Orion 2560/02/03 11:23
Thumb lg liverpool

กำลังโต!! 10 ดาวรุ่งแววดีจากอคาเดมี่หงส์แดงลิเวอร์พูล

736 Pepper

ดาวรุ่งเจ๋งๆของทีมหงส์แดงยังมีอีกเยอะ อยู่ที่ว่าคล็อปป์จะดันขึ้นมาในยุคนี้กันมั้ย!!

football Liverpool academy

ไม่จำเป็นต้องเปย์ : เจอร์เก้น คล็อปป์กับภารกิจปลุกปั้นดาวรุ่งหงส์แดง

ในโลกยุคปัจจุบันที่ฟุตบอลกลายเป็นธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบ สโมสรฟุตบอลทั่วโลกโดยเฉพาะในยุโรปผันตัวมาเป็นสายเปย์อย่างเต็มรูปแบบ จับจ่ายใช้สอยนักเตะเก่ง ๆ มาร่วมทีมแบบไม่เกี่ยงค่าตัวเพื่อหวังความสำเร็จแบบทันทีทันใดไม่ต้องรอนาน แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ยังมีอีกหลายทีมที่ยังคงนิยมการ "สร้าง" มากกว่า "ซื้อ" ให้โอกาสผู้เล่นดาวรุ่งลงสนามวาดลวดลายแทนที่จะหอบเงินออกไปจับจ่ายในตลาดนักเตะ ยกตัวอย่างเช่นทีมหงส์แดง "ลิเวอร์พูล" ภายใต้การคุมทีมของกุนซือสไตล์เฮฟวี่เมทัลอย่าง "เจอร์เก้น คล็อปป์" นั่นเอง

คล็อปป์นั้นขึ้นชื่อว่าเป็นนักปั้นมือทองคนหนึ่งของวงการฟุตบอลยุโรปที่สร้างนักฟุตบอลระดับพระกาฬมาแล้วหลายต่อหลายคนสมัยที่เขาคุมโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ไม่ว่าจะเป็น โรเบิร์ต เลวานดอฟส์กี้, มาริโอ เกิทเซ่, มัทส์ ฮุมเมิลส์, อิลคาย กุนโดกัน หรือกระทั่งชินจิ คากาวะ และเมื่อเขาได้ย้ายมาคุมทีมหงส์แดงแทนเบรนแดน ร็อดเจอร์ส นายใหญ่ชาวเยอรมันก็ยังคงแนวทางการให้โอกาสผู้เล่นดาวรุ่งอยู่เหมือนเคย ซ้ำยังบอกว่าวงการฟุตบอลอังกฤษนั้น "หมกมุ่น" กับการซื้อขายนักเตะมากจนเกินไป โดยตลอดระยะเวลา 15 เดือนที่ผ่านมา คล็อปป์ได้ให้โอกาสผู้เล่นลง "เดบิวต์" ให้ทัพหงส์แดงไปแล้ว 19 คน และในจำนวนนั้นเป็นเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 23 ปี ถึง 12 คน !! โดยคนล่าสุดก็คือ "แฮร์รี่ วิลสัน" ปีกวัย 19 ปี ชาวเวลส์ กัปตันทีมชุด U-23 ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นในฤดูกาลนี้ และได้รับโอกาสลงสนามในฐานะตัวสำรองในเกมที่ลิเวอร์พูลบุกไปเชือดพลีมัธ 1-0 ในศึกเอฟเอคัพ รอบที่ 4 นัดแข่งใหม่ที่ผ่านมา

เรามาดูกันว่า 10 ดาวรุ่งแววดีจากอคาเดมี่ทีมหงส์แดงคนอื่น ๆ นั้นมีใครกันบ้าง จะมีใครเป็นทายาทของสตีเวน เจอร์ราร์ด, เจมี คาร์ราเกอร์ หรือ ไมเคิล โอเว่น ที่จะพาทีมหงส์แดงก้าวไปสู่ความสำเร็จในแบบที่แฟนบอลภาคภูมิใจแถมไม่ต้องเปลืองตังแบบหลาย ๆ ทีมได้บ้างหรือไม่ มาดูกัน !!

10. Brooks Lennon ( 19 ปี / ตำแหน่ง : ศูนย์หน้า )

กองหน้าวัยรุ่นชาวอเมริกันย้ายมาร่วมทีมลิเวอร์พูลจากสโมสรรีลซอล์ตเลค ซิตี้ ในสหรัฐฯ เมื่อสองฤดูกาลก่อน แต่ด้วยปัญหาเรื่องใบอนุญาตทำงานทำให้กว่าที่เลนน่อนจะลงเล่นให้กับทีมหงส์แดงชุดเล็กได้ก็ปาเข้าไปเดือนธันวาคม อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เขาได้รับพาสปอร์ตสัญชาติไอริช เลนนอนก็ได้ลงสนามเกมแรกให้กับทีมเยาวชนชุดอายุต่ำกว่า 18 ปี ในเกมกับเอฟเวอร์ตัน และยิงประตูได้ในเกมนัดถัดมาที่พบกับเซลติก ในเกม U-21 พรีเมียร์ลีก อินเตอร์เนชั่นแนลคัพ ในฐานะตัวสำรองที่เปลี่ยนลงไปแทนกองหน้ารุ่นพี่อย่างเจอโรม ซินแคลร์

ในฤดูกาลปัจจุบัน กองหน้าพรสวรรค์ที่สามารถเล่นได้หลายตำแหน่งในแดนหน้ามีบทบาทสำคัญในทีมลิเวอร์พูลชุด U-23 โดยลงเล่นไป 12 นัด ยิงไปได้ 2 ประตู และในขณะนี้เลนนอนก็กำลังที่จะย้ายไปร่วมทีมรีลซอลต์เลคในเมเจอร์ลีกสหรัฐฯ ด้วยสัญญายืมตัว ไม่แน่ว่าหากเลนนอนโชว์ฟอร์มได้ดี เขาก็อาจมีโอกาสทะลุขึ้นทีมชุดใหญ่ของลิเวอร์พูลได้ในฤดูกาลหน้า

แหล่ง: https://www.youtube.com

9. Shamal George ( 19 ปี / ตำแหน่ง : ผู้รักษาประตู )

ชื่อของ "ชาร์มาล จอร์จ" เริ่มผ่านตาแฟนบอลไปบ้างแล้วในช่วงปลายฤดูกาลที่ผ่านมา ในฐานะผู้รักษาประตูมือ 3 ของทีมชุดใหญ่ ต่อจากซิมง มินโญเลต์ และแดนนี่ วอร์ด แทนที่ของอดัม บ็อกดาน นายด่านจอมเหวอชาวฮังกาเรียน และยิ่งเป็นที่ฮือฮาขึ้นไปอีก หลังจากที่คล็อปป์ส่งผู้รักษาประตูวัย 19 ปีลงเล่นในเกมอุ่นเครื่องช่วงปรีซีซั่นในเกมที่พบกับฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ในตำแหน่งกองหน้า !! แทนที่ลูคัสที่ต้องหามออกในนาทีที่ 60

จอร์จถือเป็นกำลังของทีมเยาวชนหงส์แดงชุด U-18 ในช่วง 2-3 ปีที่่ผ่านมา และในฤดูกาลปัจจุบัน จอร์จก็ได้มีโอกาสลงเล่นให้ทีมชุด U-23 ไปแล้วสองนัด และสร้างชื่อด้วยการเซฟจุดโทษอย่างยอดเยี่ยมในเกมที่พบกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แฟน ๆ หลายคนคงเห็นแล้วว่าเขาใช้มือได้ดีไม่แพ้เท้าเลยทีเดียว!

8. Conor Masterson ( 18 ปี / ตำแหน่ง : เซ็นเตอร์แบ็ค )

ปราการหลังชาวไอริชเจ้าของปลอกแขนกัปตันทีมลิเวอร์พูลชุด U-18 เป็นอีกหนึ่งดาวรุ่งที่น่าจับตามองของพลพรรคหงส์แดง มาสเตอร์สันลงเล่นให้ทีมหงส์แดงชุดเล็กด้วยวัยเพียง 16 ปีเมื่อฤดูกาล 2014-2015 และเป็นตัวหลักให้ทีมชุด U-18 มาโดยตลอด อีกทั้งในฤดูกาลที่ผ่านมา เจอร์เก้น คล็อปป์ได้ใส่ชื่อเจ้าหนูรายนี้เป็นตัวสำรองในเกมเอฟเอคัพ รอบที่สาม ที่พบกับเอ็กเซเตอร์ ซิตี้ ซึ่งแม้ว่าจะไม่ได้ลงสนามแต่การมีชื่อในทีมชุดใหญ่ก็เป็นสัญญาณที่ดีของมาสเตอร์สันที่อาจมีโอกาสขึ้นไปเล่นทีมชุดใหญ่ในอนาคต

ในปีปัจจุบัน มาสเตอร์สันมีโอกาสขึ้นไปเล่นให้กับทีมชุด U-23 แล้วหนึ่งนัดด้วยกัน และด้วยการย้ายออกไปของเซ็นเตอร์แบ็ครุ่นพี่อย่างติอาโก้ อิลอรี่ หรือ มามาดู ซาโก้ ที่ลงเล่นให้ทีม U-23 มาตลอดครึ่งฤดูกาลแรก เราอาจได้เห็นมาสเตอร์สันลงเล่นมากยิ่งขึ้น และเป็นที่น่าสนใจว่าไอ้หนุ่มจากดับลินผู้นี้จะสามารถพัฒนาตัวเองไปได้อีกมากน้อยเพียงใด

7. Yan Dhanda ( 18 ปี / ตำแหน่ง : มิดฟิลด์ตัวรุก )

ตัวรุกพรสวรรค์ย้ายมาร่วมทีมหงส์แดงจากเวสต์บรอมวิช อัลเบียนด้วยค่าตัวราว 200,000 ปอนด์เมื่อปี 2013 และยึดตำแหน่งตัวหลักในทีมชุด U-18 ของผู้จัดการทีมนีล คริทช์ลีย์มาอย่างต่อเนื่อง ด้วยเทคนิคอันแพรวพราว, ทีเด็ดจากลูกฟรีคิก, การเอาตัวรอดในพื้นที่แคบ และการสร้างโอกาสให้เพื่อนทำประตู

แม้ว่าฤดูกาลที่ผ่านมา "ดานดา" จะต้องต่อสู้กับอาการบาดเจ็บข้อเท้าที่ทำให้พลาดการลงสนามไปนาน แต่ในฤดูการนี้ ตัวรุกวัยรุ่นสัญชาติอังกฤษที่เกิดบนผืนแผ่นดินอินเดียได้ฟื้นฟูร่างกายกลับมาฟิตอีกครั้งหนึ่งและได้โอกาสลงเล่นให้ทีม U-18 อย่างต่อเนื่องเพื่อแสดงความสามารถอันแท้จริงให้บอสใหญ่ได้เห็นให้จงได้

แหล่ง: https://www.youtube.com

6. Bobby Adekanye ( 17 ปี / ตำแหน่ง : มิดฟิลด์ตัวริมเส้น )

ลิเวอร์พูลคว้าตัวปีกชาวดัทช์วัย 17 ปี มาจากบาร์เซโลนาในช่วงต้นเดือนกรกฎาคมปี 2015 และเจ้าตัวได้ประเดิมสนามต่อหน้าผู้ชมกว่า 4,000 คนในอีกไม่กี่วันต่อมา ในเกมที่ขุนพลหงส์แดงน้อยชุด U-18 เอาชนะคอร์ก ซิตี้ไปได้ 2-0

อย่างไรก็ดี ปัญหาเรื่องใบอนุญาตทำงานและอาการบาดเจ็บทำให้อดีตนักเตะเยาวชนของอาแจ๊กซ์ผู้นี้ไม่สามารถลงสนามได้อย่างต่อเนื่องในฤดูกาลที่ผ่านมา แต่ในฤดูกาลนี้ "บ๊อบบี้" กลับมาฟิตสมบูรณ์อีกครั้ง และเราคงได้เห็นฟอร์มการเล่นที่แท้จริงของปีกจรวดที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพละกำลังและทักษะ พร้อมวาดลวดลายได้ทั้งกราบซ้ายและกราบขวาผู้นี้เป็นแน่

แหล่ง: https://www.youtube.com

5. Toni Gomes ( 18 ปี / ตำแหน่ง : ศูนย์หน้า )

ศูนย์หน้าชาวโปรตุเกสเป็นอีกหนึ่งดาวรุ่งที่โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมกับทีมชุด U-18 ของลิเวอร์พูลในฤดูกาลที่ผ่านมา "โทนี่ โกเมซ" เป็นตัวจบสกอร์ที่ครบเครื่อง มีจุดเด่นที่ความเร็ว และสามารถเล่นได้ทั้งตำแหน่งหัวหอกที่ปักหลักในเขตโทษและกองหน้ากึ่งปีกที่ตัดเข้าในจากพื้นที่ด้านข้าง

ในฤดูกาลปัจจุบัน โกเมซยังคงเป็นตัวหลักให้ทีมชุด U-18 ปี แต่ก็มีโอกาสถูกเรียกไปเล่นให้กับทีมชุด U-23 โดยลงเล่นไปแล้ว 8 เกม ทำไปได้ 1 ประตู และหากเขาสามารถคว้าโอกาสที่มีและโชว์ฟอร์มได้อย่างดีเยี่ยมต่อเนื่อง ไม่แน่ว่าคล็อปป์คงจะต้องติดตามฟอร์มดาวยิงรายนี้อย่างใกล้ชิดมากขึ้น

4. Adam Phillips ( 19 ปี / ตำแหน่ง : มิดฟิลด์ตัวกลาง )

"อดัม ฟิลลิปส์" เป็นเพลย์เมคเกอร์คนสำคัญของทีมหงส์แดงชุดเล็กที่มีความสามารถในการผ่านบอล, การเตะฟรีคิก, การทำประตูจากแถวสอง และไหวพริบในสนาม ประกอบกับสไตล์การเล่นแบบกัดไม่ปล่อย ทำให้มิดฟิลด์รายนี้ถูกมองว่าจะสามารถเล่นภายใต้แนวทาง "เฮฟวี่ เมทัล ฟุตบอล" ของคล็อปป์ได้เป็นอย่างดี

ในฤดูกาลนี้ ฟิลลิปส์ลงเล่นให้ทีมหงส์แดงชุด U-23 ไปแล้ว 4 นัด และน่าจะได้ลงเล่นอย่างต่อเนื่องในช่วงครึ่งฤดูกาลหลัง แทนที่ของผู้เล่นกองกลางหลายรายที่ย้ายออกไปด้วยสัญญายืมตัว เช่น คาเมรอน บรันนาแกน ที่ถูกยืมไปเล่นที่ฟลีทวูด ทาวน์, เปรโดร ชิริเบญ่า ที่ไปอยู่กับโก อเฮด อีเกิ้ลส์ ในเนเธอร์แลนด์ หรือโอวี่ เอจาเรีย ที่ถูกคล็อปป์ใส่ชื่อไว้ในทีมชุดใหญ่อย่างต่อเนื่องในช่วงหลัง ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับฟิลลิปส์แล้วว่าจะใช้โอกาสนี้ยกระดับตัวเองขึ้นมาเป็นกำลังหลักของทีมได้หรือไม่

แหล่ง: https://www.youtube.com
แหล่ง: https://www.youtube.com

3. Ovie Ejaria ( 19 ปี / ตำแหน่ง : มิดฟิลด์ตัวรุก )

แฟน ๆ หงส์แดงคงคุ้นหูชื่อกองกลางร่างโย่งรายนี้ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในฤดูกาลนี้ที่ "โอวี่ เอจาเรีย" อดีตเด็กฝึกหัดของอาร์เซนอลได้รับโอกาสจากเจอร์เก้น คล็อปป์ให้ลงเล่นในทีมชุดใหญ่ของทัพหงส์แดง โดยเฉพาะในเกมบอลถ้วย ทั้งเอฟเอ คัพ และอีเอฟแอลคัพ ที่ลิเวอร์พูลเพิ่งกระเด็นตกรอบไปหมาด ๆ หรือแม้แต่ในเกมลีกเอง เอจาเรียก็มีชื่ออยู่ในม้านั่งสำรองบ่อยครั้งในฤดูกาลนี้

เอจาเรียเป็นมิดฟิลด์ที่โดดเด่นด้วยร่างกายที่สูงใหญ่ ปราดเปรียว เต็มเปี่ยมด้วยพละกำลัง มีความสามารถในการครองบอล เข้าปะทะและสร้างสรรค์เกมที่โดดเด่นเกินเด็กรุ่นเดียวกัน และด้วยฟอร์มการเล่นที่โดดเด่นกับทีมเยาวชนทำให้เอจาเรียได้รับโอกาสในการลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่ในช่วงปรีซีซั่นที่ผ่านมา และได้ลงเล่นในเกมการแข่งขันอย่างเป็นทางการของทีมชุดใหญ่เป็นครั้งแรกในเกมอีเอฟแอล คัพ รอบที่สาม ในเกมกับดาร์บี้ เคาวน์ตี้ ตามด้วยการประเดิมเกมลีกเกมแรกในฐานะตัวสำรองในเกมที่พบกับวัตฟอร์ตที่แอนฟิลด์ เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

แหล่ง: https://www.youtube.com

ด้วยความสามารถประกอบกับฟอร์มการเล่นที่น่าประทับใจยามได้รับโอกาสลงสนามของมิดฟิลด์วัย 19 ปี เราจึงน่าจะมีโอกาสเห็นเอจาเรียลงเล่นกับทีมชุดใหญ่อีกในฤดูกาลนี้ หากเขาสามารถหลีกเลี่ยงอาการบาดเจ็บและฝึกปรือวิชาจากคำแนะนำของคล็อปป์อย่างแข็งขัน "โอวี่ เอจาเรีย" อาจกลายเป็นขุมกำลังหลักในแดนกลางที่ขาดไม่ได้ของทัพหงส์แดงในอนาคตก็เป็นได้

2. Trent Alexander-Arnold ( 18 ปี / ตำแหน่ง : แบ็คขวา )

เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ หรือ "TAA" เป็นเลือดเชื้อไขโดยตรงของสโมสรลิเวอร์พูล เติบโตมากับทีมตั้งแต่อายุ 6 ขวบ และผ่านการเป็นกัปตันทีมมาแล้วทั้งในทีมชุด U-16 และ U-18 เทรนท์สามารถเล่นได้ทั้งตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลางและแบ็คขวา ด้วยรูปร่าง พละกำลัง ความฉลาดในการเล่น และความสามารถในการผ่านบอล เทรนท์จึงเป็นผู้เล่นที่ครบเครื่องทั้งการเล่นเกมรุกและเกมรับ

หลังจากมีชื่อเฉียดไปเฉียดมากับทีมชุดใหญ่อยู่ไม่นาน เทรนท์ก็ได้รับโอกาสอย่างเต็มที่จากเจอร์เก้น คล็อปป์ในฤดูกาลนี้ โดยได้ลงเล่นให้กับทีมชุดใหญ่เป็นนัดแรกในเกมการแข่งขันอีเอฟแอล คัพ ที่ลิเวอร์พูลเอาชนะท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์สไป 2-1 และได้โอกาสลงเล่นเกมพรีเมียร์ลีกตัวจริงเป็นครั้งแรกท่ามกลางเสียงฮือฮาในศึก "แดงเดือด" ที่พลพรรคหงส์แดงยกพลไปเยือนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด เมื่อเดือนมกราคม แทนที่ของแบ็คขวาตัวจริงอย่าแนธาเนียล ไคลน์ที่มีอาการบาดเจ็บ

แหล่ง: https://www.youtube.com

จนถึงตอนนี้ เทรนด์ได้สถาปนาตัวเองเป็นแบ็คขวาเบอร์สองของทีมชุดใหญ่ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และพร้อมที่จะได้รับความไว้วางใจจากคล็อปป์ให้ลงทำหน้าที่หากไคลน์ยังต้องประสบปัญหาบาดเจ็บอยู่ ถ้าเทรนท์สามารถโชว์ฟอร์มได้ดีเหมือนที่เคยทำได้เกินหน้าเกินตาเพื่อนร่วมรุ่นในระดับเยาวชน ลิเวอร์พูลก็คงไม่ต้องเสียเงินให้กับผู้เล่นในตำแหน่งแบ็คขวาไปอีกหลายปีเลยทีเดียว

แหล่ง: https://www.youtube.com

1. Ben Woodburn ( 17 ปี / ตำแหน่ง : ศูนย์หน้า )

ไม่พูดถึงคนนี้ก็เห็นทีจะคุยกับใครเขาไม่รู้เรื่อง หนึ่งในดาวรุ่งจากอคาเดมีหงส์แดงที่น่าตื่นเต้นที่สุดในรอบหลายปี เจ้าของสถิติผู้เล่นอายุน้อยที่สุดที่ทำประตูให้ทีมชุดใหญ่ของลิเวอร์พูลแทนที่เจ้าของเดิมอย่าง "เบบี้โกล" ไมเคิล โอเว่น ด้วยวัยเพียง 17 ปี 1 เดือน กับอีก 14 วัน เจ้าหนู "เบน วู้ดเบิร์น" สามารถพังประตูและสถิติดังกล่าวลงในเกมการแข่งขันอีเอฟแอล คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศกับลีดส์ ยูไนเต็ด ต่อหน้าเดอะค็อปในสนามแอนฟิลด์ เพียงสามวันหลังจากที่ได้รับโอกาสจากคล็อปป์ในการลงเล่นเกมลีกเป็นครั้งแรกในฐานะตัวสำรอง ในเกมที่ลิเวอร์พูลเอาชนะซันเดอร์แลนด์ไป 2-0 เมื่อเดือนพฤศจิกายน

เจ้าหนูชาวเวลส์จากเมืองเชสเตอร์เป็นกองหน้าที่มีความสามารถครบเครื่อง ทั้งการจบสกอร์ การครองบอล การผ่านบอล รวมถึงการสร้างโอกาสให้เพื่อนทำประตู และยังสามารถเล่นได้หลากหลายตำแหน่ง ซึ่งเราได้เห็นไปแล้วในครึ่งหลังของเกมเอฟเอ คัพ รอบที่ 4 ที่ลิเวอร์พูลแพ้คาบ้านให้กับวูล์ฟแฮมป์ตัน หลังจากที่คล็อปป์ปรับแท็กติกมาใช้กองหลังสามคน เมื่อวู้ดเบิร์นต้องย้ายไปรับบทบาทวิงแบ็กขวา !! ซึ่งเขาโชว์ฟอร์มได้ไม่เลวเลยทีเดียว

ด้วยพรสวรรค์ที่มีประกอบการดูแลจากคล็อปป์และทีมงาน วู้ดเบิร์นมีหน้าที่เพียงอย่างเดียวคือการมุ่งมั่นและทุ่มเทให้กับการซ้อมอย่างเต็มที่เพื่อเติมเต็มศักยภาพของตัวเอง และเมื่อวันนั้นมาถึง "เบน วู้ดเบิร์น" อาจเป็นชื่อต่อไปที่เดอะค็อปนึกถึง ในฐานะกองหน้าระดับพระกาฬที่สโมสรปั้นมาเองกับมือ ต่อจาก ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ และไมเคิล โอเว่น

แหล่ง: https://www.youtube.com

และนี่ก็เป็นเพียงกลุ่มตัวอย่างดาวรุ่งที่เราหยิบยกมาแนะนำให้ท่านรู้จักเพิ่มเติมเพียงเท่านั้นเอง อคาเดมีของลิเวอร์พูลยังมีผลผลิตอีกมากมายที่ต้องติดตามดูต่อไปว่าจะมีผู้เล่นคนใดโชว์ฟอร์มโดดเด่นทะลุจอทะลุแว่นของคล็อปป์อีกหรือไม่ ซึ่งถ้ามี ก็ย่อมเป็นผลดีต่อสโมสรและแฟน ๆ ที่นอกจากจะเป็นการประหยัดงบ ไม่ต้องเสียเงินเป็นกระบุงทุกปีแล้วยังเป็นการวางรากฐานแห่งความภาคภูมิใจต่อสโมสร และความสำเร็จแบบยั่งยืน จากรุ่นสู่รุ่น ต่อไปในอนาคตด้วย

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg 09ff3a41 9e66 44fd a36a 256454183874

Orion