B_Butterfly 2560/01/31 11:51
Thumb lg large businesscasual

อยากให้ลอง! 15 ทริคจิตวิทยาเจ๋ง ๆ ที่ทุกคนใช้ได้ในชีวิตประจำวัน

8905 Pepper

อยากรู้ว่าเทคนิคอะไรที่จะทำให้การติดต่อสื่อสารระหว่างคนกับคนรอบข้างเป็นไปได้อย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จใช่ไหมล่ะ มาดู 15 ทริคง่ายๆ ที่จะช่วยคุณได้กันเถอะ

psychology lifestyle work tips

ในชีวิตที่จะต้องพบปะกับผู้คนมากมาย... บ่อยครั้งที่คุณอาจจะต้องประสบกับปัญหาอันเนื่องมาจากการสื่อสาร คุณคนเดียวไม่สามารถสร้างความพึงพอใจให้กับคนมากมายได้ บางครั้งคุณจึงต้องพึ่งเทคนิคในทางจิตวิทยา เพื่อให้การสื่อสารของคุณเป็นไปอย่างชาญฉลาด และสามารถที่จะประสบความสำเร็จได้ดีขึ้น เชื่อหรือไม่ว่าจิตวิทยา เป็นศาสตร์ที่มีความมหัศจรรย์ และสามารถทำให้คุณใช้ชีวิตได้อย่างชาญฉลาดขึ้นหากมีความรู้เล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับมันบ้าง เพราะฉะนั้นจะรอช้าอยู่ทำไม มาเรียนรู้เกี่ยวกับเทคนิคอันชาญฉลาดที่จะช่วยให้การติดต่อสื่อสารในชีวิตประจำวันของคุณ ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร หรือทำอะไรอยู่ที่ไหนก็ตามเป็นไปได้อย่างราบรื่นมากยิ่งขึ้น ถ้าพร้อมที่จะมาเรียนรู้เทคนิคง่ายๆ ทั้ง 15 ข้อที่เรานำมาฝากกันในวันนี้แล้ว เริ่มกันเลยดีกว่า

1. การหัวเราะด้วยกันจะทำให้รู้สึกสนิทสนมกันมากขึ้น

เคยเห็นกลุ่มเพื่อนสนิทที่นั่งจับกลุ่มพูดคุยหัวร่อต่อกระซิกกันอย่างสนุกสนานบ้างไหม รู้หรือไม่ว่าการที่กลุ่มคนเหล่านั้นหัวเราะด้วยกันถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยในการกระชับความสัมพันธ์ของพวกเขาให้เป็นไปได้อย่างราบรื่นมากยิ่งขึ้น การหัวเราะในกลุ่มเพื่อนฝูง หรือกลุ่มผู้คนจะทำให้คุณได้รู้สึกใกล้ชิดสนิทสนมกันมากขึ้น ดังนั้นอย่าลืมเตรียมมุขตลกเอาไว้ติดตัวจะทำให้คุณกลายเป็นคนที่ดู friendly และน่าคบหามากยิ่งขึ้น

2. การเคี้ยวหมากฝรั่งหรือรับประทานอาหารจะช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลาย และลดความตึงเครียดลงได้

คุณจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็แล้วแต่ว่าการเคี้ยวหมากฝรั่งนั้นถือเป็นสิ่งที่มีประโยชน์มากๆ ในด้านอารมณ์ หลายครั้งคุณอาจจะคิดว่าการเคี้ยวหมากฝรั่ง หรือรับประทานอาหารในขณะที่กำลังทำสิ่งอื่นบ่อยๆ อาจจะเป็นเรื่องที่น่ากังวล แต่รู้หรือไม่ว่าการเคี้ยวหมากฝรั่งหรือรับประทานอาหารนั้นเหมือนเป็นทริคง่ายๆ ที่จะสามารถทำให้คุณรู้สึกปลอดภัยขึ้นได้ เพราะสมองของคุณจะคิดว่า ไม่มีอันตรายใดๆ เกิดขึ้นกับคุณแน่ในขณะที่คุณกำลังรับประทานอาหารอยู่

3. วางเฉยเวลาที่มีคนหนึ่งกำลังโกรธ

เคยได้ยินบ้างรึเปล่าว่าคนที่ใครที่ยิ่งโกรธมากก็ยิ่งเหมือนกับการจุดไฟเผาตัวเองให้รุ่มร้อน แล้วเรื่องอะไรกันล่ะที่คุณจะพาตัวเองเข้าไปอยู่ในไฟของคนอื่น เพราะฉะนั้นวิธีรับมือง่ายๆ กับมันนั่นก็คือการวางเฉย เชื่อเถอะว่าวิธีนี้เป็นวิธีที่ดีที่สุดแล้ว ในเบื้องต้นเมื่อคุณได้รับความโกรธเคืองหรืออารมณ์ของผู้อื่นมาแล้วกลับวางเฉยก็อาจจะทำให้อีกฝ่ายยิ่งรู้สึกรุ่มร้อนมากขึ้น และโกรธคุณมากขึ้นได้นับเป็นเรื่องที่แสนจะธรรมดา แต่ขอให้คุณจงเชื่อมั่นและวางเฉยต่อไปอีกซักพักเขาจะรู้สึกผิดและละอายใจตัวเองที่สามารถควบคุมอารมณ์ได้

4. รู้จักการใช้ eye-contact

ว่ากันว่าดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ เพราะฉะนั้นการใช้ดวงตาของคุณในการติดต่อสื่อสารกับคนรอบข้างจึงถือเป็นเรื่องที่สำคัญและคุณก็ควรที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับมันเอาไว้ให้มากๆ ด้วย หลายๆ ครั้งที่ต้องติดต่อสื่อสารกับคนอื่นๆ ด้วยการถามคำถามบางอย่าง เมื่อใดก็ตามที่คุณเกิดมีความรู้สึกว่าคำตอบที่ได้นั้นยังไม่ใช่คำตอบที่แท้จริง หรืออาจเป็นคำตอบที่มาจากอคติส่วนตัว คุณลองใช้สายตา และ eye-contact ของคุณจับจ้องไปที่ฝ่ายตรงข้ามและฟังเขาต่อไปอย่างเงียบๆ สายตานั้นจะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าคำตอบที่เขาให้นั้นยังไม่ดีพอและเขาก็จะพูดต่อไปอีกจนกว่าคุณจะได้คำตอบที่คุณต้องการ

5. รู้สึกอย่างไรก็ให้แสดงออก

คุณอาจจะมีว่าบางอารมณ์นั้นเป็นความรู้สึกส่วนตัวที่ไม่จำเป็นจะต้องแสดงออกให้ใครๆ เห็น แต่คุณรู้หรือไม่ว่าการกล้าแสดงออกถึงความรู้สึกจริงๆ ของตัวเองออกมาในสถานการณ์ต่างๆ อย่างจริงใจนั้นถือเป็นแนวปฏิบัติที่ดีมากๆ เลยล่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแสงอารมณ์ในเชิงบวก เชื่อหรือไม่ว่าความสุขนั้นเป็นสิ่งที่สื่อถึงกันได้ และคนเราสามารถแบ่งปันความสุขของตัวเองให้กับผู้อื่นได้ง่ายๆ ผ่านการแสดงออก นอกเหนือจากนี้เวลาที่คุณเกิดความรู้สึกเคร่งเครียดหรือกดดัน หากคุณต้องการที่จะรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น และมีความสุขมากขึ้นให้ลองยิ้มออกมาให้กว้างที่สุดดู การแสดงออกทางสีหน้าแววตาออกมาให้แจ่มชัดที่สุดถือเป็นอีกวิธีหนึ่งในทางจิตวิทยาที่จะสามารถทำให้คุณเกิดความรู้สึกแบบนั้นขึ้นได้จริงๆ

6. อย่าพูด และเขียนว่า “ฉันคิดว่า” หรือ “ฉันเชื่อว่า” เป็นอันขาด

อาจจะฟังดูเหมือนไร้เหตุผลหากจะห้ามไม่ให้คนเราพูดหรือเขียนคำบางคำที่ก็ไม่ได้จะฟังดูหยาบคายอะไร หรือทำให้ใครคนอื่นต้องเดือดร้อน แต่คุณรู้หรือไม่ว่าคำพูด “ฉันคิดว่า” หรือ “ฉันเชื่อว่า” นั้นถือเป็นถ้อยคำที่มีนัยยะแสดงให้เห็นถึงความไม่มั่นใจของผู้พูดแฝงอยู่ เพราะความคิดและความเชื่ออาจถือได้ว่าเป็นเรื่องเฉพาะของแต่ละบุคคลซึ่งอาจจะมีความแตกต่างกันไป การพูด “ฉันคิดว่า” หรือ “ฉันเชื่อว่า” นั้นจึงแสดงให้เห็นว่าประโยคที่ตามมาอาจจะไม่ใช่เรื่องที่เป็นความจริงแท้ก็ได้ ดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงที่จะพูดคำนี้คุณจึงควรเปลี่ยนมาเป็น “ฉันเห็นว่า” จะดีกว่า

7. คิดว่าคุยกับเพื่อนเวลาที่ต้องเข้ารับการสัมภาษณ์

เชื่อว่าหลายๆ คนอาจจะมีปัญหากับการพูดและแสดงออกถึงความเป็นตัวของตัวเองโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการถูกสัมภาษณ์ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ ทริคง่ายๆ ที่จะทำให้คุณสามารถเอาตัวรอดไปได้อย่างผ่านฉลุยกับการสัมภาษณ์ไม่ว่าจะที่ไหนๆ ก็คือลองคิดดูว่าผู้ที่สัมภาษณ์ก็คือเพื่อนคนเก่าแก่ที่สนิทสนมกับคุณเอง มันจะช่วยให้บรรยากาศในการให้สัมภาษณ์เป็นไปอย่างผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น คุณรู้สึกเหมือนตื่นเต้นน้อยลงและเกิดความรู้สึกเต็มใจที่จะให้ข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับตัวคุณต่อผู้สัมภาษณ์มากยิ่งขึ้น ซึ่งมันอาจจะเป็นประโยชน์ต่อคุณมากมายทีเดียว

8. แสดงออกถึงความยินดี และตื่นเต้นเมื่อได้พบกับคนอื่นๆ

การแสดงออกถึงความยินดี และตื่นเต้นที่ได้พบเจอคนนู้นคนนี้ที่คุณอาจจะเคยรู้จัก หรือสนิทสนมด้วยนั้นถือเป็นการแสดงออกถึงความเป็นมิตรที่ดี รู้หรือไม่ว่าท่าทางแบบนี้จะทำให้คุณดูเป็นคนที่ friendly และน่าเข้าหามากขึ้น ดังนั้นเมื่อใดก็ตามที่คุณได้มีโอกาสออกไปพบปะกับผู้อื่นโดยบังเอิญขอให้คุณแสดงออกถึงความยินดี และความตื่นเต้นให้มากเข้าไว้เพราะมันจะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกดีกับคุณ แล้วเขาจะตื่นเต้น และยินดีมากขึ้นเมื่อได้พบเจอกับคุณในครั้งต่อไป รู้หรือไม่ว่าสุนัขก็ใช้วิธีนี้กับมนุษย์เราเช่นกัน เห็นรึยังล่ะว่าขนาดสุนัขยังรู้จักเลือกใช้วิธีการแสดงออกที่ชาญฉลาด แล้วตัวคุณจะไม่ลองทำมันบ้างหรือ

9. คนเรามักเห็นด้วยและให้ความสนับสนุนกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ได้ภายหลังจากที่พวกเขาได้ปฏิเสธเรื่องใหญ่มาก่อนแล้วในครั้ง หรือสองครั้งแรก

นับเป็นอีกข้อควรรู้ที่อาจมีประโยชน์เป็นอย่างยิ่งสำหรับการต่อรองไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบใดก็ตาม เพราะธรรมชาติของมนุษย์โดยมากมักจะมีความเกรงใจผู้อื่นอยู่ในตัว บ่อยครั้งที่เราปฏิเสธเรื่องใหญ่ๆ บางเรื่องกับคนบางคนไปแล้วหลายๆ ครั้ง นั่นอาจทำให้เราไม่กล้า หรือไม่อยากที่จะปฏิเสธรวมทั้งแสดงออกถึงท่าทีไม่เห็นด้วยกับเขาอีก

10. ความเครียด และความเบิกบานใจนั้นย่อมส่งผลกระทบต่อร่างกายของคุณไม่แตกต่างกัน

เคยสังเกตตัวเองบ้างไหมว่าในขณะที่คุณกำลังสัมผัสกับความเครียดคุณมีสภาพร่างกายเป็นอย่างไรบ้าง หายใจหนักขึ้น มีอัตราการเร่งของหัวใจที่เร็วขึ้นแบบนั้นหรือเปล่า ทำนองเดียวกันเมื่อคุณเกิดความรู้สึกตื่นเต้น ร่างกายของคุณก็จะแสดงออกไม่แตกต่างไปจากนั้นซักเท่าไหร่ เพราะแบบนี้เมื่อใดก็ตามที่คุณต้องประสบกับปัญหาความเครียดโดยที่คุณหลีกเลี่ยงไม่ได้ เราอยากขอแนะนำให้คุณลองเปลี่ยนมันเป็นความสุข และแทนที่จะมองมันว่าเป็นปัญหา เราอยากให้คุณคิดว่ามันก็แค่เรื่องที่น่าตื่นเต้นที่เข้ามาท้าทายความสามารถ และทักษะในการเอาตัวรอดของคุณเท่านั้นเอง เพียงแค่นี้คุณก็สามารถจัดการกับความเครียดที่เข้ามาทำให้ชีวิตของคุณยุ่งยากขึ้นได้ง่ายๆ แล้ว

11. คนส่วนใหญ่แยกไม่ออกว่าคนที่มีความสามารถกับคนที่มีความมั่นใจนั้นแตกต่างกันอย่างไร

เคยเห็นใครบางคนทำท่าเหมือนกับว่าเป็นคนที่รู้ปราดเปรื่องไปเสียทุกเรื่องบ้างไหม เอาล่ะ... ไม่ต้องไปรู้สึกหมั่นไส้อะไรเขาหรอกเพราะบางทีของก็ไม่ได้รู้ดีไปกว่าเราๆ ซักเท่าไหร่ เขาแค่เป็นคนที่มีความมั่นใจ และรู้จักใช้ชีวิตด้วยวิถีอันชาญฉลาดก็เท่านั้นเอง... อย่าพึ่งงงกับเทคนิคดีๆ ข้อนี้ เพราะสิ่งที่เราต้องการจะบอกกับคุณก็คือคนส่วนใหญ่ไม่รู้หรอกว่าคนที่ฉลาด และเต็มไปด้วยทักษะความสามารถจริงๆ กับคนที่มีแค่ความมั่นใจนั้นไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้น ถ้าคุณอยากจะให้ผู้อื่นไว้วางใจในตัวคุณและคิดว่าคุณเป็นคนที่ฉลาดและเต็มไปด้วยความสามารถมากขึ้นคุณจะต้องแสดงออกอย่างมั่นใจออกมาให้เขาเห็นให้ได้

12. ถ้าคุณได้ทำงานในส่วนบริการลูกค้า พยายามแสดงออกถึงตัวตนของคุณอย่างโปร่งใส

มันเป็นเรื่องของความไว้ใจ เมื่อคุณต้องทำงานร่วมกับใครหลายๆ คนคุณจึงควรมีความโปร่งใส และทำให้ลูกค้ารู้สึกสบายใจในการติดต่อประสานงานกับคุณให้มากที่สุด หากเขามีความไว้ใจ และเชื่อมั่นในตัวคุณแล้ว แน่นอนว่าการทำงานของคุณจะต้องเป็นไปอย่างราบรื่นขึ้นได้อย่างแน่นอน

13. เลือกที่นั่งให้อยู่ติดกับคนที่อาจคิดจะทำร้ายคุณ

ในการทำงานไม่ว่าจะสายอาชีพใดก็ตาม สิ่งที่คุณจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงไปได้อย่างเป็นอันขาดเลยล่ะก็ คือการที่จะต้องประสบกับภาวะความขัดแย้งกับเพื่อนร่วมงาน ไม่ว่าจะเป็นการขัดแย้งกันในทางความคิดหรืออื่นๆ ในห้องประชุมจึงเป็นสถานที่ๆ สำคัญสำหรับการโต้แย้งทางความคิด วิธีการหลีกเลี่ยงการถูกจู่โจมภายในที่ประชุม ให้คุณเลือกนั่งใกล้ๆ คนที่อาจจะโจมตีคุณเข้าไว้ เลือกนั่งถัดไปจากเขาเลยได้ก็ยิ่งดีมันจะทำให้เขารู้สึกไม่ปลอดภัยในการที่จะโจมตีคุณและอาจหยุดความคิดที่จะต่อว่าคุณลงไปได้เพราะไม่ได้อยู่ในระยะปลอดภัยที่พูดได้นั่นเอง

14. สร้างความทรงจำแรกให้สวยงาม

เหมือนอย่างที่ใครๆ ได้เคยกล่าวกันเอาไว้มากมาย ว่าความรู้สึกแรกคือความรู้สึกที่อาจตัดสินใจทุกสิ่งทุกอย่างที่จะเกิดขึ้นภายหลังจากนั้นได้ เพราะฉะนั้นการสร้างความทรงจำแรกให้น่าประทับใจกับสิ่งต่างๆ เข้าไว้จึงเป็นเรื่องดี เพราะฉะนั้นเมื่อคุณจะต้องเข้าไปมีส่วนร่วมและอยู่ในวันแรกของผู้อื่นกับการเริ่มต้นในเรื่องต่างๆ เราอยากให้คุณทำมันให้ดีที่สุดเพื่อให้เขาคนนั้นเกิดความประทับใจและเชื่อมโยงคุณไว้กับความทรงจำที่ดีเกี่ยวกับครั้งแรกของอะไรบางอย่างของเขา เมื่อเขาเชื่อมโยงคุณไว้กับสิ่งดีๆ เขาจะก็เกิดความรู้สึกเชิงบวกที่มีต่อคุณมากขึ้นนั่นเอง

15. สังเกตให้เห็นถึงสีสันในแววตาของผู้อื่น

อยากที่เคยกล่าวไปแล้วในข้อก่อนหน้านี้ว่าดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ เพราะฉะนั้นการใช้ดวงตาในการสื่อสารสิ่งที่คุณต้องการให้ผู้อื่นรับรู้รับทราบได้จึงเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเรียนรู้ ดังนั้นเมื่อพูดคุยหรือสนทนาอยู่กับใครเราอยากให้คุณสบตาเขาและมองลึกลงไปให้เห็นถึงสีสันในแววตาของพวกเขา สีที่บ่งบอกถึงตัวตน และความเป็นเขาได้ดีที่สุด และคุณอาจบอกให้เขารู้ว่าคุณใส่ใจที่จะสบตาเขามากแค่ไหนด้วยการทักเกี่ยวกับสีตาก็ได้ มันจะทำให้เขารู้สึกดี และชอบที่พูดคุยกับคุณมากขึ้น

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg f3db932e 4d39 4ea1 9836 d93962743dd3

B_Butterfly