แผงหลัง 3 คนยังมีซักอย่างน้อย 1 คนที่สามารถจ่ายบอลได้อย่างแม่นยำ ขณะที่อีก 2 คนจะต้องมีวินัยและความสามารถในการประกบตัวต่อตัวและการการยืนตำแหน่งอย่างยอดเยี่ยมเลยก็ว่าได้

มีความเป็นไปได้ในการเล่นเกมรับแบบยืนคุมโซนถ้าจะใช้แผนการเล่นนี้ แต่สิ่งที่ยังจำเป็นต้องมีในตัวเหล่าผู้เล่นก็คือการยืนตำแหน่งที่ดี และความเร็วในการไล่ประกบผู้เล่นคู่แข่งที่พยายามหลีกหนีโซนและทะลุผ่านช่องว่างระหว่างผู้เล่นเกมรับ ด้วยเหตุผลนี้เองจึงไม่แปลกที่จะเห็นผู้เล่นในตำแหน่งกลองกลางถอยลงไปยืนแทรกอยู่ระหว่างแผงหลังเพื่อช่วยเกมรับ

แผน 3-5-2 นี้ เหมาะในการรับมือทีมที่ใช้แผนไหน?
คำตอบคือ 4-5-1 ไม่ใช่แค่เพียงเพราะว่ามีผู้เล่นในแดนกลางจำนวนเท่ากันเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้วแผน 4-5-1 มีผู้เล่นในตำแหน่งกองหน้าเพียงคนเดียว ทำให้แผงกองหลังสามารถดันขึ้นช่วยในเกมรุกได้มากขึ้นนั่นเอง

Author

Thumb lg f315edcf 6d36 4eee a0b8 0ce4293c8627

Winny Nathakorn

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!