Anonymous 2560/02/01 11:48
Thumb lg bankrupt

รู้มั้ยพวกเขาเคยเป็นทีมดัง? 6 สโมสรฟุตบอลใหญ่ที่ล้มละลายจนแฟนๆลืม

3100 Pepper

การใช้เงินจนเกินตัวย่อมนำมาซึ่งปัญหาในภายหลัง ไม่เว้นแม้กระทั่งสโมสรฟุตบอลยักษ์ใหญ่ และนี่คือ 6 สโมสรฟุตบอลใหญ่ที่ใช้เงินเกินตัวจนทีมต้องอยู่ในสภาวะล้มละลาย

Bankrupt Huge Football Clubs football

แน่นอนการจะทำทีมฟุตบอลให้ประสบผลสำเร็จ เรื่องของเงินทองถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ทีมประสบความสำเร็จได้เร็วขึ้นไม่ต้องเสียเวลาในการปั้นนักเตะขึ้นมา ไม่ว่าจะการลงทุนซื้อนักเตะ การจ่ายค่าเหนื่อยแพงๆ เพื่อดึงดูดให้นักเตะชั้นเยี่ยมเข้ามาร่วมทีม หรือการลงทุนด้านอื่นๆ เพื่อเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ให้กับทีม ล้วนต้องมีเรื่องเงินทองเข้ามาเกี่ยวข้องทั้งสิ้น โดยเฉพาะทีมใหญ่ทั้งหลายต้องใช้งบประมาณในการทำทีมมหาศาล เพื่อแลกกับความสำเร็จและรายได้ที่จะเข้ามา แต่ก็มีสโมสรใหญ่ๆ หลายสโมสรที่ใช้งบประมาณเกินตัวไปมาก จนรายรับไม่สมดุลกับรายจ่าย ส่งผลให้มีภาระหนี้สะสมมาเรื่อยๆ ทำให้ทีมไม่สามารถแบกรับหนี้สินดังกล่าวได้ต้องอยู่ในสภาวะถังแตก ไม่มีเงินแม้กระทั่งจ่ายค่าเหนื่อยนักเตะและเจ้าหน้าที่ทีม จำต้องปล่อยนักเตะเก่งๆ ของทีมออกไป ทำให้ทีมต้องอยู่ในสภาวะล้มละลาย ต้องตกลงไปเล่นในลีกระดับล่าง กลายสถานะจากทีมใหญ่กลายเป็นทีมไม้ประดับเล็กๆ และนี่คือ 6 สโมสรฟุตบอลใหญ่ที่ต้องอยู่ในสภาวะล้มละลาย

6. Portsmouth

ถูกควบคุมกิจการปี 2012

“ปอมปีย์” พอร์ทสมัธอดีตแชมป์ลีกสูงสุดอังกฤษ 2 สมัย และแชมป์เอฟเอคัพ อีก 2 สมัย เป็นทีมที่มีลักษณะคล้ายกับเลสเตอร์ คือทีมที่เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมาในพรีเมียร์ลีกแล้วสามารถทำผลงานได้ดี โดยพอร์ทสมัธเลื่อนชั้นกลับมาเล่นในระดับลีกสูงสุดอังกฤษอีกครั้งในฤดูกาล 2003-04 โดยสามารถโลดแล่นในพรีเมียร์ลีกได้ถึง 7 ฤดูกาล พร้อมกับคว้าแชมป์เอฟเอคัพในปี 2008

หลังจากทีมต้องตกชั้นไปเล่นในรายการเดอะ แชมป์เปี้ยนชิพ ฤดูกาล 2010-11 ทีมต้องตกต่ำลงไปเรื่อยๆ เนื่องจากทีมได้กู้เงินเป็นจำนวนมากในการซื้อตัวและจ่ายค่าเหนื่อยนักเตะ รวมถึงเจ้าหน้าที่ทีม นอกจากนี้ยังมีการลงทุนด้านอื่นๆ เพื่อเพิ่มช่องทางในการหารายได้ของทีม ซึ่งการตกชั้นทำให้ทีมต้องประสบปัญหาด้านการเงินอย่างหนัก ทำให้ต้องเปลี่ยนเจ้าของทีมหลายครั้ง และต้องร่วงไปในลีกระดับล่างตามลำดับ อีกทั้งยังติดเงินค่าจ้างนักเตะและเจ้าหน้าที่ภายในทีม จนกระทั่งปี 2012 ศาลสั่งให้ทีมต้องถูกควบคุมกิจการ และโดนตัดคะแนนไป 10 คะแนน เมื่อจบฤดูกาลทีมต้องตกไปเล่นในลีกวัน และในปี 2013 ด้วยหนี้สะสมถึง 135 ล้านปอนด์ ทีมต้องถูกควบคุมกิจการอีกครั้ง ต้องถูกตัดคะแนนไปอีก 10คะแนน และจบฤดูกาลก็ต้องร่วงไปเล่นในลีก ทู เรียกได้ว่าปอมปีย์ต้องอยู่ในสถานการณ์เหมือนล้มละลายมาหลายปี ไม่มีเงินที่จะซื้อนักเตะเข้ามาในทีม ที่ทำได้ก็คือคว้าตัวมาแบบฟรีๆ หรือดันนักเตะดาวรุ่งขึ้นมา และปัจจุบันพอร์ทสมัธยังคงเล่นอยู่ในระดับลีก 2 ต้องดิ้นรนอย่างหนักในการหลีกหนีสภาวะล้มละลาย

5. Napoli

ล้มละลายปี 2004

นาโปลีถือเป็นอีกหนึ่งสโมสรชั้นนำของอิตาลี เคยคว้าแชมป์กัลโช่ เซเรีย อา 2 สมัย และแชมป์ยูฟ่า คัพ 1 สมัย และยังเคยเป็นอดีตต้นสังกัดของนักเตะระดับเทพเจ้าของวงการฟุตบอลอย่าง ดิเอโก้ มาราโดน่า นอกจากนี้ยังเป็นสโมสรที่ปลุกปั้นอดีตกับตันทีมชาติอิตาลีอย่างฟาบิโอ คันนาวาโร่ขึ้นมา และเคยเป็นอดีตต้นสังกัดของจิอัน ฟรังโก้ โซล่าก่อนทั้งคู่จะย้ายไปปาร์มา

แต่ไม่น่าเชื่อเลยว่าสโมสรชั้นนำอย่างนาโปลีก็เคยอยู่ในสถานะล้มละลาย โดยทีมเริ่มมีปัญหาด้านการเงิน นักเตะหลายคนรวมถึงโซล่าย้ายออกจากทีมไป จนทำให้ในฤดูกาล 1997-98 ทีมทำผลงานได้ย่ำแย่จบฤดูกาลต้องตกชั้นไปเล่นเซเรีย บี แต่ตกชั้นไปเพียงฤดูกาลเดียวทีมก็สามารถกลับขึ้นมาเล่นในเซเรีย อาได้อีกครั้ง แต่ขึ้นชั้นมาได้ฤดูกาลเดียวก็ต้องตกชั้นไปอีกครั้ง และการตกชั้นครั้งนี้ทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปมากยิ่งขึ้นทีมต้องประสบปัญหาด้านการเงินอย่างหนักจนถึงฤดูกาล 2003-04 แม้ทีมจะจบฤดูกาลใน เซเรีย บี ด้วยอันดับ 13 ก็ตาม แต่ทีมมีหนี้สินทางภาษีสูงถึง 67 ล้านยูโร และไม่สามารถหาเงินมาจ่ายได้ทัน ทำให้ทีมต้องล้มละลายและถูกปรับตกชั้นไปเล่นใน เซเรีย ซี 1 หรือระดับดิวิชั่น 3 แต่ประธานสโมสรคนปัจจุบันอย่างออเรลิโอ เด เลาเรนติส เข้ามาช่วยทีมและสามารถพาทีมกลับขึ้นมาเล่นในระดับลีกสูงสุดและกลายเป็นทีมชั้นนำของอิตาลีได้อีกครั้ง

4. Glasgow Rangers

ล้มละลายปี 2012

กลาสโกว์ เรนเจอร์ส 1 หนึ่ง 2 ทีมยิ่งใหญ่ที่สุดของสกอตแลนด์ เป็นทีมที่คว้าแชมป์ลีกสูงสุดของสกอตแลนด์ได้มากที่สุด ถึง 54 ครั้ง มากกว่าทีมคู่ปรับร่วมเมืองอย่างเซลติกถึง 6 ครั้ง แต่น่าเสียดายที่เรนเจอร์สต้องประสบปัญหาในเรื่องการบริหารงานที่ดีอย่างมีธรรมาธิบาล โดยทีมได้ปลอมแปลงเอกสารค่าเหนื่อยนักเตะเพื่อหลีกเลี่ยงในเรื่องภาษี ทำให้ทีมต้องถูกภาษีย้อนหลังเป็นเงินสูงถึง 93 ยูโร และเรนเจอร์สก็ไม่สามารถหาเงินมาจ่ายได้แม้เจ้าของทีมจะแบ่งขายหุ้นของตัวเองออกไปถึง 85% ก็ตาม จึงถูกศาลตัดสินให้ล้มละลายในปี 2012 และถูกปรับลงไปเล่นในลีกระดับล่างสุดอย่างดิวิชั่น 3
ปัจจุบันเรนเจอร์สได้เจ้าของทีมคนใหม่ และก็บริหารทีม จนสามารถพาทีมกลับขึ้นมาเล่นในลีกสูงสุดอย่างสกอตติช พรีเมียร์ชิพอีกครั้งในฤดูกาลล่าสุด

3. Parma

ล้มละลายปี 2015

ปาร์ม่าอดีตทีมชั้นนำของกัลโช่ เซเรีย อาในยุคปี 90 เคยประสบความสำเร็จสูงสุดคือการคว้าแชมป์ยูฟ่า คัพ ถึง 2 สมัย แชมป์โคปา อิตาเลีย ถึง 3 สมัย และยังเคยคว้ารองแชมป์เซเรีย อา ในฤดูกาล 1996–97 นอกจากนนี้ยังเคยเป็นที่แจ้งเกิดของนักเตะฝีเท้าดีจนกลายเป็นนักเตะดังระดับโลกมากมายไม่ว่าจะเป็น จิอันลุยจิ บุฟฟ่อน,ฟาบิโอ คันนาวาโร่,คาร์โล อันเชล็อตติ,ลิลิยอง ตูราม,จิอัน ฟรังโก้ โซล่า,เฮอร์นัน เครสโป,ฮวน เซบาสเตียน เวรอน,ฟีลิปโป้ อินซากี้

โดยก่อนที่ทีมจะล้มละลายปาร์ม่าทำผลงานได้ดีมาตลอดมักจะจบฤดูกาลด้วยอันดับครึ่งบนของตาราง แต่ด้วยการบริหารงานด้านการเงินที่ผิดพลาดของ Parmalat บริษัทที่บริหารทีม โดย Parmalat ได้ใช้งบประมาณมหาศาลขยายการลงทุนไปทั่วโลก แต่การลงทุนดังกล่าวกลับล้มเหลวเจ๊งไปเป็นท่า นอกจากนี้ผู้บริหารของ Parmalat ยังมีการยักยอกเงิน และตกแต่งตัวเลขในบัญชี จนสุดท้ายตัวเลขรายจ่ายเกินรายรับเกิดเป็นภาระหนี้จำนวนมหาศาล และ Parmalat ต้องล้มละลายไป ทำให้สโมสรต้องแบกภาระหนี้จนต้องปรับขนาดทีมลง และต้องถูกเปลี่ยนตัวเจ้าของทีมหลายครั้ง จนกระทั่งฤดูกาล 2012-15 ภาวะหนี้สินของปาร์ม่าเพิ่มพูนมาเรื่อยๆ ทำให้ไม่มีเงินในการจ่ายค่าจ้างนักเตะและเจ้าหน้าที่ของทีม และยังไม่มีเงินเพียงพอในการเข้าร่วมแข่งขันให้จบฤดูกาล ฝ่ายจัดการแข่งขันกัลโช่ เซเรีย อา ได้เข้ามาช่วยสนับสนุนให้ปาร์ม่าแข่งขันได้จนจบฤดูกาล แต่ก็ต้องถูกตัดแต้มไปถึง 7 แต้มจากการค้างค่าจ้างดังกล่าว และทีมต้องตกชั้นด้วยอันดับบ๊วยของตาราง จนฤดูกาล 2015 หนี้สินของปาร์ม่าพุ่งสูงไปถึง 218 ล้านยูโร ทำให้ทีมต้องถูกประกาศให้ล้มละลาย ต้องร่วงไปเล่นในลีกระดับเซเรีย ดี ปัจจุบันปาร์ม่าได้เจ้าของทีมใหม่เข้ามาบริหารงาน และทีมก็เริ่มทำผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่อง โดยฤดูกาลล่าสุดได้เลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นใน Lega Pro ทีมระดับดิวิชั่น 3 ของอิตาลี และทำผลงานอยู่ในอันดับ 5 ของตาราง ซึ่งหวังว่าในอนาคตปาร์มาจะกลับขึ้นมาเล่นในกัลโช่ เซเรีย อา และทวงความยิ่งใหญ่ของทีมกลับมาได้อีกครั้ง

2. Fiorentina

ล้มละลายปี 2002

ฟิออเรนตินา หรือ ม่วงมหากาฬ อีกหนึ่งทีมชั้นนำในกัลโช่ เซเรีย อาที่เคยล้มละลาย ฟิออเรนตินาเคยประสบความสำเร็จสูงสุดคว้าแชมป์เซเรีย อา 2 สมัย และยังเคยเข้าชิงยูโรเปี้ยนคัพฤดูกาล 1956–57 นอกจากนี้ฟิออฯ ยังเคยเป็นต้นสังกัดของนักเตะชั้นนำระดับโลกมากมายไม่ว่าจะเป็นนูโน โกเมส ,เพรดรัก มิจาโตวิด,คาร์ลอส ดุงก้า,กาเบรียล บาติสตูต้า,ฟรานเชสโก้ ตอลโด้,รุย คอสต้า ,ลูก้า โทนี่

ฟิออฯ ในยุคของวิตตอริโอ เช็คคี่ กอรี่ นักธุรกิจเจ้าของโรงหนัง ต้องประสบปัญหาด้านการเงินอย่างหนักโดยก่อนเริ่มฤดูกาล 2001-02 ทีมต้องขายนักเตะสำคัญอย่างคอสต้า และตอลโด้ ทำให้จบฤดูกาลต้องตกชั้นไปเล่นในเซเรีย บี แต่เนื่องจากฟิออฯ มีหนี้สินสะสมกว่า 42 ล้านยูโร และยังค้างค่าเหนื่อยนักเตะ แม้เช็คคี่ กอรี่ จะพยายามอย่างหนักในการระดมทุนเพื่อใช้หนี้ แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถหาเงินมาจ่ายหนี้ได้ ทำให้ต้องล้มละลายและถูกปรับตกชั้นไปเล่นในเซเรีย ซี 2 หรือดิวิชั่น 4 จนทีมต้องเปลี่ยนเจ้าของทีมคนใหม่เป็นเดลลา วัลเล่ รวมถึงต้องเปลี่ยนชื่อไปเป็น Florentia de viola หลังจากตกชั้น เดลลา วัลเล่ พยายามประคับประทองทีมขึ้นมาจนทีมเลื่อนชั้นขึ้นมาอย่างต่อเนื่องและเปลี่ยนชื่อกลับมาเป็นฟิออเรนตินาดังเดิม และปัจจุบันทีมสามารถกลับมาโลดแล่นด้วยอันดับหัวตารางในเซเรีย อา ได้อีกครั้ง

1. Leeds United

ถูกควบคุมกิจการปี 2007

ลีดส์ ยูไนเต็ด อดีตแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษ 3 สมัย และรองแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ ฤดูกาล 1974–75 และยังเคยเป็นต้นสังกัดของตำนานนักเตะปีศาจแดงอย่างอิริค คันโตน่า ผู้พาลีดส์คว้าแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษในฤดูกาล 1991–92 นอกจากนี้ในช่วงยุคปี 2000 ยุคที่ปีเตอร์ ริดส์เดลล์เป็นเจ้าของทีม ลีดส์ได้ใช้งบประมาณมหาศาลในการซื้อตัวนักเตะชั้นนำมาร่วมทีมไม่ว่าจะเป็น มาร์ค วิดูก้า, ริโอ เฟอร์ดินาน, ร็อบบี้ คีน ประกอบกับขุมกำลังนักเตะภายในทีมอย่างอลัน สมิธ แฮร์รี่ คีลล์ , ลี โบว์เยอร์ ทำให้ทีมสามารถโลดแล่นอยู่ในอันดับหัวตารางของพรีเมียร์ลีกได้อีกครั้ง หลังจากที่ทีมใช้เงินมหาศาลไปกับค่าตัว และค่าเหนื่อยนักเตะ แต่กลับไม่สามารถคว้าแชมป์อะไรได้เลย และต้องพลาดการไปเล่นในรายการยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีกฤดูกาล 2002-03 ทำให้ทีมต้องประสบปัญหาด้านการเงินอย่างหนัก และต้องเสียนักเตะคนสำคัญของทีมออกไปหลายคน จนในฤดูกาล 2003-04 ทีมต้องตกชั้นไปเล่นในเดอะแชมป์เปี้ยนชิพ และในฤดูกาล 2006-07 ทีมต้องอยู่ในสภาวะหนี้สินอย่างหนักกว่า 35 ล้านปอนด์ จนทีมต้องอยู่ในสภาวะเหมือนล้มละลาย ต้องเข้าสู่กระบวนการควบคุมทางการเงิน และต้องปรับโครงสร้างการบริหารของทีม ทำให้ทีมต้องถูกตัดแต้มไป 10 แต้ม และต้องตกชั้นไปเล่นในลีกวัน ปัจจุบันลีดส์สามารถขึ้นมาโลดแล่นอยู่ในลีกเดอะแชมป์เปี้ยนชิพ และยังคงดิ้นรนอย่างหนักเพื่อให้กลับขึ้นมาเล่นในพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง

Author

Thumb lg 6a337113 1584 4f41 a8dd c05f36f90cd6

Anonymous

โพสคอมเม้นต์

Bt delete image

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!